D’ Lovevery clinic
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก
โปรแกรม

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
APINYA SAOKAEW, M.D.
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
“I have been a patient of Dr. TAR for many years, and I have always been impressed with her skills and expertise. She is a true artist, and she always takes the time to understand my individual needs. I am so grateful to have found Dr. TAR, and I would not trust my appearance to anyone else.”

ในโปรแกรม D’ RESIZE ของ D’ Lovevery Clinic สามารถช่วยลดน้ำหนักได้จริงค่ะ โดยเน้นการลดแบบค่อยเป็นค่อยไป ได้ผลดีในระยะยาว ไม่เน้นลดฮวบเหมือนยาลดไขมันที่ขายออนไลน์ทั่วไป ซึ่งอาจเสี่ยงต่อผลข้างเคียงรุนแรงทั้งใจสั่น หงุดหงิด วิตกกังวล หรือร้ายแรงถึงขั้นช็อก รวมถึงปัญหาโยโย่หลังหยุดยาอีกด้วย
ในโปรแกรมนี้ สามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 10-30% ภายใน 3 เดือน เช่น หากน้ำหนักเริ่มต้นที่ 80 กก. จะลดลงได้ประมาณ 8-12 กก. ภายใน 3 เดือน และเมื่อใช้ยาอย่างต่อเนื่อง น้ำหนักจะลดลงได้อีกประมาณ 10% การลดน้ำหนักจึงเกิดขึ้นอย่างมั่นคง ไม่กลับมาโยโย่เหมือนการอดอาหารหรือกินยาลดน้ำหนักทั่วไป เพราะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินในระยะยาว ส่งผลให้ยาออกฤทธิ์ยาวนานยิ่งขึ้น
กระบวนการให้เข้าใจง่ายคือ เมื่อเรากินน้อยลง ขนาดกระเพาะจะเล็กลง ไขมันช่องท้องถูกนำมาใช้มากขึ้น น้ำหนักและรอบเอวจะค่อย ๆ ลดลง พฤติกรรมการกินดีขึ้น และสุขภาพโดยรวมก็จะดีขึ้นอย่างยั่งยืนค่ะ
ถามมากันบ่อย ทั้งน้องๆที่มารักษาสิว และก็ผู้ปกครองที่พามา ว่ารอยสิวจะหายในกี่วัน กี่ครั้ง จากประสบการณ์ที่รักษามาเคสมาเยอะมากๆเลยนะคะ
- จำนวนครั้ง: 3-6 ครั้ง มาต่อเนื่องอาทิตย์ละครั้ง
- การเห็นผล:
- ครั้งแรก: รอยดำอาจจะยังไม่รู้สึกต่าง แต่รอยแดงจะให้ความแตกต่าง
- 2-3 ครั้ง: รอยสิวจางลงชัดเจน
- ครบคอร์ส: รอยสิวจางมาก ช่วยเรื่องรูขุมขนกระชับด้วย
- ปัจจัยสำคัญ: ความรุนแรงของรอยสิว, สีผิว, การดูแลหลังทำ มีผลต่อการเห็นผลของแต่ละบุคคลด้วย
- ดูแลต่อเนื่อง: ทำทรีทเมนต์และใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสม
- ข้อดีของ IPL คือราคาไม่แพง ทำได้ทุกสภาพผิว เห็นผลดี ถ้ารับบริการต่อเนื่อง
ถ้าแบบนี้ หมอจะไม่ได้รับปรึกษาหรือรักษาให้นะคะ เพราะการนำยาที่ซื้อจากแหล่งออนไลน์ เช่น แอพส้มหรือแอพไหนก็ตามแต่ มาให้หมอฉีด หมอไม่สามารถมั่นใจในความปลอดภัยของยาได้เลยค่ะ
ยาที่ใช้ในคลินิกทุกตัว หมอจะต้องทราบที่มาที่ไป ตรวจสอบได้ และได้รับการรับรองจาก อย. เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยสำหรับคนไข้จริง ๆ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เช่น แพ้ยา ติดเชื้อ หรือมีผลข้างเคียง หมอจะไม่สามารถช่วยแก้ไขได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเราไม่รู้ว่ายานั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง หรือถูกเก็บรักษาในสภาพที่เหมาะสมหรือเปล่า
อีกอย่างนะคะ การใช้ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ได้มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อาจทำให้เกิดอันตรายกับคนไข้ได้มาก เช่น การอักเสบ การติดเชื้อ หรือแม้แต่ผลข้างเคียงที่รุนแรง ซึ่งหมอไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคนไข้เลยค่ะ
หมอเข้าใจนะคะว่าบางครั้งคนไข้อาจจะอยากประหยัดค่าใช้จ่าย หรือเห็นว่ายาบางตัวหาซื้อได้ง่าย แต่หมออยากให้คนไข้คิดถึงความปลอดภัยเป็นหลักก่อนเสมอค่ะ
มีทั้งจี้ได้ และไม่ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับชนิดของต่อมไขมันนูน ถ้าเป็นตุ่มตื้น ๆ เช่น sebaceous hyperplasia หรือ milia มักใช้เลเซอร์หรือวิธีจี้ไฟฟ้ารักษาได้ผลดี แต่ถ้าเป็นก้อนลึกหรือมีถุงหุ้มอย่าง cyst หรือ lipoma จะต้องผ่าตัดจึงจะหายขาด ดังนั้นควรให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยก่อนเพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดค่ะ
หากรู้สึกว่าก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอาการอื่นต้องรีบมาพบแพทย์นะคะ
หน้าม้า ป้องกันแสงยูวีไม่ได้เลยค่ะ 🙂
คนไข้ไม่ต้องกังวลเรื่องเปลืองครีมกันแดดเลยนะคะ เพราะจริงๆ แล้วการทาครีมกันแดดไม่ได้เปลืองขนาดนั้นค่ะ ใช้แค่ปริมาณประมาณ 2 ข้อนิ้วมือก็เพียงพอสำหรับทั้งหน้าแล้ว หรือต่อให้ใช้เยอะแค่ไหนก็คุ้ม เพราะหน้าเราผิวเราสำคัญที่สุด มันช่วยปกป้องผิวจากปัญหาระยะยาวได้เยอะมากๆ ค่ะ
แต่หมอแอบคิดว่าคนไข้ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้กังวลเรื่องเปลืองหรอกค่ะ น่าจะมองว่า เสียเวลาทา มากกว่าใช่ไหมคะ? 😄 ถ้าเป็นแบบนั้น หมอแนะนำให้ลองปรับวิธีดูค่ะ เช่น ใช้กันแดดที่เป็นแบบเนื้อบางเบา ซึมไว หรือแบบที่เป็นกันแดดผสมบำรุงในตัวเดียว จะช่วยลดขั้นตอนและทำให้สะดวกขึ้นค่ะ
อย่าลืมนะคะ การทาครีมกันแดดเป็นการลงทุนกับผิวในระยะยาวค่ะ ป้องกันปัญหาผิวที่อาจต้องเสียเงินและเวลาแก้ไขทีหลังเยอะกว่าเดิมอีกค่ะ
คีเลชั่น (Chelation) “เหมาะ” ในเคสที่มีความเสี่ยงหรือมีหลักฐานของการสัมผัสโลหะหนักเท่านั้นค่ะ จุดเด่นคือช่วยจับและขับโลหะหนักออก ลดภาระอักเสบที่อาจกระทบพลังงาน การนอน และสุขภาพหลอดเลือดบางส่วน แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้มีภาวะสะสมชัดเจน ผลลัพธ์อาจไม่ได้ชัดอย่างที่หวัง และยังต้องเฝ้าระวังเรื่องการพร่องแร่ธาตุและภาระต่อไต ดังนั้นคำแนะนำแบบจริงใจคือ ให้เริ่มจากการประเมินประวัติสัมผัส ตรวจสุขภาพพื้นฐาน และตั้ง “ตัวชี้วัด” ที่ชัดเจนก่อนทำเสมอค่ะ เช่น อาการ, ค่าเลือดที่เกี่ยวข้อง, และการทำงานไต ระหว่างทำควรมีการเสริมแร่ธาตุและติดตามผลอย่างเป็นระบบ
ถ้าจะเริ่มดูแลตัวเองตามเทรนด์ longevity คีเลชั่นอาจไม่ใช่ “ตัวเลือกแรก” ค่ะ จุดเริ่มที่คุ้มค่าและมีหลักฐานชัดเจนกว่าคือ 4 เสาหลัก: โภชนาการคุณภาพดี, การนอน 7–9 ชม., ออกกำลังกายทั้งแอโรบิก+แรงต้าน, และ จัดการความเครียด/มลพิษ ควบคู่กับการตรวจสุขภาพพื้นฐานและปรับพฤติกรรมที่วัดผลได้ก่อน เมื่อทำฐานเหล่านี้ได้เสถียรค่อยพิจารณาเครื่องมือเสริมอย่างคีเลชั่นในกรณีที่มีข้อบ่งชี้
เรื่องราคา โดยทั่วไปคลินิกจะคิดเป็นครั้งและเป็นคอร์ส ช่วงราคาที่พบได้บ่อยอยู่ประมาณ 1,500–7,000 บาท/ครั้ง (ต่างกันตามตัวยา/ความเข้มข้น/เวลาหยด/มาตรฐานการติดตาม) และคอร์สมักแนะนำ 4–10 ครั้ง เว้นห่างตามแผนของแพทย์ ค่าใช้จ่ายรวมจึงอาจอยู่ที่ หลักหมื่นขึ้นไป ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือความปลอดภัยและความเหมาะสมกับร่างกายของคุณ หากยังไม่แน่ใจ แนะนำเริ่มจาก ปรับไลฟ์สไตล์, กันมลพิษ, โภชนาการ, การนอน และค่อยพิจารณาคีเลชั่นเป็นทางเลือกเสริมเมื่อมีข้อบ่งชี้นะคะ
หมอขออธิบายนะคะ ไหมจม หมายถึง ภาวะที่ไหมเย็บแผล ซึ่งเราใช้ในการช่วยสมานแผล ถูกทิ้งไว้ นานเกินกำหนดเวลาที่เราควรจะตัดไหมออก เช่น บางตำแหน่งแพทย์อาจแนะนำให้มาตัดไหมใน 5-7 วัน หรือตำแหน่งอื่นๆ อาจใช้เวลามากกว่านั้น แต่หากคนไข้มาตัดไหมช้ากว่ากำหนด ร่างกายของเราก็จะเริ่มสร้างผิวหนังใหม่ขึ้นมาคลุมไหมค่ะ ทำให้ไหม “จม” ลงไปในผิวหนัง และเวลาจะตัดออกก็จะยากขึ้น อาจเจ็บกว่าปกติ หรือเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ เช่น การอักเสบหรือติดเชื้อ
การตัดไหมล่าช้า อาจจะไม่ใช่เรื่องอันตรายมาก แต่จะทำให้ขั้นตอนยุ่งยากและเจ็บกว่าปกติ หมอจึงอยากเน้นย้ำกับคนไข้เลยค่ะ ว่าการมาตัดไหมตามวันเวลาที่แพทย์หรือพยาบาลแนะนำ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาไหมจม และจะช่วยให้การดูแลแผลของเราราบรื่นที่สุดค่ะ
โปรแกรม Ellansé หรืออีลองเซ่ เป็นสารฉีดที่ช่วยดูแลโครงสร้างใบหน้า ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมเต็มเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างโครงสร้างผิวใหม่ใต้ผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น ใบหน้าดูมีมิติ และผลลัพธ์ค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปที่เน้นเติมเต็มบริเวณที่ยุบ เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา หรือขมับ แล้วค่อย ๆ สลายไปตามเวลา แต่ Ellansé จะทำงานแบบ เติมเต็ม + ฟื้นฟูโครงสร้างผิว จึงเหมาะกับคนที่เริ่มมีใบหน้ายุบ โครงหน้าไม่คม ผิวไม่แน่น หรือมีความหย่อนคล้อยระดับต้นถึงปานกลางค่ะ
ราคา Ellansé โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20,000–30,000 บาท / 1 cc
โดย 1 กล่องมี 2 cc ราคาต่อกล่องจึงประมาณ 40,000–60,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และการประเมินของแพทย์ของแต่ละสถานพยาบาลค่ะ














![เลิกโบกคอนซีลเลอร์หนาเตอะ [รีวิวเติมเต็มใต้ตา] ที่เปลี่ยนใบหน้าให้สดใสเหมือนนอนเต็มอิ่ม](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-131-filler-under-eyes-cover.webp)

![[รีวิวฟิลเลอร์ขมับ] สวยละมุน พร้อมรับทุกมุมกล้อง เคล็ดลับหน้าอิ่มเอิบของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ทำอะไรมาดูเลย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-129-temple-filler-before-after-cover.webp)
![[รีวิวรักษาสิว] สิวฮอร์โมน หรือ สิวแพ้แมสก์? เคลียร์จบทุกปัญหา เห็นผลดีไม่มีเลี้ยงไข้ เพราะหมออยากให้ทุกคนหาย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/11/case-128-d-acne-size-L-dlovevery-clinic-8.webp)


