
สรุปย่อฟิลเลอร์ Restylane
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชนิดของฟิลเลอร์ | Hyaluronic acid |
| ประเทศต้นกำเนิด | สวีเดน |
| ระยะเวลาที่ใช้ในวงการแพทย์ | มากกว่า 25 ปี |
| ความปลอดภัย | สูง เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรอง |
| การย่อยสลาย | ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติโดยเอนไซม์ Hyaluronidase ในผิวหนัง |
| ผลข้างเคียง | บวม แดง ได้บ้างในบางประเภทผิว |
| ความเป็นธรรมชาติ | สูง เนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลเลียนแบบโครงสร้างธรรมชาติของผิวหนัง |
| ความหลากหลายของเนื้อฟิลเลอร์ | มีหลายชนิดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละบริเวณบนใบหน้า |
| การรับรองจาก อย. ไทย | ผ่านการรับรอง |

Restylane ฟิลเลอร์ คืออะไร?
Restylane เป็นฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic acid จดทะเบียนในประเทศสวีเดน และใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลกมานานกว่า 25 ปี ด้วยคุณสมบัติของเนื้อเจลที่มีความเป็นธรรมชาติ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน Restylane มีเนื้อฟิลเลอร์หลากหลายชนิดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของโครงสร้างผิวหน้าและลักษณะผิวหนังในแต่ละบริเวณ
Restylane เป็นฟิลเลอร์ที่มีความปลอดภัยสูง สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติโดยเอนไซม์ Hyaluronidase ในผิวหนัง จึงไม่ก่อให้เกิดการตกค้างหรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เนื่องจากโครงสร้างโมเลกุลของ Hyaluronic acid ใน Restylane มีการเชื่อมโยงกันน้อยมาก และเลียนแบบโครงสร้างธรรมชาติของผิวหนังได้อย่างดีเยี่ยม
Restylane ฟิลเลอร์ เหมาะกับการเติมเต็มส่วนใดบ้าง?
ฟิลเลอร์เป็นสารเติมเต็ม ที่แพทย์สามารถนำมารักษา ปรับรูปหน้า แก้ไขรูปหน้า ให้สมส่วน อ่อนกว่าวัย ดูเป็นธรรมชาติได้ โดยแต่ละบริเวณที่ปริมาณการใช้ฟิลเลอร์ที่แตกต่างกันไป ตามแต่ละบุคคลดังนี้
บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์ และปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้โดยประมาณ

| บริเวณ | ปริมาณฟิลเลอร์ (cc) |
|---|---|
| ฟิลเลอร์ขมับ | 1-2 cc/ข้าง |
| ฟิลเลอร์แก้ม | 1-3 cc/ข้าง |
| ฟิลเลอร์ใต้ตา | 0.5-1 cc/ข้าง |
| ฟิลเลอร์ร่องแก้ม | 1-2 cc/ข้าง |
| ฟิลเลอร์ร่องน้ำหมาก | 0.5-1 cc/ข้าง |
| ฟิลเลอร์คาง | 1-2 cc |
| ฟิลเลอร์ปาก | 0.5-1 cc/ข้าง |
| ฟิลเลอร์กรอบหน้า | 2-4 cc/ข้าง |
| ฟิลเลอร์หลังมือ | 1-2 cc/ข้าง |
| ฟิลเลอร์ลำคอย่น | 2-3 cc |
หมายเหตุ:
- ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการฉีด ช่วงอายุ ปัญหา ความต้องการของแต่ละบุคคล และความชำนาญของแพทย์ผู้ทำการฉีด
ฟิลเลอร์ Restylane ต่างจากฟิลเลอร์อื่นๆอย่างไร?
OBT Dermal Fillers เป็นรุ่นที่มีเนื้อ Soft Gel ที่ช่วยเติมเต็มริ้วรอยด้วยสาร Hyaluronic Acid ให้ผิวดูอ่อนเยาว์และเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบางและต้องการแสดงสีหน้าได้อย่างเต็มที่ โดยผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานถึง 24 เดือน*
- OBT Dermal Fillers
- VOLYME: เติมเต็มใบหน้า ขมับ และแก้มตอบ เพื่อคืนความอ่อนเยาว์
- DEFYNE: ยกกระชับและปรับโครงสร้างใบหน้า เสริมความนุ่มนวล
- KYSSE: เติมเต็มและปรับรูปทรงริมฝีปากให้สวยน่าหลงใหล
- REFYNE: เติมเต็มริ้วรอย ร่องแก้ม และร่องน้ำหมาก ให้ผิวเรียบเนียนและยืดหยุ่นได้ดี




NASHA Dermal Filler (Firm Gel) เป็นฟิลเลอร์ที่มีความแข็งแรงและคงรูปได้ดี โดยไม่ผสานกับผิวข้างเคียง เหมาะสำหรับการเติมเต็มและปรับรูปหน้าให้ได้รูปทรงที่สวยงาม คมชัด และโดดเด่นมากขึ้น ฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนี้ ได้แก่ Restylane Lyft และ Restylane Classic ซึ่งใช้ในการฉีดยกกระชับแก้ม เสริมรูปทรงคาง จมูก กรอบขากรรไกรล่าง รวมถึงเติมเต็มขมับหรือยกคิ้ว
- NASHA Dermal Filler
- CLASSIC ช่วยเติมเต็มใบหน้าเหมาะสำหรับบริเวณร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก และใต้ตาช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานถึง 24 เดือน*
- LYFT ช่วยยกกระชับโครงหน้าเหมาะสำหรับบริเวณแก้ม คาง และโครงสร้างใบหน้าโดยรวมช่วยให้ใบหน้าดูสวยคมและมีมิติ กรอบหน้าชัดเจนให้ผลลัพธ์ความงามที่ยาวนานถึง 24 เดือน*



ขั้นตอนการฉีด Restylane ฟิลเลอร์
- ปรึกษาแพทย์ ปัญหา บริเวณที่ต้องการแก้ไข
- ทายาชาก่อนการฉีด หากมีการแพ้ยาชา ควรแจ้งเจ้าหน้าที่
- แพทย์ทำการฉีด Restylane ฟิลเลอร์
- ประคบเย็นหลังการฉีด
ผลลัพธ์หลังการฉีด Restylane ฟิลเลอร์
- เห็นผลลัพธ์หลังฉีดทันที
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่น ตำแหน่ง การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์
- ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น รอยเข็ม รอยช้ำ อาการบวม
- ฟิลเลอร์จะเริ่มสลายตัวไปตามธรรมชาติเมื่อระยะเวลาผ่านไป
ทำไม ฟิลเลอร์ Restylane ได้รับความนิยม?
เนื่องจากคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการ ดังนี้
- มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากผลิตจากกรดไฮยาลูโรนิคที่ได้จากการสังเคราะห์ทางชีวภาพ ไม่ได้มาจากสัตว์ จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรืออาการข้างเคียง
- มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ตอบโจทย์ความต้องการในการฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณต่างๆ ของใบหน้า ทั้งบริเวณที่ต้องการความอ่อนนุ่ม และบริเวณที่ต้องการความแข็งแรงและคงทน
- ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทำให้ใบหน้าดูแข็งกระด้าง หรือเปลี่ยนแปลงสัดส่วนของใบหน้ามากจนเกินไป
- มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถคงอยู่ได้นานหลายเดือนหรือเป็นปี ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด
- เป็นแบรนด์ที่มีมานาน จึงมี Knowledge Know How ให้แพทย์ได้ศึกษาเยอะ มีงานวิจัย ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย
ฟิลเลอร์ Restylane มีกี่รุ่น ราคาเท่าไหร่?
| รุ่น | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|
| Restylane Lyft | 15,000 – 25,000 บาท/cc |
| Restylane Classic | 15,000 – 25,000 บาท/cc |
| Restylane Refyne | 15,000 – 25,000 บาท/cc |
| Restylane Defyne | 15,000 – 25,000 บาท/cc |
| Restylane Kysse | 12,000 – 25,000 บาท/cc |
| Restylane Vital | 12,000 – 20,000 บาท/cc |
| Restylane Skinboosters Vital Light | 12,000 – 20,000 บาท/cc |
| Restylane Skinboosters Vital | 12,000 – 20,000 บาท/cc |
หมายเหตุ:
- ราคาที่ระบุเป็นราคาโดยประมาณ อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและโปรโมชั่น
- ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการฉีดและความต้องการของแต่ละบุคคล
- ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ตรวจสอบได้ เพื่อประเมินความเหมาะสมและเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับคุณ

ทำไม ฟิลเลอร์ Restylane บางที่ราคาถูกผิดปกติ?
ฟิลเลอร์ Restylane ที่มีราคาถูกผิดปกติอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ดังนี้
- ฟิลเลอร์ปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน: ฟิลเลอร์ปลอมมักมีราคาถูกกว่าฟิลเลอร์แท้ เนื่องจากผลิตจากสารที่ไม่ได้รับการรับรองและอาจมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย การใช้ฟิลเลอร์ปลอมมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดผลข้างเคียง เช่น การอักเสบ ติดเชื้อ หรือเนื้อเยื่อตาย
- ฟิลเลอร์ใกล้หมดอายุ: ฟิลเลอร์ที่ใกล้หมดอายุอาจมีราคาถูกกว่าฟิลเลอร์ใหม่ เนื่องจากผู้ขายต้องการระบายสินค้าออก การใช้ฟิลเลอร์ใกล้หมดอายุอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลงและอาจไม่คงอยู่นานเท่าที่ควร
ฟิลเลอร์ Restylane ของแท้ ของปลอม ตรวจสอบอย่างไร?
การตรวจสอบฟิลเลอร์ Restylane ว่าแท้หรือไม่นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงสแกนที่ QR code ข้างกล่องฟิลเลอร์ โดยใช้แอปพลิเคชัน eZTracker : Safety in Each Scan ซึ่งจะแสดงผลทันทีว่าเป็นของแท้หรือไม่ รวมถึงแสดงวันหมดอายุ และคำแนะนำในการปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์

วิธีการตรวจสอบ:
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน eZTracker : Safety in Each Scan จาก App Store หรือ Google Play
- เปิดแอปพลิเคชัน eZTracker
- สแกน QR code ที่อยู่ข้างกล่องฟิลเลอร์ Restylane
- แอปพลิเคชันจะแสดงผลทันที


ผลลัพธ์:
- หน้าจอสีเขียว: ผลิตภัณฑ์แท้ “ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ถูกนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดย บริษัท กัลเดอร์มา (ประเทศไทย) จำกัด”
- หน้าจอสีส้ม: ผลิตภัณฑ์ปลอม สามารถกดรายงานในแอปพลิเคชันให้บริษัทตรวจสอบได้ทันที
ข้อดีของการตรวจสอบด้วย QR Code:
- สะดวก รวดเร็ว และง่ายต่อการใช้งาน
- ตรวจสอบได้ทันที ไม่ต้องรอผลตรวจนาน
- ปลอดภัย มั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ *ต้องตรวจสอบก่อนแพทย์ให้การรักษา ไม่ใช่หลังรับการรักษา
- ช่วยป้องกันการใช้ฟิลเลอร์ปลอม


ข้อควรระวังก่อนฉีดฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อ
- ต้องรับบริการในสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือและได้รับอนุญาตเท่านั้น
- คนไข้มีสิทธิในการขอดูผลิตภัณฑ์ก่อนรับการรักษา
- ตรวจสอบวันหมดอายุของฟิลเลอร์ก่อนการฉีด
- ต้อสามารถทราบ หรือตรวจสอบชื่อแพทย์ ใบอนุญาต ผู้จะทำการรักษาได้
- ไม่ควรหลงเชื่อราคาที่ถูกผิดปกติ
ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก มั่นใจดีเลิฟเวอรี่คลินิก
ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546


ถ้าเป็นเคส “ต้องใช้หน้าจริงๆ” หมอเข้าใจเลยค่ะ! ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับ “กดสิว-ฉีดสิว” อาจพออนุโลมได้บ้าง ถ้าผิวไม่มีอาการแดงจัด ระคายเคือง หรือร้อนวูบวาบจนเกินไป ค่ะ แต่หมอขอย้ำนะคะว่า “พอได้” หมายถึง “พอลุ้น” ค่ะ ยังไงก็ยังเสี่ยงกว่าการรอให้ผิวพร้อมจริงๆ อยู่ดี
แต่สำหรับ “โบท็อกซ์-ฟิลเลอร์” หมอว่า ควรรอค่ะ ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน เพราะเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยตรง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ช้ำ ได้ง่ายกว่าการกดสิวมาก ถ้าเกิดอาการบวมช้ำขึ้นมา มันจะทำให้การใช้หน้าสำคัญๆ นั้นยากลำบากกว่าเดิมอีกค่ะ
หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Ultra Filler” ตามคลินิกต่างๆ มาบ้างนะคะ แต่จริงๆ แล้วอยากจะอธิบายให้เข้าใจว่า สิ่งที่คลินิกพูดถึงกันบ่อยๆ นี้ ไม่ได้หมายถึงฟิลเลอร์ที่เราคุ้นเคยกันที่เป็นสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA Filler แบบทั่วไปค่ะ แต่เป็น “ไหมน้ำ Ultracol” คือกลุ่มของสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Biostimulator นั่นเองค่ะ
ไหมน้ำตัวนี้ใช้เทคโนโลยี PDO Microsphere ซึ่งแตกต่างจาก HA Filler โดยตรง โดยหลักการทำงานของ Ultracol คือจะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มความหย่อนคล้อย และช่วยให้ใต้ตาที่คล้ำดูกระจ่างใสขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และยังมีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ค่ะ หลังเติมเต็มผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืนค่ะ
เทียบกับฟิลเลอร์ที่เป็นกล่องๆทั่วไปก็มีข้อดีข้อจำกัดแตกต่างกัน หมอจะเลือกใช้ตามปัญหาของคนไข้แต่ละคน จำนวน cc ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณและปัญหาของแต่ละบุคคลค่ะ
ความกลัวมักส่งต่อเร็วกว่าความถูกต้อง ฟิลเลอร์จะน่ากลัวหรือไม่ อยู่ที่ ใครฉีด และฉีดที่ไหนค่ะ เพราะถ้าคนไข้ได้พบหมอที่มีประสบการณ์ หมอตัวจริงเขาจะรู้ทั้ง ปัญหาเฉพาะของคนไข้ รู้โครงสร้างใบหน้า รู้ชั้นผิว และที่สำคัญคือ “รู้ว่าจะเลือกฟิลเลอร์ตัวไหนให้ตอบโจทย์จุดไหน” ไม่ใช่เติมแบบเดา ๆ เติมตามโปรโมชั่น ดังนั้นเคสที่คนไข้หลายคนไปเจอมาหรือเพื่อนเล่าให้ฟังว่า “ทำแล้วพัง” หลายครั้งไม่ได้แปลว่าฟิลเลอร์เป็นตัวปัญหาเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะการประเมินและการวางแผนไม่ตรงกับความต้องการจริงค่ะ
หมอเจอประสบการณ์แบบนี้บ่อยมาก ในเคสคนไข้ที่มาปรึกษา ถึงวันที่มาแก้ ยังไม่แน่ใจเลยว่าหมอคนก่อนนั้นเป็นหมอจริงไหม? ฟิลเลอร์ยี่ห้ออะไร ฉีดกี่ซีซี เพราะไม่ได้มีการอธิบายที่เป็นระบบ เมื่อเกิดเหตุการณ์น่าสงสัย หรือผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจากคลินิกเดิม แบบนี้แหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะความเสี่ยงมักเริ่มจากความไม่รู้ และความไม่ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนแรกค่ะ ดังนั้นก่อนเติมฟิลเลอร์ หรือทุกหัตถการความงาม สิ่งแรกที่ดูจึงไม่ใช่ราคา โปรโมชั่น แต่เป็น ใคร ที่ไหน อย่างไร? เข้ามาปรึกษาพบหมอตัวจริงก่อนตัดสินใจ รีวิวประกอบการตัดสินใจ ควรเป็นเคสจริง ไม่ใช่ดารา นักแสดง Influencer อาชีพ แล้วเราจะได้รับการรักษาที่ปลอดภัย ผลลัพธ์ชัดเจนค่ะ
หมอยินดีให้คำแนะนำ และทำการรักษา หากคนไข้พบว่าฉีดฟิลเลอร์จากที่อื่นมาแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ได้ทรงอย่างที่ต้องการ ฉีดสลายได้ทันที แต่หมอต้องตรวจให้แน่ใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้ที่สลายได้ค่ะ
การสลายฟิลเลอร์ใต้ตาเพียงข้างเดียวสามารถทำได้ โดยแพทย์จะใช้ เอนไซม์ไฮยาลูรอนิเดส ฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีปัญหาเพื่อย่อยสลายฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิก แอซิด ซึ่งจะเริ่มออกฤทธิ์และเห็นผลทันทีเลยถ้าเป็นฟิลเลอร์แท้ และจะสลายได้ดีที่สุด รอ 1-2 วัน และค่อยวางแผนการเติมใหม่ได้ค่ะ
ก่อนทำการฉีดสลาย ที่คลินิกหมอจะมีการทดสอบการแพ้ยาสลายฟิลเลอร์ก่อนทุกเคส เพื่อป้องกันเคสหายาก แพ้ยาสลายฟิลเลอร์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
ราคาฉีดสลายฟิลเลอร์ ใต้ตา หรือขมับ ข้างเดียว เริ่มต้นที่ 3,000 บาท
การที่แพทย์ใช้เข็มจิ้มลูกโป่งแล้วไม่แตก ไม่ได้เป็นการพิสูจน์โดยตรงว่า “มือเบากว่าใคร” ในความหมายของการไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด และ “ไม่ได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมเข็มที่ดีกว่าในการฉีดปรับรูปหน้า Botox Filler Biostimulator” การฉีดบนผิวหนังของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่ามาก แบบที่หมอยังอธิบายไม่ถูกเลยว่าจะทำยังไงให้คนไข้เข้าใจได้ครบว่า ทุกครั้งที่หมอสอดเข็มนั้นต้องมั่นใจแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์จะต้องใช้ ความรู้ด้านกายวิภาคเชิงลึก เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ที่มักสั่งสมตามอายุงานและจำนวนเคส และ ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้ เพื่อให้เกิด ความเจ็บปวดน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ค่ะ
หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ
ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ
หากคนไข้อยากมีหน้าผากที่ดูเงาวาว สามารถเลือกทำได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับปัญหาตั้งต้นค่ะ หากคนไข้มีโครงหน้าผากสวยอยู่แล้ว การฉีด โบท็อกซ์ จะตอบโจทย์มากค่ะ โดยเหตุผลที่หน้าผากดูสะท้อนแสงและเงาวาวได้นั้น เป็นเพราะโบท็อกซ์ไปช่วยให้ผิวหน้าผากของเราตึงกระชับขึ้น และไม่มีริ้วรอยมากวนใจ เมื่อผิวเรียบเนียนเสมอกันก็นำมาซึ่งการตกกระทบและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยมเหมือนกระจกนั่นเองค่ะ แต่หากคนไข้มีปัญหาหน้าผากแบน แฟบ หรือเป็นแอ่ง การฉีด ฟิลเลอร์ จะช่วยเติมมิติให้หน้าผากดูโหนกนูน โค้งมนรับแสง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำ สรุปง่ายๆ คือ โบท็อกซ์เน้นสร้างผิวตึงไร้ริ้วรอยเพื่อสะท้อนแสง ส่วน ฟิลเลอร์เน้นปรับโครงสร้างให้โค้งนูนรับแสง ซึ่งคนไข้สามารถเข้ามาให้หมอประเมินโครงหน้าก่อนได้ เพื่อเลือกวิธีที่ปังและตรงจุดที่สุดค่ะ
เรื่องนี้หมอบอกเลยว่าหลายคนจะเดาผิด โดยเฉพาะคนที่คิดจะฉีดฟิลเลอร์หลายๆซีซีเพื่อปรับรูปหน้า
การฉีดฟิลเลอร์จะได้ผลลัพธ์ที่สวยและพอดีที่สุดเมื่อ คนไข้มีน้ำหนักตัวที่คงที่หรืออยู่ในช่วงน้ำหนักเป้าหมายแล้ว ค่ะ หากฉีดตอนกำลังลดน้ำหนัก ควรรอให้น้ำหนักนิ่งก่อนเพื่อประเมินระดับไขมันบนหน้าที่หายไปได้อย่างแม่นยำ ส่วนการฉีดตอนน้ำหนักตัวเยอะแล้วไปลดน้ำหนักทีหลัง อาจทำให้หน้าดูตอบลงจนต้องกลับมาเสียเงินเติมฟิลเลอร์เพิ่ม ในขณะที่ถ้าฉีดตอนผอมแล้วปล่อยให้น้ำหนักขึ้น หน้าก็อาจจะดูบวมล้นผิดปกติได้ ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้เสถียรทั้งก่อนและหลังทำ จะช่วยให้หมอประเมินโครงหน้าได้แม่นยำที่สุด ฟิลเลอร์อยู่ทรงสวย และดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวค่ะ
อยากแน่ใจเรื่องช่วงเวลา จำนวนซีซีที่ต้องใช้ หรือจะต้องรอจังหวะเหมาะที่สุด เข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกได้ตลอดค่ะ











