ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ตรวจระดับ Vitamin D + Vitamin D300,000IU ราคา 2999.-
Real longevity with Yourgevity.

อายุยืนแบบมีคุณภาพ กับ Yourgevity

อ่อนเพลีย ป่วยบ่อย ขาดวิตามินดีไหม? ตรวจ Vitamin D พร้อมวางแผนเสริม ราคา 2,999.-

แพ็คเกจตรวจ Vitamin D3 ตรวจระดับวิตามินดี 2,999.-
รายการตรวจ
Vitamin D3 ตรวจระดับวิตามินดี

ใครบ้างที่ควรตรวจระดับ Vitamin D?

วิตามินดีมีบทบาทสำคัญต่อ กระดูก กล้ามเนื้อ ภูมิคุ้มกัน และสมดุลของร่างกายหลายคนขาดวิตามินดีโดยไม่รู้ตัว แม้อาศัยในประเทศที่มีแสงแดดตลอดปี

pie
    title สัญญาณที่พบได้เมื่อขาดวิตามินอย่างรุนแรง
    "อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม้พักผ่อนเพียงพอ" : 30
    "ป่วยบ่อย ภูมิคุ้มกันต่ำ" : 25
    "ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือกระดูกเรื้อรัง" : 20
    "สมาธิลด อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า" : 15
    "ผมร่วง ผิวแห้ง เล็บเปราะ" : 10
ประเด็นเปรียบเทียบอ่อนล้าจากการทำงานทั่วไปอ่อนล้าจากการขาดวิตามินดี
สาเหตุหลักใช้พลังงานมาก พักผ่อนไม่พอ ความเครียดระดับวิตามินดีในเลือดต่ำ
ความรู้สึกเหนื่อยเหนื่อยตามภาระงานเหนื่อยเรื้อรัง ไม่สัมพันธ์กับกิจกรรม
การพักผ่อนพักแล้วดีขึ้นชัดเจนพักแล้วไม่ดีขึ้น หรือดีขึ้นเล็กน้อย
ระยะเวลาของอาการเป็นช่วง ๆเป็นต่อเนื่องยาวนาน
อาการปวดเมื่อยปวดกล้ามเนื้อจากการใช้งานปวดเมื่อยลึก กล้ามเนื้อหรือกระดูก
ภูมิคุ้มกันปกติป่วยบ่อย ติดเชื้อง่าย
สมาธิและอารมณ์ล้าชั่วคราวสมาธิลด อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า
การออกแดดไม่เกี่ยวโดยตรงมักได้รับแสงแดดน้อย
การตอบสนองต่อการเสริมวิตามินไม่จำเป็นอาการดีขึ้นเมื่อเสริมอย่างเหมาะสม
วิธีตรวจยืนยันไม่จำเป็นต้องตรวจตรวจระดับ Vitamin D ในเลือด

✅ ผู้ที่อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือพลังงานลด

  • รู้สึกไม่สดชื่นแม้นอนพอ
  • สมองล้า เหนื่อยสะสม
  • อาจสัมพันธ์กับระดับวิตามินดีต่ำ

✅ ผู้ที่ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือกระดูกบ่อย

  • ปวดหลัง ปวดข้อ ปวดตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฟื้นตัวช้า
  • วิตามินดีมีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและกระดูก

✅ ผู้ที่ป่วยง่าย หรือภูมิคุ้มกันต่ำ

  • เป็นหวัดบ่อย หายช้า
  • ติดเชื้อซ้ำ
  • วิตามินดีเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

✅ ผู้ที่ทำงานในอาคาร หรือหลีกเลี่ยงแสงแดด

  • ทำงานออฟฟิศ อยู่ในอาคารเกือบทั้งวัน
  • ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ
  • มีโอกาสได้รับวิตามินดีจากแสงแดดไม่เพียงพอ

✅ ผู้ที่ต้องการเสริมหรือได้รับ Vitamin D ขนาดสูง

  • ต้องการรู้ระดับก่อนเสริม
  • วางแผนดูแลอย่างปลอดภัย
  • ลดความเสี่ยงจากการได้รับวิตามินดีเกินความจำเป็น

ทำไมควรตรวจระดับ Vitamin D ก่อนเสริม?

  • ระดับวิตามินดีของแต่ละคนไม่เท่ากัน
  • การเสริมควรเหมาะสมกับระดับจริง
  • การตรวจช่วยให้แพทย์แนะนำแนวทางดูแลที่ปลอดภัย

Vitamin D3 ช่วยเรื่องอะไร?

  • ช่วยลดความเครียด และต้านภาวะซึมเศร้า
  • ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น
  • ช่วยลดอาการปวดรูมาตอยด์
  • ช่วยการทำงานของระบบสังเคราะห์ฮอร์โมน
  • ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้
  • ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดี
  • ช่วยฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม
  • ช่วยในการทำงานของระบบสังเคราะห์สารสื่อประสาท

ถ้ารู้ว่าขาดแล้วก็ต้องเสริม เพื่อร่างกายที่สมบูรณ์

  • ออกแดดยามเช้า 10 – 15 นาที
  • กินอาหารที่มี D3 เช่น ไข่แดง ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า
  • เสริมด้วยวิตามิน D3 (ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน)

การฉีดวิตามิน D3 ราคาเท่าไหร่

จำนวนเข็มราคาต่อครั้ง (บาท)
1 เข็ม3,500

ผลตรวจจะบอกว่าเราขาดมากน้อยแค่ไหน แพทย์ประเมินการเพิ่มตามผลตรวจและอายุ

ปริมาณวิตามินดีที่แนะนำให้ได้รับต่อวันตามช่วงวัยและภาวะต่างๆ ได้ดังนี้ค่ะ

  • อายุน้อยกว่า 1 ปี: ควรได้รับวิตามินดีวันละ 400 IU (เทียบเท่า 10 ไมโครกรัม)
  • อายุ 1-70 ปี: ควรได้รับวิตามินดีวันละ 600 IU (เทียบเท่า 15 ไมโครกรัม)
  • อายุ 70 ปีขึ้นไป: ควรได้รับวิตามินดีวันละ 800 IU (เทียบเท่า 20 ไมโครกรัม)
  • สตรีที่วางแผนตั้งครรภ์: ควรได้รับวิตามินดีวันละ 400-600 IU (เทียบเท่า 10 ไมโครกรัม)
  • สตรีตั้งครรภ์ในกลุ่มความเสี่ยงสูง: ควรได้รับวิตามินดีวันละ 2,000-4,000 IU (เทียบเท่า 50-100 ไมโครกรัม)

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการฉีดวิตามินดี แบบเข้ากล้ามเนื้อ

ข้อควรรู้คำอธิบาย
1. ทำไมต้องฉีดวิตามินดีเข้ากล้ามเนื้อ?การฉีดวิตามินดีเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีภาวะ ขาดวิตามินดีอย่างรุนแรง หรือมีปัญหาในการดูดซึมวิตามินดีจากทางเดินอาหาร (เช่น ผู้ป่วยโรคโครห์น, ผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะอาหาร) หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มระดับวิตามินดีในร่างกายอย่างรวดเร็วและคงที่ เนื่องจากวิตามินดีที่ฉีดจะเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงและเก็บสะสมในร่างกายได้นานกว่าแบบรับประทานค่ะ
2. การฉีดวิตามินดีต่างจากการรับประทานอย่างไร?การฉีด: สามารถเพิ่มระดับวิตามินดีในเลือดได้อย่างรวดเร็วและมีระดับที่สูงกว่าการรับประทาน เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยและการดูดซึมที่อาจมีข้อจำกัด มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมหรือต้องการผลลัพธ์ที่เร็วขึ้น และมักจะฉีดในปริมาณที่สูงกว่าต่อครั้ง แต่อยู่ได้นานกว่า (เช่น 3-6 เดือนต่อการฉีดหนึ่งครั้ง)
การรับประทาน: เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถดูดซึมได้ตามปกติ และต้องการรักษาระดับวิตามินดีในระยะยาว โดยทั่วไปมักรับประทานทุกวันหรือทุกสัปดาห์ในปริมาณที่ต่ำกว่าค่ะ
3. การฉีดวิตามินดีอันตรายหรือไม่ มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?การฉีดวิตามินดีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญถือว่าปลอดภัยค่ะ ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมักไม่รุนแรง เช่น
อาการปวด บวม แดง ช้ำเล็กน้อย บริเวณที่ฉีด
อาการแพ้ (พบน้อยมาก) เช่น ผื่น ลมพิษ หายใจลำบาก
สิ่งที่ต้องระวังคือการได้รับวิตามินดีในปริมาณที่มากเกินไป (Vitamin D toxicity) ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูง คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และมีผลต่อไตได้ หากคนไข้มีอาการผิดปกติรุนแรงควรรีบพบแพทย์ทันทีค่ะ
4. ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน?ความถี่ในการฉีดขึ้นอยู่กับระดับวิตามินดีในเลือดของคนไข้แต่ละราย และดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ โดยทั่วไปอาจฉีด ทุก 3-6 เดือน หรือตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อรักษาระดับวิตามินดีให้เหมาะสมค่ะ
5. ใครควรพิจารณาฉีดวิตามินดี?– ผู้ที่มีภาวะขาดวิตามินดีอย่างรุนแรงและต้องการเพิ่มระดับอย่างเร่งด่วน
– ผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมวิตามินดีจากลำไส้ เช่น ผู้ป่วยโรคทางเดินอาหารบางชนิด, ผู้ที่เคยผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือลำไส้
– ผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก (BMI สูง) ซึ่งวิตามินดีอาจถูกเก็บสะสมในไขมัน ทำให้ระดับในเลือดต่ำ
– ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยได้รับแสงแดด
– ผู้ที่ไม่สะดวกรับประทานวิตามินดีทุกวัน
6. ใครไม่ควรฉีดวิตามินดี?– ผู้ที่มีภาวะแคลเซียมในเลือดสูง
– ผู้ที่มีประวัติแพ้วิตามินดีหรือส่วนประกอบอื่นๆ ในยาฉีด
– ผู้ป่วยโรคบางชนิด เช่น โรคซาร์คอยโดสิส (Sarcoidosis) หรือผู้ที่มีภาวะผิดปกติในการจัดการแคลเซียมและวิตามินดีในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะเป็นพิษได้ง่าย ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนค่ะ
7. ฉีดวิตามินดีที่ตำแหน่งไหน?โดยทั่วไปจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อขนาดใหญ่ เช่น กล้ามเนื้อสะโพก (gluteal muscle) หรือกล้ามเนื้อต้นแขน (deltoid muscle) โดยบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

ข้อปฏิบัติตัวก่อนและหลังรับบริการฉีดวิตามินดี

ก่อนรับบริการ:

  1. แจ้งประวัติทางการแพทย์: คนไข้ควรแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทาน อาหารเสริม วิตามิน และประวัติการแพ้ยาหรือสารต่างๆ ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
  2. ปรึกษาแพทย์: พูดคุยกับแพทย์เกี่ยวกับความคาดหวัง ข้อกังวล และสอบถามข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับการฉีดวิตามินดี เพื่อให้เข้าใจถึงประโยชน์ ความเสี่ยง และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
  3. ตรวจเลือด: โดยปกติแล้ว แพทย์จะทำการตรวจระดับวิตามินดีในเลือดก่อน เพื่อประเมินภาวะการขาดและกำหนดปริมาณที่เหมาะสมในการฉีด
  4. รับประทานอาหารและดื่มน้ำ: ไม่จำเป็นต้องงดอาหารหรือน้ำก่อนการฉีด สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
  5. พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย

หลังรับบริการ:

  1. สังเกตอาการ: สังเกตบริเวณที่ฉีดว่ามีอาการปวด บวม แดง หรือช้ำผิดปกติหรือไม่ อาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราวและหายได้เองภายใน 1-2 วัน
  2. ประคบเย็น (ถ้ามีอาการบวม/ปวด): หากมีอาการปวดหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด สามารถประคบเย็นได้เพื่อลดอาการ
  3. หลีกเลี่ยงการนวดคลึง: ไม่ควรกดหรือนวดคลึงบริเวณที่ฉีดแรงๆ ทันทีหลังฉีด เพื่อป้องกันการระคายเคือง
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้ดีและส่งเสริมการฟื้นตัว
  5. หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก: หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากในวันที่ฉีด เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดได้พักผ่อน
  6. ติดต่อแพทย์หากมีอาการผิดปกติ: หากมีอาการปวด บวม แดง ที่ไม่หายไป หรือมีไข้ ผื่นขึ้น หายใจลำบาก หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบติดต่อแพทย์ทันที
  7. มาตามนัด: หากมีนัดตรวจเลือดซ้ำหรือฉีดครั้งต่อไป ควรมาตามนัดเพื่อติดตามระดับวิตามินดีในร่างกายและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสม

วิตามินดี 3 กับการลดน้ำหนัก เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

วิตามินดี 3 มีบทบาทสำคัญในการควบคุม เซลล์ไขมัน และ ระบบเผาผลาญ ของร่างกายค่ะ มันจะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความอยากอาหาร เช่น เลปติน (ฮอร์โมนอิ่ม) และ เกรลิน (ฮอร์โมนหิว) ทำให้เราควบคุมความอยากอาหารได้ดีขึ้น นอกจากนี้ วิตามินดี 3 ยังช่วย เพิ่มความไวของอินซูลิน ทำให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ดี ไม่สะสมเป็นไขมันส่วนเกินง่ายๆ ค่ะ

ที่น่าสนใจคือ คนที่มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วนมักจะ ขาดวิตามินดี 3 ค่ะ เพราะวิตามินดีจะถูกกักเก็บอยู่ในเซลล์ไขมัน ทำให้ร่างกายนำไปใช้ได้ไม่เพียงพอ การขาดวิตามินดี 3 จึงอาจทำให้การเผาผลาญไม่ดี และลดน้ำหนักได้ยากขึ้น เหมือนเป็นวงจรที่ไม่ดีต่อกันค่ะ

ดังนั้น การมีระดับวิตามินดี 3 ที่เหมาะสม จะช่วยให้ร่างกายของเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ระบบเผาผลาญดีขึ้น การควบคุมอาหารง่ายขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้คนไข้ ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน นั่นเองค่ะ ถ้ากำลังพยายามลดน้ำหนัก หมอแนะนำให้ลองปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับวิตามินดี 3 ดูนะคะ

ประหยัดเวลา สะดวก

  • ไม่ต้องรอคิวนาน: ระบบการจองคิวล่วงหน้า ทำให้คุณสามารถเข้าตรวจได้ทันทีตามเวลาที่สะดวก
  • ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน: ไม่ต้องผ่านหลายแผนก ไม่ยุ่งยาก
  • บริการครบจบในที่เดียว: ตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด ตรวจฮอร์โมน และตรวจยีนส์หรือ DNA ได้ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องไปแยกตรวจหลายสถานที่

บริการเฉพาะบุคคล (Personalized Services)

  • คลินิกเตรียมแพ็กเกจที่เหมาะกับความต้องการของคุณ เช่น ตรวจฮอร์โมนสำหรับผู้หญิง ตรวจสุขภาพเบื้องต้น หรือแพ็กเกจตรวจยีนส์เพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคในอนาคต
  • มีผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือทันสมัยสำหรับการตรวจที่แม่นยำและวิเคราะห์ผลเฉพาะบุคคล

ความเป็นส่วนตัว บริการติดตามผลและอธิบายผลตรวจ

  • มีแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและติดตามผลการตรวจอย่างใกล้ชิด
  • มีการติดต่อคุณหลังจากตรวจเสร็จ เพื่ออธิบายผลตรวจและให้คำแนะนำเพิ่มเติม
  • ให้คำปรึกษาหลังตรวจโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

2 สาขา เดินทางง่าย


เหมาะกับชีวิตสมัยใหม่

  • ตรวจสุขภาพที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เช่น การตรวจยีนส์ที่ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพในอนาคต
  • บริการด้วยทีมแพทย์ ผู้ช่วย พนักงาน ที่แนวคิดใหม่ เข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพแบบ Longevity

แม้ HDL จะเป็นไขมันดี แต่ หากสูงเกิน 90-100 mg/dL อาจเปลี่ยนสภาพเป็นไขมันที่ทำงานผิดปกติ (Dysfunctional HDL) และไม่ได้ช่วยปกป้องหลอดเลือดหัวใจอีกต่อไป ซึ่งสาเหตุมักมาจากพันธุกรรมหรือพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์จัด วิธีแก้ไขที่ถูกต้อง ไม่ใช่การวิ่งหายาลด HDL แต่คนไข้ควรหันไป จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ โฟกัสที่การควบคุมไขมันตัวร้ายตัวอื่นๆ (เช่น LDL และ ApoB) และดูแลสุขภาพหลอดเลือดโดยรวมเพื่อลดการอักเสบ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างตรงจุดและปลอดภัยกว่าค่ะ

สำหรับใครที่เพิ่งหันมาดูแลสุขภาพจริงจัง ค่าตัวเลขเยอะแยะไปหมดให้เข้าใจง่ายๆว่า ผู้ที่มีระดับ HDL สูงเกิน 90 mg/dL อย่างต่อเนื่อง อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีระดับ HDL อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (40-60 mg/dL)

หมอยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆนะคะ ให้คนไข้เปรียบเทียบ HDL เป็น “รถเก็บขยะ” ที่คอยเก็บกวาดไขมันตามหลอดเลือดไปทิ้ง ปกติถ้ารถมีจำนวนพอดีๆ ถนนหลอดเลือดของเราก็จะสะอาดค่ะ แต่ถ้าคนไข้มีรถเก็บขยะเยอะเกินไป (HDL สูงปรี๊ด) รถเหล่านี้มักจะเป็นรถที่ “เครื่องยนต์พัง” หรือไม่ได้คุณภาพ พอออกมาเต็มถนนแทนที่จะช่วยเก็บขยะ กลับทำให้รถติดและเกะกะหลอดเลือดแทน ในทางการแพทย์เราเรียกภาวะนี้ว่า Dysfunctional HDL หรือไขมันดีที่ทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจกลับมาเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจแทนที่จะป้องกันค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

นอนหลับลึกคืนเว้นคืนไม่ผิดปกติ แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจค่ะ

สิ่งที่คนไข้เจออาจจะเป็นภาวะขาดสมดุลของ “แรงหนี้การนอน” (Sleep Pressure) ค่ะ ในสมองของเราจะมีสารเคมีตัวหนึ่งชื่อว่า “อะดีโนซีน” (Adenosine) ซึ่งจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่เราตื่นเพื่อทำให้เราง่วง พอคืนแรกคนไข้นอนหลับสนิทและเต็มอิ่มมากๆ ร่างกายก็ชำระล้างสารความง่วงตัวนี้ออกไปจนหมดเกลี้ยง ทำให้พอถึงเวลานอนในคืนที่สอง สารความง่วงยังสะสมกลับมาไม่มากพอที่จะไปกดสวิตช์ให้สมองเข้าสู่โหมดหลับลึกได้ ร่างกายเลยรู้สึกว่า “ฉันเพิ่งนอนอิ่มไปเองนะ” จึงเกิดอาการหลับยากหรือหลับๆ ตื่นๆ ในคืนถัดมานั่นเองค่ะ วิธีแก้ที่หมออยากให้คนไข้ปรับใช้ทันทีคือ “การตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวันเด๊ะๆ” (บวกลบไม่เกิน 30 นาที) แม้คืนก่อนจะนอนไม่พอก็ห้ามนอนตื่นสายชดเชยเด็ดขาด เพื่อเป็นการเลี้ยงระดับสารความง่วงให้สะสมสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้คนไข้กลับมานอนหลับสนิทได้ทุกคืนค่ะ

เรื่องนี้มีวิจัยจริงจังกันเลย รายงานวิจัยทางการแพทย์ระบุว่า การคงเวลาตื่นนอนให้คงที่ทุกวัน (± ไม่เกิน 30 นาที) ต่อเนื่องกัน 2 สัปดาห์ จะช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวภาพ และลดความผันผวนของคุณภาพการนอน (Night-to-night sleep variability) ได้ถึง 40% ทำให้วงจรการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินกลับมาทำงานตรงเวลาและช่วยให้หลับสนิทได้ต่อเนื่องทุกคืน

อ่านเพิ่มเติม

อย่าเชื่อข้อมูลจาก TT มากกว่าเชื่อองค์การระดับโลกเลยนะคะ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า รังสี UVA มีสัดส่วนสูงถึง 95% ของรังสีอัลตราไวโอเลตทั้งหมดที่ส่องมาถึงพื้นโลก และมีความเข้มข้นค่อนข้างสม่ำเสมอตลอดช่วงเวลากลางวันตั้งแต่เช้าจรดเย็น นอกจากนี้ UVA ยังสามารถทะลุผ่านกระจกใสได้สูงถึง 75% ซึ่งหมายความว่าการรับแดดเช้าแม้จะอยู่ริมหน้าต่าง ก็สามารถกระตุ้นเม็ดสีเมลานินและทำลายคอลลาเจนในผิวชั้นลึกได้ (Photoaging) จึงแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า PA+++ ขึ้นไป เพื่อการปกป้องผิวที่ครอบคลุม

แม้จะเป็นแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า ผิวของเราก็ สามารถดำคล้ำและเกิดริ้วรอยได้ค่ะ เพราะในแสงแดดมี รังสี UVA ที่มีปริมาณคงที่ตลอดทั้งวันและทะลุเข้าสู่ผิวชั้นลึกได้ รังสีนี้จะไป กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ โดยที่เราไม่รู้สึกแสบร้อนผิวเลย

ดังนั้นถ้าคนไข้ตั้งใจออกไปรับแดดเช้าเพื่อสังเคราะห์วิตามินดี หมอก็ต้องบอกตามตรงว่า คนไข้จะได้ทั้งประโยชน์จากวิตามินดี และได้ความหมองคล้ำของผิวเป็นของแถมกลับมาด้วยอย่างแน่นอนค่ะ เพียงแต่มันไม่เยอะพอ และไม่ต้องนานพอจนเป็นอันตรายต่อผิวมากเกินไป แต่ถ้าวันต้องออกจากบ้าน หรือต้องโดนแดดแบบไม่ต้องการวิตามินใดๆแล้วละก็ เพื่อปกป้องความอ่อนเยาว์และกระจ่างใส หมอจึงขอเน้นย้ำให้คนไข้ ต้องทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน แม้จะตั้งใจออกไปโดนแดดแค่ช่วงเช้าสั้นๆ ก็ตามนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

คนไข้ที่มาที่นี่ มั่นใจเพราะผลลัพธ์จาก ‘ผู้มารับบริการจริง’ มากกว่าค่ะ เอาจริงๆ เดี๋ยวนี้เวลาเราเห็นดาราโปรโมทให้คลินิกไหน เราก็แอบรู้อยู่ลึกๆ ใช่ไหมคะว่ามันคือการตลาด บางทีเขาอาจจะไม่ได้ทำจริงด้วยซ้ำ หมอเลยอยากให้คลินิกเราเติบโตด้วยรีวิวจากคนไข้ทั่วไปที่มีปัญหาจริงๆ เดินเข้ามาทำแล้วเห็นผลจริงๆ ดีบอกต่อ ทีมงานหน้าบ้านหมอทำงานง่ายกับคนไข้จริง มาด้วยปัญหา อยากแก้ไข อยากดูดีอยากสุขภาพดีขึ้น เราแนะนำได้ครบ แต่สำหรับดาราหมอว่าเขาสวยอยู่แล้ว ไม่รู้จะทำอะไรให้เขาดี 🙂 จริงๆ จะคนไข้หรือดาราหรือคนดังมารับบริการ ‘ความลับคนไข้’ จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ผลลัพธ์การรักษาค่ะ ทุกเคสรีวิวของคลินิกผ่านการอนุญาตจากคนไข้แล้ว

อ่านเพิ่มเติม

สมมติว่าคนไข้คนหนึ่งรู้สึกอ่อนเพลียมากๆ ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ผิวดูไม่สดใส หมออาจจะแนะนำให้ฉีด สัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เพื่อบูสต์ร่างกายให้กลับมามีพลังงานและผิวพรรณสดใส จากนั้นเมื่อคนไข้รู้สึกดีขึ้นมากแล้ว อาจจะลดความถี่ลงมาเป็น เดือนละครั้ง เพื่อคงสภาพที่ดีไว้นั่นเองค่ะ

Myer’s Cocktail คือ การเติมวิตามินและแร่ธาตุสำคัญเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านทางหลอดเลือด เพื่อช่วยฟื้นฟูพลังงาน เสริมภูมิคุ้มกัน และบำรุงสุขภาพผิวพรรณให้ดีขึ้นจากภายใน ความถี่ในการฉีดจะแตกต่างกันไปตามความต้องการและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยในช่วงแรกอาจแนะนำให้ฉีดสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว และลดลงเหลือเดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อการบำรุงในระยะยาว สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาคุณหมอเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณคนไข้แต่ละท่าน ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ไม่ต้องกังวลน้องเลยค่ะ น้องรู้ทุกจุดที่ต้องการการซ่อมแซม เหมือนไปรษณีย์รู้ทุกบ้านทุกหลังยังไงอย่างงั้น สเต็มเซลล์เปรียบเสมือน “หน่วยกู้ชีพประจำร่างกาย” ที่มีความสามารถในการแบ่งตัวและซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ โดยพวกมันรู้พิกัดการทำงานผ่าน “กลไกโฮมมิ่ง (Homing Effect)” ซึ่งเป็นการวิ่งตามสัญญาณขอความช่วยเหลือ (สารเคมีกลุ่ม Cytokines) ที่หลั่งออกมาจากบริเวณเนื้อเยื่อที่เสียหายหรืออักเสบ ทำให้สเต็มเซลล์สามารถตรงเข้าไป ฟื้นฟูผิวที่แก่ชรา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเซลล์ ได้อย่างแม่นยำและตรงจุด ช่วยให้คนไข้มีสุขภาพผิวที่อ่อนเยาว์ แข็งแรง และเปล่งปลั่งจากภายในระดับเซลล์ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อาการข้างเคียงหลักๆ ที่ “คล้ายกัน” ในทุกยี่ห้อไม่ว่าจะเป็นปากกาลดน้ำหนักกลุ่มดั้งเดิม หรือกลุ่มใหม่อย่าง Mounjaro หรือ Wegovy กลไกหลักของเขาคือการชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร เพื่อให้เราอิ่มนานขึ้น ดังนั้นผลข้างเคียงส่วนใหญ่จึงไปตกอยู่ที่ “ระบบทางเดินอาหาร” เหมือนกันค่ะ เช่น

  • คลื่นไส้ พะอืดพะอม (พบบ่อยที่สุดในช่วงเริ่มยา)
  • อิ่มจุก แน่นท้อง เรอ
  • ท้องผูก หรือ ท้องเสีย (แล้วแต่ระบบขับถ่ายของแต่ละคน)

อ่านเพิ่มเติม

การตรวจคัดกรองมะเร็งทั่วไป “มักจะตรวจไม่พบ” มะเร็งกลุ่ม GIST หรือมะเร็งหายากค่ะ เนื่องจากมะเร็งเหล่านี้ไม่มีสารบ่งชี้ในเลือดที่ชัดเจนและมักซ่อนตัวอยู่ในชั้นผนังเนื้อเยื่อที่การตรวจพื้นฐานเข้าไม่ถึง หากคนไข้ต้องการความมั่นใจ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีอาการผิดปกติเรื้อรัง เช่น ท้องอืดผิดปกติ หรือคลำพบก้อน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น CT Scan หรือการส่องกล้องแบบพิเศษ เพื่อที่จะได้วินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงทีตั้งแต่ระยะเริ่มต้นค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ชื่อเรียกมีหลายชื่อ แล้วแต่คนจะเรียกแล้วกันนะคะตอนนี้ ว่ากันไป แต่สำหรับข้อเสียที่ร้ายแรงที่สุดของปากกาลดน้ำหนัก GLP-1 , GLP-1 / GIP Recaptor agonists ไม่ใช่เพียงผลข้างเคียงทางร่างกาย แต่คือการที่มันถูกทำให้กลายเป็น สินค้าแฟชั่นที่เข้าถึงง่ายจนน่ากลัว 99% ของคนไข้ที่อยากสั่งยา แต่ไม่อยากคุยกับหมอ การันตีได้ว่า มองปากกาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่ไม่ต้องออกแรง หรือวางแผนใดๆในการลดน้ำหนักหรือคุมหิวตัวเอง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็น ทางลัด ซึ่งส่งผลให้เกิดการละเลยการดูแลสุขภาพพื้นฐานและเสี่ยงต่อการใช้ยาผิดวิธีโดยไม่มีการติดตามจากแพทย์ หากใช้อย่างไม่เข้าใจและ ขาดการสั่งจ่ายตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ยาที่ควรจะเป็นเครื่องมือรักษาก็จะกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพของคนไข้ในระยะยาวค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หลังการผ่าตัดกระเพาะอาหาร การตรวจระดับวิตามินและสารอาหารเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และต้องทำต่อเนื่องตลอดชีวิตค่ะ เพราะการที่กระเพาะเล็กลงและลำไส้เปลี่ยนไป ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่เท่าเดิม หากคนไข้ละเลย อาจเสี่ยงต่อ ภาวะผมร่วงรุนแรง โลหิตจาง และกระดูกพรุน ซึ่งส่งผลเสียทั้งต่อสุขภาพกายและความมั่นใจ หมอแนะนำให้คนไข้ทานวิตามินเสริมตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

อ่านเพิ่มเติม

แพ็คเกจตรวจสุขภาพ เรื่องสุขภาพ รู้ก่อน ป้องกันได้ทัน

Longevity is not about living long, but living well.

★★ ความประทับใจ ★★

google
Natasha S
Natasha S
26/03/2026
google
Charan Bowonnarachokkoson
Charan Bowonnarachokkoson
01/03/2026
facebook
Bew Miruntree
Bew Miruntree
แนะนำเลย
07/12/2025
facebook
Sopa Peng
Sopa Peng
แนะนำเลย
04/12/2025

โปรแกรมอื่นๆ

Myer's Cocktail เคล็ดลับ Longevity ชะลอวัย ฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมในโปรแกรมเดียว

📍สาขา CDC (Crystal Design Center) 📍The Paseo Town รามคำแหง

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

4,500.-

DLC TruAge Epigenetic Profiling ไขรหัสอายุชีวภาพ สู่ชีวิตยืนยาว

โปรแกรมตรวจ Epigenetic แก่กว่าวัย อ่อนกว่าวัย ไม่ต้องเดา

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

55,000.-

ราคาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามแพ็คเกจตรวจสุขภาพ

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

4,050.-

สงสัยว่าเป็นไทรอยด์? เช็กอาการ + ตรวจ TSH FT3 FT4 ราคา 2,499

แพ็คเกจตรวจหาไทรอยด์ Thyroid Check Up

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

2,499.-

ตรวจหาระดับโลหะหนักในเลือด Toxic Heavy Metal ราคา 4999.-

แพ็คเกจตรวจหาระดับโลหะหนักในเลือด Toxic Heavy Metal

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

4,999.-

ตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง Cancer Check Up 2999

แพ็คเกจตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง Cancer Check Up

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

2,999.-

ตรวจหาการแพ้อาหาร จำนวน 222 รายการ ราคา 14999.-

แพ็คเกจตรวจหาการแพ้อาหาร จำนวน 222 รายการ

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

19,999.-

ตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ 20 รายการ ราคา 12999.-

แพ็คเกจตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ 20 รายการ

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

12,999.-

ตรวจฮอร์โมนเพศหญิง Female Sex Hormone

แพ็คเกจตรวจฮอร์โมนเพศหญิง Female Sex Hormone

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

5,999.-

สมรรถภาพลด เหนื่อยง่าย ฮอร์โมนเพศชายต่ำหรือไม่? ตรวจฮอร์โมนเพศชาย Male Sex Hormone 5,999.-

แพ็คเกจตรวจฮอร์โมนเพศชาย Male Sex Hormone

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

5,999.-