D’ Lovevery clinic
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก
โปรแกรม

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
APINYA SAOKAEW, M.D.
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
“I have been a patient of Dr. TAR for many years, and I have always been impressed with her skills and expertise. She is a true artist, and she always takes the time to understand my individual needs. I am so grateful to have found Dr. TAR, and I would not trust my appearance to anyone else.”

หลังจากฉีด Sculptra แล้ว แนะนำให้เว้นระยะห่างก่อนที่จะฉีด โบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ค่ะ
เหตุผลก็เพราะ Sculptra จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้นลึกซึ่งต้องใช้เวลาสักระยะในการเซตตัวและกระจายวัสดุให้ทั่วบริเวณที่ฉีดค่ะ การรบกวนด้วยหัตถการอื่นๆ (เช่น การเติมฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์) อาจทำให้ผลลัพธ์ของ Sculptra ไม่สวยอย่างที่ควรจะเป็น หรือเพิ่มความเสี่ยงบวม/ช้ำมากขึ้น
ยกเว้นว่าอยากฉีดลดกราม สามารถฉีดไปพร้อมกันได้เลย เพราะโบท็อกซ์กรามฉีดเข้ากล้ามเนื้อกรามโดยตรง และไม่ส่งผลต่อการบวมช้ำ ทับซ้อนกับตำแหน่งฉีดพวก Biostimulator
แม้ HDL จะเป็นไขมันดี แต่ หากสูงเกิน 90-100 mg/dL อาจเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันที่ทำงานผิดปกติ (Dysfunctional HDL) และไม่ได้ช่วยปกป้องหลอดเลือดหัวใจอีกต่อไป ซึ่งสาเหตุมักมาจากพันธุกรรมหรือพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์จัด วิธีแก้ไขที่ถูกต้อง ไม่ใช่การวิ่งหายาลด HDL แต่คนไข้ควรหันไป จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ โฟกัสที่การควบคุมไขมันตัวร้ายตัวอื่นๆ (เช่น LDL และ ApoB) และดูแลสุขภาพหลอดเลือดโดยรวมเพื่อลดการอักเสบ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างตรงจุดและปลอดภัยกว่าค่ะ
สำหรับใครที่เพิ่งหันมาดูแลสุขภาพจริงจัง ค่าตัวเลขเยอะแยะไปหมดให้เข้าใจง่ายๆว่า ผู้ที่มีระดับ HDL สูงเกิน 90 mg/dL อย่างต่อเนื่อง อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีระดับ HDL อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (40-60 mg/dL)
หมอยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆนะคะ ให้คนไข้เปรียบเทียบ HDL เป็น “รถเก็บขยะ” ที่คอยเก็บกวาดไขมันตามหลอดเลือดไปทิ้ง ปกติถ้ารถมีจำนวนพอดีๆ ถนนหลอดเลือดของเราก็จะสะอาดค่ะ แต่ถ้าคนไข้มีรถเก็บขยะเยอะเกินไป (HDL สูงปรี๊ด) รถเหล่านี้มักจะเป็นรถที่ “เครื่องยนต์พัง” หรือไม่ได้คุณภาพ พอออกมาเต็มถนนแทนที่จะช่วยเก็บขยะ กลับทำให้รถติดและเกะกะหลอดเลือดแทน ในทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่า Dysfunctional HDL หรือไขมันดีที่ทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจกลับมาเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจแทนที่จะป้องกันค่ะ
ผิวบริเวณขมับเป็นส่วนที่มีความบางและค่อนข้างละเอียดกว่าบริเวณอื่นของใบหน้า เมื่อเกิดหลุมสิวขึ้นที่ขมับ ผิวบริเวณนี้จะขาดเนื้อเยื่อและคอลลาเจน ทำให้หลุมดูลึกและชัดเจนกว่าหลุมสิวในจุดอื่น ทั้งยังเห็นเป็นรอยบุ๋มที่ยากจะพรางหรือปกปิด เพราะผิวนั้นไม่มีความหนาและความยืดหยุ่นที่พอจะช่วยเติมเต็มหลุมนั้นได้ ทำให้ผิวที่ขมับดูไม่เรียบเนียนและเกิดเงา ทำให้หลุมสิวเด่นชัดมากขึ้นกว่าปกติค่ะ
คนไข้บางท่านที่มีผมยาวหรือผมสีเข้ม สามารถใช้ผมปกปิดบริเวณขมับที่มีหลุมสิวได้บ้าง ทำให้ดูไม่ชัดเท่าที่ควร แต่สำหรับคนที่ผมสั้น หรือมีผมสีขาว/เทา ซึ่งปกปิดได้น้อย ก็จะเห็นผิวขรุขระและหลุมสิวที่ขมับได้ชัดเจนมากขึ้น เพราะผิวบริเวณนั้นบางและหลุมลึก เลยทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนค่ะ
หมอไม่สามารถฟันธงได้เลยค่ะว่าระหว่างการทำ HIFU ปีละหลายครั้ง กับการทำ Ultherapy ปีละครั้ง แบบไหนจะดีกว่ากัน ถ้าหากยังไม่ได้เห็นและประเมินสภาพผิวหน้าจริงของคนไข้ เพราะเครื่องมือทั้งสองชนิดเปรียบเสมือนเครื่องมือช่างคนละประเภทที่มีไว้แก้ปัญหาต่างกันค่ะ
Ultherapy ที่มีเทคโนโลยี MFU-V พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบเรียลไทม์ ทำให้หมอสามารถมองเห็นโครงสร้างชั้นผิวของคนไข้ได้ทั้งหมด หมอจึงสามารถวางแผนการยิงพลังงานได้อย่างจำเพาะเจาะจงและแม่นยำสูงสุดในบริเวณที่มีปัญหาจริงๆ ค่ะ มันจึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากสำหรับการ “ออกแบบการยกกระชับเฉพาะบุคคล” เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่จุดกำเนิด ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน และมักจะแนะนำให้ทำเพียงปีละครั้งก็เพียงพอ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนเสมอไปนะคะ
ในขณะที่ HIFU แม้จะไม่มีหน้าจอแสดงผล แต่ก็เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการกระตุ้นคอลลาเจนในภาพรวม และด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ความเจ็บที่น้อยกว่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการ “บำรุงรักษาและป้องกัน” ค่ะ คนไข้บางท่านอาจมีสภาพผิวที่ดีอยู่แล้วและต้องการเพียงแค่คงความกระชับเอาไว้ หรือบางท่านอาจมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ การทำ HIFU อย่างสม่ำเสมอปีละ 2-3 ครั้ง ก็สามารถให้ผลลัพธ์ที่ดีในการชะลอวัยได้เช่นกันค่ะ
ดังนั้น การจะเลือกว่าอะไรเหมาะสมกว่ากัน ต้องอาศัยการประเมินจากแพทย์เป็นสำคัญค่ะ หมอจะต้องพิจารณาจากหลายปัจจัยมาก ไม่ว่าจะเป็น คุณภาพผิว, ระดับความหย่อนคล้อย, ชั้นไขมัน, โครงสร้างใบหน้า ไปจนถึงไลฟ์สไตล์และความคาดหวังของคนไข้แต่ละท่าน การมองว่านวัตกรรมที่ใหม่กว่าหรือแพงกว่าจะต้องดีกว่าเสมอไปจึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนักค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุดในแผนการรักษาเฉพาะบุคคลค่ะ
การพักหน้าในที่นี้หมายถึง การไม่ทำอะไรเพิ่มเติมกับผิวหน้า ที่อาจกระตุ้นหรือรบกวนผิวหลังการทำ Pico Laser เช่น การแต่งหน้า การขัดผิว การใช้สกินแคร์ที่มีสารออกฤทธิ์แรง (เช่น กรด AHA, BHA, Retinol) หรือการทำหัตถการอื่นๆ เพิ่มเติมในช่วงเวลาที่ผิวกำลังฟื้นตัวค่ะ
พูดง่ายๆ ก็คือ ให้ผิวได้พักและฟื้นตัวตามธรรมชาติ โดยเน้นการดูแลที่เรียบง่าย เช่น การล้างหน้าเบาๆ ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่อ่อนโยน และทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดเท่านั้นค่ะ การพักหน้าแบบนี้ไม่ได้ยุ่งยากและไม่กระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันเลยค่ะ
คางเอียง เกิดได้จากทั้ง “กระดูก” และ “กล้ามเนื้อ” ค่ะ บางคนมีโครงสร้างกระดูกขากรรไกรล่างที่ไม่สมมาตรกัน (เช่น กระดูกแต่ละข้างขนาดต่างกัน หรือผิดรูปมาตั้งแต่กำเนิด) บางรายกล้ามเนื้อบริเวณคางทำงานไม่สมดุล เช่น ใช้งานข้างใดข้างหนึ่งมากเกินไปหรือมีการหดเกร็ง พฤติกรรมประจำวันอย่างการเคี้ยวอาหารข้างเดียวหรือนอนตะแคงซ้ำๆ ก็อาจเป็นปัจจัยเสริมให้คางเอียงชัดขึ้นได้เช่นกัน ในบางคนสาเหตุอาจเกิดร่วมกันทั้งสองปัจจัย ทำให้รูปคางและใบหน้าโดยรวมดูไม่สมดุล ถ้ามีปัญหาแบบนี้ แล้วอยากจะแก้ไข อยากปรับรูปหน้าให้สมดุล เป็นธรรมชาติ หมอแนะนำให้เข้ามาปรึกษา เช็คโครงสร้างคางกันก่อน เพื่อประเมินสาเหตุอย่างถูกจุดและวางแผนแก้ไขที่เหมาะสมกับแต่ละคนค่ะ
หลังทำ Ulthera และ HIFU การดูแลผิวส่วนใหญ่จะคล้ายกัน เพราะทั้งสองเทคโนโลยีนี้ใช้พลังงานคลื่นเสียงเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนลึกใต้ผิว จึงอาจทำให้มีอาการบวม ตึง หรือรู้สึกระบมเล็กน้อยในช่วง 2-3 วันแรก แนะนำให้ประคบเย็น เลี่ยงแดดจัด และทาครีมกันแดดเป็นประจำ งดนวดหรือขัดถูผิวหน้าแรงๆ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนในการล้างหน้าและบำรุงผิวค่ะ
แต่หากเป็น Ulthera ผิวอาจรู้สึกตึงหรือระบมมากกว่า HIFU เล็กน้อย บางคนอาจมีรอยแดงหรือรอยช้ำเป็นจุด ๆ อยู่ได้ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งไม่ต้องกังวลเพราะจะค่อยๆ หายเองค่ะ โดยรวมการดูแลถือว่าใกล้เคียงกัน เพียงแต่ขอให้สังเกตอาการผิดปกติและพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อให้ผิวสร้างคอลลาเจนและฟื้นตัวได้ดีที่สุดค่ะ
ถ้าพูดถึงความเจ็บ หมอคิดว่าโบท็อกซ์นำอยู่นิดหน่อย เพราะฉีดกระจาย หลายจุดด้วย ส่วนฟิลเลอร์แล้วแต่คนแล้วแต่จุดด้วย คนไข้หมอหลายคนอาจสงสัยว่าทั้งสองอย่างนี้แตกต่างกันยังไง และการทำแต่ละอย่างรู้สึกยังไงบ้าง
โบท็อกซ์: การฉีดโบท็อกซ์จะช่วยให้ริ้วรอยดูเรียบเนียนขึ้น โดยจะใช้เข็มขนาดเล็กในการฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อ ซึ่งจะรู้สึกเหมือนถูกจิ้มเบาๆ ค่ะ ฉีดลดกราม ปรับหน้าเรียวหลายคนบอกว่ารู้สึกสบายๆ และไม่ต้องกังวลเลย
ฟิลเลอร์: ส่วนฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มบริเวณที่ต้องการ เช่น แก้ม ใต้ตา ริมฝีปาก หรือร่องลึกต่างๆ การฉีดฟิลเลอร์อาจรู้สึกมีความรู้สึกได้บ้าง เพราะเราจะฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนัง แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะฟิลเลอร์รุ่นใหม่ๆ มียาชาในตัว ทำให้รู้สึกสบายมากขึ้นระหว่างการทำหัตถการ ยิ่งทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวมากขึ้นไปอีก
โดยรวมแล้ว ทั้งสองอย่างนี้เป็นโปรแกรมที่ร่างกายรับได้ ไม่ได้เจ็บ ทรมาร ส่วนมากที่หมอเจอคือความตื่นเต้น ด้วยความที่ฉีดครั้งแรก พักผ่อนมาน้อยก็มีส่วน ทำให้ร่างกายเกร็ง กลายเป็นความรู้สึกเจ็บของคนไข้ได้ หมอเป็นคนนึงที่เจ็บง่ายมาก หมอทนได้ ทุกคนทนได้สบายค่ะ














![เลิกโบกคอนซีลเลอร์หนาเตอะ [รีวิวเติมเต็มใต้ตา] ที่เปลี่ยนใบหน้าให้สดใสเหมือนนอนเต็มอิ่ม](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-131-filler-under-eyes-cover.webp)

![[รีวิวฟิลเลอร์ขมับ] สวยละมุน พร้อมรับทุกมุมกล้อง เคล็ดลับหน้าอิ่มเอิบของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ทำอะไรมาดูเลย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-129-temple-filler-before-after-cover.webp)
![[รีวิวรักษาสิว] สิวฮอร์โมน หรือ สิวแพ้แมสก์? เคลียร์จบทุกปัญหา เห็นผลดีไม่มีเลี้ยงไข้ เพราะหมออยากให้ทุกคนหาย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/11/case-128-d-acne-size-L-dlovevery-clinic-8.webp)


