ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

โบท็อกซ์ลดเหงื่อรักแร้ ดีไหม ใช้กี่ยูนิต กลิ่นตัวหายไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

โบท็อกซ์ลดเหงื่อรักแร้

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

เลือกอ่านเนื้อหา

โปรแกรมฉีดโบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อ ลดกลิ่นกาย เพิ่มความมั่นใจ

การฉีดโบท็อกรักแร้เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงในการแก้ปัญหาเหงื่อออกมากและกลิ่นกาย สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยฉีดมาก่อน คุณสามารถสบายใจได้เพราะเป็นขั้นตอนที่เจ็บน้อยและดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ที่เคยประทับใจกับผลลัพธ์และต้องการกลับมาฉีดซ้ำ ก็สามารถทำได้อย่างมั่นใจในมาตรฐานการรักษาและความปลอดภัยของเรา เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรักแร้เปียกอีกต่อไป

ลดเหงื่อรักแร้ มีข้อดีอะไรบ้าง เหมาะกับใคร

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปหลังฉีดโบท็อกรักแร้

สิ่งที่คุณอาจกำลังเผชิญ (ก่อนรับบริการ)ผลลัพธ์หลังรับบริการ
กังวลเรื่องคราบเหงื่อบนเสื้อผ้ามั่นใจมากขึ้นในการแต่งตัวและทำกิจกรรมต่างๆ
ไม่กล้าใส่เสื้อผ้าสีอ่อนหรือเสื้อพอดีตัวเลือกใส่เสื้อผ้าได้ทุกสี ทุกสไตล์ โดยไม่ต้องกังวล
มีปัญหากลิ่นตัว ทำให้ขาดความมั่นใจกลิ่นกายลดลงอย่างชัดเจน รู้สึกสดชื่นตลอดวัน
ต้องคอยใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและกลิ่นกายบ่อยๆลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย

ฉีดโบท็อกรักแร้ลดเหงื่อ คืออะไร

การฉีดโบท็อกรักแร้ คือการใช้สารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ซึ่งเป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่สกัดได้จากแบคทีเรีย ฉีดเข้าไปบริเวณผิวหนังใต้รักแร้ เพื่อยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อ ทำให้การผลิตเหงื่อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเหงื่อลดลง แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นตัวก็จะลดจำนวนลงตามไปด้วย ส่งผลให้กลิ่นกายลดลงหรือหายไปในที่สุด

โปรแกรมฉีดโบท็อกรักแร้ ลดเหงื่อ ลดกลิ่นกาย เพิ่มความมั่นใจ

โบท็อกรักแร้ลดเหงื่อและกลิ่นตัวได้อย่างไร

โดยปกติแล้ว ร่างกายจะหลั่งสารที่เรียกว่า อะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) เพื่อกระตุ้นให้ต่อมเหงื่อทำงาน การฉีดโบท็อกจะเข้าไปขัดขวางการหลั่งสารนี้ ทำให้ต่อมเหงื่อไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ปริมาณเหงื่อจึงลดลง เมื่อบริเวณรักแร้แห้งขึ้น ความอับชื้นซึ่งเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียก็ลดลง ปัญหากลิ่นตัวที่เกิดจากแบคทีเรียทำปฏิกิริยากับเหงื่อจึงดีขึ้นอย่างชัดเจน

ใครเหมาะกับการฉีดโบท็อกรักแร้

pie title สัดส่วนฉีดโบท็อกลดเหงื่อ
    "ต้องการความมั่นใจ ไม่ให้เสื้อเปียกเหงื่อ" : 45
    "แพ้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ/กลิ่นกาย" : 15
    "มีโรคประจำตัวที่ทำให้เหงื่อออกมาก" : 30
อ้างอิงข้อมูลของดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2022-2025
  • ผู้ที่มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ (Hyperhidrosis) บริเวณรักแร้
  • ผู้ที่รู้สึกไม่มั่นใจจากปัญหารักแร้เปียกเป็นวงกว้าง
  • ผู้ที่มีปัญหากลิ่นตัวแรงและต้องการแก้ไข
  • ผู้ที่ต้องการลดการใช้ผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและกลิ่นกายที่มีสารเคมี
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัวและเข้าสังคม
ข้อดีข้อควรพิจารณา
เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุด เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็วผลลัพธ์ไม่ถาวร จำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์
ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล และไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์ หรือกำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร
ขั้นตอนการทำใช้เวลาไม่นานและมีความเจ็บปวดน้อยมากผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและความมั่นใจในระยะยาวอาจมีรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปเองในไม่กี่วัน
ลดเหงื่อรักแร้ ใช้กี่ยูนิต

ลดเหงื่อรักแร้ ใช้กี่ยูนิต

ปริมาณยูนิตของโบท็อกที่ใช้ในการลดเหงื่อสำหรับแต่ละบริเวณจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และความรุนแรงของอาการในแต่ละบุคคลค่ะ แต่โดยมาตรฐานแล้ว ปริมาณที่ใช้มักจะเป็นดังนี้ค่ะ

  • รักแร้ (Axillary Hyperhidrosis): โดยปกติจะใช้ข้างละ 50 ยูนิต รวมสองข้างเป็น 100 ยูนิต ค่ะ นี่เป็นปริมาณมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและให้ผลลัพธ์ที่ดีในการลดเหงื่อใต้วงแขน
  • ฝ่ามือ (Palmar Hyperhidrosis): บริเวณฝ่ามือมักต้องการปริมาณยาที่สูงกว่า และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับขนาดของฝ่ามือและความรุนแรงของเหงื่อ โดยทั่วไปจะใช้ข้างละประมาณ 50 – 100 ยูนิต รวมสองข้างอาจอยู่ที่ 100 – 200 ยูนิต ค่ะ
ลดเหงื่อรักแร้ ใช้กี่ยูนิต ราคาเท่าไหร่ ฉีดที่ไหนดี
บริเวณที่ฉีดปริมาณ (ต่อข้าง)(รวมสองข้าง)
รักแร้50-70 ยูนิต100-140 ยูนิต
ฝ่ามือ50 – 100 ยูนิต100 – 200 ยูนิต

อยากลดเหงื่อถาวรมีวิธีไหนบ้าง

การลดเหงื่อแบบถาวร ทำครั้งเดียวหายเลยยังไม่มีในทางการแพทย์ค่ะ แม้แต่การผ่าตัดเองก็ตาม การทำความเข้าใจข้อดีและข้อแตกต่างระหว่างการฉีดโบท็อกกับการทำเลเซอร์เพื่อลดเหงื่อ จะช่วยให้คุณสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ดีที่สุดนะคะ ดิฉันจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนในแต่ละประเด็นค่ะ

ทั้งสองวิธีเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับในการรักษาภาวะเหงื่อออกมาก (Hyperhidrosis) แต่มีหลักการทำงานและให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ทานยาลดเหงื่อได้ผลแค่ไหน

xychart-beta
    title "ประสิทธิภาพยาลดเหงื่อ vs โบท็อกซ์"
    x-axis [Botox, Medicine]
    y-axis "ระดับประสิทธิภาพ" 0 --> 10
    bar [8, 3]
โบท็อกซ์รักแร้ลดเหงื่อ ดีไหม ใช้เยอะแค่ไหน กลิ่นตัวหายไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ตารางเปรียบเทียบ โบท็อก vs เลเซอร์ลดเหงื่อ

เปรียบเทียบการฉีดโบท็อก (Botox)การทำเลเซอร์ (เช่น miraDry)
หลักการทำงานใช้โปรตีนบริสุทธิ์ฉีดเพื่อ “ระงับ” การทำงานของเส้นประสาทที่สั่งการต่อมเหงื่อชั่วคราวใช้พลังงานคลื่นไมโครเวฟเพื่อสร้างความร้อนและ “ทำลาย” ต่อมเหงื่อและต่อมกลิ่นอย่างถาวร
ผลลัพธ์ชั่วคราว โดยเหงื่อจะลดลงอย่างชัดเจน คงผลลัพธ์ได้นาน 6-8 เดือน แล้วต้องกลับมาฉีดซ้ำถาวร ต่อมเหงื่อที่ถูกทำลายไปแล้วจะไม่กลับมาสร้างใหม่ สามารถลดเหงื่อได้มากกว่า 80% ตั้งแต่ครั้งแรก
ลักษณะการทำฉีดยาเป็นจุดเล็กๆ หลายจุดทั่วบริเวณรักแร้ อาจมีการทายาชาหรือประคบเย็นก่อนทำแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อน จากนั้นจึงใช้หัวอุปกรณ์นาบไปบนผิวหนังเพื่อปล่อยพลังงาน
ระยะเวลาทำรวดเร็ว ประมาณ 15-20 นาทีใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที ต่อการทำ 1 ครั้ง
การพักฟื้นไม่ต้องพักฟื้น อาจมีรอยช้ำจากเข็มเล็กน้อย แต่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีต้องพักฟื้น มีอาการบวม แดง เจ็บ หรือฟกช้ำได้นาน 1-3 สัปดาห์ และอาจมีก้อนแข็งใต้ผิวหนังซึ่งจะค่อยๆ หายไปเอง
ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าต่อครั้ง แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องทำซ้ำทุกๆ 6-8 เดือน ทำให้ในระยะยาวอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าสูงกว่าในครั้งแรก แต่เป็นการลงทุนเพื่อผลลัพธ์ถาวร ในระยะยาวจึงอาจคุ้มค่ากว่าเพราะไม่ต้องทำซ้ำ
ประโยชน์เพิ่มเติมลดกลิ่นกายได้ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการที่เหงื่อลดลง ทำให้แบคทีเรียเติบโตได้น้อยลงลดได้ทั้งเหงื่อ กลิ่น และขน พลังงานความร้อนจะทำลายทั้งต่อมเหงื่อ ต่อมกลิ่น และรากขนไปพร้อมกัน
ควรพบแพทย์เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

ข้อดีของการฉีดโบท็อก

  1. ไม่เจ็บตัวมาก ไม่ต้องพักฟื้น เป็นหัตถการที่บอบช้ำน้อยมาก หลังทำสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้นค่ะ
  2. เห็นผลเร็ว จะเริ่มรู้สึกว่าเหงื่อลดลงในไม่กี่วัน และเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์
  3. ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองการรักษา หรือมีงบประมาณจำกัดในครั้งแรก
โปรโมชั่น โบนิว ราคา เริ่มต้น 1500 บาท มีราคาเหมาขวด พิเศษ

ข้อดีของการทำเลเซอร์ลดเหงื่อ (miraDry)

  1. ผลลัพธ์ถาวร เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยตรง ทำลายต่อมเหงื่อให้หายไปอย่างถาวร จึงไม่ต้องกังวลกับปัญหานี้อีกในระยะยาว
  2. คุ้มค่าในระยะยาว แม้ค่าใช้จ่ายครั้งแรกจะสูง แต่เมื่อเทียบกับการต้องกลับไปฉีดโบท็อกซ้ำทุกปี การทำเลเซอร์เพียง 1-2 ครั้งอาจคุ้มค่ากว่ามาก
  3. แก้ปัญหาได้ครบวงจร สามารถลดได้ทั้งเหงื่อ (Hyperhidrosis), กลิ่นตัว (Bromhidrosis), และยังช่วยลดปริมาณขนรักแร้ได้ในคราวเดียว
  4. ไม่ต้องฉีดยาซ้ำบ่อยๆ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบการฉีดยา หรือไม่สะดวกมาคลินิกเป็นประจำทุกปี
เลเซอร์รักแร้ ช่วยอะไรได้บ้าง

ควรเลือกแบบไหนดีที่สุด?

  • เลือกฉีดโบท็อก หากคุณต้องการวิธีที่ รวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้น มีงบประมาณเริ่มต้นไม่สูง หรือต้องการ ทดลองผลลัพธ์ดูก่อน และไม่กังวลที่จะต้องกลับมาทำซ้ำทุก 6-8 เดือน
  • เลือกทำเลเซอร์ หากคุณต้องการ แก้ปัญหาให้จบในระยะยาว ไม่ต้องการกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ ยอมรับค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่สูงกว่าและมีเวลาสำหรับการพักฟื้นได้ และต้องการ ผลพลอยได้เรื่องการลดกลิ่นและขนอย่างถาวร ค่ะ
หมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก สาขา cdc-the paseo รามคำแหง

แพทย์จะแนะนำการผ่าตัดต่อมเหงื่อก็ต่อเมื่อ?

ข้อบ่งชี้ที่แพทย์จะพิจารณาแนะนำ “การผ่าตัดลดต่อมเหงื่อ”

  • [✔ ] รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล คนไข้ได้ลองใช้วิธีการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment) มาก่อนแล้ว แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ซึ่งรวมถึง:
    • การใช้ยาทาเฉพาะที่ (Clinical-strength antiperspirants)
    • การฉีดโบท็อกซ์ (Botox injections)
    • การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ (miraDry)
    • การรับประทานยาเพื่อลดเหงื่อ
  • [✔] มีภาวะเหงื่อออกมากในระดับรุนแรงมาก (Severe Hyperhidrosis) ปัญหาเหงื่อออกส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การเข้าสังคม และสุขภาพจิตใจ เช่น:
    • เหงื่อออกมากจนหยดเป็นน้ำ ทำให้จับสิ่งของหรือเขียนหนังสือลำบาก
    • ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลายครั้งต่อวัน
    • เกิดความอับอายและสูญเสียความมั่นใจอย่างหนัก
    • หลีกเลี่ยงการเข้าสังคมหรือการทำกิจกรรมต่างๆ
  • [✔ ] คนไข้เข้าใจและยอมรับความเสี่ยงของการผ่าตัด แพทย์ได้อธิบายถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นอย่างละเอียด โดยเฉพาะ ภาวะเหงื่อออกทดแทน (Compensatory Sweating) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด โดยร่างกายจะไปหลั่งเหงื่อออกในส่วนอื่นแทน เช่น หลัง, หน้าท้อง, หรือต้นขา ซึ่งอาจมีความรุนแรงเท่ากับหรือมากกว่าเหงื่อที่เคยออกที่รักแร้หรือฝ่ามือ
  • [✔ ] คนไข้มีสุขภาพโดยรวมที่แข็งแรง สามารถเข้ารับการผ่าตัดที่ต้องใช้การดมยาสลบได้อย่างปลอดภัย
  • [✔ ] ไม่ได้เกิดจากสาเหตุทุติยภูมิ แพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่าภาวะเหงื่อออกมากไม่ได้เป็นผลมาจากโรคประจำตัวอื่นๆ (Secondary Hyperhidrosis) เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ, โรคเบาหวาน, หรือผลข้างเคียงจากยาบางชนิด ซึ่งหากเป็นกรณีนี้ ต้องรักษาที่ต้นเหตุของโรคดังกล่าวแทนค่ะ

ข้อดีและข้อพิจารณาก่อนรับบริการโบท็อกซ์ลดเหงื่อ

ข้อดี

  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว
  • เป็นหัตถการที่ปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น
  • ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในระยะยาว

ข้อพิจารณา

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องกลับมาฉีดซ้ำทุก 6-8 เดือน
  • อาจมีรอยช้ำเล็กน้อยจากเข็มได้ แต่จะหายไปเอง
  • ไม่เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดโบท็อกรักแร้

ข้อควรรู้คำอธิบาย
เห็นผลเมื่อไหร่จะเริ่มรู้สึกว่าเหงื่อลดลงใน 3-7 วัน และเห็นผลเต็มที่ใน 1-2 สัปดาห์
อยู่ได้นานแค่ไหนผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
เจ็บไหมก่อนฉีดจะมีการประคบเย็นหรือทายาชาเพื่อลดความเจ็บ ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยมาก
อันตรายหรือไม่เป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูงหากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ที่ผ่าน อย.
การเตรียมตัวก่อนฉีดควรงดการกำจัดขนด้วยการโกนหรือแว็กซ์ประมาณ 2-3 วันก่อนทำหัตถการ
การดูแลหลังฉีดงดการซาวน่า เลเซอร์ หรือทำทรีทเมนท์ที่ใช้ความร้อนบริเวณรักแร้ 2 สัปดาห์ และงดใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายที่มีแอลกอฮอล์ 1-2 วัน

โปรแกรมที่ควรดูแลร่วมกันกับผิวใต้วงแขน

 การกำจัดขนรักแร้ “ลดกลิ่นตัว” (ได้ผลดีมาก)

การกำจัดขน มีประสิทธิภาพสูงมากในการช่วยลดกลิ่นตัว นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมการกำจัดขนจึงเป็นที่นิยม โดยกลไกเป็นดังนี้ค่ะ:

  1. กลิ่นตัวไม่ได้เกิดจากเหงื่อโดยตรง เหงื่อที่ผลิตจากต่อมเหงื่อ (โดยเฉพาะต่อม Apocrine บริเวณรักแร้) จริงๆ แล้วไม่มีกลิ่น แต่กลิ่นเกิดจาก “แบคทีเรีย” ที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของเรา ทำการย่อยสลายโปรตีนและไขมันที่ปนอยู่ในเหงื่อ ทำให้เกิดเป็นสารที่มีกลิ่นขึ้นมา
  2. เส้นขนคือแหล่งสะสมชั้นดี เส้นขนทำหน้าที่เหมือน “ตาข่าย” ที่ดักจับเหงื่อและความชื้นไว้ ทำให้บริเวณนั้นอับชื้นตลอดเวลา ซึ่งเป็นสภาวะที่แบคทีเรียชื่นชอบและเจริญเติบโตได้ดีมาก ยิ่งมีขนมาก ก็ยิ่งมีพื้นที่ให้แบคทีเรียยึดเกาะและมีแหล่งอาหาร (เหงื่อ) ให้ย่อยสลายมากขึ้น
  3. กำจัดขน = ทำลายบ้านของแบคทีเรีย เมื่อเรากำจัดขนออกไป ผิวหนังจะเรียบเนียนขึ้น เหงื่อจะระเหยไปได้เร็วขึ้น ไม่มีการดักจับความชื้น แบคทีเรียไม่มีที่ยึดเกาะและไม่มีแหล่งอาหารสะสม จึงลดจำนวนลงอย่างมาก เมื่อแบคทีเรียน้อยลง การย่อยสลายเหงื่อก็น้อยลง กลิ่นตัวจึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีกำจัดขนรักแร้ที่แนะนำ

วิธีการผลต่อการลดกลิ่นผลต่อการลดเหงื่อ (ความรู้สึก)ข้อควรพิจารณา
การโกน (Shaving)⭐⭐⭐⭐⭐ต้องทำบ่อย (1-3 วัน), อาจเกิดขนคุดหรือระคายเคืองได้ง่าย
การแว็กซ์/ถอน⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐อยู่ได้นานขึ้น (2-4 สัปดาห์), เจ็บ, อาจเกิดการอักเสบของรูขุมขนได้
เลเซอร์ / IPL⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐ให้ผลระยะยาว/ถาวร, กำจัดขนลึกถึงราก, ราคาสูง, ต้องทำหลายครั้ง

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ แพทย์ทุกท่านมีใบอนุญาตและประสบการณ์ด้านโบท็อกรักแร้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
  • แสดงขั้นตอนการผสมยา ให้เห็นการผสมโบท็อกกับน้ำเกลือ โปร่งใสทุกขั้นตอน

โบท็อกลดเหงื่อ ราคาเท่าไหร่

โปรโมชั่นเอาใจคนกังวลเรื่องเหงื่อ กลิ่น และความขาวใสของวงแขน ดีเลิฟเวอรี่คลินิกมอบโปรโมชั่น ทรีทเมนท์รักแร้ขาวใสด้วยวิตามินที่ดีต่อสุขภาพผิวของรักแร้โดยเฉพาะ 3 ครั้งฟรี เมื่อรับบริการ Botox รักแร้ 100 ยูนิตขึ้นไป

ทำทรีทเมนท์รักแร้ขาวใส
botox เกาหลี มียี่ห้อไหนบ้าง อัพเดท 2025 ราคาเท่าไหร่
ราคาโบท็อกซ์ อเมริกา เยอรมัน อังกฤษ แตกต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี
Allergan Dysport Xeomin
โปรแกรมราคา
NEURONOX 50 UNIT4,999.-
NEURONOX 100 UNIT7,999.-
AESTOX 50 UNIT4,999.-
AESTOX 100 UNIT7,999.-
HUGEL 50 UNIT5,999.-
HUGEL 100 UNIT9,999.-
XEOMIN 50 UNIT9,000.-
XEOMIN 100 UNIT17,000.-
DYSPORT 120 UNIT12,000.-
DYSPORT 300 UNIT19,000.-
BOTOX 50 UNIT12,900.-
BOTOX 100 UNIT19,999.-

รีวิว Botulinum Toxin บริเวณอื่นๆ

ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ให้บริการ 2 สาขา

ถ้าเป็นเคส “ต้องใช้หน้าจริงๆ” หมอเข้าใจเลยค่ะ! ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับ “กดสิว-ฉีดสิว” อาจพออนุโลมได้บ้าง ถ้าผิวไม่มีอาการแดงจัด ระคายเคือง หรือร้อนวูบวาบจนเกินไป ค่ะ แต่หมอขอย้ำนะคะว่า “พอได้” หมายถึง “พอลุ้น” ค่ะ ยังไงก็ยังเสี่ยงกว่าการรอให้ผิวพร้อมจริงๆ อยู่ดี

แต่สำหรับ “โบท็อกซ์-ฟิลเลอร์” หมอว่า ควรรอค่ะ ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน เพราะเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยตรง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ช้ำ ได้ง่ายกว่าการกดสิวมาก ถ้าเกิดอาการบวมช้ำขึ้นมา มันจะทำให้การใช้หน้าสำคัญๆ นั้นยากลำบากกว่าเดิมอีกค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อย่างแรกที่ต้องเข้าใจ คือโบท็อกซ์ไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีหลังฉีดค่ะ จะไม่เหมือนฟิลเลอร์ เพราะมันต้องใช้เวลาในการจับกับปลายประสาทและทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาสักพักค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว คนไข้จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 3-7 วันหลังฉีด ค่ะ ช่วงนี้อาจจะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่เคยขยับได้แรงๆ เริ่มขยับได้น้อยลง หรือรู้สึกตึงๆ เล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจนมากนะคะ สำหรับผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดและเข้าที่สวยตามที่คนไข้คาดหวัง จะอยู่ประมาณ 1-3 สัปดาห์หลังฉีดค่ะ ช่วงนี้กล้ามเนื้อจะคลายตัวเต็มที่ ริ้วรอยก็จะจางลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าจะดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ

ทำไมต้องรอนานขนาดนั้นคะหมอ?

  • กระบวนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์: โบทูลินัม ท็อกซิน จะค่อยๆ เข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท (Acetylcholine) ที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆ คลายตัวลง การทำงานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีค่ะ
  • การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล: ร่างกายของคนไข้แต่ละคนมีการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกันค่ะ บางคนอาจจะเห็นผลเร็วหน่อยแค่ 3-5 วัน บางคนอาจจะต้องรอถึง 7 วันกว่าจะเริ่มรู้สึก แต่โดยเฉลี่ยแล้วคือช่วง 3-7 วันแรกค่ะ
  • บริเวณที่ฉีด: บางบริเวณที่กล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวเยอะหรือกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมาก อาจจะต้องใช้เวลาในการเห็นผลนานกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยค่ะ เช่น กล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ อาจจะใช้เวลานานกว่าริ้วรอยหน้าผากเล็กน้อย
  • ปริมาณยาที่ใช้: การใช้ปริมาณยาที่เหมาะสมและถูกต้องตามการประเมินของแพทย์ ก็มีผลต่อระยะเวลาในการเห็นผลด้วยค่ะ

ที่หมอสรุปมานี้เฉพาะ botox ของแท้ + ฉีดโดยหมอที่มีประสบการณ์ + ฉีดในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองนะคะ ถ้าใครเจอะไรที่นอกเหนือจากนี้ ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเจอของปลอม หรือเจือจางขั้นสุดจนไม่เห็นผลตามที่ควรจะเป็นได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อย่างแรกเลย คือซ้ำไม่ได้ตามใจชอบ ไม่ใช่ว่าแค่เห็นหน้าตึงน้อยลงแล้วอยากจะฉีดซ้ำเลย แบบนี้ไม่ได้ มีระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ เพื่อความปลอดภัย ไม่ดื้อโบ

จากประสบการณ์ของหมอและงานวิจัยทางการแพทย์ โดยทั่วไปแล้ว โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ค่ะ โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนที่สุดช่วง 1-3 สัปดาห์แรกหลังฉีด ขึ้นอยู่กับว่าฉีดจุดไหนไปด้วย และค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ แต่ก็อย่างที่หมอพูดไปตอนแรกว่าระยะเวลาที่ว่านี้เป็นค่าเฉลี่ยนะคะ มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเคยเจอคนไข้หลายท่านเลยค่ะ ที่เดินเข้ามาคลินิกแล้วบอกว่า “อยากสวยเหมือนเพื่อนค่ะหมอ แต่ไม่รู้ว่าโบท็อกซ์มันคืออะไรกันแน่” หรือ “เห็นเพื่อนไปฉีดมาแล้วหน้าเป๊ะมาก โบท็อกซ์มันวิเศษขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หมออยากจะบอกว่า โบท็อกซ์ไม่ได้เป็นยาครอบจักรวาลค่ะ แต่มันคือสารสกัดจากธรรมชาติที่ชื่อว่า โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการ คลายการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดในปริมาณที่เหมาะสมและถูกจุด การออกฤทธิ์ของมันก็คือ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นทำงานลดลงชั่วคราวค่ะ

คนไข้หลายคนชอบเรียกทุกอย่างที่ฉีดลดริ้วรอย หรือลดกล้ามเนื้อว่า ‘โบท็อกซ์’ กันหมดเลยใช่มั้ยคะ? จริงๆ แล้ว ‘โบท็อกซ์’ (Botox®) เนี่ย เขาคือ ชื่อแบรนด์แรกๆ ที่ประสบความสำเร็จมากๆ จนกลายเป็นคำติดปาก เหมือนกับที่เราเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อว่า ‘มาม่า’ นั่นแหละค่ะ! เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะฉีดตัวไหน ที่ช่วยเรื่องเดียวกัน แต่แพทย์อาจจะใช้เทคนิคแตกต่างกันออกไปบ้างเท่านั้นค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การที่แพทย์ใช้เข็มจิ้มลูกโป่งแล้วไม่แตก ไม่ได้เป็นการพิสูจน์โดยตรงว่า “มือเบากว่าใคร” ในความหมายของการไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด  และ “ไม่ได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมเข็มที่ดีกว่าในการฉีดปรับรูปหน้า Botox Filler Biostimulator” การฉีดบนผิวหนังของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่ามาก แบบที่หมอยังอธิบายไม่ถูกเลยว่าจะทำยังไงให้คนไข้เข้าใจได้ครบว่า ทุกครั้งที่หมอสอดเข็มนั้นต้องมั่นใจแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์จะต้องใช้ ความรู้ด้านกายวิภาคเชิงลึก เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ที่มักสั่งสมตามอายุงานและจำนวนเคส และ ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้ เพื่อให้เกิด ความเจ็บปวดน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ 

ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อยากยุงแค่ไหน ก็แนะนำไม่เกิน 100 ยูนิตต่อครั้งค่ะ

หมอเข้าใจดีเลยนะคะว่าคนไข้หลายท่านอยากมีรูปหน้าสไตล์ “หน้ายุง” ที่ดู เรียวเล็ก เดฟ ขั้นสุด จนบางครั้งอาจรู้สึกว่ายิ่งอัดโบท็อกซ์กรามเยอะๆ ไปเลย จะได้เห็นผลไวๆ แต่นั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะเรียกทรงหน้านี้ว่าอะไร หรืออยากหน้าเรียวแค่ไหน ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ การใช้โบท็อกซ์ลดกรามที่มากเกินกว่า 50-100 ยูนิตในครั้งเดียว (เฉลี่ยข้างละ 25-50 ยูนิต) ไม่ได้ช่วยให้หน้าเล็กลงไปกว่าขีดจำกัดของกล้ามเนื้อเรานะคะ แต่กลับจะไปเพิ่มความเสี่ยงให้ กล้ามเนื้อเคี้ยวอาหารอ่อนแรง ยิ้มมุมปากตก หรือเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกซ์ ในระยะยาวได้ หมอเข้าใจและพร้อมจะเนรมิตความสวยตามความต้องการของคนไข้นะคะ แต่คนไข้ก็ต้องเข้าใจหมอด้วยว่า หมออยากให้ทุกคนสวยแบบปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง ค่อยๆ ปรับโครงหน้าให้เรียวเล็กอย่างพอดีกับสัดส่วนของเรา ดีกว่าฝืนฉีดอัดยูนิตเกินลิมิตแล้วต้องมาตามแก้ทีหลังค่ะ สวยแบบหน้ายุงได้ แต่ต้องเป็นยุงที่สวยและปลอดภัยที่สุดนะคะ

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หมอต้องขออนุญาตเบรกความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ หลายคนมักคิดว่า “โบท็อกซ์คือตัวจบ” ของการทำหน้าเรียวหน้ายุง ฉีดปุ๊บหน้าต้องเล็กปั๊บแบบทรงหน้ายุงแน่นอน แต่หมอต้องอธิบายตามหลักการแพทย์แบบนี้ค่ะว่า โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ลดขนาดได้เฉพาะส่วนที่เป็น “กล้ามเนื้อ” (กราม) เท่านั้น

ถ้าคนไข้มีใบหน้าที่กว้างหรือเหลี่ยมจาก “แนวโครงสร้างกระดูก” โบท็อกซ์ก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ หรือถ้าหน้ากลมเพราะมี “ชั้นไขมันสะสมที่แก้มหรือเหนียงเยอะ” โบท็อกซ์ก็ไม่สามารถสลายไขมันได้เช่นกันค่ะ ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจอัดโบท็อกซ์ หมอแนะนำให้เข้ามาให้หมอช่วยจับและประเมินรูปหน้าดูก่อนนะคะ เราจะได้วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง หากปัญหาเกิดจากไขมันเราจะได้เปลี่ยนไปใช้แฟตสลายไขมัน หรือถ้าเป็นเรื่องความหย่อนคล้อยก็อาจจะใช้เครื่องมือยกกระชับแทน เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์หน้าเรียวเล็กที่ตรงจุด ทำแล้วเห็นผลจริงแบบไม่เสียเงินฟรีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ช่วยได้ค่ะ แต่ไม่ดีเท่ากับการลดริ้วรอยด้วยการฉีด Botulinum Toxin โดยตรงค่ะ เพราะมันเป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยตรง สาเหตุเพราะรอยตีนกาลึกๆ เกิดจากการขยับตัวของกล้ามเนื้อเวลาที่คนไข้ยิ้มหรือแสดงสีหน้า ซึ่งต้องใช้โบท็อกซ์เข้าไปคลายกล้ามเนื้อส่วนนั้น ในขณะที่ Ulthera ถูกออกแบบมาเพื่อดึงยกกระชับชั้นผิวที่หย่อนคล้อย (SMAS) ให้ตึงและเด้งขึ้น การทำ Ulthera จึงตอบโจทย์เรื่องการยกคิ้วและหางตาตกได้ดีเยี่ยม และมีผลพลอยได้คือรอยยับตื้นๆ บนผิวดูจางลงเพราะผิวถูกดึงให้ตึงขึ้นนั่นเองค่ะ ดังนั้นหากคนไข้ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน บางเคสต้อง ควบคู่กับการฉีดโบท็อกซ์เพื่อสยบตีนกาทุกการขยับ จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

20

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Ensure your presence is always pleasant. Don't let body odor subtly detract from others' comfort.

อ่านความประทับใจ

★★ ★ ★★

google
mookmookka
mookmookka
28/02/2026
google
เพียงดาว สภาทอง
เพียงดาว สภาทอง
24/01/2026
google
보크
보크
06/09/2025
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
facebook
Wipat Pongtipagorn
Wipat Pongtipagorn
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Peter Nick
Peter Nick
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Tay Pattara
Tay Pattara
แนะนำเลย
21/07/2024