D’ Lovevery clinic
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก
โปรแกรม

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
APINYA SAOKAEW, M.D.
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
“I have been a patient of Dr. TAR for many years, and I have always been impressed with her skills and expertise. She is a true artist, and she always takes the time to understand my individual needs. I am so grateful to have found Dr. TAR, and I would not trust my appearance to anyone else.”

การที่แผลยังปิดไม่สนิททั้งที่ครบกำหนดตัดไหมแล้ว เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ หมอแนะนำว่าอย่าเพิ่งตัดไหมก่อนนะคะ ให้คนไข้กลับไปปรึกษาคลินิกที่ทำศัลยกรรม เพื่อให้หมอตรวจดูแผลก่อนค่ะ เพราะหมอเขาจะได้ประเมินสาเหตุและให้การรักษาที่เหมาะสม
ระหว่างนี้ หมอขอแนะนำให้
- ทำแผลให้สะอาดด้วยน้ำเกลือล้างแผลวันละ 2 ครั้ง
- ใช้ยาป้ายแผลตามที่หมอจ่ายให้อย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการโดนน้ำที่แผลโดยตรง
- สังเกตว่ามีอาการผิดปกติเพิ่มเติมไหม เช่น มีหนอง บวมแดง หรือปวดมากขึ้น
- รอดูแผลให้แห้ง ปิดสนิทแล้วหากำหนดตัดไหมใหม่ดีกว่าค่ะ
อาหารเสริมลดน้ำหนักส่วนใหญ่มีบทบาทเพียงแค่ “ตัวช่วยเสริม” เล็กน้อยเท่านั้น และ ไม่สามารถทดแทนการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายได้อย่างมีนัยสำคัญ (โฆษณาเกินจริงทำให้เข้าใจผิดได้) กลไกการทำงาน เช่น การดักจับไขมัน การเพิ่มการเผาผลาญ หรือลดความอยากอาหาร มักให้ผลลัพธ์ที่จำกัดและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ที่สำคัญที่สุดคือ หมอพบว่าอาหารเสริมลดน้ำหนักจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ไม่ผ่านการรับรอง มักมีการแอบแฝงสารอันตรายคล้ายยาลดน้ำหนัก ซึ่งนอกจากจะไม่ปลอดภัยแล้ว ยังก่อให้เกิด ผลข้างเคียงไม่รู้จบ เพราะส่วนมากคนไข้มักกินต่อเนื่องเป็นเวลานานเพื่อหวังผลลัพธ์ แต่กลับทำให้ ร่างกายพังไปโดยไม่รู้ตัว การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนและปลอดภัยที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ถ้ารู้สึกตัวเองเข้าข่ายโรคอ้วน หรือมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจใดๆ ค่ะ
สำหรับการรักษาคีลอยด์ที่ปีกจมูก หรือบริเวณผิวเหนือริมฝีปากบน ทั้งการ ฉีดยา และ เลเซอร์ มีขั้นตอนและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน รวมถึงระดับความเจ็บด้วยนะคะ อะไรมากกว่ากันหมอตอบยากมากเลย เพราะความรู้สึกของแต่ละคนก็ต่างกัน แถมบางเคสอาจจะต้องทำทั้งสองโปรแกรมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ตอนทำจะรู้สึกคนละแบบกันมากกว่า
- เวลาฉีดยา อาจรู้สึกเหมือนโดนมดกัดหรือเจ็บจี๊ดๆ จุดเดียวในตอนที่เข็มแทงเข้าผิว ซึ่งจะเจ็บกว่าฉีดยาปกติเล็กน้อยเพราะ เนื้อคีลอยด์มีความแน่นแข็ง และยาจะถูกฉีดเข้าไปใต้ผิวบริเวณที่มีพังผืดค่ะ
- หลังตัวยาเริ่มเข้าไป คนไข้จะรู้สึกว่า ตึงๆ ทั่วเนื้อคีลอยด์ เหมือนมีแรงดันเล็กน้อยด้านใน เพราะสารในยากำลังทำงาน
- ระหว่างยิงเลเซอร์ จะรู้สึกเหมือน โดนดีดหนังยางเบาๆ ซ้ำๆ ที่ผิวหนังในจุดคีลอยด์ ซึ่งมาเป็นจังหวะและเร็วมากค่ะ รู้สึก “ร้อนจี๊ด” นิดหน่อย แต่ไม่เจ็บลึกเหมือนการฉีด
- ใครอยากทา ยาชาก่อนทำ เพื่อลดความเจ็บ ก็ได้เหมือนกัน คนไข้บางคนจะรู้สึกเหมือนโดนความร้อนอุ่นๆ ร่วมกับแรงดีด แต่ไม่ถึงกับทรมานค่ะ
เรื่องการฉีดฟิลเลอร์ดอลลี่อายนี่ ต้องใช้ประสบการณ์สูงเลย ฉีดน้อยไปก็ไม่สวย ฉีดมากไป ก็โอเวอร์ไม่ธรรมชาติ
โดยเฉลี่ยแล้ว เราจะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 0.4 ถึง 1 ซีซี รวมทั้งสองข้างแล้วค่ะ อย่างที่บอกไปจะไม่ได้ตายตัวนะ ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ทั้งสภาพผิว โครงหน้า แล้วก็ว่าคุณอยากได้ผลลัพธ์แบบไหนด้วย
หมอแนะนำว่า เราค่อยๆ ทำทีละนิดดีกว่า ปลอดภัยกว่าด้วย ถ้ายังไม่พอค่อยมาเติมเพิ่มทีหลังได้
หมอยินดีให้คำปรึกษา ไม่คิดค่าใช้จ่ายค่ะ ทั้งการปรับรูปหน้า การฉีดสกินบูสเตอร์ เข้ามาตรวจสภาพผิว คุณภาพผิวหน้าก่อนได้ว่าตัวไหนเหมาะกับผิวเรามากที่สุด ค่อยตัดสินใจเลือกรับบริการได้ค่ะ หรือถ้าเป็นสกินแคร์สำหรับผิว เข้ามาทดลองทาได้ที่คลินิกได้เลยค่ะ
การจี้กระเนื้อหรือจี้ไฝ จริง ๆ แล้วใช้เวลาไม่นานเลยค่ะ ในกรณีที่ตำแหน่งไม่ได้เยอะมาก หรือเป็นขนาดเล็ก บางทีคนไข้แทบจะไม่รู้สึกเจ็บ รู้สึกเหมือนโดนจิ้ม ๆ เล็กน้อย และขั้นตอนจริงใช้เวลาประมาณ 1-5 นาทีเท่านั้น แต่หากใครยังไม่เคยเลเซอร์มาก่อนหรือรู้สึกกลัว หมอก็สามารถแปะยาชาให้ได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพียงแต่จะต้องรอให้ยาชาออกฤทธิ์ก่อนซึ่งใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ทำให้กระบวนการรวมทั้งหมดนานขึ้นกว่าการยิงเลเซอร์ทันที
สำหรับบางคนที่ต้องจี้หลายจุด หรือจี้ทั่วทั้งใบหน้า คอ หรือหลัง ระยะเวลาที่ใช้ก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนจุดที่ทำค่ะ แต่หมอเข้าใจคนไข้ที่กลัวเจ็บ การแปะยาชาจึงเป็นตัวเลือกที่ดี เพื่อให้มั่นใจและสบายใจมากขึ้น ดูตัวอย่างจากคลิปได้เลยนะคะ
หมอจะบอกว่า อุณหภูมิผิวที่เพิ่มขึ้นเพียง 1-2 องศาเซลเซียส จากการทำกิจกรรมหน้าเตาหรือออกแดด สามารถกระตุ้นให้ เส้นเลือดฝอยขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 20% ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ฝ้าดูเข้มขึ้นทันตาเห็นภายใน 10-15 นาที
ดังนั้นการที่ฝ้าเข้มขึ้นบางวันเกิดจาก “ปัจจัยกระตุ้นชั่วคราว” ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นของเม็ดสีถาวรเสมอไป โดยมีสาเหตุหลักจาก การขยายตัวของเส้นเลือดใต้ผิวเมื่อเจอความร้อน (Vascular Melasma) ทำให้สีฝ้าดูคล้ำขึ้น ร่วมกับ สภาวะผิวขาดน้ำ ที่ทำให้ผิวไม่สะท้อนแสงจนเห็นรอยดำชัดกว่าปกติ รวมถึง การแปรปรวนของฮอร์โมนและความเครียด ที่ไปสั่งการให้เซลล์เม็ดสีทำงานไวขึ้น ดังนั้นวันไหนที่คนไข้ ดูแลผิวให้อิ่มน้ำ หลบเลี่ยงความร้อน และพักผ่อนเพียงพอ ฝ้าก็จะดูจางลงราวกับหายไปเองได้ค่ะ อันนี้แหล่ะที่เขาเรียกว่าธรรมชาติของฝ้าของแท้เลย การรักษาจึงยากมากๆ แต่ก็ยังมีทางทำให้จาง หรือสงบลงได้ การใช้วิธีที่รุนแรง อยากหายไวๆ จึงไม่ใช่ทางออกของฝ้าค่ะ
เรื่องนี้มีทั้งส่วนที่ “จริงและไม่จริง” ผสมกันค่ะคนไข้ เพราะในขณะที่บางคนโชคดีผ่าตัดครั้งเดียวแล้วหายขาดได้เลย แต่ก็มีอีกหลายเคสที่ ยิ่งผ่ายิ่งนูนหนักกว่าเดิม หรือเกิดคีลอยด์ใหม่ลามไปตามแนวรอยเย็บจนดูน่ากังวลค่ะ สาเหตุเพราะร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่อบาดแผลต่างกัน หมอจึงมักแนะนำให้ใช้ การผ่าตัดร่วมกับการรักษาอื่น (Combined Therapy) เช่น การฉีดตัวยาลดการอักเสบหรือการทำเลเซอร์ เพื่อบล็อกไม่ให้เนื้อเยื่อเติบโตผิดปกติ และคนไข้ต้อง มีวินัยในการดูแลแผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเรียบเนียนและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีกค่ะ














![เลิกโบกคอนซีลเลอร์หนาเตอะ [รีวิวเติมเต็มใต้ตา] ที่เปลี่ยนใบหน้าให้สดใสเหมือนนอนเต็มอิ่ม](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-131-filler-under-eyes-cover.webp)

![[รีวิวฟิลเลอร์ขมับ] สวยละมุน พร้อมรับทุกมุมกล้อง เคล็ดลับหน้าอิ่มเอิบของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ทำอะไรมาดูเลย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-129-temple-filler-before-after-cover.webp)
![[รีวิวรักษาสิว] สิวฮอร์โมน หรือ สิวแพ้แมสก์? เคลียร์จบทุกปัญหา เห็นผลดีไม่มีเลี้ยงไข้ เพราะหมออยากให้ทุกคนหาย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/11/case-128-d-acne-size-L-dlovevery-clinic-8.webp)


