ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

Karisma RH Collagen คืออะไร คอลลาเจนบริสุทธิ์ดียังไง เหมาะกับผิวแบบไหน ฉีดตรงไหนได้บ้าง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ติดตามผลการรักษา

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

สารกระตุ้นคอลลาเจน

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

Karisma RH Collagen โปรแกรมฟื้นฟูผิว คืนผิวแน่นกระชับ เติมเต็มหลุมสิว

หากคุณกำลังมองหาทางออกของปัญหาผิวเสื่อมโทรมตามวัย ริ้วรอย หรือหลุมสิว แต่กังวลเรื่องการฉีดสารเติมเต็มที่อาจดูไม่เป็นธรรมชาติ Karisma RH Collagen คือคำตอบค่ะ

นวัตกรรมงานผิวจากอิตาลี ที่เป็น “Soft Filler” และ “Biostimulator” ในหนึ่งเดียว โดดเด่นด้วยการใช้คอลลาเจนที่มีโครงสร้างเหมือนมนุษย์ถึง 99.9% ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และลดโอกาสการแพ้ได้ดี

Karisma คืออะไร? เจาะลึกนวัตกรรม RH Collagen เพื่อผิวสวย

Karisma (คาริสมา) คือ โปรแกรมฉีดฟื้นฟูผิวหน้าระดับพรีเมียม จัดอยู่ในกลุ่ม Hybrid Biostimulator ที่ผสานคุณสมบัติของการเติมเต็มริ้วรอยและการกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่เข้าด้วยกันค่ะ

หัวใจสำคัญของ Karisma คือเทคโนโลยี Rh Collagen (Recombinant Human Collagen) ซึ่งเป็นการสกัดคอลลาเจนจากเส้นใยไหม (Silkworm) ด้วยเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม ทำให้ได้คอลลาเจนที่มีความบริสุทธิ์สูง และมีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนกับคอลลาเจนของมนุษย์ (Type I) ถึง 99.9% ร่างกายจึงไม่มองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้เกิดการต่อต้านน้อยมาก (Bio-compatible) และปลอดภัยกว่าคอลลาเจนสกัดจากสัตว์ทั่วไปในอดีตค่ะ

3 พลังผสาน เพื่อการฟื้นฟูผิวแบบ 3 in 1

ใน Karisma 1 หลอด ประกอบด้วยส่วนผสมหลักที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว

  1. Rh Collagen (Recombinant Human Collagen): คอลลาเจนสายพันธุ์มนุษย์ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และเร่งการสมานแผล ทำให้ผิวแน่นกระชับ
  2. High Molecular Weight HA (Hyaluronic Acid): ไฮยาลูโรนิค แอซิด โมเลกุลใหญ่ ช่วยเติมความชุ่มชื้นทันที ให้ผิวดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว และลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ
  3. CMC (Carboxymethyl Cellulose): สารช่วยยับยั้งการสลายตัวของ HA ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น และช่วยพยุงผิวให้เกิดการยกกระชับ (Lifting Effect) ทันทีหลังทำ

Karisma ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

การฉีด Karisma ไม่ใช่แค่การเติมผิวให้เต็ม แต่เป็นการ “ซ่อมสร้าง” ผิวจากภายในค่ะ

  • ฟื้นฟูผิวโทรม ให้กลับมาสดใส: กู้ผิวหน้าที่อ่อนล้า ผิวขาดน้ำ ให้กลับมาชุ่มชื้น ดูโกลว์ใสสุขภาพดี (Glass Skin)
  • เติมเต็มหลุมสิวและรอยแผลเป็น: ช่วยกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนละเอียด
  • ลดเลือนริ้วรอย: จัดการริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา รอบปาก และลำคอ
  • ยกกระชับผิว: ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว (Skin Density) ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยดูตึงกระชับขึ้น
  • ผิวแข็งแรงขึ้น: เสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวทนต่อมลภาวะ ไม่แพ้ง่าย

เปรียบเทียบ Karisma vs คอลลาเจนสดอื่นๆ และกลุ่มงานผิว

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Karisma และผลิตภัณฑ์กลุ่มงานผิวอื่นๆ ในท้องตลาดค่ะ

หัวข้อเปรียบเทียบKarisma RH Collagenคอลลาเจนสดทั่วไป
(Fresh Collagen)
สารกระตุ้นคอลลาเจน
(Biostimulator อื่นๆ)
ชนิดของส่วนประกอบRh Collagen (เหมือนมนุษย์ 99.9%) + HA + CMCAtelocollagen (มักสกัดจากหมู/วัว)PLLA / PDLLA / CaHA (สารสังเคราะห์)
จุดเด่นหลักฟื้นฟูผิว + เติมเต็มหลุมสิว + ยกกระชับเน้นความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว ระยะสั้นเน้นกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ผิวแน่น
ความเข้ากันได้กับผิวสูงมาก (Bio-compatible) โอกาสแพ้ต่ำปานกลาง (อาจมีโปรตีนสัตว์ตกค้าง)ต้องระวังการเกิดก้อน (Nodule) ในบางราย
ระยะเวลาเห็นผลเห็นผลทันทีเรื่องความชุ่มชื้น เต็มที่ใน 1 เดือนเห็นผลไว แต่อยู่ได้สั้นกว่าใช้เวลา 1-3 เดือน ในการสร้างคอลลาเจน
ความเจ็บขณะทำเจ็บน้อย แสบน้อย (ตัวยา pH เป็นกลาง)อาจมีความรู้สึกแสบขณะดันตัวยาอาจมีความรู้สึกแสบหรือปวดหน่วงๆ
ราคาโดยประมาณ1x,xxx – 2x,xxx บาท3,xxx – 9,xxx บาท2x,xxx – 3x,xxx บาท
รูขุมขนกว้าง รักษาหลุมสิว

หมายเหตุ: ราคาอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและปริมาณที่ใช้ในแต่ละสถานพยาบาลค่ะ

คุณสมบัติโปรแกรม Collajuโปรแกรม Therafillโปรแกรม Karisma
ส่วนประกอบหลักAtelocollagen Type-13% Porcine CollagenRh Collagen + HMW-HA + CMC
ขนาดโมเลกุล / ปริมาณขนาด 0.88 ไมครอน ปริมาณ 30,000 ugความเข้มข้น 3%Collagen peptide 0.01% alpha chain
โครงสร้างคอลลาเจนTriple Helix ครบสมบูรณ์ (ไม่ผ่านการย่อยสลาย)Triple helix 3 สายครบRh Collagen: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
การทำงานหลักเติมเต็มผิวที่สูญเสียคอลลาเจน ฟื้นฟูโครงสร้างถึงระดับเซลล์เติมเต็มผิวที่ขาดคอลลาเจนทันทีHMW-HA: เติมเต็ม + ความชุ่มชื้น
CMC: เพิ่มประสิทธิภาพ HA
จุดเด่นเข้ากับร่างกายได้ดี ลดการตอบสนองจากภูมิคุ้มกันอนุมัติสำหรับปัญหาผิวหน้าผสมผสาน 3 ส่วนสำคัญ: โครงสร้าง + ชุ่มชื้น + ความเข้ากันได้กับร่างกาย

ใครบ้างที่เหมาะกับโปรแกรม Karisma?

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ติด
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องตื้นๆ ผิวไม่เรียบเนียน
  • ผู้ที่มีปัญหา “หลุมสิว” หรือแผลเป็น ต้องการเติมเต็มให้ผิวเรียบเนียน
  • ผู้ที่ต้องการงานผิวธรรมชาติ ไม่ต้องการให้รูปหน้าเปลี่ยนจนเกินไป
  • ผู้ที่ผิวแพ้ง่าย และกังวลเรื่องอาการแพ้สารเติมเต็ม

Karisma ฉีดตรงไหนได้บ้าง? แก้ปัญหาผิวได้ครอบคลุมทุกจุด

ความพิเศษของ Karisma คือความปลอดภัยและความเข้ากันได้ดีกับร่างกาย (Biocompatible) จึงสามารถฉีดได้หลายบริเวณที่มีความกังวล แม้ในจุดที่ผิวบอบบางค่ะ

  1. ทั่วใบหน้า (Full Face Rejuvenation): เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม แก้ปัญหาผิวโทรม แห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง ให้ผิวกลับมาแน่น อิ่มฟู และดูฉ่ำวาว (Glossy Skin) สุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
  2. บริเวณรอบดวงตาและหน้าผาก:
    • ริ้วรอยรอบดวงตา: ช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) และรอยตีนกา ให้ผิวรอบดวงตาดูสดใสขึ้น
    • หน้าผาก: เติมเต็มร่องริ้วรอยตื้นๆ ให้ผิวหน้าผากเรียบเนียนตึงกระชับ
  3. บริเวณแก้มและกรอบหน้า: ช่วยยกกระชับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย (Lifting) เพิ่มความหนาแน่นให้ชั้นผิว ทำให้แก้มดูเฟิร์มกระชับ และกรอบหน้าชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
  4. ริ้วรอยรอบปากและร่องแก้ม: ช่วยเติมเต็มร่องลึกบริเวณมุมปากและร่องแก้ม (Smile Lines) ที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ ให้กลับมาตื้นขึ้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง
  5. หลุมสิวและแผลเป็น (Acne Scars): จุดเด่นสำคัญของ Karisma คือการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ สามารถฉีดบริเวณหลุมสิวเพื่อกระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้น และปรับสภาพผิวบริเวณแผลเป็นให้เรียบเนียนสม่ำเสมอค่ะ
  6. ลำคอ (Neck): แก้ไขปัญหา “คอเป็นปล้อง” หรือผิวคอเหี่ยวย่น ช่วยคืนความตึงกระชับและลดเลือนริ้วรอยแห่งวัยบริเวณลำคอ
  7. เนินอก (Décolletage) และ หลังมือ (Hands): เป็นจุดที่บ่งบอกอายุได้ชัดเจนแต่ถูกละเลยบ่อย Karisma สามารถช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณเนินอกและหลังมือที่แห้งเหี่ยว ให้กลับมาอิ่มน้ำ เต่งตึง และดูเด็กลงได้ค่ะ

อยู่ได้นานแค่ไหนเมื่อเทียบกับโปรแกรมอื่นๆ

xychart-beta
    title "เปรียบเทียบระยะเวลา (เดือน)"
    x-axis ["คอลลาเจนสด", "Karisma", "Biostimulator"]
    y-axis "เดือน" 0 --> 25
    bar [3, 12, 24]

ข้อควรรู้ก่อนรับบริการ

เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุด ทางคลินิกได้รวบรวมข้อสงสัยไว้ที่นี่ค่ะ

ฉีด Karisma เจ็บไหมคะ?

ตัวยา Karisma มีค่า pH ที่เป็นกลาง ทำให้ขณะเดินยาคนไข้จะรู้สึกสบายผิว ไม่แสบเหมือนตัวยาอื่นๆ บางชนิดค่ะ ก่อนทำจะมีการแปะยาชาให้ เพื่อให้คุณลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายที่สุดขณะรับบริการค่ะ

ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และอยู่ได้นานไหม?

  • การเห็นผล: รู้สึกถึงผิวที่ชุ่มชื้นขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกค่ะ สำหรับผลลัพธ์เรื่องริ้วรอยและหลุมสิวที่ชัดเจน แนะนำให้ทำต่อเนื่อง 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน
  • ความคงทน: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวของแต่ละบุคคล) แนะนำให้มาเติม (Touch-up) ทุกๆ 6 เดือน เพื่อคงสภาพผิวสวยให้อยู่ตลอดไปค่ะ

หลังฉีดจะมีอาการบวมช้ำไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน?

อาจมีรอยแดงจากเข็มหรือตุ่มยาเล็กๆ ซึ่งเป็นเรื่องปกติค่ะ โดยรอยเหล่านี้จะยุบหายไปเองภายใน 24-48 ชั่วโมง (บางรายยุบใน 2-3 ชม.) สามารถใช้ชีวิตประจำวันและแต่งหน้าได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น ไม่ต้องลางานพักฟื้นค่ะ

Karisma อันตรายไหม มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

Karisma มีความปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย (Thai FDA) และมาตรฐานยุโรป (CE Mark) เนื่องจากเป็นคอลลาเจนที่โครงสร้างเหมือนมนุษย์ จึงลดความเสี่ยงเรื่องการแพ้ (Allergy) หรือการเกิดก้อน (Granuloma) ได้

การเตรียมตัวก่อนฉีด Karisma เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เพื่อให้การทำหัตถการเป็นไปอย่างราบรื่นและลดโอกาสเกิดรอยช้ำ ทางคลินิกขอแนะนำการเตรียมตัวดังนี้ค่ะ

  • งดยาและอาหารเสริมบางชนิด: ควรงดรับประทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs (เช่น แอสไพริน, ไอบูโพรเฟน), วิตามินอี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากแปะก๊วย หรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ (หากมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยา ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ)
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: ควรงดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเข้ารับบริการ เพื่อลดการสูบฉีดเลือด ซึ่งอาจทำให้เลือดออกง่ายหรือช้ำง่ายขึ้นค่ะ
  • งดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด: เช่น การออกกำลังกายหนักๆ หรือการซาวน่า ก่อนมารับบริการ
  • ดูแลผิวหน้า: หากมีการผลัดเซลล์ผิว สครับหน้า หรือทำเลเซอร์บริเวณที่จะฉีด ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-3 วัน และหากมีแผลติดเชื้อ หรือสิวอักเสบรุนแรงบริเวณที่จะฉีด แนะนำให้รักษาสิวให้หายดีก่อนนะคะ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมรับการฟื้นฟูค่ะ

ข้อปฏิบัติและการดูแลตัวเองหลัง รับบริการ Karisma

หลังทำทันที ผิวอาจมีรอยแดงหรือตุ่มยาเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปเองค่ะ เพื่อให้ตัวยาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและอยู่ได้นานขึ้น ควรปฏิบัติตัวดังนี้ค่ะ

24 ชั่วโมงแรก

  • หลีกเลี่ยงการจับ ลูบ หรือนวด: บริเวณที่ฉีด รวมถึงงดการกดสิว หรือทำทรีตเมนต์หน้า เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการเคลื่อนตัวของตัวยา
  • งดแต่งหน้า: แนะนำให้งดแต่งหน้าอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงในการระคายเคือง (หากจำเป็นจริงๆ สามารถแต่งหน้าบางๆ ได้หลังจาก 4-6 ชั่วโมงค่ะ)
  • ทำความสะอาดอย่างเบามือ: สามารถล้างหน้าได้ตามปกติด้วยน้ำเปล่าหรือโฟมสูตรอ่อนโยน ซับหน้าเบาๆ ไม่ถูแรงนะคะ

ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก

  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง: งดการทำเลเซอร์ร้อนทุกชนิด (RF, Thermage, Ulthera), การอบซาวน่า, แช่ออนเซ็น หรือตากแดดจัดๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนอาจทำให้โครงสร้างคอลลาเจนเสียรูปและสลายไวขึ้นค่ะ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่: อย่างน้อย 3-7 วัน เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบหรือบวมได้
  • ดื่มน้ำมากๆ: เนื่องจาก Karisma มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid (HA) การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ (ประมาณ 1.5 – 2 ลิตรต่อวัน) จะช่วยอุ้มน้ำ ให้ผิวฟูเด้ง และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
  • สังเกตอาการ: หากมีอาการปวด บวมแดงผิดปกติ หรือสีผิวเปลี่ยนไป ควรรีบติดต่อคลินิกทันทีค่ะ

ราคาและโปรโมชั่น Karisma

จำนวนราคาเหมาะสำหรับใคร?
1 กล่อง
(2 ml)
24,900.-เน้นทดลองหรือเก็บรายละเอียด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองครั้งแรก, เน้นเติมความชุ่มชื้นให้ผิว (Skin Booster) หรือเน้นแก้ปัญหาเฉพาะจุด เช่น รอบดวงตา หรือร่องแก้มตื้นๆ
2 กล่อง
(4 ml)
45,900.-ฟื้นฟูทั่วใบหน้า (ยอดนิยม) เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง หรือเริ่มมีริ้วรอยทั่วหน้า ปริมาณ 4 ml จะช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ฉ่ำวาว และเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น
3 กล่อง
(6 ml)
59,900.-จัดเต็มเพื่อการซ่อมแซม (คุ้มที่สุด) เหมาะสำหรับผู้ที่มี “หลุมสิวลึก” ผิวหย่อนคล้อย หรือต้องการฟื้นฟูทั้งใบหน้าและลำคอ (Neckline) ให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานที่สุดและราคาเฉลี่ยต่อกล่องถูกที่สุด
ปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาได้ฟรี ทักแชทเลยค่ะ!

รีวิวงานผิว Biostimulator

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

📍 สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง
โทร 064-424-6526

📍 สาขา Crystal Design Center (CDC)
โทร 095-236-4546

หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Ultra Filler” ตามคลินิกต่างๆ มาบ้างนะคะ แต่จริงๆ แล้วอยากจะอธิบายให้เข้าใจว่า สิ่งที่คลินิกพูดถึงกันบ่อยๆ นี้ ไม่ได้หมายถึงฟิลเลอร์ที่เราคุ้นเคยกันที่เป็นสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA Filler แบบทั่วไปค่ะ แต่เป็น “ไหมน้ำ Ultracol”  คือกลุ่มของสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Biostimulator นั่นเองค่ะ

ไหมน้ำตัวนี้ใช้เทคโนโลยี PDO Microsphere ซึ่งแตกต่างจาก HA Filler โดยตรง โดยหลักการทำงานของ Ultracol คือจะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มความหย่อนคล้อย และช่วยให้ใต้ตาที่คล้ำดูกระจ่างใสขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และยังมีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ค่ะ หลังเติมเต็มผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืนค่ะ

เทียบกับฟิลเลอร์ที่เป็นกล่องๆทั่วไปก็มีข้อดีข้อจำกัดแตกต่างกัน หมอจะเลือกใช้ตามปัญหาของคนไข้แต่ละคน จำนวน cc ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณและปัญหาของแต่ละบุคคลค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

โปรแกรม Planiti ฉีดได้หลายบริเวณเลย คนไข้หมอก็ทั่วหน้าและใต้ตาเป็นหลัก ถือเป็น Hybrid Biostimulator ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณใต้ตาอย่างตรงจุด ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ให้ผิวใต้ตาดูแน่นฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และช่วยให้ใต้ตาดูสดใส อ่อนเยาว์

  • แก้มตอบและแก้มกลาง เพื่อช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น ลดภาพหน้าดูเหนื่อยล้า
  • ขมับ ในคนไข้ที่มีความตอบจนใบหน้าดูมีเหลี่ยมหรือดูอิดโรย
  • กรอบหน้าและช่วงแก้มล่าง สำหรับปัญหาผิวเริ่มหย่อน ความคมชัดของกรอบหน้าลดลง
  • หน้าผาก เมื่อมีร่องหรือความแบนตอบที่เหมาะกับการวางแผนรักษา
  • ร่องแก้มและริ้วรอยตื้น เพื่อเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวในภาพรวม
  • ลำคอหรือหลังมือ ในบางเคสที่ต้องการดูแลผิวบางและริ้วรอยแห่งวัย

ให้คนไข้นึกภาพง่าย ๆ ว่า ฟิลเลอร์เหมือนการเติมหมอนให้เต็มทันที จึงเหมาะกับการปรับทรงหรือเติมร่องลึกเฉพาะจุด ส่วน PLANITI เหมือนการค่อย ๆ ปรับคุณภาพของเบาะรองรับใต้ผิว ให้ผิวมีคอลลาเจนเพิ่มขึ้นและดูแน่นฟูอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

ราคา 25,000 บาท/ขวด

อ่านเพิ่มเติม

การทานคอลลาเจนเป็นประจำจะช่วย เสริมสร้างสุขภาพผิวโดยรวมให้แข็งแรงจากภายใน และ เป็นเสมือน “พื้นฐานที่ดี” แต่ต้องแยกส่วนกันกับการทำหัตถการความงาม คอลลาเจนเหมือนกัน แต่กลไกการทำงานต่างกันมาก

การทานคอลลาเจนไม่ได้ช่วยยกกระชับใบหน้าโดยตรง หรือเสริมผลลัพธ์หัตถการอย่าง HIFU, RF, ร้อยไหมให้คงอยู่นานขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงค่ะ เพราะคอลลาเจนที่ทานจะถูกย่อยสลายเป็นกรดอะมิโนเล็กๆ ดูดซึมเข้ากระแสเลือด เพื่อสร้างโปรตีนและคอลลาเจนทั่วร่างกาย ไม่ใช่แค่ที่ผิวหน้าเท่านั้น ร่างกายจะจัดสรรไปใช้ในส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน เช่น กระดูก ข้อต่อ หรือส่วนที่สึกหรอ จึงไม่สามารถกำหนดให้ไปเสริมคอลลาเจนใต้ผิวหน้าเพื่อการยกกระชับโดยตรงได้ค่ะ

แม้คอลลาเจนจะช่วยบำรุงสุขภาพผิวโดยรวม ให้ผิวชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ลดริ้วรอยเล็กๆ ได้บ้าง แต่ไม่ใช่การสร้างโครงสร้างเพื่อการยกกระชับที่ชัดเจน หากต้องการแก้ไขผิวหย่อนคล้อยหรือผลลัพธ์ยกกระชับที่เห็นผล คุณหมอแนะนำว่าต้องอาศัยวิธีการที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับโครงสร้างผิวบริเวณนั้นๆ เช่น HIFU, RF หรือการร้อยไหม การเลือกวิธีที่เหมาะสม จำนวนช็อต จำนวนครั้ง หรือเส้นไหมที่ตอบโจทย์ ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ใช้แตกต่างกันไปจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

เทรนด์ปรุงจืด หมอให้เข้าใจได้เร็วๆก็คือ คนที่แต่งหน้าจัดเต็ม แต่โทนสีนู้ดๆ นัวๆ ตุ่นๆ ดูธรรมชาติ ไม่ใช่แนวใสๆแต่งแบบไม่แต่งไม่ใช่แบบนั้น คนละความหมาย

ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้เลย เพราะมันไม่ใช่การปล่อยหน้าสดแบบไม่ดูแลตัวเอง แต่คือศิลปะการโชว์ผิวและโครงสร้างใบหน้าที่มีคุณภาพดีที่สุดจากภายใน โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้การแต่งหน้าน้อยๆ ดูสวยแพงและไม่โทรม คือการมีโครงสร้างใบหน้าที่สมดุล ไม่มีรอยยุบใต้ตาหรือแก้มตอบที่ทำให้หน้าดูมีเงาดำ รวมถึงการมีคุณภาพผิวที่แน่น กระชับ และอิ่มฟูสะท้อนแสงธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งการดูแลด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่น ฟิลเลอร์งานผิว ปรับรูปหน้า, ฉีด PN เพิ่มความชุ่มชื้น เครื่องยกกระชับ และการเติมสารอาหารบำรุงชั้นผิว จะช่วยสร้าง “ต้นทุนผิวที่ประณีต” ให้คุณพร้อมเผยผิวสวยอย่างมั่นใจในทุกๆ วันค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ 

ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ตามหลักทฤษฎีแล้ว Thermage และ Ulthera สามารถทำในวันเดียวกันได้ เพราะพลังงานลงไปทำงานกันคนละชั้นผิวค่ะ แต่ใน “การรักษาหน้างานจริง” สิ่งที่หมอต้องประเมินอย่างละเอียดคือ คนไข้ทนความเจ็บสะสมไหวไหม? เพราะหลายๆ เคส แค่ทำเครื่องใดเครื่องหนึ่งแต่ต้องใช้จำนวนช็อตเยอะ ความร้อนและความเจ็บก็สะสมจนคนไข้เริ่มทนไม่ไหวแล้วค่ะ หากฝืนทำคู่กันไปอาจจะกลายเป็นประสบการณ์ที่ทรมานได้ ดังนั้นในการรักษาจริง หมอจะไม่ยึดตามทฤษฎีว่าทำได้แล้วจะต้องทำควบไปเลยทุกเคส แต่เราต้อง ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลเป็นหลัก หากดูแล้วร่างกายหรือผิวอาจจะรับภาระหนักเกินไป หมอจะแนะนำให้เลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน หรือเว้นระยะห่างตามสมควร เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่สวยเป๊ะที่สุดโดยไม่ต้องฝืนทนเจ็บจนเกินไปค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

โปรแกรม Ellansé หรืออีลองเซ่ เป็นสารฉีดที่ช่วยดูแลโครงสร้างใบหน้า ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมเต็มเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างโครงสร้างผิวใหม่ใต้ผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น ใบหน้าดูมีมิติ และผลลัพธ์ค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปที่เน้นเติมเต็มบริเวณที่ยุบ เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา หรือขมับ แล้วค่อย ๆ สลายไปตามเวลา แต่ Ellansé จะทำงานแบบ เติมเต็ม + ฟื้นฟูโครงสร้างผิว จึงเหมาะกับคนที่เริ่มมีใบหน้ายุบ โครงหน้าไม่คม ผิวไม่แน่น หรือมีความหย่อนคล้อยระดับต้นถึงปานกลางค่ะ

ราคา Ellansé โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20,000–30,000 บาท / 1 cc
โดย 1 กล่องมี 2 cc ราคาต่อกล่องจึงประมาณ 30,000–40,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และการประเมินของแพทย์ของแต่ละสถานพยาบาลค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

คนไข้ที่มาที่นี่ มั่นใจเพราะผลลัพธ์จาก ‘ผู้มารับบริการจริง’ มากกว่าค่ะ เอาจริงๆ เดี๋ยวนี้เวลาเราเห็นดาราโปรโมทให้คลินิกไหน เราก็แอบรู้อยู่ลึกๆ ใช่ไหมคะว่ามันคือการตลาด บางทีเขาอาจจะไม่ได้ทำจริงด้วยซ้ำ หมอเลยอยากให้คลินิกเราเติบโตด้วยรีวิวจากคนไข้ทั่วไปที่มีปัญหาจริงๆ เดินเข้ามาทำแล้วเห็นผลจริงๆ ดีบอกต่อ ทีมงานหน้าบ้านหมอทำงานง่ายกับคนไข้จริง มาด้วยปัญหา อยากแก้ไข อยากดูดีอยากสุขภาพดีขึ้น เราแนะนำได้ครบ แต่สำหรับดาราหมอว่าเขาสวยอยู่แล้ว ไม่รู้จะทำอะไรให้เขาดี 🙂 จริงๆ จะคนไข้หรือดาราหรือคนดังมารับบริการ ‘ความลับคนไข้’ จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ผลลัพธ์การรักษาค่ะ ทุกเคสรีวิวของคลินิกผ่านการอนุญาตจากคนไข้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Don’t just follow the future of beauty. Lead it.

★★ ความประทับใจ ★★

google
Junny Berry
Junny Berry
13/06/2025
google
Pakjira Lerttaweevit
Pakjira Lerttaweevit
24/12/2024
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
facebook
Zypher Kun
Zypher Kun
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Hana Mizu
Hana Mizu
แนะนำเลย
16/06/2024
Chuttanun Thirawadee
Chuttanun Thirawadee
29/04/2024
facebook
ศราวุฒิ กาญจนภิวัฒน์
ศราวุฒิ กาญจนภิวัฒน์
แนะนำเลย
21/01/2024