ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ฟิลเลอร์คาง คืออะไร ต่างจากศัลยกรรมยังไง ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน ราคาเท่าไหร่ เรื่องต้องรู้ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ติดตามผลการรักษา
ฟิลเลอร์คาง คืออะไร ต่างจากศัลยกรรมยังไง ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน ราคาเท่าไหร่ เรื่องต้องรู้ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ฟิลเลอร์คาง

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

เลือกอ่านเนื้อหา

รีวิวฟิลเลอร์คาง

ฟิลเลอร์คาง คืออะไร?

ฉีดฟิลเลอร์คาง คือการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid: HA) เข้าไปบริเวณคาง เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับรูปทรงคาง โดยมีจุดประสงค์เพื่อปรับโครงสร้างให้คางหรือใบหน้า ดังนี้

  • แก้ไขปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย
  • ปรับแต่งคางที่ไม่สมมาตรหรือคางเบี้ยว
  • ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียววีเชฟขึ้น
  • เพิ่มมิติให้ใบหน้าดูสมดุลมากขึ้น

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คาง

  • เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังการฉีด
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล
  • ไม่ต้องพักฟื้น
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
  • สารฟิลเลอร์สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ

ระยะเวลาในการคงอยู่ของฟิลเลอร์คางโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพของฟิลเลอร์ที่ใช้ การฉีดฟิลเลอร์คางถือเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย เมื่อดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความยาวคาง 2 ซม. ซึ่งในกรณีนี้การผ่าตัดเสริมคางอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่านะคะ

ฟิลเลอร์คางช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

ฟิลเลอร์คางเป็นที่นิยมเพราะเป็นทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัยในการแก้ไขปัญหารูปหน้า โดยมีจุดเด่นคือ

  • ต้องการปรับรูปหน้าแบบเร่งด่วน
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องลางาน
  • เห็นผลลัพธ์ทันที ไปพร้อมๆกับแพทย์ผู้ทำการรักษาได้เลย
  • เป็นจุดเริ่มต้นของคนอยากปรับรูปหน้าว่าควรเติมฟิลเลอร์ หรือเหมาะที่จะต้องทำศัลยกรรมใส่ซิลิโคนในอนาคต

ปัญหาโครงสร้างคาง

  • คางสั้น
  • คางตัด
  • คางบุ๋ม
  • คางไม่เท่ากัน
  • คางไม่เป็นทรง
ลักษณะคางปริมาณฟิลเลอร์ (cc)หมายเหตุ
คางสั้น1.5 – 2.0– ฉีดแนวกลางคางเพื่อยืด projection
– อาจต้องทำ 2 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดี
คางตัด1.0 – 2.0– เน้นเติมส่วนปลายคาง
– แก้ไขคางให้สมส่วนกับใบหน้า
คางบุ๋ม0.5 – 1.0– เน้นเติมจุดบุ๋มเป็นหลัก
– อาจเพิ่มปริมาณตามความลึกของรอยบุ๋ม
คางไม่เท่ากัน0.3 – 1.0– ฉีดเฉพาะด้านที่น้อยกว่า
– ควรแก้ไขทีละน้อยเพื่อความสมดุล
คางไม่เป็นทรง1.0 – 2.0– ฉีดหลายตำแหน่งเพื่อปรับรูปทรง
– อาจต้องทำหลายครั้ง

ปัญหารูปหน้าโดยรวม

  • หน้าสั้น
  • หน้ากลม
  • หน้าไม่สมมาตร
  • ต้องการให้หน้าเรียวขึ้น

คางส่งผลต่ออารมณ์ใบหน้า

  • สามารถปรับรูปหน้าให้สมดุล
  • ช่วยให้ใบหน้าดูเรียววีเชฟขึ้น
  • ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ในภายหลัง

ฟิลเลอร์คาง เหมาะกับใคร?

หมอว่า ฟิลเลอร์คางเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเร่งด่วน และยังไม่แน่ใจว่าตัวเองอยากได้รูปหน้าสไตล์ไหน

  • ต้องการแก้ไขปัญหาคางแต่ไม่พร้อมผ่าตัด
  • ไม่ต้องการมีแผลผ่าตัดและการพักฟื้น
  • มีปัญหาคางสั้นหรือต้องการปรับรูปคางเพียงเล็กน้อย
  • ต้องการทดลองดูผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม

อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์คางอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้นมากๆ หรือต้องการเสริมคางให้ยาวมากๆ เนื่องจากข้อจำกัดของวิธีการฉีด การฝืนเติมฟิลเลอร์ในปริมาณมากอาจส่งผลให้เกิดการไหลของสาร ทำให้คางผิดรูปหรือเกิดก้อนได้ ในกรณีนี้ การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

เพื่อให้มั่นใจว่าฟิลเลอร์คางเหมาะกับคุณหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม โดยสามารถเข้าปรึกษาที่คลินิกโดยตรง หรือส่งภาพถ่ายใบหน้าผ่านช่องทางออนไลน์ของคลินิกเพื่อรับการประเมินเบื้องต้นได้ค่ะ

ฟิลเลอร์คางไม่เหมาะกับใคร?

เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษา ควรพิจารณาข้อจำกัดต่อไปนี้ก่อนตัดสินใจทำฟิลเลอร์คาง ปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจก่อนตัดสินใจรับบริการ

กลุ่มที่ไม่เหมาะสมรายละเอียดข้อควรพิจารณา
ด้านโครงสร้างคาง• คางสั้นมากเกิน 1 ซม.
• ต้องการเพิ่มความยาวคางมากๆ
ควรพิจารณาการผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนแทน
สภาวะร่างกาย• สตรีมีครรภ์
• ผู้ที่มีภูมิแพ้รุนแรง
• มีโรคประจำตัว
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง
ข้อจำกัดด้านการรักษา• ผู้ที่แพ้ยาชา
• ผู้ที่มีประวัติแพ้สารไฮยาลูรอนิค
แจ้งประวัติการแพ้กับแพทย์ก่อนทำ
ความคาดหวัง• ต้องการผลลัพธ์ถาวรตลอดไป
• ต้องการการให้คางยาวสุดๆไปเลย
ฟิลเลอร์อยู่ได้ประมาณ 6-18 เดือน ต้องฉีดซ้ำ
สามารถส่งรูปให้แพทย์ประเมินเบื้องต้นผ่านช่องทางออนไลน์ของคลินิกได้

ข้อดี-ข้อเสียของฟิลเลอร์คาง

ข้อดีข้อเสีย
• เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังฉีด• อยู่ได้ไม่ถาวร (1-2 ปีต่อการฉีด)
• ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่มีแผลเป็นใดๆ• ต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
• ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ• มีข้อจำกัดในการเพิ่มความยาวคาง (ไม่เกิน 1-2 ซม.)
• สามารถปรับแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ• หากฉีดด้วยเทคนิคไม่ถูกต้อง อาจทำให้คางผิดรูปได้
• ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ• ราคาถูกมากไปก็น่ากลัว – สูงมาก ก็ไม่ได้การันตีความธรรมชาติ
• สามารถแก้ไขได้หากไม่พอใจ (ฉีดสลายได้)• ต้องหาความรู้ให้หนัก เรื่องการเลือกคลินิกและแพทย์
• เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรูปคางชั่วคราวก่อนทำแบบถาวร• อาจมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย 1-3 วันแรก

ฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม?

การทำหัตถการฟิลเลอร์คาง เป็นโปรแกรมที่ได้รับการยอมรับด้านการปรับรูปหน้า และมีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากฟิลเลอร์จะถูกวางอยู่ชั้นลึกติดกับกระดูก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เส้นเลือดน้อย แต่ต้องมั่นใจว่ารับการรักษากับแพทย์ตัวจริง มีประสบการณ์จริง และใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจริง

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความปลอดภัย

  1. คุณภาพของสถานพยาบาลและแพทย์
  • คลินิกต้องได้มาตรฐาน
  • แพทย์ต้องมีใบอนุญาตและมีประสบการณ์
  • มีการประเมินความเหมาะสมของคนไข้อย่างละเอียด
  1. คุณภาพของผลิตภัณฑ์
  • ต้องใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน
  • เลือกใช้รุ่นที่เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด
  • หลีกเลี่ยงการใช้สารเหลวหรือซิลิโคนเหลวทดแทน (ระวังที่ราคาถูกเกินจริง)
  1. เทคนิคการฉีด
  • ฉีดในระดับความลึกที่เหมาะสม
  • ใช้ปริมาณที่พอดี ไม่มากเกินไป
  • มีความเข้าใจในกายวิภาคของใบหน้า

ทำไมฉีดฟิลเลอร์คางมาแล้ว ดูไม่ธรรมชาติ?

สาเหตุผลที่เกิดขึ้นการแก้ไข/ป้องกัน
1. เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง• ฟิลเลอร์เป็นก้อน
• คางผิดรูป
• คางดูไม่สมมาตร
• เลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ
• ฉีดในระดับความลึกที่เหมาะสม
2. ฉีดในชั้นตื้นเกินไป• เกิดก้อนฟิลเลอร์
• คางย้อยลงเมื่อเวลาผ่านไป
• ต้องฉีดในชั้นลึกติดกระดูก
• ใช้เทคนิคการเสริมที่กระดูก
3. ปริมาณฟิลเลอร์มากเกินไป• คางยาวแหลมแบบแม่มด*
• คางดูยื่นผิดธรรมชาติ
• ฉีดในปริมาณที่เหมาะสม
• ไม่ควรเพิ่มความยาวเกิน 1 ซม.
4. การฉีดซ้ำซ้อนในชั้นตื้น• เกิดการทับซ้อนของฟิลเลอร์
• คางมีลักษณะผิดรูป
• ควรฉีดในชั้นลึกเท่านั้น
• รอให้ฟิลเลอร์เดิมสลายก่อนฉีดซ้ำ
*คางแม่มด (Witch’s Chin) คือ ลักษณะคางที่ยาวแหลมผิดธรรมชาติ เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์มากเกินไป หรือฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ทำให้คางมีลักษณะยื่นยาวคล้ายคางแม่มดในนิทาน

การแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา

  1. สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วยยา Hyaluronidase (ราคาเริ่มต้น 5000 บาท)
  2. ฟิลเลอร์จะเริ่มสลายทันทีหลังฉีด – 48 ชั่วโมง
  3. ควรกลับไปพบแพทย์ที่คลินิกเดิมหรือโรงพยาบาลที่รับบริการก่อน

การป้องกัน

  • เลือกคลินิกและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ
  • ใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน
  • ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดถึงผลลัพธ์ที่ต้องการ
  • อย่าเอาคางดารา อินฟู นางแบบนาย หรือของเพื่อนมาอ้างอิงกับคางของเรา โครงสร้างหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน
  • ไม่ควรฉีดเกินปริมาณที่แพทย์แนะนำ

ฟิลเลอร์คาง vs ผ่าตัดเสริมคาง แบบไหนดีกว่ากัน?

เปรียบเทียบฟิลเลอร์คางผ่าตัดเสริมคาง
ความเจ็บ⭐ (น้อยมาก)⭐⭐⭐ (มีความเจ็บปวดระดับหนึ่ง)
การพักฟื้น⭐ (ใช้ชีวิตได้ปกติทันที)⭐⭐⭐⭐ (ต้องพักฟื้น 1-2 สัปดาห์)
อยู่ได้นาน (อยู่ได้ 8-18 เดือน) (ถาวร) หรือจนกว่าจะถอดซิลิโคน
ความเป็นธรรมชาติ⭐⭐⭐⭐⭐ (สัมผัสธรรมชาติมาก)⭐⭐⭐ (ขึ้นอยู่กับความชำนาญแพทย์)
การแก้ไขภายหลัง (แก้ไขง่าย สลายได้) (แก้ไขยาก ต้องผ่าตัดซ้ำ)
*แบบไหนดีกว่า แบบไหนเหมาะสมกว่า แพทย์จะเป็นผู้แนะนำคนไข้ในทุกๆข้อสงสัย แต่สุดท้ายคนไข้คือผู้ตัดสินใจรับการรักษา

ฉีดฟิลเลอร์คางแล้วผ่าตัดเสริมคางได้ไหม?

สามารถทำได้ แต่ต้องมีการวางแผนและทำตามขั้นตอนที่เหมาะสม และดูเป็นเคสๆไป ถ้าคนไข้ฉีดสารเหลวที่ไม่ใช่ฟิลเลอร์แท้มา จะไม่สามารถทำได้ตามขั้นตอนนี้ ต้องปรึกษาแพทย์ ศัลยแพทย์ก่อน เพื่อทำการ ขูดฟิลเลอร์

ขั้นตอนการแก้ไขจากฉีดฟิลเลอร์คาง >> เสริมซิลิโคนคาง

  1. รอให้ฟิลเลอร์สลายก่อน
    • ฟิลเลอร์เนื้อนุ่ม: รอ 6-8 เดือน
    • ฟิลเลอร์เนื้อแน่น/แข็ง: รอ 8-16 เดือน
  2. ทางเลือกในการสลายฟิลเลอร์
    • รอสลายตามธรรมชาติ
    • ฉีดยาสลายฟิลเลอร์ (หากต้องการผลเร็ว)
  3. เหตุผลที่ต้องรอฟิลเลอร์สลาย
    • เพื่อไม่ให้กระทบต่อการยึดเกาะของซิลิโคน
    • ป้องกันปัญหาการผิดรูปในภายหลัง

ฉีดฟิลเลอร์คางมีเทคนิคที่ต่างไปจากการเสริมซิลิโคนคางไหม?

การฉีดฟิลเลอร์คางและการผ่าตัดวางซิลิโคนคางมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทั้งในแง่เทคนิคและกระบวนการ ดังนี้

  • การฉีดฟิลเลอร์ (Dermal Filler Injection):
    • เป็น minimally invasive procedure
    • ใช้เข็มขนาดเล็กหรือ microcannula ฉีดสารเติมเต็มเข้าใต้ผิวหนัง
    • ฉีดในระดับ supraperiosteal หรือ deep dermal layer
    • ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบ ใช้ยาชาเฉพาะที่
    • ใช้เวลาทำ 15-30 นาที
  • การผ่าตัดวางซิลิโคน (Chin Implant Surgery):
    • เป็น surgical procedure
    • ต้องเปิดแผลผ่าตัด ที่บริเวณใต้คางหรือในช่องปาก
    • ต้องทำการแยกชั้นเนื้อเยื่อหุ้มกระดูก เพื่อสร้างช่องว่างสำหรับวางซิลิโคน
    • บางเคสอาจจะจำเป็นต้องดมยาสลบทั้งตัวหรือ deep sedation
    • ใช้เวลาผ่าตัด 1-2 ชั่วโมง

การฉีดฟิลเลอร์คางและการผ่าตัดวางซิลิโคนมีจุดร่วมที่สำคัญคือ ทั้งสองวิธีต้องอาศัยความเข้าใจกายวิภาคในระดับลึก โดยเฉพาะตำแหน่งของ mental nerve และเส้นเลือดบริเวณคาง ต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่เหมาะสมกับใบหน้า (facial proportion) ศัลยแพทย์ต้องวางแผนการรักษาโดยพิจารณาถึง projection และ symmetry ของคาง รวมถึงต้องระมัดระวังการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ทั้งสองวิธียังต้องผ่านขั้นตอนการ counseling คนไข้อย่างละเอียด มีการถ่ายภาพก่อนทำ และต้องมีการติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนที่สำคัญกว่าเทคนิคอีกค่ะ

คางแบบไหน สร้างความมั่นใจ เสริมโหงวเฮ้ง

ต้องบอกว่า โหงวเฮ้ง เป็นความเชื่อส่วนบุคคล* แต่ตามหลักโหงวเฮ้งของจีน รูปทรงของคางมีความสำคัญต่อชะตาชีวิตและความมั่งคั่งในบั้นปลายชีวิต ลักษณะของคางมีความสำคัญต่อชีวิตและโชคชะตา โดยแต่ละรูปแบบมีความหมายดังนี้

คางสี่เหลี่ยมกว้าง

  • เป็นลักษณะที่ดีมาก แสดงถึงความมั่งคั่ง
  • มีความเป็นผู้นำ มีอำนาจวาสนา
  • หากคางกว้างและโค้งขึ้นเล็กน้อย จะมีความสุขในบั้นปลายชีวิต

คางกลมมน

  • แสดงถึงคนมีเมตตา จิตใจดี
  • มีความสามารถในการเข้าสังคม
  • มักมีคนช่วยเหลือในยามลำบาก
คางแหลม คางบุ๋ม ฟิลเลอร์คาง

คางแหลม

  • เป็นคนฉลาด มีไหวพริบ
  • ต้องระวังเรื่องการตัดสินใจที่รวดเร็วเกินไป
  • อาจมีปัญหาในช่วงต้นชีวิต แต่จะดีขึ้นในภายหลัง

คางบุ๋ม/คางแยก (มีร่องตรงกลาง)

  • แสดงถึงความขัดแย้งในชีวิต
  • ต้องระมัดระวังในการตัดสินใจเรื่องสำคัญ
  • ควรฝึกสมาธิและการควบคุมอารมณ์

จากภาพที่แสดง คุณจะเห็นลักษณะคางทั้ง 4 แบบที่กล่าวมา ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจลักษณะของแต่ละรูปแบบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม พึงระลึกว่าศาสตร์การดูโหงวเฮ้งเป็นเพียงความเชื่อดั้งเดิมของจีน ไม่ควรยึดติดจนเกินไป แต่ควรใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองและเสริมสร้างความมั่นใจ สบายใจเป็นแนวทางในการปรับรูปหน้า รูปลักษณ์ให้ตัวเอง โดยอ้างอิงจากศาสตร์การแพทย์ปัจจุบัน

ฟิลเลอร์คาง ยี่ห้อไหนดี?

เมื่อต้องการฉีดฟิลเลอร์คางเพื่อปั้นทรง คงรูปนาน ควรเลือกฟิลเลอร์ที่มีความคงตัวสูง เนื้อแน่น ไม่ฟู ดังนี้

ฟิลเลอร์ Ultra V hyal filler รุ่น Hard (เกาหลี)

  • เนื้อแข็ง เหมาะสำหรับการเสริมโครงสร้าง
  • มีความคงตัวสูง ไม่เคลื่อนย้ายง่าย
  • เหมาะสำหรับการเสริมคาง กราม และโครงหน้า
  • อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน

ฟิลเลอร์ Neuramis Volume (เกาหลี)

  • เนื้อแข็ง มีความคงตัวสูง
  • เหมาะสำหรับการเสริมโครงสร้างใบหน้า
  • ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ
  • อยู่ได้ 12-18 เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm voluma (อเมริกา)

  • เนื้อแข็งและฟูปานกลาง
  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นความโค้งมนของคาง
  • เติมคางได้ดูเป็นธรรมชาติ
  • อยู่ได้ 18 เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm Volux (อเมริกา)

  • เนื้อแข็ง มีความคงตัวสูง
  • ขึ้นรูปได้ง่าย ปั้นทรงสวย
  • ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าได้ดีที่สุด
  • อยู่ได้ 18-24 เดือน

ฟิลเลอร์ Restylane lyft (สวีเดน)

  • เนื้อแข็ง มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ฟู
  • ใช้สำหรับเสริมทดแทนกระดูก
  • คงความเป็นธรรมชาติ สามารถคงรูปได้ดี
  • อยู่ได้ 12 เดือน

ฟิลเลอร์ Belotero Intense (สวิตเซอร์แลนด์)

  • เนื้อแข็ง มีความยืดหยุ่นสูง
  • มีจุดเด่นในการแก้ปัญหาร่องลึกมากๆ
  • แก้ไขการยุบตัวของเนื้อเยื่อผิวหนัง
  • อยู่ได้ 18 เดือน

ฟิลเลอร์ Definisse Core (อิตาลี)

  • เนื้อแข็ง
  • เหมาะกับการเสริมกระดูก
  • ปรับรูปหน้า เติม mid-face คาง กรอบหน้า
  • อยู่ได้ 18 เดือน

ฟิลเลอร์ Teoxane Ultra Deep (สวิตเซอร์แลนด์)

  • เนื้อแน่น
  • สามารถปั้นขึ้นรูปได้ดี เคลื่อนที่ยาก
  • มีความคงตัวสูง
  • เหมาะฉีดตำแหน่ง ขมับ แก้มส้ม คาง และกรอบหน้า
  • อยู่ได้ 18 เดือน

ข้อควรพิจารณาในการเลือกฟิลเลอร์คาง

  1. ความคงตัวของฟิลเลอร์ – ควรเลือกชนิดที่มีความคงตัวสูง เพื่อการคงรูปที่ดี
  2. ระยะเวลาในการอยู่ตัว – แต่ละยี่ห้อมีระยะเวลาแตกต่างกันตั้งแต่ 12-24 เดือน
  3. คุณสมบัติเฉพาะ – บางยี่ห้อเหมาะกับการเสริมโครงสร้าง บางยี่ห้อเน้นความเป็นธรรมชาติ
  4. ความปลอดภัยและมาตรฐาน – ควรเลือกแบรนด์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล

ฟิลเลอร์คาง ราคาเท่าไหร่บ้าง

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา

  • แบรนด์และคุณภาพของฟิลเลอร์
  • ปริมาณที่ใช้ (ซีซี)
  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
  • สถานที่ให้บริการ
  • โปรโมชั่นในแต่ละช่วงเวลา

ช่วงราคาโดยประมาณ

  • (Juvederm, Restylane): 12,000-18,000 บาท/ซีซี
  • (Neuramis, Belotero, Ultra V): 7,000-12,000 บาท/ซีซี
ฟิลเลอร์ restylane ราคา

การเตรียมตัวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์คาง

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ (7-14 วัน)

  1. งดยาต้านการอักเสบ/ยาละลายลิ่มเลือด เช่น
    • แอสไพริน
    • ไอบูโพรเฟน
    • วิตามินอี
  2. งดเครื่องดื่ม/อาหารที่มีแอลกอฮอล์
  3. แจ้งประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบ

หลังฉีดฟิลเลอร์ (7 วัน)

  1. ห้ามนวดหรือกดบริเวณที่ฉีด
  2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด
  3. งดออกกำลังกายหนัก ที่มีการกระแทกกระทั้นที่บริเวณคาง
  4. งดอาบน้ำร้อน/เซาว์น่า/อบตัว
  5. งดการนอนคว่ำ
  6. ประคบเย็นเพื่อลดบวม (24-48 ชั่วโมงแรก)

คำแนะนำเพิ่มเติม

  • นัดติดตามผลตามที่แพทย์กำหนด
  • หากมีข้อสงสัยให้ปรึกษาแพทย์ทันที

หลังฉีดฟิลเลอร์คาง ทำหัตถการอื่นๆ ได้ไหม?

หัตถการที่ทำได้ (หลัง 1-2 สัปดาห์)

  • ทรีตเมนต์เบาๆ เช่น มาส์กหน้า
  • กดสิวจุดอื่นได้ แต่เว้นตรงคางไปก่อนจะดีกว่า
  • วิตามินผิวหน้าแบบอ่อนๆ
  • ทำความสะอาดผิวแบบอ่อนโยน
  • ฉีดวิตามินผิว
  • ออกซี่เจนสเปรย์
  • ฉีดสารเติมเต็มบริเวณอื่นหรือฉีดโบท็อกซ์กราม ริ้วรอย ฉีดแฟตสลายไขมันเหนียง แก้ม ได้ตามปกติ

หัตถการที่ไม่ควรทำ (1-2 สัปดาห์แรก)

  • เลเซอร์ทุกชนิด
  • เครื่องยกกระชับผิวกลุ่มคลื่นเสียง Ultrasound
  • เครื่องยกกระชับผิวกลุ่ม RF (คลื่นวิทยุ)
  • HIFU
  • ร้อยไหม
  • ทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อน
  • เครื่องดึงหน้า
  • นวดหน้าแรงๆ
  • ขัดหน้า/ผลัดเซลล์ผิว

ฉีดฟิลเลอร์คางใช้กี่ CC?

ลักษณะคางปริมาณฟิลเลอร์ (cc)
คางสั้น1.5 – 2.0
คางตัด1.0 – 2.0
คางบุ๋ม1.0 – 2.0
คางไม่เท่ากัน0.3 – 1.0
คางไม่เป็นทรง1.0 – 2.0
อยากทราบปัญหาคางของตัวเอง จะต้องใช้ฟิลเลอร์รุ่นไหน จำนวนเท่าไหร่ ส่งภาพเข้ามาให้หมอประเมินได้เลยค่ะ

ฟิลเลอร์คาง บวมกี่วัน?

ฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่บวมช้ำได้น้อยกว่าการฉีดไขมันหรือการทำศัลยกรรมผ่าตัดอยู่แล้ว แต่ก็มีโอกาสเกิดการบวมเข็ม บวมช้ำ เขียวได้บ้างในบางคน

เปรียบเทียบระยะเวลาฟื้นตัว ฟิลเลอร์คาง vs ศัลยกรรมคาง

ระยะเวลาฟิลเลอร์คางศัลยกรรมคาง
อาการบวม18-24 ชม. 7-14 วัน
รอยช้ำ1-48 ชม.2-3 สัปดาห์
อาการเจ็บ⭐⭐⭐
การเข้าที่14 วัน1-3 เดือน
ต้องลางานไหมหลังทำทันทีใช้ชีวิตได้ตามปกติ1-3 วัน
ออกกำลังกายงด 7 วัน กิจกรรมที่มีความเสี่ยงกระแทกคางโดยตรงงด 4-6 สัปดาห์

ฉีดฟิลเลอร์คางอยู่ได้นานแค่ไหน?

ระยะเวลาโดยเฉลี่ย 8-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับชนิด ยี่ห้อที่เลือก และการดูแล) ปัจจัยที่มีผลต่อการอยู่ตัวของฟิลเลอร์

ทำให้สลายเร็วทำให้อยู่ได้นาน
ออกกำลังกายหนักเกินไปออกกำลังกายแบบเบาๆ พอเหมาะ
อาบน้ำร้อนจัด/เข้าซาวน่าบ่อยอาบน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงความร้อนสูง
นวดหน้า/คางแรงๆนวดหน้าเบาๆ หลังผ่านไป 1 เดือน
ทำทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อนเร็วเกินไปรอให้ฟิลเลอร์เซ็ตตัวก่อนทำทรีตเมนต์
นอนคว่ำ กดทับบริเวณที่ฉีดนอนหงาย ใช้หมอนนุ่ม
สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์งดบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์
ตากแดดจัด ไม่ทาครีมกันแดดใช้ครีมกันแดด SPF 50+
รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ทานอาหารมีประโยชน์ ดื่มน้ำมาก
อาหารที่มีน้ำตาล/ไขมันสูง > จะกระตุ้นการอักเสบ > เสี่ยงบวม เสี่ยงอักเสบมากขึ้น

ฟิลเลอร์คางสลายได้ไหม?

การสลายฟิลเลอร์คางทำได้ในทุกคน ถ้าฉีดฟิลเลอร์แท้ HA แท้มา แต่ถ้าไม่ใช่ฟิลเลอร์แท้ เป็นสารอย่างอื่น แพทย์จะพิจารณาเป็นรายกรณี อย่างไรก็ตาม มีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้ยา สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่ฉีด หรือผู้ที่มีโรคภูมิแพ้รุนแรง ก่อนเสมอ

สำหรับกลุ่มที่ควรพิจารณาสลายฟิลเลอร์ ได้แก่

  • ผู้ที่ไม่พอใจรูปทรงหลังฉีด
  • ผู้ที่มีการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์
  • ผู้ที่เกิดก้อนหรือความไม่เรียบใต้ผิวหนัง
  • ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปทรงใหม่
  • ผู้ที่มีปฏิกิริยาจากการฉีดฟิลเลอร์

กลุ่มที่ไม่ควรสลายฟิลเลอร์:

  • ผู้ที่แพ้ยา Hyaluronidase
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีโรคภูมิแพ้รุนแรง

ระยะเห็นผลหลังฉีดสลายฟิลเลอร์คาง

ฉีดฟิลเลอร์คางที่ไหนดี?

วิธีเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน การตรวจสอบมาตรฐานคลินิก

ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการ

  • เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก ต้องแสดงในที่เปิดเผย
  • สามารถตรวจสอบผ่านสำนักสถานพยาบาลฯ
  • โทรสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-1937000
  • ใบอนุญาตต้องไม่หมดอายุ
D Lovevery Clinic cdc fl2 หน้าร้าน

ตรวจสอบคุณสมบัติแพทย์

  • เช็กประวัติแพทย์ผ่าน checkmd.tmc.or.th
  • ตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  • ดูประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
  • สอบถามประวัติการฝึกอบรมเฉพาะทาง

มาตรฐานการให้บริการ

  • แจ้งราคาชัดเจน ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา
  • มีการซักประวัติอย่างละเอียด
  • มีการถ่ายภาพก่อน-หลังทำ
  • มีระบบติดตามผลการรักษา
  • ใช้ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรอง อย.
  • มีห้องทำหัตถการที่สะอาด
  • มีอุปกรณ์ฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน
  • มีระบบจัดการเหตุฉุกเฉิน

สิ่งที่ควรสังเกต

  • รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
  • เว็บไซต์และ Official Page เป็นทางการ
  • ไม่โฆษณาเกินจริง
  • ราคาสมเหตุสมผล
  • แจ้งข้อควรระวังและผลข้างเคียง

ควรหลีกเลี่ยงคลินิกที่

  • ไม่แสดงใบอนุญาตให้เห็นชัดเจน
  • โฆษณาเกินจริง
  • ราคาถูกผิดปกติ
  • ไม่มีระบบติดตามผล

กฎเหล็ก 4 ข้อ ก่อนฉีดฟิลเลอร์เพื่อความปลอดภัย

ก่อนฉีด

  • ต้องมีการซักประวัติโดยแพทย์
  • ประเมินสภาพผิวและความเหมาะสม
  • ปรึกษาแผนการรักษา
  • รับฟังข้อดี-ข้อเสียจากแพทย์

ข้อห้าม

  • ห้ามยอมรับการรักษาโดยไม่พบแพทย์
  • ห้ามให้พนักงานทั่วไปซักประวัติแทนแพทย์
  • ห้ามเริ่มทำหัตถการโดยไม่มีการประเมิน
หมอปลอม หมอเถื่อน ตรวจสอบ แพทยสภาพ

ต้องทราบชื่อแพทย์ผู้ทำการรักษา (Doctor Verification)

วิธีตรวจสอบ

ต้องขอดูฟิลเลอร์ได้ (Product Verification)

ตรวจสอบ

  • เลขทะเบียน อย.
  • วันหมดอายุ
  • แบรนด์และรุ่นของฟิลเลอร์ ตรงตามที่แนะนำตอนปรึกษาแพทย์หรือไม่
  • ความเข้มข้นและปริมาณ

ข้อมูลที่ต้องสังเกต

  • สภาพบรรจุภัณฑ์
  • ฉลากต้องครบถ้วน
  • Lot number
  • QR Code
รีวิวฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี หมอต้าร์

ต้องแกะกล่องฟิลเลอร์ต่อหน้า (Opening Verification)

ขั้นตอนสำคัญ

  • ดูการแกะซีลกล่อง
  • ตรวจสอบความสมบูรณ์ของหลอดฉีด
  • สังเกตลักษณะเนื้อฟิลเลอร์
  • ตรวจสอบความตรงกันของข้อมูลบนกล่องและหลอด

สิ่งที่ต้องได้รับ

  • รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ใช้
  • คำแนะนำการปฏิบัติตัว
  • ช่องทางติดต่อฉุกเฉิน

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ให้บริการ 2 สาขา

จากประสบการณ์ตรงในห้องตรวจของหมอ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ตัวยาละลายลิ่มเลือด แต่คือการที่ คนไข้แอบหยุดยาเองล่วงหน้าเพราะกลัวหมอไม่ฉีดหน้าให้ หมออยากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ ว่า ยาพวกนี้คือ เข็มขัดนิรภัยของหลอดเลือดและหัวใจ การที่คุณปลดเข็มขัดออกเพื่อแลกกับความตึงบนใบหน้าเพียงไม่กี่เดือน มันคือการเอาชีวิตไปเสี่ยงกับอุบัติเหตุหลอดเลือดสมองตีบโดยไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่นิดเดียวค่ะ ในทางการแพทย์ความงามยุคนี้ เรามีเทคโนโลยีเครื่องยกกระชับอย่าง Ultherapy หรือ อื่นๆอีกมากมาย ที่ทำงานผ่านคลื่นพลังงานโดยไม่ต้องพึ่งพาเข็มแม้แต่เล่มเดียว ซึ่งให้ผลลัพธ์ในการยกหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ดังนั้น คนไข้กลุ่มนี้จึง ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงหยุดยาเพื่อแลกกับความสวย อีกต่อไปค่ะ

หากคนไข้จำเป็นต้องฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยจริงๆ หมอจะใช้เทคนิคเข็มเบอร์จิ๋วร่วมกับการกดหยุดเลือดทันทีทีละจุด แม้จะมีรอยช้ำตามหลังมาบ้าง แต่คนไข้จะปลอดภัย

สำหรับการใช้ CO2 Laser จี้ติ่งเนื้อ กระเนื้อ หรือไฝเม็ดเล็กๆ ตื้นๆ เพราะพลังงานความร้อนจากเลเซอร์มีคุณสมบัติช่วยห้ามเลือด (Coagulation) ในเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กไปในตัวอยู่แล้วสามารถทำได้ แต่ถ้าไฝ รากลึก เม็ดใหญ่มาก ต้องผ่า ต้องดูเป็นกรณีไปค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ถ้าเป็นเคส “ต้องใช้หน้าจริงๆ” หมอเข้าใจเลยค่ะ! ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับ “กดสิว-ฉีดสิว” อาจพออนุโลมได้บ้าง ถ้าผิวไม่มีอาการแดงจัด ระคายเคือง หรือร้อนวูบวาบจนเกินไป ค่ะ แต่หมอขอย้ำนะคะว่า “พอได้” หมายถึง “พอลุ้น” ค่ะ ยังไงก็ยังเสี่ยงกว่าการรอให้ผิวพร้อมจริงๆ อยู่ดี

แต่สำหรับ “โบท็อกซ์-ฟิลเลอร์” หมอว่า ควรรอค่ะ ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน เพราะเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยตรง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ช้ำ ได้ง่ายกว่าการกดสิวมาก ถ้าเกิดอาการบวมช้ำขึ้นมา มันจะทำให้การใช้หน้าสำคัญๆ นั้นยากลำบากกว่าเดิมอีกค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Ultra Filler” ตามคลินิกต่างๆ มาบ้างนะคะ แต่จริงๆ แล้วอยากจะอธิบายให้เข้าใจว่า สิ่งที่คลินิกพูดถึงกันบ่อยๆ นี้ ไม่ได้หมายถึงฟิลเลอร์ที่เราคุ้นเคยกันที่เป็นสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA Filler แบบทั่วไปค่ะ แต่เป็น “ไหมน้ำ Ultracol”  คือกลุ่มของสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Biostimulator นั่นเองค่ะ

ไหมน้ำตัวนี้ใช้เทคโนโลยี PDO Microsphere ซึ่งแตกต่างจาก HA Filler โดยตรง โดยหลักการทำงานของ Ultracol คือจะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มความหย่อนคล้อย และช่วยให้ใต้ตาที่คล้ำดูกระจ่างใสขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และยังมีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ค่ะ หลังเติมเต็มผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืนค่ะ

เทียบกับฟิลเลอร์ที่เป็นกล่องๆทั่วไปก็มีข้อดีข้อจำกัดแตกต่างกัน หมอจะเลือกใช้ตามปัญหาของคนไข้แต่ละคน จำนวน cc ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณและปัญหาของแต่ละบุคคลค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ความกลัวมักส่งต่อเร็วกว่าความถูกต้อง ฟิลเลอร์จะน่ากลัวหรือไม่ อยู่ที่ ใครฉีด และฉีดที่ไหนค่ะ เพราะถ้าคนไข้ได้พบหมอที่มีประสบการณ์ หมอตัวจริงเขาจะรู้ทั้ง ปัญหาเฉพาะของคนไข้ รู้โครงสร้างใบหน้า รู้ชั้นผิว และที่สำคัญคือ “รู้ว่าจะเลือกฟิลเลอร์ตัวไหนให้ตอบโจทย์จุดไหน” ไม่ใช่เติมแบบเดา ๆ เติมตามโปรโมชั่น ดังนั้นเคสที่คนไข้หลายคนไปเจอมาหรือเพื่อนเล่าให้ฟังว่า “ทำแล้วพัง” หลายครั้งไม่ได้แปลว่าฟิลเลอร์เป็นตัวปัญหาเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะการประเมินและการวางแผนไม่ตรงกับความต้องการจริงค่ะ

หมอเจอประสบการณ์แบบนี้บ่อยมาก ในเคสคนไข้ที่มาปรึกษา ถึงวันที่มาแก้ ยังไม่แน่ใจเลยว่าหมอคนก่อนนั้นเป็นหมอจริงไหม? ฟิลเลอร์ยี่ห้ออะไร ฉีดกี่ซีซี เพราะไม่ได้มีการอธิบายที่เป็นระบบ เมื่อเกิดเหตุการณ์น่าสงสัย หรือผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจากคลินิกเดิม แบบนี้แหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะความเสี่ยงมักเริ่มจากความไม่รู้ และความไม่ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนแรกค่ะ ดังนั้นก่อนเติมฟิลเลอร์ หรือทุกหัตถการความงาม สิ่งแรกที่ดูจึงไม่ใช่ราคา โปรโมชั่น แต่เป็น ใคร ที่ไหน อย่างไร? เข้ามาปรึกษาพบหมอตัวจริงก่อนตัดสินใจ รีวิวประกอบการตัดสินใจ ควรเป็นเคสจริง ไม่ใช่ดารา นักแสดง Influencer อาชีพ แล้วเราจะได้รับการรักษาที่ปลอดภัย ผลลัพธ์ชัดเจนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอยินดีให้คำแนะนำ และทำการรักษา หากคนไข้พบว่าฉีดฟิลเลอร์จากที่อื่นมาแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ได้ทรงอย่างที่ต้องการ ฉีดสลายได้ทันที แต่หมอต้องตรวจให้แน่ใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่สลายได้ค่ะ

การสลายฟิลเลอร์ใต้ตาเพียงข้างเดียวสามารถทำได้ โดยแพทย์จะใช้ เอนไซม์ไฮยาลูรอนิเดส ฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีปัญหาเพื่อย่อยสลายฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิก แอซิด ซึ่งจะเริ่มออกฤทธิ์และเห็นผลทันทีเลยถ้าเป็นฟิลเลอร์แท้ และจะสลายได้ดีที่สุด รอ 1-2 วัน และค่อยวางแผนการเติมใหม่ได้ค่ะ

ก่อนทำการฉีดสลาย ที่คลินิกหมอจะมีการทดสอบการแพ้ยาสลายฟิลเลอร์ก่อนทุกเคส เพื่อป้องกันเคสหายาก แพ้ยาสลายฟิลเลอร์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

ราคาฉีดสลายฟิลเลอร์ ใต้ตา หรือขมับ ข้างเดียว เริ่มต้นที่ 3,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม

การที่แพทย์ใช้เข็มจิ้มลูกโป่งแล้วไม่แตก ไม่ได้เป็นการพิสูจน์โดยตรงว่า “มือเบากว่าใคร” ในความหมายของการไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด  และ “ไม่ได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมเข็มที่ดีกว่าในการฉีดปรับรูปหน้า Botox Filler Biostimulator” การฉีดบนผิวหนังของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่ามาก แบบที่หมอยังอธิบายไม่ถูกเลยว่าจะทำยังไงให้คนไข้เข้าใจได้ครบว่า ทุกครั้งที่หมอสอดเข็มนั้นต้องมั่นใจแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์จะต้องใช้ ความรู้ด้านกายวิภาคเชิงลึก เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ที่มักสั่งสมตามอายุงานและจำนวนเคส และ ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้ เพื่อให้เกิด ความเจ็บปวดน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ 

ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หากคนไข้อยากมีหน้าผากที่ดูเงาวาว สามารถเลือกทำได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับปัญหาตั้งต้นค่ะ หากคนไข้มีโครงหน้าผากสวยอยู่แล้ว การฉีด โบท็อกซ์ จะตอบโจทย์มากค่ะ โดยเหตุผลที่หน้าผากดูสะท้อนแสงและเงาวาวได้นั้น เป็นเพราะโบท็อกซ์ไปช่วยให้ผิวหน้าผากของเราตึงกระชับขึ้น และไม่มีริ้วรอยมากวนใจ เมื่อผิวเรียบเนียนเสมอกันก็นำมาซึ่งการตกกระทบและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยมเหมือนกระจกนั่นเองค่ะ แต่หากคนไข้มีปัญหาหน้าผากแบน แฟบ หรือเป็นแอ่ง การฉีด ฟิลเลอร์ จะช่วยเติมมิติให้หน้าผากดูโหนกนูน โค้งมนรับแสง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำ สรุปง่ายๆ คือ โบท็อกซ์เน้นสร้างผิวตึงไร้ริ้วรอยเพื่อสะท้อนแสง ส่วน ฟิลเลอร์เน้นปรับโครงสร้างให้โค้งนูนรับแสง ซึ่งคนไข้สามารถเข้ามาให้หมอประเมินโครงหน้าก่อนได้ เพื่อเลือกวิธีที่ปังและตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

30

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

คางที่สวยได้สัดส่วน ไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่เป็นการเพิ่มความมั่นใจในทุกมุมมอง

อ่านความประทับใจ

★★ ★ ★★

google
Salilya Pinyo
Salilya Pinyo
26/03/2026
facebook
Jib Than
Jib Than
แนะนำเลย
03/01/2026
google
Thakrit Komolvadhin
Thakrit Komolvadhin
03/12/2025
facebook
Darinda Nina
Darinda Nina
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Palung Boonma
Palung Boonma
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Jenifer Rich
Jenifer Rich
แนะนำเลย
28/06/2024
facebook
Natanicha Charbumrung
Natanicha Charbumrung
แนะนำเลย
16/06/2024