ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

Neuronox โบนิว คืออะไร

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

Botulinum Toxin

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

โบนิว BO-NEU คืออะไร ดียังไง อยู่ได้นานไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา
อย่าเพิ่งฉีดโบที่ไหน ถ้ายังไม่ได้มาปรึกษาดีเลิฟเวอรี่คลินิก ความจริงใจที่คุณจะสัมผัสได้
ฉีดโบท็อกซ์ยังไงให้ได้กน้าสวยธรรมชาติคะ? #botox #ดีเลิฟเวอรี่คลินิก #filler #หมอต้าร์

รีวิวโบ ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า

โบนิว ดียังไง

โบนิว คืออะไร

โบนิว เป็นชื่อเรียกใหม่ของ Neuronox (นิวโรน็อกซ์) ถือเป็นหนึ่งในโบท็อกซ์ยี่ห้อแรกๆ จากเกาหลีที่ได้รับการนำเข้ามายังประเทศไทย ด้วยคุณสมบัติเด่นของสายพันธุ์ออริจินัล Hall A-hyper ทำให้โบท็อกซ์ชนิดนี้ได้รับความเชื่อมั่นจากแพทย์และคลินิกความงามมากมาย ในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยโบท็อกซ์ Neuronox ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก อย. ประเทศไทย ซึ่งเป็นการยืนยันถึงคุณภาพและมาตรฐานในระดับสากล

โบนิว ดียังไง

  • ตึงไว: โบนิวมีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเส้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยบนใบหน้าลดลง จะเห็นผลได้ตั้งแต่ 2-7 วันหลังฉีด
  • ตึงนาน: โบนิวมีประสิทธิภาพในการคงฤทธิ์อยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและบริเวณที่ฉีด
  • ไม่ทำให้ดื้อโบ: โบนิวผลิตจากเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า “Innovative Aggregation Technology” ทำให้โบนิวมีโครงสร้างที่คงตัว ไม่เกิดการกระจายตัว ส่งผลให้โบนิวออกฤทธิ์ได้เต็มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการดื้อโบ

โบนิวทำงานอย่างไร

Neuronox แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ ในด้านคุณภาพและความปลอดภัยที่ได้รับการรับรอง ทำให้ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย การเลือกคลินิกหรือสถานที่ฉีดโบท็อกซ์ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ ควรเลือกสถานที่ที่มีมาตรฐานและได้รับการรับรอง เพื่อความมั่นใจในการรักษา

เมื่อแพทย์ทำการฉีดโบนิวเข้าไปในกล้ามเนื้อ โปรตีน Botulinum toxin A จะจับกับตัวรับที่ปลายประสาท ทำให้การส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังกล้ามเนื้อถูกยับยั้ง ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเกิดการคลายตัว

การออกฤทธิ์ของ Neuronox ใช้เวลาประมาณ 2-7 วัน และจะอยู่ได้นานประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและบริเวณที่ฉีด

โบนิว มีกี่แบบ

การเรียกหน่วยของการฉีดโบ หลายคนจะทราบดีอยู่แล้ว ซึ่งจะเรียกว่า “ยูนิต” โบนิวมีการทำบรรจุภัณฑ์มาทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

โบนิว-50-ยูนิต

50 Units (ขวดสีแดง) เหมาะกับการฉีดบริเวณไม่ใหญ่ ปัญหาไม่เยอะ เช่น ลดริ้วรอย Upper face หรือลดกรามในเคสที่กล้ามเนื้อมัดไม่ใหญ่เกินไปก็เพียงพอ

โบนิว 100 ยูนิต

100 Units (ขวดสีฟ้า) เหมาะกับการฉีดในกล้ามเนื้อมัดใหญ่ หรือต้องการรักษาหลายบริเวณพร้อมกัน ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุด

โบนิว 200 ยูนิต

200 Units (ขวดสีส้ม)  เหมาะกับการฉีดบริเวณที่มีขนาดกว้าง ต้องการลดกล้ามเนื้อให้เยอะ เช่นลดการปวดบ่า ไหล่ ออฟฟิศซินโดรม หรือลดขนาดมัดกล้ามเนื้อน่อง

โบนิว ฉีดตรงไหนได้บ้าง

  • บริเวณใบหน้า: ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว รอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นที่มุมปาก
  • บริเวณคอ: ช่วยลดริ้วรอยที่คอและลำคอ
  • บ่า ไหล่: ลดการปวด ออฟฟิศซินโดรม
  • น่อง: ลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง ทำให้น่องดูเล็กลง ขาเรียวขึ้น
  • ลดเหงื่อ: ฉีดลดเหงื่อที่ออกบริเวณฝ่ามือ หรือใต้วงแขนได้
  • บริเวณอื่นๆ: ช่วยลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็ง เช่น ไมเกรน คอเคลียร์ไมโอโทเนีย ภาวะกล้ามเนื้อกระตุกในเด็ก (spasmodic torticollis)
ฉีดโบท็อกซ์แต่ละตำแหน่ง ใช้กี่ยูนิต
ตำแหน่งปริมาณยูนิต
โบท็อกซ์ลดริ้วรอยหน้าผาก15-20 ยูนิต
โบท็อกซ์ริ้วรอยหว่างคิ้ว6-15 ยูนิต
โบท็อกซ์หางตา15-20 ยูนิต
โบท็อกซ์กราม25-30 ยูนิต (ข้างละ)
โบท็อกซ์ปีกจมูก10-15 ยูนิต
โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า30-40 ยูนิต
โบท็อกซ์ลดเหงื่อรักแร้50-100 ยูนิต (ข้างละ)
โบท็อกซ์ลดเหงื่อฝ่ามือฝ่าเท้า100-200 ยูนิต (ข้างละ)
โบท็อกซ์ลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง100-200 ยูนิต (ข้างละ)

หมายเหตุ

  • ปริมาณยูนิตที่ใช้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพผิว อายุ ปริมาณริ้วรอย บริเวณที่ฉีด และความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ฉีด
  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการฉีดโบท็อกซ์ เพื่อประเมินปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย

ข้อควรระวังในการใช้โบนิว

  • ต้องตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าคลินิกใช้ของแท้
  • ต้องตรวจสอบแพทย์ให้แน่ใจ ว่าเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาต และเป็นแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการฉีดโบปรับบรูปหน้า
  • ต้องรับบริการในสถานพยาบาล ที่ได้รับอนุญาต จากกระทรวงสาธารณะสุขเท่านั้น
  • ตัวโบนิว ต้องไม่มีราคาถูกเกินจริง ซึ่ง 99% ของโบนิวที่ราคาถูกเกินไป มักจะเป็นของปลอมหรือไม่ได้คุณภาพ ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ได้รับผลข้างเคียงหลายประการ เช่น ไม่เห็นผล ปากเบี้ยว เกิดการอักเสบ ติดเชื้อตามมาได้
รีวิวฉีดโบ ลดริ้วรอย
โบท็อกซ์ตัวไหนเห็นผลไว เป็นธรรมชาติ ไม่ตึงไป #โบนิว หมอต้าร์ หมอมือเบา หมอมือโบ

การเตรียมตัวก่อนฉีดโบนิว

  • งดยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคลเฟแนก อย่างน้อย 7 วันก่อนฉีดโบนิว เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำ
  • งดอาหารเสริม เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา สารสกัดจากใบแปะก๊วย อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนฉีดโบนิว เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำ
  • งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีดโบนิว
  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันฉีด

ขั้นตอนการฉีดโบนิว

  • แพทย์ต้องซักประวัติ ปัญหาที่กังวล ประวัติการรับการฉีดโบท็อกซ์ก่อนหน้านี้ แพ้ยาอะไร ควรแจ้งแพทย์ให้รับทราบโดยละเอียด
  • แพทย์ประเมินปัญหาผิว ริ้วรอย มัดกล้ามเนื้อ จุดบริเวณที่กังวล พร้อมให้คำอธิบาย ประเมินจำนวนยูนิตที่เหมาะสมกับคนไข้
  • คนไข้ที่ไม่เคยฉีด หากกังวลเรื่องความเจ็บ แพทย์จะแนะนำให้แปะยาชา 30 นาที
  • แพทย์ทำการรักษา ใช้เวลา 5-10 นาที
  • การฉีดลดริ้วรอยจะมีรอยเข็ม และตุ่มๆ หลังฉีด โดยจะหายได้เองใน 30 นาที
  • ฟังคำแนะนำจากแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ของคลินิกในการดูแลตัวเองหลังรับบริการ
5 คำแนะนำ หลังฉีดโบท็อกซ์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก หมอต้าร์

การดูแลหลังฉีดโบนิว

  • หลีกเลี่ยงการนวดหน้า ออกกำลังกายอย่างหนัก อาบน้ำอุ่นจัด และแช่น้ำร้อน อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังฉีดโบนิว
  • หลีกเลี่ยงการขยับบริเวณที่ฉีดจนกว่าโบนิวจะออกฤทธิ์เต็มที่
  • สังเกตอาการผิดปกติหลังฉีดโบนิว เช่น ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีด พูดไม่ชัด กลืนลำบาก หายใจลำบาก หากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ทันที

โบนิว ราคาเท่าไหร่ มีโปรโมชั่นไหม

โปรโมชั่น โบนิว ราคา เริ่มต้น 1500 บาท มีราคาเหมาขวด พิเศษ

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

พร้อมเผยความงามในแบบฉบับของคุณแล้วหรือยัง

ให้ D’ Lovevery Clinic เป็นผู้ช่วยดูแลความงามให้คุณอย่างมั่นใจและปลอดภัย ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของเราเพื่อประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

📍 สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง
โทร 064-424-6526

📍 สาขา Crystal Design Center (CDC)
โทร 095-236-4546

ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาใช่ไหมคะ ก็แค่กุ้งแช่น้ำปลา เมนูยอดฮิตต้องสั่ง ตอนไปนั่งชิลของใครหลายๆคน

หลังผ่าตัดหรือฉีดหน้า ควรอดใจงดทานกุ้งแช่น้ำปลาและของดิบทุกชนิดไปก่อนประมาณ 2-4 สัปดาห์ ค่ะ เพราะเนื้อสัตว์ดิบเสี่ยงปนเปื้อน เชื้อแบคทีเรียอันตรายอย่าง “วิบริโอ” (Vibrio) ซึ่งจำไว้เลยนะคะว่าน้ำปลาและมะนาวไม่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้ หากทานเข้าไปในช่วงที่ร่างกายมีบาดแผล อาจเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ น้ำยำรสแซ่บยังมีโซเดียมสูงมาก ซึ่งจะไปดึงน้ำกักเก็บไว้ในร่างกาย ทำให้แผลผ่าตัดหรือฟิลเลอร์บวมน้ำ ยุบบวมช้า และเข้าที่ยากขึ้น ค่ะ ทนอีกนิด รอให้แผลหายสนิทก่อน ค่อยกลับไปจัดเต็มความอร่อยนะคะ ความสวยจะได้เป๊ะ ปลอดภัยค่ะ!

อ่านเพิ่มเติม

หากคนไข้อยากมีหน้าผากที่ดูเงาวาว สามารถเลือกทำได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับปัญหาตั้งต้นค่ะ หากคนไข้มีโครงหน้าผากสวยอยู่แล้ว การฉีด โบท็อกซ์ จะตอบโจทย์มากค่ะ โดยเหตุผลที่หน้าผากดูสะท้อนแสงและเงาวาวได้นั้น เป็นเพราะโบท็อกซ์ไปช่วยให้ผิวหน้าผากของเราตึงกระชับขึ้น และไม่มีริ้วรอยมากวนใจ เมื่อผิวเรียบเนียนเสมอกันก็นำมาซึ่งการตกกระทบและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยมเหมือนกระจกนั่นเองค่ะ แต่หากคนไข้มีปัญหาหน้าผากแบน แฟบ หรือเป็นแอ่ง การฉีด ฟิลเลอร์ จะช่วยเติมมิติให้หน้าผากดูโหนกนูน โค้งมนรับแสง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำ สรุปง่ายๆ คือ โบท็อกซ์เน้นสร้างผิวตึงไร้ริ้วรอยเพื่อสะท้อนแสง ส่วน ฟิลเลอร์เน้นปรับโครงสร้างให้โค้งนูนรับแสง ซึ่งคนไข้สามารถเข้ามาให้หมอประเมินโครงหน้าก่อนได้ เพื่อเลือกวิธีที่ปังและตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอก็เคยเป็นค่ะ แต่ตอนนี้เข้าที่แล้ว ปัญหาใบหน้าไม่เท่ากันเวลายิ้มเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจ แต่หมออยากให้คุณคนไข้สบายใจได้เลยนะคะ เพราะปัญหานี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยแต่แก้ไขได้ และโดยธรรมชาติแล้วใบหน้าของคนเราก็มักจะไม่ได้สมมาตรกัน 100% ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งบางคนเป็นตอนยิ้ม บางคนเห็นได้ตั้งแต่ยังไม่ยิ้ม

กลไกหลัก ของปัญหานี้มักเกิดจาก การทำงานที่ไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อใบหน้า ค่ะ คือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้า โดยเฉพาะเวลายิ้ม อาจมีการดึงรั้งที่แตกต่างกันในแต่ละข้าง เช่น กล้ามเนื้อด้านหนึ่งอาจแข็งแรงกว่า หรือถูกใช้งานมากกว่าอีกด้าน ทำให้เวลายิ้ม ใบหน้าข้างนั้นมีการยกตัวหรือดึงรั้งที่มากกว่าค่ะ นอกจากนี้ โครงสร้างใบหน้าเดิม หรือความหย่อนคล้อยของผิวที่แตกต่างกัน ก็เป็นปัจจัยร่วมได้เช่นกัน

ข่าวดีก็คือ การแก้ไขปัญหานี้ ส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นต้องถึงขั้นผ่าตัดศัลยกรรม เลยค่ะ แพทย์ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการปรับสมดุลด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่น การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน (Botox) เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งมากเกินไป ให้กล้ามเนื้อทั้งสองข้างทำงานได้สมดุลกันมากขึ้น หรือ การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็มวอลลุ่ม ในส่วนที่ขาดหายไป ให้ใบหน้าดูเต็มและสมมาตรขึ้นไม่ว่าจะตอนนิ่งหรือเวลายิ้มค่ะ เครื่องยกกระชับก็มีส่วนช่วย แต่ข้อเสียคือมันจะไม่เห็นผลในทันที แต่ก็เป็นตัวเลือกให้คนไข้ได้ค่ะ

บางคนอาจจะสงสัยเพิ่มว่า หากไม่ได้ทำหัตถการแล้ว จะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติไหม ได้ แต่ไม่ทุกกรณี! ในบางกรณีที่สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น การเคี้ยวอาหารข้างเดียว การฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างถูกวิธี อาจช่วยให้ดีขึ้นได้บ้างค่ะ แต่ถ้าเป็นจากความแตกต่างของโครงสร้าง หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน การทำหัตถการจะเป็นวิธีที่ช่วยปรับสมดุลได้ตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากค่ะ อย่างไรก็ตาม การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณคนไข้แต่ละท่าน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ

สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

เราสามารถร้อยไหม ฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์พร้อมกันในวันเดียวได้อย่างปลอดภัย 100% ค่ะ การทำหัตถการร่วมกัน (Combination Treatment) ถือเป็นเทคนิคที่หมอแนะนำอย่างยิ่ง เพราะช่วยแก้ปัญหาใบหน้าได้ครบทุกมิติ โดยร้อยไหมจะช่วย ดึงผิวที่หย่อนคล้อย ฟิลเลอร์ช่วย เติมเต็มจุดที่ตอบลึก และโบท็อกซ์ช่วย ลดริ้วรอยพร้อมคลายกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งเส้นไหม การทำร่วมกันไม่เพียงแต่ให้ ผลลัพธ์ที่สวยละมุนและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังช่วยให้คนไข้ เจ็บตัวและพักฟื้นเพียงแค่ครั้งเดียว ก็ได้กรอบหน้าเป๊ะและดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

ส่วนจะทำโปรแกรมไหนก่อน-หลัง หมอต้องประเมินจากปัญหาผิวของแต่ละบุคคลนะคะ หมอจะแจกแจงขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด ก่อนเริ่มทำการรักษาทุกเคส พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย ขอปฏิบัติที่ต้องรู้หลังทำชัดเจนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ในทางปฏิบัติสำหรับการฉีดโบครั้งแรก หากเป็นยาแท้และฉีดโดยหมอที่มีประสบการณ์ ผลลัพธ์ที่ได้มักจะไม่ต่างกันมากจนคนไข้สังเกตเห็นค่ะ ยี่ห้อแต่ละแบรนด์อาจมีจุดเด่นเรื่องความบริสุทธิ์เพื่อลดการดื้อยาในระยะยาวต่างกันเล็กน้อย แต่หัวใจสำคัญคือ “ฝีมือของหมอ” และ “ความมั่นใจว่าเป็นยาแท้ตรวจสอบได้” ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่สวย เป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุด อยู่ได้นานตามที่ควรจะเป็น เช่น ฉีดริ้วรอยก็ควรอยู่ 3-5 เดือน ฉีดปรับรูปหน้าลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ก็ควรอยู่ 4-6 เดือนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

  • ริ้วรอยตอนอายุน้อย: เหมือนกระดาษใหม่ที่เพิ่งพับ พอเรากางออก (ด้วยโบท็อกซ์) รอยพับก็หายไปได้ง่าย
  • ริ้วรอยตอนอายุเยอะ + ผิวบาง: เหมือน กระดาษที่ถูกพับซ้ำๆ มานานหลายสิบปีจนเกิดเป็นรอยหักลึก แม้หมอจะใช้โบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (กางกระดาษออก) แต่ “รอยหักบนเนื้อกระดาษ” ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นอยู่ดีค่ะ

โบท็อกซ์ยังคงเห็นผลในการคลายกล้ามเนื้อเสมอ แม้คนไข้จะอายุเยอะหรือผิวบางค่ะ แต่สาเหตุที่ดูเหมือนเห็นผลน้อยลง เป็นเพราะผิวที่บางขาดความยืดหยุ่นมักจะมี ริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร (Static Lines) ที่ฝังลงไปในเนื้อผิวแล้ว ซึ่งโบท็อกซ์จัดการไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้ควรฉีดโบท็อกซ์ควบคู่ไปกับ การเติมเต็มสารอาหารผิวหรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อสร้างความหนาแน่นให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่ะ น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจผิวมากขึ้นนะคะ สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม อยากดูแลผิวส่วนไหนเป็นพิเศษ ลองทำนัดเข้ามาปรึกษาหมอก่อนได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ก่อนอื่นหมอและทีมขอเป็นกำลังใจให้คนไข้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่นะคะ

สำหรับคนไข้มะเร็ง การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ไม่ได้เป็นข้อห้ามถาวร แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาค่ะ หากอยู่ในช่วง การให้คีโม ฉายแสง หรือรับประทานยากดภูมิ หมอขอให้งดทำหัตถการที่มีเข็มทุกชนิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง แต่หาก รักษาหายขาดแล้วและโรคสงบ (Remission) เกิน 6 เดือนขึ้นไป สามารถทำได้ โดยหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์มะเร็งเจ้าของไข้เพื่อประเมินค่าเลือดก่อนเสมอ และ หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่เคยผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

Cancer is just a chapter in your life, not the whole story. Turn the page and keep writing.

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

15

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

ฉีดโบยังไง ให้ตึงไว ตึงนาน ไม่ดื้อโบ เข้ามาปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ได้เลยค่ะ

★★ ความประทับใจ ★★

facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
facebook
Wipat Pongtipagorn
Wipat Pongtipagorn
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Peter Nick
Peter Nick
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Tay Pattara
Tay Pattara
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
วสิทธิ์ ทองโผ
วสิทธิ์ ทองโผ
แนะนำเลย
12/05/2024
facebook
ศราวุฒิ กาญจนภิวัฒน์
ศราวุฒิ กาญจนภิวัฒน์
แนะนำเลย
21/01/2024
facebook
Dew Wannalai
Dew Wannalai
แนะนำเลย
27/11/2022