ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

D’ Lovevery clinic

ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

hot program

โปรแกรม

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

  • Member of Dermatological Society of Thailand
  • Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
  • Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe

หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

หมอต้าร์-ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

APINYA SAOKAEW, M.D.

  • Member of Dermatological Society of Thailand
  • Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
  • Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe

หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

“I have been a patient of Dr. TAR for many years, and I have always been impressed with her skills and expertise. She is a true artist, and she always takes the time to understand my individual needs. I am so grateful to have found Dr. TAR, and I would not trust my appearance to anyone else.”

BEFORE & AFTER

ผลลัพธ์การรักษา

*ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล

รีวิวโปรจี้ติ่งเนื้อราคาเหมาที่จริงใจ คอ+เนินอก 8000 บาท ผ่าน 1 อาทิตย์ได้ผิวใหม่เนียนๆ

รีวิวโปรจี้ติ่งเนื้อราคาเหมาที่จริงใจ คอ+เนินอก 8000 บาท ผ่าน 1 อาทิตย์ได้ผิวใหม่เนียนๆ

รีวิวสลายฟิลเลอร์คางครั้งแรก มีทดสอบการแพ้ก่อนทำ ปลื้มเลย ปลอดภัยหายห่วงที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

รีวิวสลายฟิลเลอร์คางครั้งแรก มีทดสอบการแพ้ก่อนทำ ปลื้มเลย ปลอดภัยหายห่วงที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

เลิกโบกคอนซีลเลอร์หนาเตอะ [รีวิวเติมเต็มใต้ตา] ที่เปลี่ยนใบหน้าให้สดใสเหมือนนอนเต็มอิ่ม

เลิกโบกคอนซีลเลอร์หนาเตอะ [รีวิวเติมเต็มใต้ตา] ที่เปลี่ยนใบหน้าให้สดใสเหมือนนอนเต็มอิ่ม

ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้งแสบเพราะแอร์ออฟฟิศ? กอบกู้ผิวใน 30 นาที กับโปรแกรม D Facial

ผิวแพ้ง่าย ผิวแห้งแสบเพราะแอร์ออฟฟิศ? กอบกู้ผิวใน 30 นาที กับโปรแกรม D Facial

[รีวิวฟิลเลอร์ขมับ] สวยละมุน พร้อมรับทุกมุมกล้อง เคล็ดลับหน้าอิ่มเอิบของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ทำอะไรมาดูเลย

[รีวิวฟิลเลอร์ขมับ] สวยละมุน พร้อมรับทุกมุมกล้อง เคล็ดลับหน้าอิ่มเอิบของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ทำอะไรมาดูเลย

[รีวิวรักษาสิว] สิวฮอร์โมน หรือ สิวแพ้แมสก์? เคลียร์จบทุกปัญหา เห็นผลดีไม่มีเลี้ยงไข้ เพราะหมออยากให้ทุกคนหาย

[รีวิวรักษาสิว] สิวฮอร์โมน หรือ สิวแพ้แมสก์? เคลียร์จบทุกปัญหา เห็นผลดีไม่มีเลี้ยงไข้ เพราะหมออยากให้ทุกคนหาย

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

หมอสรุปตารางเปรียบเทียบการฉีด Ozempic ขนาด 0.5 mg และ 1 mg พร้อมแนวทางการฉีดใน 1 เดือนให้แล้วนะคะ

จากตาราง เราจะเห็นว่า

  1. ทั้งสองขนาดยาฉีดสัปดาห์ละครั้งเหมือนกัน
  2. ขนาด 0.5 mg จะใช้ยาน้อยกว่า ทำให้ 1 ปากกาใช้ได้นานกว่า
  3. ขนาด 1 mg จะใช้ยามากกว่า ทำให้ 1 ปากกาหมดเร็วกว่า

สำหรับแนวทางการฉีด หมอแนะนำให้ฉีดในวันเดียวกันของทุกสัปดาห์ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและการควบคุมระดับยาในร่างกายค่ะ สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม ทักไลน์มาปรึกษาหมอและทีมผู้ช่วยหมอได้เลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ฮิตติดปาก ติดโซเชียลไปเรียบร้อยกับคำว่า พส จีน หลายคนถามหมอว่า จะต้องทำโปรแกรมไหน ฉีดอะไร ถึงจะได้รูปหน้าแบบ พี่สาวจีน

พส.จีน คือ จะมีทรงหน้ารูปไข่ เป็นสิ่งที่สะท้อนความงามแบบสาวจีนได้ชัด ดังนั้นรูปหน้าควรเอื้อให้ได้สัดส่วนสมดุล หากยังไม่เอื้อ อาจต้องปรับแก้ตามปัญหาเฉพาะบุคคล เช่น กรามใหญ่ คางสั้น หรือแก้มตอบ ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วย โบท็อกซ์ หรือ ฟิลเลอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่ตอบโจทย์และปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามเทรนด์ เช่น ความละมุนแบบเกาหลีหรือความคมชัดแบบสายตะวันตก แต่ ช้าก่อน เทรนด์ความงามมีมามีไป สิ่งสำคัญคือการรักษาเอกลักษณ์ของตัวเอง

อ่านเพิ่มเติม

ไม่ต้องกังวลว่าจะน้อยไปนะคะ เพราะหมอก็ประเมินตามปัญหาผิว เริ่มต้นส่วนใหญ่ก็ 1-2 ขวด เพื่อดูการตอบสนองของผิวในแต่ละเคส Sculptra 1 ขวดมีประมาณ 10 cc โดยในขวดจะมีผง PLLA (Poly-L-Lactic Acid) 367.5 mg

การแบ่งฉีดตรงไหน ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคน แต่ถ้าให้สรุปให้เข้าใจง่ายก็ประมาณนี้ค่ะ

  1. ใบหน้าส่วนกลาง (Mid-face)
    • แก้มทั้ง 2 ข้าง ข้างละ 2-3 cc
    • ร่องแก้ม ข้างละ 1-1.5 cc
  2. ใบหน้าส่วนล่าง (Lower face)
    • กราม ข้างละ 1-1.5 cc
    • คาง 1-2 cc
  3. ขมับ: ข้างละ 1-1.5 cc

อ่านเพิ่มเติม

หมอขออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ นะคะ American Board of Medical Specialties หรือที่เรียกย่อๆ ว่า ABMS นี่เป็นองค์กรใหญ่ที่ทำหน้าที่รับรองความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของแพทย์ในสหรัฐอเมริกาค่ะ โดยมีคณะกรรมการถึง 24 สาขา เลยนะคะ ครอบคลุมความเชี่ยวชาญทางการแพทย์แทบทุกด้าน สิ่งที่สำคัญที่หมออยากให้ทราบคือ องค์กรนี้ไม่ได้เป็นผู้ออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ แต่จะทำหน้าที่ รับรองความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ของแพทย์แต่ละท่านค่ะ

ส่วนการได้รับการรับรองจาก ABMS นี่ถือเป็น มาตรฐานที่สำคัญมาก ในวงการแพทย์อเมริกันเลยค่ะ พวกหมอต้องผ่าน การฝึกอบรมและการสอบที่เข้มงวด และที่สำคัญคือต้อง พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการศึกษาและประเมินซ้ำเป็นระยะๆ ค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้คนไข้และโรงพยาบาลต่างๆ มั่นใจได้ ว่าแพทย์ที่ได้รับการรับรองจะมีความเชี่ยวชาญและทักษะที่ทันสมัยในการดูแลคนไข้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การรักษารอยแดงตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดโอกาสที่รอยแดงจะกลายเป็นรอยดำได้ค่ะ เพราะรอยแดงคือสัญญาณเริ่มต้นของการอักเสบที่อาจนำไปสู่การสร้างเม็ดสีที่มากเกินไป (PIH) ซึ่งเป็นสาเหตุของรอยดำ ดังนั้น การจัดการกับรอยแดงตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดรอยดำที่ฝังลึกและรักษายากกว่า

เปรียบเทียบง่ายๆ

  • รอยแดง: เหมือนไฟไหม้เล็กๆ ที่ยังสามารถดับได้ง่าย
  • รอยดำ: เหมือนตอไม้ที่ถูกไฟไหม้เกรียมแล้ว ดับยากกว่า และอาจต้องใช้เวลานานกว่าในการกำจัด

ดังนั้น หากคนไข้มีรอยแดงเกิดขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลและรักษาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้รอยแดงกลายเป็นรอยดำนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับรอยสิวที่คางที่อยู่มา 5 เดือนแล้วยังไม่หาย หมอขออธิบายแบบนี้ค่ะ

ถ้าไม่ทำอะไรเลย
รอยสิวแบบนี้ถือว่าอยู่ในช่วงปกติค่ะ เพราะรอยสิวโดยเฉพาะรอยแดงหรือรอยดำจากสิว อาจใช้เวลาหายเองได้ตั้งแต่ 3-6 เดือน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน และการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน เช่น การป้องกันแสงแดด ถ้าคนไข้ไม่ได้ทาครีมกันแดดหรือดูแลผิวดีพอ รอยอาจจะอยู่ได้นานกว่านี้ เป็นปีหมอก็เคยเจอค่ะ

ถ้าอยากให้หายไวขึ้น
หมอแนะนำว่าควรหาตัวช่วยค่ะ เช่น การใช้ครีมลดรอยสิวที่มีส่วนผสมของวิตามินซี, กรดอาซีลาอิก (Azelaic Acid) หรือเรตินอล ซึ่งช่วยลดรอยและกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวได้ แต่ถ้าคนไข้ต้องการผลลัพธ์ที่เร็วและชัดเจนขึ้น การทำเลเซอร์ เช่น IPL, Q-Switch, Pico Laser ก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ ราคาเรียงตามลำดับ เลเซอร์จะช่วยลดเม็ดสีใต้ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และทำให้รอยสิวจางลงได้เร็วกว่าเดิม โดยปกติหลังทำ 1-2 ครั้งก็เริ่มเห็นผลแล้วค่ะ

ใครมีรอยสิวมานาน ไม่ยอมจาง ลองส่งภาพ หรือเข้ามาปรึกษาเพิ่มเติมได้นะคะ จะได้ประเมินผิวและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

พบได้ทั่วไปค่ะ หมอตัดเรื่องเครื่องแท้เครื่องปลอมออกไปนะคะ เน้นที่กระบวนการเป็นหลัก

ในขณะเดียวกันก็มีหลายเคสที่ทำ Thermage แล้วเฉยๆ แต่ทำ Ulthera แล้วได้ผล ก็เยอะเหมือนกัน

สาเหตุเป็นเพราะ “การเลือกเครื่องมือไม่ตรงกับสภาพปัญหาผิว” คือพบบ่อยเกิน 90% เพราะไปคลินิกที่มีนวัตกรรมไหน เขาก็ต้องเชียร์เครื่องที่มีเป็นหลัก หมอถึงเลือกยืนข้างผลลัพธ์มากกว่าเครื่องมือ

ที่พบบ่อยอีกอย่างคือ ใบหน้าคนไข้บางเคส แม้จะเหมาะกับการยกกระชับด้วยคลื่นเสียง แต่พบว่าชั้นผิวชั้น SMAS นั้นอยู่ลึกกว่าคนทั่วไป (แต่พบไม่บ่อยนัก) เคสแบบนี้ต้องทำนาน ให้หัวยิงลึก พลังงานสูง บางเคสทนไม่ไหว ก็ต้องทำเท่าที่ไหว ผลลัพธ์ก็จะลดลง

โดย Ulthera เน้นการส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS เพื่อ “ยกโครงหน้า” เหมาะกับคนที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยแต่ไขมันน้อย ในขณะที่ Thermage ใช้พลังงานความร้อนกว้าง (Bulk Heating) เพื่อเน้น “กระชับผิวและลดวอลลุ่มไขมัน” จึงเหมาะกับคนไข้ที่มี เนื้อแก้มเยอะ ผิวหนังย้วย หรือมีไขมันสะสม ดังนั้นหากคนไข้มีเนื้อหน้าเยอะ การทำ Thermage ที่ช่วยทำให้ผิวแน่นและหน้าเล็กลงจึงเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและน่าพึงพอใจมากกว่าค่ะ

สรุปให้เข้าใจง่ายก็คือ สิ่งที่คนไข้คิดว่าดี อาจจะไม่ดีกับสภาพผิวเรา ไม่ใช่แค่เครื่องยกกระชับนะคะ ทุกโปรแกรมความงามสุขภาพเลย เราทึกทักเองไม่ได้เลยว่าอะไรจะเหมาะกับเรา การตรวจ การหาผลลัพธ์ทางตัวเลขวิทยาศาสตร์ ตรวจสุขภาพ วัดค่าต่างๆ ถึงจำเป็นมากๆยังไงละคะ

อ่านเพิ่มเติม

เห็นการถกเถียงกันของคนไข้ด้วยกันเอง หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์หลายคนก็พยายามออกมาอธิบายว่า มันเหมือนหรือมันต่าง “มันอยู่ที่ว่าถามใครมากกว่า” ถามหมอเถื่อน คลินิกเถื่อน ก็ต้องบอกว่าเหมือนกัน ตัวยาเดียวกัน แต่ถ้าถามสถานพยาบาลหรือแพทย์ที่มีจรรยาบรรณ มันคือตัวยาที่ระบุที่มาได้ชัดเจน กับไม่ชัดเจน (และอะไรที่ไม่ชัดเจนตรวจสอบไม่ได้ เราจะไม่ฉีดให้คนไข้) และเราจะประเมินเบื้องต้นว่ามันไม่ปลอดภัยไว้ก่อน

ส่วนคำว่า “เปปไทด์” เป็นคำกว้าง และรวมถึงคำว่า ปักปากกา ของที่ขายตามโซเชียลอาจอ้างว่าเป็น semaglutide/tirzepatide ตัวยาเดียวกัน แต่ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของขนาดยา ความบริสุทธิ์ และความปลอดเชื้อได้จริง จึงทำให้ เสี่ยงทั้งผลไม่ตรงที่หวังและความปลอดภัย

ฉะนั้นหมอไม่สนใจว่าคนไข้จะเรียกว่าอะไร แต่ทุกเครื่องมือ หรือตัวยาที่ผ่านมือหมอ จะต้องตรวจสอบได้เสมอ  แพทย์ประเมินก่อนจ่ายยาแบบรายบุคคลและสั่งยาที่อยู่ในระบบที่ตรวจสอบได้ เท่านั้นค่ะ

อ่านเพิ่มเติม