D’ Lovevery clinic
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก
โปรแกรม

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
APINYA SAOKAEW, M.D.
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
“I have been a patient of Dr. TAR for many years, and I have always been impressed with her skills and expertise. She is a true artist, and she always takes the time to understand my individual needs. I am so grateful to have found Dr. TAR, and I would not trust my appearance to anyone else.”

คนไข้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า “ก็ฉีดมาตั้งหลายสัปดาห์แล้ว ไม่เห็นมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ หรือใจสั่นเลย น่าจะเป็นยาแท้นะ” หมอขอเตือนตรงนี้เลยค่ะว่า “ห้ามนิ่งนอนใจเด็ดขาด!”
จากกรณีเคสคนไข้ที่เข้าไปใช้บริการคลินิกย่านรามอินทราตามที่เป็นข่าว โดยตั้งใจจะใช้ยา Mounjaro (ซึ่งเป็นยาแท้ที่ผ่าน อย.) แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่หลอกล่อให้เปลี่ยนไปใช้ยา “NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. ไทย เมื่อร่างกายได้รับสารแปลกปลอมที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองทางการแพทย์ ร่างกายจะเกิดกลไกต่อต้านอย่างรุนแรงทันทีค่ะ ในเคสนี้ส่งผลให้คนไข้เกิดภาวะทางเดินอาหารแปรปรวนอย่างรุนแรงและเกิดการอาเจียนไม่หยุด (Severe Vomiting) จนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในระดับวิกฤต
หรือแม้แต่ตัวยาอื่นๆ ยาปลอมบางชนิดไม่ได้ผสมสารอันตรายเฉียบพลัน แต่เป็นเพียงน้ำเกลือปนเปื้อน หรือสารเคมีไร้ประโยชน์ ซึ่งแม้จะไม่ทำให้คนไข้ช็อกในทันที แต่มันจะไม่มีผลในการคุมหิวหรือลดน้ำหนักเลย แถมเข็มและสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าไปซ้ำๆ อาจก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เกิดฝีหนองใต้ผิวหนัง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด รวมถึงอาจส่งผลเสียต่อตับและไตในระยะยาวโดยที่ร่างกายไม่ได้แสดงอาการเตือนใดๆ ออกมาในตอนแรกค่ะ
หมอขอเรียงลำดับขั้นตอนและแนะนำคนไข้เป็นข้อๆ สั้นๆ เข้าใจง่าย ถ้ามั่นใจว่าฉีดยาปลอมมาแน่ เพื่อให้คนไข้ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุดดังนี้ค่ะ
- ขั้นที่ 1: สังเกตอาการวิกฤต (ต้องรีบไปห้องฉุกเฉินทันที)
- มีอาการอาเจียนรุนแรงไม่หยุด ทานอะไรไม่ได้เลย (เสี่ยงช็อกจากการขาดน้ำ)
- มีอาการน้ำตาลตกเฉียบพลัน เช่น ตัวเย็น เหงื่อท่วม หน้ามืด ใจสั่น มือสั่นอย่างรุนแรง
- มีอาการแพ้ยารุนแรง หายใจติดขัด แน่นหน้าอก ตาบวม ปากบวม หรือผื่นขึ้นเห่อทั่วตัว
- บริเวณที่ฉีดมีอาการบวม แดง ร้อน ปวดระบม หรือมีหนองซึม (เสี่ยงผิวหนังติดเชื้อรุนแรง)
- ขั้นที่ 2: สังเกตอาการไม่รุนแรง (แต่ห้ามนิ่งนอนใจ)
- หากไม่มีอาการเฉียบพลัน หรือมีแค่ท้องอืด ท้องผูก พะอืดพะอมเล็กน้อย ก็ห้ามชะล่าใจ เพราะสารเคมีปลอมอาจกำลังแอบสะสมและทำลายระบบอวัยวะภายในเงียบๆ ให้รีบจดบันทึกวันเวลาที่ฉีดล่าสุดเพื่อเตรียมตัวไปพบแพทย์ค่ะ
- ขั้นที่ 3: ยังไม่พบอาการใดๆ ไปพบแพทย์และแจ้งข้อมูลแพทย์
- ให้ตรงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ที่มีแผนกอายุรกรรมโรคต่อมไร้ท่อหรือทางเดินอาหาร
- เปิดเผยความจริงกับคุณหมอทันทีว่า “สงสัยว่าได้รับยาควบคุมน้ำหนักปลอมที่คลินิกแอบผสมใส่ไซริ้งค์มาฉีดให้” พร้อมบอกจำนวนครั้งและวันเวลาที่ฉีดล่าสุดค่ะ
- ขั้นที่ 4: ขอตรวจเลือดรายการสำคัญเพิ่มเติม
- ตรวจตับอ่อน: ขอตรวจค่า CA 19-9 (เพื่อเฝ้าระวังความเสื่อมของตับอ่อน หากค่าพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องหยุดยาทันที) และตรวจระดับเอนไซม์ Amylase / Lipase (เพื่อเช็กภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน)
- ตรวจตับและไต: ตรวจค่า AST, ALT, ALP (ดูการอักเสบและสารพิษตกค้างในตับ) และค่า Creatinine, eGFR (เช็กระบบกรองของเสียของไต)
- ตรวจระดับน้ำตาลเฉียบพลัน: ตรวจค่า Fasting Blood Sugar (เช็กระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อป้องกันภาวะช็อก)
หลังการใช้ปากกาฉีดยา คนไข้ไม่จำเป็นต้องปิดพลาสเตอร์ แต่อย่างใดค่ะ เนื่องจาก หัวเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กจิ๋วมาก ทำให้เกิดบาดแผลบนผิวเพียงเล็กน้อย ร่างกายจึงสามารถ สมานรอยเข็มและหยุดเลือดได้เองในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งที่คนไข้ต้องทำมีเพียงแค่การ ใช้สำลีแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดก่อนฉีด และกดซับรอยเข็มเบาๆ หลังฉีด โดยหลีกเลี่ยงการนวดหรือคลึงบริเวณนั้น ก็ถือเป็นการดูแลความสะอาดที่เพียงพอและปลอดภัยแล้วค่ะ
เวลาจะตรวจเลือดเพื่อเช็ควิตามิน แร่ธาตุ หรือฮอร์โมน โดยทั่วไปแล้ว สิ่งที่ต้องงดคือ อาหาร ค่ะ ไม่จำเป็นต้องงดน้ำ น้ำเปล่าสะอาดดื่มได้ตามปกติเลยนะ เพราะน้ำช่วยให้ร่างกายเราทำงานได้ดีและช่วยให้เจาะเลือดง่ายขึ้นด้วย
เหตุผลที่ต้องงดอาหารประมาณ 8-12 ชั่วโมงก่อนตรวจ คือเพื่อไม่ให้อาหารที่เพิ่งกินเข้าไปไปปรับเปลี่ยนผลเลือด เช่น น้ำตาล ไขมัน หรือวิตามินที่เรากินเข้าไป เพราะมันอาจทำให้ผลตรวจไม่แม่นยำได้
สรุปว่า
- งดอาหาร อย่างเดียว (ประมาณ 8-12 ชั่วโมง)
- ไม่ต้องงดน้ำเปล่า ดื่มน้ำได้ตามสบายเลยค่ะ
- สำหรับบางการตรวจพิเศษ หมอหรือห้องแล็บอาจแจ้งว่าต้องเตรียมตัวเพิ่มเติมอย่างไร เช่นงดยาบางตัว หรืองดน้ำก็มี แต่กรณีนั้นจะมีคำแนะนำชัดเจนให้ค่ะ
ใครมีคำถามเรื่องการตรวจสุขภาพอื่นๆ ทักเข้ามาสอบถามกับคลินิกได้เลยนะคะ
สำหรับรอยแดงจากสิวโดยเฉพาะ หมอว่า Vbeam Perfecta ได้เปรียบมากกว่า เพราะเป็นเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาหลอดเลือดฝอยโดยตรงค่ะ แต่ส่วนมากคนไข้กังวลรอยดำมากกว่ารอยแดง เพราะรอยแดงมันอยู่ไม่นาน ประมาณ 7-20 วัน หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นรอยดำ และอยู่นานเป็นปีๆเลยถ้าไม่ได้รับการรักษา ดังนั้นต้องดูปัญหาเป็นเคสๆไปว่า ตอนนี้ผิวเรามีรอยดำ หรือรอยแดงมากกว่ากันด้วยค่ะ
IF หรือ Intermittent Fasting ที่สาวๆ หลายคนฮิตกัน จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่เลยค่ะ มันคือการกำหนด “ช่วงเวลาอด” กับ “ช่วงเวลากิน” ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้พักและซ่อมแซมตัวเอง เหมือนให้เวลาเซลล์ผิวเราได้ทำสปานั่นเองค่ะ หลักการง่ายๆ คือ แทนที่จะกินจุกจิกทั้งวัน เราจะรวบมื้ออาหารมาอยู่ในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น กินแค่ 8 ชั่วโมง และอด 16 ชั่วโมง (สูตร 16:8 ยอดฮิต) ประโยชน์ที่ได้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนักนะคะ แต่ยังช่วยให้ “ฮอร์โมน” ในร่างกายสมดุลขึ้น โดยเฉพาะอินซูลินที่ควบคุมน้ำตาล พออินซูลินนิ่ง ผิวก็อักเสบน้อยลง สิวไม่ค่อยมา แถมยังกระตุ้น “Growth Hormone” หรือฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์ ให้ทำงานดีขึ้นด้วย ผลที่ได้คือผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง และดูเด็กกว่าวัยค่ะ
การทำ IF ให้ได้ผลดีที่สุด ไม่ใช่การหักโหมอดนะคะ แต่คือ “ความสม่ำเสมอ” และ “การเลือกกิน” ในช่วงที่เรากินได้ค่ะ หมอแนะนำให้เริ่มง่ายๆ ที่ 2-3 วันต่อสัปดาห์ก่อน ให้ร่างกายได้ปรับตัว แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนวันเมื่อรู้สึกโอเค ที่สำคัญคือช่วงกิน (Feeding Window) ต้องไม่ใช่การ “กินล้างแค้น” นะคะ! เราต้องเลือกทานอาหารดีๆ มีประโยชน์ เน้นโปรตีนดี ผักใบเขียว และไขมันดี เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนต่างๆ ได้เต็มที่ ลองนึกภาพตามว่าเราอดเพื่อให้ร่างกายได้รีเซ็ต แล้วเราก็เติมเชื้อเพลิงคุณภาพดีเข้าไปใหม่ แค่นี้เครื่องยนต์ของเรา (หรือผิวสวยๆ ของเรา) ก็จะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เผาผลาญดีขึ้น ผิวสวยขึ้นจากภายในสู่ภายนอก แบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เลยล่ะค่ะ
สลายออกบางส่วนได้ค่ะ ส่งภาพมาประเมินค่าบริการก่อนได้ เพราะแต่ละเคสมีความยากง่ายต่างกัน
การฉีดฟิลเลอร์เพื่อทำดอลลี่อายมักใช้ปริมาณค่อนข้างน้อย เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่เล็กและต้องการความละเอียดสูง ซึ่งปกติจะใช้ฟิลเลอร์ประมาณ 0.2–0.5 cc ต่อข้าง หรืออาจมากกว่านี้เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับขนาดดอลลี่อายที่คนไข้ต้องการและโครงสร้างรอบดวงตาแต่ละคนค่ะ บางคนฉีดแล้วพอผ่านไปสักพัก อาจรู้สึกไม่ชอบความหนาของชั้นตา หรือก็อาจคิดว่าดอลลี่อายดูไม่เข้ากับใบหน้าตัวเอง
หากไม่ได้อยากสลายทั้งหมด แต่ต้องการปรับให้ดูบางลง หมอสามารถค่อยๆ ฉีด Hyaluronidase เพื่อสลายฟิลเลอร์ส่วนเกินได้อย่างเฉพาะเจาะจง โดยกระบวนการนี้ต้องทำกับหมอที่มีความชำนาญ เพราะบริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่ละเอียดอ่อนมาก การฉีดต้องคำนวณปริมาณเอนไซม์ให้พอดีเพื่อไม่ให้สลายมากจนหายเกลี้ยงไปทั้งหมด ซึ่งการสลายบางส่วนจะยากกว่าการสลายทั้งหมดด้วย จะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีโดยประมาณ
ถือว่าจริงค่ะ คนไข้คนไหนเป็นอยู่ถึงจะเข้าใจมากที่สุด เพราะยื้อกันนานเลยแหล่ะ
การรักษา ฝ้าลึก (Dermal Melasma) ถือเป็นความท้าทายที่สุดในวงการผิวพรรณ เพราะเม็ดสีฝังตัวอยู่ในชั้นหนังแท้ ซึ่งครีมทั่วไปเข้าถึงได้ยากและ ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด ประเภทจะเอาเลเซอร์มายิงโป้งๆ อย่างเดียวคือไม่ได้เลย การรักษาที่มีประสิทธิภาพจึงต้องอาศัยเทคโนโลยีที่ปล่อยพลังงานจำเพาะเจาะจงเพื่อย่อยสลายเม็ดสีโดย ไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสม (Heat Accumulation) ที่จะไปกระตุ้นให้ฝ้าเข้มขึ้น (Rebound)
สำหรับการรักษาปัญหาหลุมสิวและรูขุมขนกว้างนั้น ทั้ง Picosecond Laser และ Sylfirm X ต่างก็เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษา แต่มีกลไกการทำงานที่แตกต่างกัน โดย Picosecond จะใช้พลังงานเลเซอร์ความเร็วสูงระดับพิโกวินาทีสร้างการกระตุ้นคอลลาเจนเฉพาะจุด ในขณะที่ Sylfirm X ใช้เทคโนโลยีคลื่นคู่ผ่านเข็มขนาดเล็กที่สามารถเข้าถึงชั้นผิวได้หลายระดับ ทั้งนี้ การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความลึกของหลุมสิว ลักษณะรูขุมขน ประวัติการแพ้ และสภาพผิวของแต่ละบุคคล หมอสรุป รวบรวมข้อมูลเปรียบเทียบทั้งสองทรีทเม้นต์ไว้ในตารางด้านล่างนี้ เพื่อให้คุณได้เข้าใจความแตกต่างและข้อดีข้อจำกัดของแต่ละวิธีได้ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ














![เลิกโบกคอนซีลเลอร์หนาเตอะ [รีวิวเติมเต็มใต้ตา] ที่เปลี่ยนใบหน้าให้สดใสเหมือนนอนเต็มอิ่ม](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-131-filler-under-eyes-cover.webp)

![[รีวิวฟิลเลอร์ขมับ] สวยละมุน พร้อมรับทุกมุมกล้อง เคล็ดลับหน้าอิ่มเอิบของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ทำอะไรมาดูเลย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-129-temple-filler-before-after-cover.webp)
![[รีวิวรักษาสิว] สิวฮอร์โมน หรือ สิวแพ้แมสก์? เคลียร์จบทุกปัญหา เห็นผลดีไม่มีเลี้ยงไข้ เพราะหมออยากให้ทุกคนหาย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/11/case-128-d-acne-size-L-dlovevery-clinic-8.webp)


