D’ Lovevery clinic
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก
โปรแกรม

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว
APINYA SAOKAEW, M.D.
- Member of Dermatological Society of Thailand
- Practical Cell Therapy, Association of Cell Therapy, Thailand
- Certificates for Aesthetic Medical procedure: Toxin, Filler, thread lift, Laser, Sculptra, Utracol, Exoxe
หมอเชื่อมั่นในการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาและออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล (Personalized Beauty) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
“I have been a patient of Dr. TAR for many years, and I have always been impressed with her skills and expertise. She is a true artist, and she always takes the time to understand my individual needs. I am so grateful to have found Dr. TAR, and I would not trust my appearance to anyone else.”

คีลอยด์มันเกิดได้ทุกจุดในร่างกายเลย เพียงแต่มีบางตำแหน่งที่มีแนวโน้มจะเกิดคีลอยด์ได้ง่ายกว่าค่ะ ได้แก่
- บริเวณหน้าอกและไหล่: เป็นพื้นที่ที่มีแรงตึงของผิวหนังสูง ทำให้เกิดคีลอยด์ได้ง่าย
- ต้นแขนด้านนอก: เป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวบ่อย ส่งผลให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการเกิดคีลอยด์
- หลังหู: เป็นบริเวณที่มีผิวบางและอ่อนนุ่ม ทำให้เกิดคีลอยด์ได้ง่าย โดยเฉพาะหลังการเจาะหู
- คอ: เป็นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้แผลหายยากและเสี่ยงต่อการเกิดคีลอยด์
- หน้าท้อง: โดยเฉพาะบริเวณรอบสะดือ มักพบการเกิดคีลอยด์ได้บ่อย
- หัวเข่าและข้อศอก: เป็นจุดที่มีการเคลื่อนไหวมาก ทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการเกิดคีลอยด์
คิ้วละคะหมอ ง่ายไหม อยากไปสักคิ้ว มีคนไข้หลายคนมาฉีดหน้าแล้วถามเรื่องนี้ คิ้วโอกาสเกิดได้น้อยค่ะ แต่ก็เกิดได้ ถ้าจะสักก็แค่ตรวจสอบสถานที่ ช่างสัก ว่ามีความชำนาญระดับไหน สักคิ้วสักบนผิวตื้น ความเสี่ยงการเกิดคีลอยด์ต่ำค่ะ
สำหรับการรักษาคีลอยด์ที่ปีกจมูก หรือบริเวณผิวเหนือริมฝีปากบน ทั้งการ ฉีดยา และ เลเซอร์ มีขั้นตอนและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน รวมถึงระดับความเจ็บด้วยนะคะ อะไรมากกว่ากันหมอตอบยากมากเลย เพราะความรู้สึกของแต่ละคนก็ต่างกัน แถมบางเคสอาจจะต้องทำทั้งสองโปรแกรมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน ตอนทำจะรู้สึกคนละแบบกันมากกว่า
- เวลาฉีดยา อาจรู้สึกเหมือนโดนมดกัดหรือเจ็บจี๊ดๆ จุดเดียวในตอนที่เข็มแทงเข้าผิว ซึ่งจะเจ็บกว่าฉีดยาปกติเล็กน้อยเพราะ เนื้อคีลอยด์มีความแน่นแข็ง และยาจะถูกฉีดเข้าไปใต้ผิวบริเวณที่มีพังผืดค่ะ
- หลังตัวยาเริ่มเข้าไป คนไข้จะรู้สึกว่า ตึงๆ ทั่วเนื้อคีลอยด์ เหมือนมีแรงดันเล็กน้อยด้านใน เพราะสารในยากำลังทำงาน
- ระหว่างยิงเลเซอร์ จะรู้สึกเหมือน โดนดีดหนังยางเบาๆ ซ้ำๆ ที่ผิวหนังในจุดคีลอยด์ ซึ่งมาเป็นจังหวะและเร็วมากค่ะ รู้สึก “ร้อนจี๊ด” นิดหน่อย แต่ไม่เจ็บลึกเหมือนการฉีด
- ใครอยากทา ยาชาก่อนทำ เพื่อลดความเจ็บ ก็ได้เหมือนกัน คนไข้บางคนจะรู้สึกเหมือนโดนความร้อนอุ่นๆ ร่วมกับแรงดีด แต่ไม่ถึงกับทรมานค่ะ
Juvelook (จูวีลุค) ก็ถือเป็น Biostimulator เหมือนกันกับพวก Sculptra, Radiuses ต่างที่เขาจะเรียกว่า Hybrid Biostimulator ก็เพราะว่า ตัวนี้มีส่วนผสมที่โดดเด่นคือ PDLLA และ HA ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในวงการความงามว่า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง รูขุมขนกระชับ มีการระบุว่าอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลรวมถึงการดูแลผิวหลังทำด้วยนะคะ
ตัวไหนเหมาะกับผิวเรา เบื้องต้นต้องเอาผิวมาให้หมอประเมินก่อนว่า ปัญหาผิวเราตอนนี้เป็นแบบไหน ผิวต้องการอะไรมากที่สุด หมอถึงจะแนะนำได้ว่า โปรแกรมไหนเหมาะกับปัญหาของคนไข้มากที่สุด #skinsays #ฟังผิวบ้างเพราะผิวก็พูดได้
เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ จริงๆ แล้วผลลัพธ์หลังทำหัตถการจะอยู่ได้นานแค่ไหน นอกจากจะขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์และผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้แล้ว “ไลฟ์สไตล์” ของเราก็เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งค่ะ อาจส่งผลให้ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
ไลฟ์สไตล์หลักที่ส่งผลให้ผลลัพธ์จางไวขึ้น ดังนี้ค่ะ
- สายปาร์ตี้ (นอนน้อย): การพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานผิดปกติ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ออกมามากขึ้น ซึ่งจะไปเร่งการสลายของคอลลาเจนและสารเติมเต็มต่างๆ นอกจากนี้ยังทำให้ระบบซ่อมแซมของผิวทำงานได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ผิวแก่เร็วและผลลัพธ์อยู่ได้สั้นลง
- กลุ่มเอาท์ดอร์ (ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง): การเผชิญกับแสงแดดเป็นประจำโดยไม่มีการป้องกันที่ดีพอ จะทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว เนื่องจากรังสี UV เป็นตัวการสำคัญในการทำลายโครงสร้างผิว ดังนั้น ใครที่ชอบกิจกรรมกลางแจ้งจึงควรทาครีมกันแดดสม่ำเสมอเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานที่สุด
- สายกินหวาน (ชอบน้ำตาล): น้ำตาลที่เราบริโภคเข้าไป โดยเฉพาะในปริมาณมาก จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับโปรตีนคอลลาเจนในผิว (กระบวนการ Glycation) ทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพ เปราะ และแตกหักได้ง่าย ส่งผลให้เซลล์ผิวแก่เร็วขึ้นและทำให้ผลลัพธ์จากหัตถการสลายไปไวกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ
ดังนั้น เพื่อให้ผลลัพธ์ความงามอยู่กับเราไปนานๆ การดูแลตัวเองควบคู่ไปกับการทำหัตถการจึงเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ
No No No! ค่ะ การฉีดหรือดริป Omega 3 เข้าร่างกายโดยตรงนั้นไม่ใช่วิธีมาตรฐานและไม่แนะนำสำหรับวัตถุประสงค์ทั่วไป ค่ะ เนื่องจาก Omega 3 เป็นกลุ่มไขมันที่ต้องมีการเตรียมพิเศษอย่างมากในรูปแบบของ ไขมันอิมัลชัน (Lipid Emulsion) หากจะให้ทางหลอดเลือดดำ และมักใช้ในกรณีทางการแพทย์ที่จำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนไข้ เพราะฉะนั้น อย่าไปฟังคลิป TikTok เยอะนะคะ ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้องและปลอดภัยมักมีรายละเอียดที่ซับซ้อนและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แม้ว่า เกินกว่าครึ่งของข้อมูลในแพลตฟอร์มนั้นอาจมาจากบุคลากรทางการแพทย์จริงๆ แต่ก็ยังมีส่วนที่ต้องตรวจสอบและไม่เหมาะกับการนำมาปฏิบัติเองโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ หมอจึงแนะนำให้คนไข้ได้รับ Omega 3 จาก การรับประทานอาหารธรรมชาติ เช่น ปลาทะเลน้ำลึก หรือ อาหารเสริมน้ำมันปลา ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการบำรุง ผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ลดการอักเสบ ชะลอวัย บำรุงสมอง และ เสริมสร้างสุขภาพหัวใจ ของคนไข้ให้แข็งแรงจากภายในได้อย่างแท้จริงค่ะ
ฝ้าฮอร์โมน ที่หมอพูดถึงนั้นเกิดจากฮอร์โมนในร่างกายที่เรียกว่า เอสโตรเจน (Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศในผู้หญิงค่ะ ฮอร์โมนตัวนี้เริ่มทำงานตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นเลยนะคะ เพราะมันมีบทบาทในการควบคุมรอบเดือนและสุขภาพของระบบสืบพันธุ์ แถมยังช่วยให้ผิวพรรณของผู้หญิงดูสดใสด้วย
แต่ในบางคน พอฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ การกินยาคุม หรือช่วงวัยทองที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างรวดเร็ว ผิวหน้าจะมีความไวต่อแสงมากขึ้น ทำให้เกิดฝ้าได้ง่าย โดยเฉพาะในอายุ 50 ปีขึ้นไป ที่เรื่องฮอร์โมนจะเปลี่ยนไปชัดเจนนะคะ
สำหรับผู้ชาย ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเกิดฝ้าฮอร์โมนค่ะ เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายของผู้ชายมีน้อยมาก เขาจะมีฮอร์โมนเพศชายชื่อ เทสโทสเตอโรน (Testosterone) เป็นตัวหลัก ฉะนั้น ฝ้าที่ผู้ชายเป็นมักจะเกิดจากแสงแดดหรือรอยโรคอื่น ๆ มากกว่า
ถ้ามีรอยดำสิวตื้น ๆ หรือเพิ่งเกิดใหม่ หมอแนะนำเริ่มจาก ฉีดหน้าใส ก่อน เพราะช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดรอยดำได้เร็วและราคาไม่แพง แต่ถ้ารอยดำเข้ม ฝังลึก หรือไม่หายด้วยวิธีอื่น หมอจะแนะนำ Pico Laser เพราะจัดการรอยลึกได้ตรงจุด พร้อมช่วยให้ผิวเรียนเนียนขึ้นด้วยค่ะ ทั้งสองวิธีสำคัญต้องทากันแดดทุกวันช่วยปกป้องผิวไม่ให้รอยดำเข้มขึ้นนะคะ
จากการแนะนำของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกา (AAD) อุณหภูมิน้ำที่เหมาะสมที่สุดต่อผิวหน้าไม่ใช่ทั้งน้ำเย็นจัดหรือร้อนจัด แต่คือ น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย (Lukewarm water ประมาณ 30-32°C) เพราะช่วยทำความสะอาดไขมันได้ดีโดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว
การล้างหน้าด้วยน้ำเย็นตลอด 1 ปี ไม่ได้ช่วยชะลอวัยหรือลดริ้วรอยลึกได้โดยตรง เหมือนการทำหัตถการทรีทเมนท์หรือทาครีมกลุ่ม Retinol ค่ะ แต่มีข้อดีคือช่วย กระชับรูขุมขนชั่วคราว ลดอาการบวมน้ำตอนเช้า และที่สำคัญที่สุดคือช่วย รักษาความชุ่มชื้นของผิวได้ดีกว่าการใช้น้ำอุ่น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแห้งกร้านอันเป็นสาเหตุของริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นวิธีนี้ถือเป็น Routine พื้นฐานที่ดี แต่ควรทำควบคู่กับการทากันแดดและมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อผลลัพธ์เรื่องชะลอวัยที่ชัดเจนค่ะ














![เลิกโบกคอนซีลเลอร์หนาเตอะ [รีวิวเติมเต็มใต้ตา] ที่เปลี่ยนใบหน้าให้สดใสเหมือนนอนเต็มอิ่ม](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-131-filler-under-eyes-cover.webp)

![[รีวิวฟิลเลอร์ขมับ] สวยละมุน พร้อมรับทุกมุมกล้อง เคล็ดลับหน้าอิ่มเอิบของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ทำอะไรมาดูเลย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/12/case-129-temple-filler-before-after-cover.webp)
![[รีวิวรักษาสิว] สิวฮอร์โมน หรือ สิวแพ้แมสก์? เคลียร์จบทุกปัญหา เห็นผลดีไม่มีเลี้ยงไข้ เพราะหมออยากให้ทุกคนหาย](https://dloveveryclinic.com/wp-content/uploads/2025/11/case-128-d-acne-size-L-dlovevery-clinic-8.webp)


