D’ DoubleLIFT มิติใหม่แห่งการยกกระชับ ลดไขมัน สร้างกรอบหน้าสวยในครั้งเดียว
ที่ ดีเลิฟเวอรี่ คลินิก เราภูมิใจนำเสนอโปรแกรม D’ DoubleLIFT นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ และมีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าค่ะ โปรแกรมนี้เป็นการผสานสองสุดยอดเทคโนโลยีแห่งการฟื้นฟูผิวพรรณอย่าง MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) และ RF (Radiofrequency) เข้าไว้ด้วยกันในเครื่องเดียว เพื่อมอบผลลัพธ์การยกกระชับที่เหนือกว่า การสลายไขมันเฉพาะจุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างกรอบหน้าคมชัด คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืนค่ะ

รีวิวหลังทำ



โปรแกรมยกกระชับ จะเหมาะกับปัญหาผิวของเราไหม?
| ปัจจัยในการพิจารณา | สำหรับผู้ที่ “ยังไม่เคยทำโปรแกรมยกกระชับมาก่อน” | สำหรับผู้ที่ “เคยยกกระชับแล้วไม่ได้ผล (หรือผลลัพธ์ไม่เป็นที่พอใจ)” |
|---|---|---|
| ความกังวลหลัก | – กลัวเจ็บ – ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน – ไม่มั่นใจว่าจะได้ผลหรือไม่ – กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและผลลัพธ์ที่คุ้มค่า – กลัวการผ่าตัด พักฟื้น | – ผิดหวังกับโปรแกรมเดิมที่เคยทำ – ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนกว่า – ต้องการหาวิธีใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพกว่า – กลัวเสียเงินซ้ำซ้อนแล้วไม่เห็นผลอีก – ต้องการความมั่นใจในเทคโนโลยีที่ใช้ |
| สิ่งที่มองหา | – วิธีดูแลผิวหน้าแบบไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น – ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ค่อยๆ ดีขึ้น – โปรแกรมที่ปลอดภัย มีการรับรอง – คลินิกที่น่าเชื่อถือ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ – การลงทุนที่คุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่ได้ | – นวัตกรรมใหม่ที่แก้ปัญหาเดิมได้ – โปรแกรมที่ผสานหลายเทคโนโลยีเพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุม – ความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล – เครื่องมือที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพสูง – ความมั่นใจว่าครั้งนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ |
| D’ DoubleLIFT ตอบโจทย์อย่างไร | – เริ่มต้นง่าย ไม่เจ็บ: เป็น Non-invasive ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่เคยทำมาก่อน – ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ: MMFU กระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน ผิวค่อยๆ กระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ – ปลอดภัย ได้มาตรฐาน: เครื่องมี อย.ไทย และการรับรองสากล ทำให้มั่นใจได้ – คุ้มค่า: ทำเพียงปีละ 1 ครั้ง ก็สามารถคงสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ได้ในระยะยาว | – เทคโนโลยีผสานพลัง (MMFU + RF): การรวม MMFU เพื่อยกกระชับลึก และ RF เพื่อสลายไขมันและฟื้นฟูผิวชั้นบน ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพกว่า – แก้ปัญหาไขมันสะสม: หากโปรแกรมเดิมไม่ได้ผลเพราะมีไขมันสะสม D’ DoubleLIFT สามารถสลายไขมันไปพร้อมยกกระชับได้ – ส่งพลังงานแม่นยำ: แพทย์สามารถปรับพลังงานได้ละเอียด ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพตรงจุดมากขึ้น แม้ผิวเคยดื้อต่อการรักษามาก่อน – ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า: ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดและการทำงานแบบ Dual Action จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่เคยผิดหวังจากโปรแกรมอื่นๆ ได้ดีกว่า |
| จุดเด่นที่น่าสนใจ | – ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น – กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว – ผิวดูอ่อนเยาว์และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ – ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล – คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการดูแลตัวเองระยะยาว | – ผสาน 2 เทคโนโลยี (MMFU & RF) ในเครื่องเดียว – ยกกระชับพร้อมสลายไขมันได้พร้อมกัน – เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุด ประสิทธิภาพสูง – ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่ซับซ้อน หรือมีไขมันสะสมร่วมด้วย – ผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนานกว่า |
| คำแนะนำสำหรับคุณ | “ก้าวแรกสู่ผิวอ่อนเยาว์อย่างมั่นใจ!” หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลตัวเองที่ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น แต่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติ D’ DoubleLIFT คือคำตอบที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นการยกกระชับผิว เพื่อให้คุณมีผิวที่กระชับ อ่อนเยาว์ และมั่นใจในทุกวันค่ะ | “เปลี่ยนความผิดหวัง ให้เป็นความมั่นใจอีกครั้ง!” หากคุณเคยลองโปรแกรมยกกระชับอื่นๆ แล้วยังไม่เห็นผล หรือต้องการนวัตกรรมที่เหนือกว่า เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและครอบคลุม ทั้งการยกกระชับและสลายไขมัน D’ DoubleLIFT คือทางเลือกใหม่ที่คุณไม่ควรมองข้ามค่ะ มาให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะคุณนะคะ |
ทำไมคุณผู้ชายถึงเลือก D’ DoubleLIFT?
โดยทั่วไปแล้ว โครงสร้างใบหน้าและการแสดงออกถึงความงามของผู้ชายและผู้หญิงจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งส่งผลต่อเป้าหมายในการยกกระชับใบหน้าด้วยค่ะ
| ประเด็น | ผู้ชาย | ผู้หญิง |
|---|---|---|
| เป้าหมายหลัก | เน้นกรอบหน้าคมชัด, ลดเหนียง, กรามชัด, ใบหน้าดูแข็งแรง, สดใสขึ้น, ลดความหย่อนคล้อยให้ดูอ่อนเยาว์ | เน้นใบหน้าเรียวเล็ก (V-Shape), แก้มกระชับ, ยกคิ้ว-หางตา, ลดริ้วรอย, คืนความอ่อนเยาว์และละมุน |
| จุดที่ให้ความสำคัญ | บริเวณกราม, กรอบหน้า, ใต้คาง (เหนียง), คอ | บริเวณแก้ม, โหนกแก้ม, ร่องแก้ม, หางตา, คิ้ว, เหนียง |
| ความกังวล | หน้าไม่คมชัด, มีเหนียง, ใบหน้าดูโทรม-ไม่สดใส, ผิวหย่อนคล้อยตามวัย | แก้มห้อย, มีริ้วรอย, ใบหน้าไม่เรียว, ผิวขาดความกระชับ |
| ผลลัพธ์ที่ต้องการ | กรอบหน้าแข็งแรง, ลดไขมันส่วนเกินที่ทำให้หน้าใหญ่, ใบหน้าดูสดชื่น, ดูสุขภาพดี | ใบหน้าเรียวสวย, ผิวตึงกระชับ, ริ้วรอยลดเลือน, ดูอ่อนกว่าวัย |
จากข้อมูลการรักษาคนไข้เคสผู้ชายที่เข้ามารับบริการที่คลินิก พบว่า คุณผู้ชายมักจะให้ความสำคัญกับการมีกรอบหน้าที่คมชัด กรามที่เด่นชัด และลดปัญหาเหนียง เพื่อให้ใบหน้าดูแข็งแรง สดใส และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ได้ต้องการใบหน้าที่เรียวเล็กแบบ V-Shape มากเท่าคุณผู้หญิงค่ะ
D’ DoubleLIFT ช่วยคุณผู้ชายได้อย่างไร?

ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนของ D’ DoubleLIFT สำหรับคุณผู้ชายที่ประสบปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยและมีร่องแก้มชัดค่ะ
- ภาพซ้าย (ก่อนทำ): จะสังเกตเห็นริ้วรอยบริเวณร่องแก้มและร่องน้ำหมาก ซึ่งทำให้ใบหน้าดูโทรมและไม่สดใส นอกจากนี้ ผิวบริเวณลำคอก็ดูไม่เรียบเนียนและขาดความกระชับ
- ภาพขวา (หลังทำ): หลังจากการทำ D’ DoubleLIFT ใบหน้าของคุณผู้ชายท่านนี้ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างชัดเจนค่ะ ริ้วรอยบริเวณร่องแก้มและร่องน้ำหมากดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเรียบเนียนและสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญคือ ผิวบริเวณลำคอดูกระชับและเรียบเนียนขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
จะเห็นได้ว่า D’ DoubleLIFT ช่วยตอบโจทย์ความต้องการของคุณผู้ชายที่อยากมีใบหน้ากระชับ กรอบหน้าคมชัด และดูดีขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการพักฟื้นเลยค่ะ

D’ DoubleLIFT คืออะไร พลังแห่งการผสาน MMFU & RF เพื่อผิวสวยสมบูรณ์แบบ
D’ DoubleLIFT (ดีดับเบิ้ลลิฟท์) คือระบบการยกกระชับผิวและปรับรูปหน้าแบบไม่ผ่าตัด ซึ่งใช้เทคโนโลยีจากเครื่อง Duolift ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด พัฒนาขึ้นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิมค่ะ เครื่องนี้รวมเอาพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบ Micro & Macro Focused Ultrasound (MMFU) และพลังงานคลื่นวิทยุ Radiofrequency (RF) มาทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด เพื่อแก้ปัญหาผิวหลวม ไม่กระชับ และไขมันส่วนเกินที่ทำให้ใบหน้าดูไม่เรียวสวยค่ะ
ด้วยดีไซน์ที่น้ำหนักเบา จับถนัดมือ ทำให้แพทย์สามารถควบคุมการส่งพลังงานได้อย่างแม่นยำและสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังสามารถปรับตั้งค่าพลังงานที่ Handpiece ได้เลย ทำให้การรักษามีความเฉพาะบุคคลสูงสุด และส่งพลังงานได้อย่างแรงและแม่นยำในทุกๆ shots เพื่อให้คุณมั่นใจได้ในผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพค่ะ

กลไกการทำงาน 2 พลังงานเพื่อการฟื้นฟูผิวจากภายในสู่ภายนอก
D’ DoubleLIFT โดดเด่นด้วยการทำงานของ Handpiece 2 ชนิด ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาผิวในมิติที่แตกต่างกัน แต่เสริมประสิทธิภาพซึ่งกันและกันค่ะ
- FL Handpiece (Focused Linear – MMFU Only)
- หัวนี้จะมุ่งเน้นการส่งพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ MMFU แบบ “เส้นตรง” (Linear Pattern) ที่มีความเข้มข้นสูงและแม่นยำ เข้าสู่ชั้นผิวในระดับความลึกต่างๆ (1.5, 2.0, 3.0, 4.5, 6.0, 9.0 มม.) ค่ะ พลังงานนี้จะไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นผิว ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยถูกยกกระชับขึ้น ลดริ้วรอยร่องลึก และสร้างกรอบหน้าให้คมชัดยิ่งขึ้นค่ะ
- SD Handpiece (Synergy Dotting – MMFU + RF Synergy Dotting)
- นี่คือนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ผสานพลังงาน MMFU แบบ “จุด” (Dot Mode) เข้ากับพลังงาน RF ค่ะ หัว SD Handpiece จะส่งพลังงานกระจายตัวเป็นจุดๆ พร้อมการ Pre-Heating ด้วย RF ทำให้เกิดความร้อนอย่างทั่วถึงในชั้นผิว กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เพิ่มการตอบสนองของเนื้อเยื่อ และเสริมสร้างคอลลาเจนอย่างเข้มข้น ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวกระชับ ลดริ้วรอย และที่สำคัญคือสามารถ สลายไขมันสะสม ในบริเวณที่ทำการรักษาไปพร้อมๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
การทำงานร่วมกันของทั้งสองหัว Handpiece นี้ ทำให้ D’ DoubleLIFT สามารถจัดการปัญหาผิวหลวม หย่อนคล้อย และไขมันสะสมได้อย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพสูงสุด มอบผลลัพธ์ผิวสวยสมบูรณ์แบบที่คุณปรารถนาค่ะ

ความสำคัญของชั้น SMAS ในการยกกระชับ
ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นโครงสร้างสำคัญที่แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการยกกระชับให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการทำหัตถการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยและสัญญาณแห่งวัย
| หัวข้อ | คำอธิบาย |
|---|---|
| SMAS คืออะไร? | SMAS ย่อมาจาก Superficial Musculoaponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่มีลักษณะเป็นพังผืดที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังและชั้นไขมัน โดยคลุมกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าและลำคอ มีความเชื่อมโยงกับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้า (Facial Expression Muscles) ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของใบหน้า |
| บทบาทของ SMAS ในโครงสร้างใบหน้า | SMAS ทำหน้าที่เป็นเหมือนโครงสร้างค้ำยันและพยุงผิวหนัง ไขมัน และกล้ามเนื้อของใบหน้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ใบหน้าดูเต่งตึงและมีรูปทรงที่กระชับ |
| การเปลี่ยนแปลงของ SMAS ตามวัย | เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้น SMAS จะลดลง ทำให้โครงสร้างนี้อ่อนแอลงและยืดหยุ่นน้อยลง ประกอบกับแรงโน้มถ่วง ทำให้ผิวหน้าและเนื้อเยื่อต่างๆ หย่อนคล้อยลงมา เกิดเป็นริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า และลำคอ |
| ทำไมโปรแกรมยกกระชับต้องทำงานกับ SMAS? | การแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยที่แท้จริงและให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน จำเป็นต้องจัดการกับสาเหตุหลักที่ชั้น SMAS การใช้พลังงานหรือเทคนิคต่างๆ เพื่อกระตุ้นหรือดึงรั้งชั้น SMAS จะช่วยให้โครงสร้างใบหน้าที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงกระชับขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และมีกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ |
| ตัวอย่างเทคโนโลยีที่พุ่งเป้าไปที่ SMAS | เทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมในการทำงานกับชั้น SMAS ได้แก่: \n- การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift Surgery): เป็นวิธีการที่ตรงที่สุดในการปรับโครงสร้าง SMAS \n- HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) หรือ MMFU: เช่น Ulthera Prime, Ultraformer III, D’ DoubleLIFT ที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงยิงลงไปถึงชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและทำให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อ \n- RF (Radiofrequency) บางประเภท: สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS ได้เช่นกัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน |

จุดเด่นของ D’ DoubleLIFT ที่ ดีเลิฟเวอรี่ คลินิก
เราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคุณค่ะ D’ DoubleLIFT มีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการยกกระชับและฟื้นฟูผิวหน้าของคุณผู้หญิงค่ะ
- เทคโนโลยีล่าสุดเพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า: เครื่อง Duolift เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม ทำให้คุณมั่นใจได้ในประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
- ผสาน 2 พลังงานทรงพลังในหนึ่งเดียว: รวม HIFU Single Dot (MMFU) และ RF 100,000 shots เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้สามารถยกกระชับและสลายไขมันได้พร้อมกันในครั้งเดียว ลดขั้นตอนและเพิ่มความสะดวกสบายค่ะ
- ความแม่นยำสูง ปรับพลังงานได้: แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถปรับตั้งค่าพลังงานได้โดยตรงที่ Handpiece ทำให้การรักษามีความละเอียดและเหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำค่ะ
- ส่งพลังงานเสถียร ผลลัพธ์สม่ำเสมอ: ด้วยระบบการส่งพลังงานที่แรงและแม่นยำในทุกๆ shots ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกพื้นที่ที่ได้รับการรักษาจะได้รับพลังงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นธรรมชาติค่ะ
- ครอบคลุมทุกปัญหาผิว: ไม่เพียงแค่ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย แต่ยังช่วยลดไขมันสะสมบริเวณเหนียงและแก้ม สร้างกรอบหน้า V-Shape ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อผิวที่ดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้นค่ะ
- ลดปัญหา “หน้ายุ่ง” คืนความอ่อนเยาว์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อยและไขมันสะสมที่ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า ให้กลับมาสดใส เฟิร์มกระชับ และมีกรอบหน้าที่ชัดเจนอีกครั้งค่ะ

เทียบชัด! 3 เครื่องยกกระชับสุดฮิต ดีต่างกันยังไง?
| หัวข้อ | D’ DoubleLIFT | Ultraformer III | Oligio |
|---|---|---|---|
| เทคโนโลยีหลัก | พลังงาน MFU + RF Synergy Dotting + Microneedle RF ในเครื่องเดียว | พลังงาน MFU | พลังงาน Monopolar RF |
| ปล่อยพลังงาน | ยิงได้ทั้งแบบ Dot และ Line | ยิงแบบ Dot (จุด) | ยิงแบบกระจายความร้อน |
| หลักการทำงาน | ปล่อยพลังงานมากกว่าแค่คลื่นอัลตราซาวด์ ยิงพลังงานเป็นจุดลึกพร้อมกระจายความร้อนแบบเส้น | ปล่อยพลังงานอัลตราซาวด์ ยิงพลังงานเป็นจุดลึกเฉพาะตำแหน่ง เน้นยกกระชับ | กระตุ้นคอลลาเจนด้วยความร้อน ลงลึก เน้นสลายไขมัน |
| ความลึกที่รองรับ | ชั้นหนังแท้ ชั้นไขมัน และชั้น SMAS | ชั้นไขมัน และชั้น SMAS | ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน |
| เหมาะกับ | ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง – มาก + มีไขมันสะสมใต้ผิว | ผิวหย่อนคล้อยปานกลาง – มาก แต่มีไขมันใต้น้อย | ไขมันสะสมใต้ผิวชั้นลึก ผิวหย่อนเล็กน้อย |
| การสลายไขมัน | มีทั้ง Dotting MFU และ หัว RF ช่วยสลายไขมันได้ | ไม่เน้นการสลายไขมัน | เน้นสลายไขมันตรงจุด ผิวบวม ไม่กระชับจากไขมัน |
| ความยืดหยุ่นในการรักษา | มีทั้งพลังงานอัลตราซาวด์ (Dot/Line) พลังงาน RF | มีเฉพาะพลังงานอัลตราซาวด์ชนิด Dot | พลังงาน RF อย่างเดียว |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นาน | ประมาณ 6 – 10 เดือน* (ขึ้นอยู่กับสภาพผิว) | ประมาณ 4 – 6 เดือน* (ขึ้นอยู่กับสภาพผิว) | ประมาณ 6 – 10 เดือน* (ขึ้นอยู่กับสภาพผิว) |
| ความรู้สึกขณะทำ | เจ็บน้อย ไม่ต้องพักฟื้น | เจ็บน้อย-ปานกลาง ไม่ต้องพักฟื้น | เจ็บน้อย อุ่น ๆ บริเวณใต้ผิว ไม่ต้องพักฟื้น |
ใครบ้างที่เหมาะกับ D’ DoubleLIFT?
โปรแกรม D’ DoubleLIFT เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่กำลังมองหาวิธีการดูแลผิวหน้าแบบไม่ผ่าตัด ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและยาวนาน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ค่ะ

- ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น
- ผู้ที่ต้องการลดไขมันสะสมบริเวณใบหน้า เหนียง กรอบหน้า หรือแก้ม
- ผู้ที่ต้องการสร้างกรอบหน้าให้คมชัด ดูเรียวสวย V-Shape
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูอ่อนเยาว์ ลดเลือนริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน โดยไม่ต้องเจ็บตัวมาก
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าเพียงปีละครั้ง ในราคาที่เข้าถึงได้และได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

เปรียบเทียบ D’ DoubleLIFT vs. ร้อยไหม ผิวแบบไหนเหมาะกับอะไร?
| คุณสมบัติของผิว | D’ DoubleLIFT (MMFU + RF) | ร้อยไหม (Thread Lifting) |
|---|---|---|
| ความหย่อนคล้อย | เล็กน้อยถึงปานกลาง เหมาะสำหรับผิวที่มีความหย่อนคล้อยไม่มาก หรือเพิ่งเริ่มมีอาการหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า หรือเหนียงเล็กน้อย รวมถึงผู้ที่ต้องการคงสภาพผิวให้กระชับและป้องกันความหย่อนคล้อยในอนาคต | ปานกลางถึงมาก เหมาะสำหรับผิวที่มีความหย่อนคล้อยค่อนข้างชัดเจน มีแก้มห้อย ร่องแก้มลึก หรือมีปัญหาความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อที่ต้องการการยกกระชับอย่างรวดเร็วและเห็นผลทันที |
| ไขมันสะสม | มีไขมันสะสมร่วมด้วย เหมาะเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้ม เหนียง หรือคางสองชั้น ที่ต้องการสลายไขมันไปพร้อมกับการยกกระชับ เพื่อให้กรอบหน้าเรียวชัดขึ้น | เน้นยกกระชับ ไม่เน้นสลายไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นการยกกระชับโครงสร้างผิวและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยขึ้นไป ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักในการสลายไขมันส่วนเกิน |
| ความหนาของผิว | ผิวทั่วไปถึงผิวที่มีความหนาปานกลาง เหมาะกับสภาพผิวส่วนใหญ่ เพราะพลังงาน MMFU สามารถลงลึกได้หลายระดับ และ RF ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนได้ทั่วถึง | ผิวที่มีความหนาปานกลาง ผิวที่บางเกินไปอาจเห็นรอยไหมได้ง่าย ส่วนผิวที่หนามากอาจให้ผลลัพธ์การยกกระชับได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร |
| ริ้วรอย | ริ้วรอยเล็กน้อยถึงปานกลาง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ริ้วรอยตื้นๆ ดูจางลง และผิวโดยรวมดูเรียบเนียนขึ้น | เน้นริ้วรอยจากความหย่อนคล้อย ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนลงมา ทำให้ริ้วรอยที่เกิดจากความหย่อนคล้อย เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ดูตื้นขึ้น |
| สภาพผิวโดยรวม | ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว: นอกจากยกกระชับแล้ว ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น รูขุมขนกระชับ และผิวดูเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์จากภายใน | ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับและดึงขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ V-Shape และยกกระชับผิวที่ห้อยลงมาอย่างชัดเจน |
| ความรู้สึก/ความเจ็บ | อาจรู้สึกอุ่นๆ จี๊ดๆ ขณะทำ แต่โดยทั่วไปแล้วทนได้ดี | อาจรู้สึกตึง เจ็บ หรือระบมเล็กน้อยขณะทำและหลังทำ อาจมีอาการบวม ช้ำได้ |
| การพักฟื้น | ไม่มี (Non-invasive) สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที | มีการพักฟื้นเล็กน้อย อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรอยเข็มในบางราย |



ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จาก D’ DoubleLIFT
หลังจากเข้ารับบริการ D’ DoubleLIFT คุณจะสามารถสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทันทีหลังทำ ทั้งผิวที่รู้สึกกระชับขึ้น กรอบหน้าที่ดูชัดเจนขึ้น และริ้วรอยที่ดูจางลงค่ะ ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดจะปรากฏให้เห็นภายใน 2-3 เดือนหลังการรักษา เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และจะคงอยู่ได้นานตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิวพรรณและสภาพผิวของแต่ละบุคคลนะคะ
(ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ D’ DoubleLIFT
| หัวข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| เทคโนโลยีหลัก | ผสาน MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) และ RF (Radiofrequency) เข้าด้วยกัน |
| ระยะเวลาเห็นผล | เห็นผลลัพธ์บางส่วนทันทีหลังทำ และผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะปรากฏใน 2-3 เดือน |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นาน | ประมาณ 6 เดือน – 1 ปี หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับการดูแลผิว สภาพผิว และปัจจัยเฉพาะบุคคลค่ะ |
| การพักฟื้น | ไม่มี ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที |
| ความรู้สึกขณะทำ | ขณะทำอาจรู้สึกอุ่นๆ และจี๊ดๆ บริเวณที่ได้รับการรักษา ซึ่งเป็นความรู้สึกที่สามารถทนได้ค่ะ หากกังวลสามารถแจ้งแพทย์เพื่อปรับระดับพลังงาน หรือพิจารณาการใช้ยาชาเพื่อความสบายระหว่างการทำได้นะคะ |
| การรับรองมาตรฐาน | ตัวเครื่องได้รับการรับรองมาตรฐานสากล CE, ISO13485 ผ่านการรับรอง อย.ไทย ทำให้มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยค่ะ |
| เหมาะสำหรับใคร | ผู้ที่ต้องการยกกระชับ ลดไขมัน สร้างกรอบหน้าคมชัด คืนความอ่อนเยาว์โดยไม่ต้องผ่าตัด และเหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการดูแลผิวหน้าปีละครั้งในราคาที่เข้าถึงได้ค่ะ |
คำแนะนำก่อนเข้ารับบริการ D’ DoubleLIFT
เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและความปลอดภัยสูงสุด เราแนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ก่อนเข้ารับบริการ D’ DoubleLIFT ค่ะ
- แจ้งประวัติสุขภาพ: กรุณาแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทาน รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และประวัติการแพ้ยาหรือสารต่างๆ ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนทำหัตถการนะคะ
- งดทำหัตถการที่ทำให้เกิดแผล: หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์ การทำทรีตเมนต์ หรือหัตถการอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดบาดแผลบนใบหน้า อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนวันนัดค่ะ
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและสารกระตุ้นผิว: งดการเผชิญแสงแดดจัดๆ และหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของกรด AHA/BHA หรือ Retinoids อย่างน้อย 3-5 วันก่อนเข้ารับบริการค่ะ
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ควรพักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ ก่อนวันเข้ารับบริการ เพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมค่ะ
การดูแลตัวเองหลังเข้ารับบริการ D’ DoubleLIFT
หลังจากการทำ D’ DoubleLIFT คุณสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพักฟื้นค่ะ อย่างไรก็ตาม เพื่อคงสภาพผลลัพธ์และดูแลผิวให้สวยงามยาวนานยิ่งขึ้น แนะนำให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้ค่ะ
- แต่งหน้าและบำรุงผิวได้ตามปกติ: คุณสามารถแต่งหน้าและใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามกิจวัตรประจำวันได้ทันทีหลังทำนะคะ
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด: งดการสัมผัสความร้อนจัด เช่น การอบซาวน่า การทำทรีตเมนต์ร้อน การแช่น้ำอุ่นจัด หรือการออกกำลังกายหนักๆ ที่ทำให้เหงื่อออกมาก ประมาณ 2-3 วันหลังทำค่ะ
- ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ: ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการทำลายคอลลาเจนค่ะ
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันจะช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวทำงานได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้ผิวชุ่มชื้นค่ะ
- อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น: อาจมีอาการบวมแดงหรือรู้สึกระบมเล็กน้อยในบริเวณที่ทำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะดีขึ้นเองภายใน 1-2 วันค่ะ หากมีอาการไม่สบายตัว สามารถประคบเย็นเพื่อบรรเทาอาการได้นะคะ หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความผิดปกติอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ
D’ DoubleLIFT แต่ละโหมดราคาเท่าไหร่
(Individual Handpiece Pricing)
| โปรแกรม | จำนวน Shot (FL) | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| FL (MMFU) | 300 | 15,900 |
| FL (MMFU) | 400 | 16,900 |
| FL (MMFU) | 500 | 17,900 |
| SD (MMFU+RF) | 600 | 15,900 |
| SD (MMFU+RF) | 800 | 16,900 |
| SD (MMFU+RF) | 1000 | 17,900 |

(Combined Handpiece Pricing)
| โปรแกรม | จำนวน Shot (FL/SD) | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| FL+SD (MMFU+RF) | 300/600 | 31,800 |
| FL+SD (MMFU+RF) | 300/800 | 32,800 |
| FL+SD (MMFU+RF) | 300/1000 | 33,800 |
| FL+SD (MMFU+RF) | 400/600 | 32,800 |
| FL+SD (MMFU+RF) | 400/800 | 33,800 |
| FL+SD (MMFU+RF) | 400/1000 | 34,800 |
| FL+SD (MMFU+RF) | 500/600 | 33,800 |
| FL+SD (MMFU+RF) | 500/800 | 34,800 |
| FL+SD (MMFU+RF) | 500/1000 | 35,800 |

ทำไมต้องเลือก D’ DoubleLIFT ที่ D’ Lovevery Clinic?
เราเข้าใจว่าการตัดสินใจเลือกคลินิกดูแลผิวหน้าเป็นสิ่งสำคัญ D’ Lovevery Clinic จึงมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่คุณ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ค่ะ
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ: ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ผู้มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case อย่างละเอียด เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาด้วย D’ DoubleLIFT ยกกระชับ ที่เหมาะสมกับคุณที่สุด
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน: ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส D’ DoubleLIFT ยกกระชับ ที่ไม่จำเป็น ให้คุณตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนและสบายใจที่สุด
- จ่ายสบายเลือกได้: มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต เพื่อให้การเข้าถึงการรักษาด้วย D’ DoubleLIFT ยกกระชับ เป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับคุณ
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม: ติดตามผลการรักษา D’ DoubleLIFT ยกกระชับ กับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง เพื่อให้มั่นใจในผลลัพธ์และความต่อเนื่องของการดูแลผิว
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง: รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการ D’ DoubleLIFT ยกกระชับ จริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer เพื่อให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงจากลูกค้าของเรา
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้: ทีมแพทย์ของเรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำ D’ DoubleLIFT ยกกระชับ สามารถตรวจสอบประวัติและใบรับรองได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก: คลินิกผ่านการรับรองมาตรฐาน มีบรรยากาศที่สะอาด ปลอดภัย และมีที่จอดรถฟรี เพื่อความสะดวกสบายของคุณ
- โปร่งใสและตรวจสอบได้: ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่ใช้ในการทำ D’ DoubleLIFT ยกกระชับ ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณ
สำหรับคนไข้ที่กังวลเรื่อง ถุงใต้ตา (ที่เห็นเป็นความนูน/บวมบริเวณเปลือกตาล่าง) ไม่ว่าจะเป็น HIFU หรือ Ulthera ล้วนเป็นทางเลือกที่ช่วย ลดความหย่อนคล้อย และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้บริเวณใต้ตาดู กระชับและเรียบเนียนขึ้น ได้ค่ะ โดยใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงในการยกกระชับผิว และแน่นอนว่าไม่ใช่ว่าทำแล้วจะ “หายหมด” เสมอไป ผลลัพธ์มักขึ้นกับ ระดับความหย่อนคล้อย และ ลักษณะของปัญหา ของแต่ละคนค่ะ ในบางเคสการฉีดฟิลเลอร์อาจจะช่วยได้ดีกว่าการใช้กลุ่มยกกระชับก็ได้เช่นกันค่ะ
อีกอย่างคนไข้มักสับสนกับจุด (Malar Bag) ถุงโหนกแก้ม เป็น “คนละจุดกัน” กับถุงใต้ตาค่ะ เพราะเป็นความหย่อน/การย้อยของเนื้อเยื่อบริเวณ โหนกแก้ม-ใต้ตาตอนบน ทำให้หน้าผิดปกติ หย่อนคล้อย ไม่สดใส ลักษณะจะออกเป็นแนว “ย้อยลง” มากกว่าบวมอยู่ที่เปลือกตาล่าง อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาบางแบบอาจ “คล้ายกัน” ในแง่ของหลักการคือการ ยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ว่าจะเป็น HIFU หรือ Ulthera ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ในการยกกระชับ หรือ EndoliftX with Ultrasound Precision ที่ใช้เลเซอร์ไฟเบอร์สลายไขมันและยกกระชับควบคู่กับการใช้อัลตราซาวนด์นำทางเพื่อความแม่นยำ ทั้งหมดนี้เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด และให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ แต่ในการแก้ไขนั้นขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและปริมาณไขมันของแต่ละบุคคล
การทานคอลลาเจนเป็นประจำจะช่วย เสริมสร้างสุขภาพผิวโดยรวมให้แข็งแรงจากภายใน และ เป็นเสมือน “พื้นฐานที่ดี” แต่ต้องแยกส่วนกันกับการทำหัตถการความงาม คอลลาเจนเหมือนกัน แต่กลไกการทำงานต่างกันมาก
การทานคอลลาเจนไม่ได้ช่วยยกกระชับใบหน้าโดยตรง หรือเสริมผลลัพธ์หัตถการอย่าง HIFU, RF, ร้อยไหมให้คงอยู่นานขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงค่ะ เพราะคอลลาเจนที่ทานจะถูกย่อยสลายเป็นกรดอะมิโนเล็กๆ ดูดซึมเข้ากระแสเลือด เพื่อสร้างโปรตีนและคอลลาเจนทั่วร่างกาย ไม่ใช่แค่ที่ผิวหน้าเท่านั้น ร่างกายจะจัดสรรไปใช้ในส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน เช่น กระดูก ข้อต่อ หรือส่วนที่สึกหรอ จึงไม่สามารถกำหนดให้ไปเสริมคอลลาเจนใต้ผิวหน้าเพื่อการยกกระชับโดยตรงได้ค่ะ
แม้คอลลาเจนจะช่วยบำรุงสุขภาพผิวโดยรวม ให้ผิวชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ลดริ้วรอยเล็กๆ ได้บ้าง แต่ไม่ใช่การสร้างโครงสร้างเพื่อการยกกระชับที่ชัดเจน หากต้องการแก้ไขผิวหย่อนคล้อยหรือผลลัพธ์ยกกระชับที่เห็นผล คุณหมอแนะนำว่าต้องอาศัยวิธีการที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับโครงสร้างผิวบริเวณนั้นๆ เช่น HIFU, RF หรือการร้อยไหม การเลือกวิธีที่เหมาะสม จำนวนช็อต จำนวนครั้ง หรือเส้นไหมที่ตอบโจทย์ ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ใช้แตกต่างกันไปจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดค่ะ
การที่ เหนียงไม่ยอมลด แม้จะใช้ปากกาลดน้ำหนักจนน้ำหนักตัวโดยรวมลดลงไปมากแล้วนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า ปากกาลดน้ำหนักมีจุดประสงค์หลักคือการลดไขมันสะสมโดยรวมทั่วร่างกาย ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสลายไขมันเฉพาะจุด หรือยกกระชับผิวบริเวณเหนียงโดยตรงค่ะ ดังนั้นการที่เหนียงยังคงอยู่จึงเป็นผลจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมกัน ทั้ง ไขมันสะสมเฉพาะจุด ที่ลดได้ยากกว่าบริเวณอื่น พันธุกรรม ที่กำหนดลักษณะการสะสมไขมันและโครงสร้างใบหน้า และที่สำคัญคือ ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน หรือการที่ผิวไม่สามารถหดตัวกลับไปกระชับได้ทันหลังจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วค่ะ
หากคุณคนไข้ต้องการแก้ปัญหาเหนียงอย่างตรงจุดจริงๆ หมอแนะนำว่าต้องพิจารณา การรักษาที่มุ่งเน้นบริเวณเหนียงโดยเฉพาะ ค่ะ ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถช่วยได้ เช่น
- การใช้เครื่องยกกระชับผิว อย่างเช่น เครื่องกลุ่ม Ultherapy, Thermage หรือ RF ต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณลำคอและใต้คาง กลับมาเฟิร์มและกระชับ ขึ้นค่ะ
- การสลายไขมันเฉพาะจุด สำหรับคนไข้ที่มีไขมันสะสมบริเวณเหนียงเป็นหลัก อาจพิจารณาการฉีดสารสลายไขมัน หรือใช้เทคโนโลยีสลายไขมัน หรือในบางกรณีอาจเป็นการดูดไขมัน (Liposuction) เพื่อ กำจัดไขมันที่ดื้อออกไปโดยตรง ค่ะ
หมอแนะนำให้คุณคนไข้เข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าของคุณคนไข้ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดค่ะ
จำนวนช็อต Ulthera SPT/Prime ที่เหมาะสมสำหรับทั่วใบหน้านั้น “ไม่มีตัวเลขตายตัว” ค่ะ และหมอต้องย้ำตรงนี้เลยว่า ไม่ควรยึดติดกับโปรโมชั่น หรือจำนวนช็อตที่เพื่อนทำมาเด็ดขาด! เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกันมากค่ะ
เป้าหมายของคุณคนไข้ที่อยากได้ “หน้ารัดกระโหลก” หรือ “กรอบหน้าชัดๆ” นั้น หมอเข้าใจดีเลยค่ะ แต่โปรแกรม Ulthera ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาผิวได้ทุกชั้น เสมอไป บางครั้งปัญหาความหย่อนคล้อยหรือไขมันที่สะสมอาจอยู่ในชั้นผิวที่ลึกกว่า หรือต้องแก้ไขด้วยวิธีการอื่น ๆ ค่ะ
ดังนั้น มีแต่คุณหมอเท่านั้นที่จะประเมินได้อย่างแม่นยำที่สุด ว่าควรใช้กี่ช็อต และลงพลังงานที่ระดับไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับ ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับคุณ ไม่ใช่แค่จำนวนช็อต แต่รวมถึงการพิจารณาว่า อาจจะต้องทำร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เช่น RF หรือร้อยไหม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คุณคนไข้คาดหวังจริง ๆ ค่ะ การประเมินก่อนทำ ไม่ใช่เพราะหมออยากปิดการขายเพิ่ม แต่ต้องการชี้ให้เห็นชัดๆ เข้าใจตรงกันว่า ปัญหาอยู่ระดับไหน และการรักษาก็ต้องสอดคล้องกัน หมอจะชี้ให้เห็นปัญหาไปพร้อมกับคุณหน้ากระจก และร่วมตัดสินใจกันว่าอะไรควรทำก่อนหลัง เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและเหมาะสมที่สุดค่ะ แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้ตัดสินใจ และสรุปผลหลังทำอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
เข้าใจถูกต้องค่ะ อาการหน้าคล้อยแบบนี้ ไม่ใช่แค่ปัญหาผิวหนัง แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ ชั้นกระดูกที่ยุบตัว ไขมันใต้ผิวเลื่อนตำแหน่งลง (เพราะมันเยอะ จนหนักเกินรับไหว) และพังผืดยึดเกาะ (SMAS) ที่อ่อนแรงลง ซึ่งสังเกตได้จากเวลาเอียงหน้าแล้วรู้สึกเนื้อไหล ขอบกรามไม่ชัด ร่องแก้มลึกขึ้นค่ะ การแก้ไขมีหลายระดับ — ตั้งแต่การใช้ คลื่นอัลตราซาวด์ (Ultherapy/HIFU) สำหรับคล้อยน้อย ไปจนถึง การร้อยไหม (Thread Lift) ที่เห็นผลทันทีสำหรับคล้อยปานกลาง และ การผ่าตัดดึงหน้า (Facelift) สำหรับคล้อยมาก ซึ่งให้ผลดีที่สุดอยู่ได้นาน 5-10 ปี
แต่สำหรับคนไข้ที่ยังไม่พร้อมทำศัลยกรรมหรือหัตถการที่มีแผลเปิด หมอแนะนำอีกทางเลือกที่ได้ผลดีมากคือ การรักษาแบบ 2 ชั้นผิว — ใช้ คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ (Ultherapy, HIFU) จัดการกับ ชั้น SMAS และพังผืดลึก ร่วมกับ คลื่น RF (Thermage, อื่นๆ) ที่ทำงานที่ ชั้นผิวหนังและคอลลาเจนชั้นกลาง โดยเว้นระยะห่างระหว่างการทำแต่ละครั้งอย่างเหมาะสม การทำร่วมกันแบบนี้จะช่วยทั้งยกและกระชับในแนวลึกไปพร้อมกับทำให้ผิวตึงกระชับจากด้านนอก ซึ่งเป็นทางเลือกที่หมอแนะนำบ่อยให้คนไข้ที่ยังไม่อยากผ่าตัดค่ะ หมอแนะนำให้มาตรวจประเมินโครงหน้าก่อนเลือกหัตถการนะคะ เพราะการรักษาที่ตรงจุดให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ
ไขมันที่หน้า ไร้ประโยชน์จริงไหม เพราะมีแต่คนอยากสลายออก เพราะอยากให้หน้าเล็กหน้าเรียวใช่ไหมละคะ แต่เดี๋ยวก่อน… ความจริงแล้วในทางการแพทย์ความงาม “ไขมันชั้นลึก” คือเสาเข็มชั้นดีที่คอยพยุงผิวหน้าให้ดูตึงกระชับ และอ่อนเยาว์ค่ะ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น เสาเข็มไขมันเหล่านี้จะค่อยๆ ฝ่อและทรุดตัวลง ทำให้ผิวหน้าชั้นบนที่เคยมีที่รองรับ สูญเสียฐานยึดเกาะ จึงเกิดความหย่อนคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง กลายเป็นปัญหาหน้าตก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัด และกรอบหน้าที่เบลอไม่คมชัดนั่นเองค่ะ
ด้วยหลักการความเข้าใจตรงนี้นี่เอง คลินิกของหมอจึงมี โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยกหน้า เอาไว้คอยดูแลคนไข้ค่ะ เพราะเมื่อสาเหตุหลักที่หน้าเราหย่อนคล้อยคือ “การสูญเสียปริมาตรไขมัน” การแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดจึงไม่ใช่การดึงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการ ใช้ฟิลเลอร์เข้าไปทำหน้าที่ทดแทนเสาเข็มไขมันที่หายไป เพื่อหนุนและพยุงโครงสร้างผิวจากชั้นลึก ผิวหน้าที่เคยหย่อนคล้อยก็จะถูกดันและยกกระชับกลับขึ้นไปในตำแหน่งเดิมสมัยสาวๆ ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ยกกระชับ และเด็กลงได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
และเรื่องของปริมาณไขมันบนใบหน้านี่แหละค่ะ ที่เป็นตัวตัดสินว่าเราควรยกกระชับด้วยวิธีไหน เพราะ เครื่องยกกระชับกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) อย่าง Thermage หรือ Oligio จะเหมาะมากกับคนไข้ที่มีไขมันชั้นตื้นเยอะ หน้าเนื้อเยอะ หรือมีเหนียง เพราะพลังงานความร้อนจะไปช่วยหดรัดไขมันและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นเฟิร์มขึ้น แต่ในทางกลับกัน สำหรับคนไข้ที่ไขมันชั้นลึกฝ่อตัวไปมาก มีปัญหาหน้าตอบ หรือโหนกแก้มชัด จะไม่เหมาะกับเครื่องกลุ่ม RF เพราะอาจไปสลายไขมันที่เหลืออยู่น้อยนิด ทำให้หน้ายิ่งดูตอบและโทรมกว่าเดิมได้ หมอจึงต้องประเมินใบหน้าคนไข้แบบ Case by Case ว่าโครงหน้าแบบนี้ควร “เติมเสาเข็มด้วยฟิลเลอร์” หรือ “กระชับไขมันด้วยเครื่อง RF” เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวย กระชับ และแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุดค่ะ
ตามหลักทฤษฎีแล้ว Thermage และ Ulthera สามารถทำในวันเดียวกันได้ เพราะพลังงานลงไปทำงานกันคนละชั้นผิวค่ะ แต่ใน “การรักษาหน้างานจริง” สิ่งที่หมอต้องประเมินอย่างละเอียดคือ คนไข้ทนความเจ็บสะสมไหวไหม? เพราะหลายๆ เคส แค่ทำเครื่องใดเครื่องหนึ่งแต่ต้องใช้จำนวนช็อตเยอะ ความร้อนและความเจ็บก็สะสมจนคนไข้เริ่มทนไม่ไหวแล้วค่ะ หากฝืนทำคู่กันไปอาจจะกลายเป็นประสบการณ์ที่ทรมานได้ ดังนั้นในการรักษาจริง หมอจะไม่ยึดตามทฤษฎีว่าทำได้แล้วจะต้องทำควบไปเลยทุกเคส แต่เราต้อง ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลเป็นหลัก หากดูแล้วร่างกายหรือผิวอาจจะรับภาระหนักเกินไป หมอจะแนะนำให้เลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน หรือเว้นระยะห่างตามสมควร เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเป๊ะที่สุดโดยไม่ต้องฝืนทนเจ็บจนเกินไปค่ะ
ขั้นตอนการเตรียมตัวและขั้นตอนพื้นฐาน แทบจะเหมือนกัน 100% เลยค่ะ รวมไปถึงเครื่องยกกระชับตัวอื่นๆด้วยนะคะ หลายคนอาจจะเคยทำตัว HIFU มาก่อน ถ้าวันนี้จะเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่สูงขึ้น บรรยากาศการรักษาไม่ได้ต่างจากเดิมเลยค่ะ
ทั้ง HIFU และ Ulthera มี ขั้นตอนการเตรียมผิว แปะยาชา และทาเจลเหมือนกันทุกประการ เป็นการยกกระชับที่ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้นทั้งคู่ค่ะ แต่จุดที่ต่างกันคือระหว่างทำการรักษา Ulthera จะมีหน้าจอให้หมอมองเห็นชั้นผิวลึก (SMAS) แบบเรียลไทม์ (เป็นสาเหตุให้คนไข้หลายคนสงสัย ทำไมหมอคุยน้อยจังตอนยิง Ulthera เพราะหมอต้องดูจอ ดูชั้นผิวทุกช็อตนั่นเอง) ทำให้ยิงได้แม่นยำสูงและให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่า (แต่ก็จะรู้สึกหน่วงและเจ็บกว่านิดนึง) ในขณะที่ HIFU จะไม่มีหน้าจอ ต้องอาศัยเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ล้วนๆ ซึ่งข้อดีคือเจ็บน้อยกว่าและราคาสบายกระเป๋ากว่าค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการและความพร้อมของคนไข้เลยนะคะว่าชอบแบบไหน










