ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

IPL รักษารอยสิว คืออะไร กี่ครั้งรอยสิวหาย ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

รักษาสิว

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

D’ IPL รักษารอยสิว คืออะไร กี่ครั้งรอยสิวหาย ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง ติดตามผลการรักษา
โปรโมชั่น ส่วนลด

ราคาลองรับบริการครั้งแรก ที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

999.-

บาท

ปกติราคา : 1500.-/ครั้ง

หมดเขต: 29 ธันวาคม 2569

การรักษารอยสิวด้วย IPL

IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษารอยสิว โดยการส่งคลื่นแสงความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีรอยสิว คลื่นแสงจะเข้าไปทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รอยสิวจางลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้น

เคสรีวิวจริง! ทำ Pico Laser กับ IPL ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด

ทำไมต้องรีบรักษารอยสิวแต่เนิ่นๆ

เพราะถ้าปล่อยให้รอยหายเอง อาจจะใช้เวลาเป็นปี หรือทิ้งรอยถาวร ดังนั้นจึงควรรีบรักษารอยสิวตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้รอยสิวมีเวลาลุกลามไปในวงกว้าง ป้องกันไม่ให้รอยสิวกลายเป็นรอยแผลเป็นถาวร

ข้อดีของ IPL

  • IPL เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง
  • IPL สามารถใช้รักษารอยสิวทุกประเภท รวมถึงรอยแดง รอยดำ และรอยหลุมสิว
  • IPL ใช้เวลาในการรักษาที่รวดเร็ว
  • IPL ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผิว
  • IPL ผ่านการรักษาทั่วโลกมายาวนานกว่า 20 ปี
หัวข้อปล่อยให้รอยหายเองสกินแคร์ลดรอยIPL
เหมาะกับใครรอยจางมาก เวลายืดหยุ่น ไม่รีบรอยระดับอ่อน–กลาง มีวินัยทาต่อเนื่องอยากให้รอยจาง “ไวขึ้น” โดยเฉพาะรอยที่ชัด/รบกวนความมั่นใจ
รอยที่มักตอบโจทย์รอยจาง ๆ หลังสิวรอยดำ/สีผิวไม่สม่ำเสมอ (ขึ้นกับสารที่ใช้)รอยแดง/รอยดำ และผิวสีไม่สม่ำเสมอบางประเภท (ต้องประเมินรายบุคคล)
ความเร็วที่มักเห็นการเปลี่ยนแปลงช้าและเดายากค่อยเป็นค่อยไป (ต้องให้เวลา)มักเห็นแนวโน้มชัดขึ้นตามจำนวนครั้งและการตอบสนองผิว
ความสม่ำเสมอของผลลัพธ์ไม่แน่นอน ขึ้นกับผิว แดด การแกะสิวขึ้นกับวินัย + ความเข้มข้น/ความเหมาะกับผิวขึ้นกับการตั้งค่าที่เหมาะกับเคส + การดูแลหลังทำ
ความเสี่ยงระคายเคือง/แพ้ต่ำ (ถ้ากันแดดดี)มีโอกาสแพ้/แสบ/ลอก โดยเฉพาะผิวแพ้ง่ายหรือใช้แรงเกินมีโอกาสแดง/ระคายเคืองชั่วคราว ต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญและกันแดดเคร่งครัด
ความสะดวกง่ายสุดต้องทาทุกวัน ต่อเนื่องหลายสัปดาห์/เดือนต้องเข้าคลินิกเป็นครั้ง ๆ
ค่าใช้จ่ายต่ำสุดต่ำ–กลาง (ตามแบรนด์/ตัวยา)สูงกว่าแบบทา แต่แลกกับความเร็วและความเป็นหัตถการ
สิ่งที่ “ห้ามพลาด”กันแดดทุกวัน ไม่แกะสิวเลือกให้เหมาะกับชนิดรอย + กันแดดประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ + กันแดด/ดูแลหลังทำตามคำแนะนำ
เหมาะกับคนที่…“ไม่รีบ” และรอยไม่หนัก“อยากเริ่มเอง” และทำได้สม่ำเสมอ“อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไวขึ้น” และยอมมาเป็นคอร์สตามแผน
d-aura-bright-ทรีทเมนท์หน้าขาวกระจ่างใส ราคา 2000 บาท
โปรแกรมทรีทเมนท์หน้าใส ที่มี IPL ในขั้นตอนการรักษา เพื่อหน้าขาวกระจ่างใส ลดรอยสิว จุดด่างดำ ครั้งละ 2,000.-

IPL ราคาประหยัดกว่าหลายเท่า

IPL เป็นเทคโนโลยีที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดอื่น ๆ ค่าใช้จ่ายในการรักษารอยสิวด้วย IPL ซึ่งปลายทางของการทำเลเซอร์ คือทำให้ผิวหน้ากลับมาใส ลดรอยดำ รอยแดงสิว ปรับสีผิวไม่สม่ำเสมอ IPL สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ “ประหยัดกว่า” 5-10 เท่า ของการทำเลเซอร์ตัวอื่นๆ ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่คล้ายกัน เพียงแต่ต้องทำในจำนวนครั้งที่มากกว่า

โปรแกรมราคาต่อครั้งราคาต่อคอร์ส
IPL1,500-3,00015,000-30,000
Q-Switch3,000-5,00030,000-50,000
Pico Laser4,500-10,00045,000-100,000
IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงความเข้มสูงในการเม็ดสีเข้ม รอยดำรอยแดงจากสิว กำจัดขน และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆทั่วใบหน้า เหมาะกับผิวทุกประเภท
Q-Switch เป็นเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงความเข้มสูงในการกำจัดรอยสักสีดำและสีเข้ม เหมาะกับผิวที่มีปัญหารอยสักสีดำหรือสีเข้ม กระชับรูขุมขน
Pico Laser เป็นเลเซอร์รุ่นใหม่ที่มีพลังงานแสงสูงกว่า IPL และ Q-Switch จึงสามารถกำจัดรอยสักได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เหมาะกับผิวที่มีปัญหารอยสักทุกสี
ipl vs pico laser รักษารอยสิว ราคา
รีวิวรักษาสิว-หน้าผาก-หมอต้าร์-รักษาสิว-รามคำแหง-บางกะปิ-เสรีไทย

IPL รักษารอยสิวที่เกิดใหม่

รอยแผลเป็นสิวที่เกิดใหม่ มีลักษณะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการอักเสบของสิว รอยแผลเป็นสิวที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่

  • รอยแดง (Post-inflammatory erythema) เกิดจากการที่หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว รอยแดงมักมีลักษณะเป็นจุดสีแดงหรือสีชมพู
  • รอยดำ (Post-inflammatory hyperpigmentation) เกิดจากการที่ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินมากเกินไป เพื่อซ่อมแซมผิวที่เสียหายจากสิว รอยดำมักมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลหรือสีดำ
  • รอยหลุมสิว (Acne scars) เกิดจากการที่ผิวหนังถูกทำลายอย่างรุนแรงจากสิว รอยหลุมสิวมี 3 ประเภท ได้แก่
    • รอยหลุมสิวเว้า (Atrophic scars) เกิดจากการที่ผิวหนังยุบตัวลง
    • รอยหลุมสิวนูน (Hypertrophic scars) เกิดจากการที่ผิวหนังสร้างเนื้อเยื่อใหม่มากเกินไป
    • รอยหลุมสิวคีลอยด์ (Keloid scars) เกิดจากการที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่มากเกินไป และลุกลามไปเกินขอบเขตของรอยแผล

รอยแผลเป็นสิวที่เกิดใหม่อาจจางลงหรือหายไปได้เองตามกาลเวลา แต่อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี รอยแผลเป็นสิวบางประเภทอาจไม่สามารถรักษาให้หายได้ และอาจต้องใช้การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น เลเซอร์ ฉีดฟิลเลอร์ หรือผ่าตัด

กดสิว ทั่วหน้า ราคา 350
คลินิกกดสิว มือเบา ใกล้ฉัน cdc เลียบด่วน เกษตรนวมินทร์ รามคำแหง ลาดพร้าว บางกะปิ

สาเหตุการเกิดรอยสิว อันดับ 1

การกดสิวเป็นวิธีหนึ่งที่หลายคนนิยมทำเพื่อกำจัดสิว แต่การกดสิวเองอาจทำให้เกิดรอยสิวได้ รอยสิวที่เกิดจากการกดสิวเองมีหลายประเภท และการกดสิวเองอาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ดังนี้

  • รอยสิว: การกดสิวเองอาจทำให้เกิดรอยสิวได้หลายประเภท ได้แก่ รอยดำ รอยแดง และรอยหลุมสิว รอยสิวเหล่านี้อาจจางลงหรือหายไปได้เองตามกาลเวลา แต่อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี และบางประเภทอาจไม่สามารถรักษาให้หายได้
  • การติดเชื้อ: การกดสิวเองอาจทำให้สิวติดเชื้อได้ การติดเชื้ออาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้น และอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้
  • รอยแผลเป็น: การกดสิวเองอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ รอยแผลเป็นจากสิวมีหลายประเภท ได้แก่ รอยหลุมสิว รอยนูน และรอยแผลเป็นคีลอยด์ รอยแผลเป็นจากสิวเหล่านี้อาจไม่สามารถรักษาให้หายได้
  • ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ: การกดสิวเองอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ เช่น อาการบวม อาการแดง และอาการระคายเคืองผิว

การกดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถลดโอกาสการเกิดรอยสิวได้เกือบ 100% เทคนิคการใช้ยา หรือเครื่องมือที่เหมาะสมมากกว่าการกดด้วยมือ หรือไม้กดสิวทั่วๆไป จึงทำให้ไม่เป็นรอยสิวหลังการกดสิวนั่นเองค่ะ

เรื่องเล็กๆที่คนไข้มักชะล่าใจ คิดว่ารักษาตอนไหนก็ได้ สุดท้ายกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ใช้เวลานานขึ้น รักษารอยสิวที่ดีที่สุดคือการรักษาตั้งแต่ตอนเป็นสิวใหม่ๆ และหาทางป้องกันสิว ลดการเกิดสิวตั้งแต่เนิ่นๆ

หมอต้าร์ แพทย์ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

IPL ทำ 1 ครั้ง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

รีวิวรักษาสิว รอยสิว

โปรแกรม D

IPL ราคาเท่าไหร่

รายการบริการอัตราค่าบริการ
กดสิว (ทั่วหน้า)ครั้งละ 350 บาท
มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิวครั้งละ 350 บาท
กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ)ครั้งละ 500 บาท
ฉีดสิวเม็ดแรก 100 บาท เม็ดถัดไปเม็ดละ 50 บาท
รักษาสิวครบขั้นตอนเริ่มต้นครั้งละ 700 บาท
LED ลดการอักเสบสิวครั้งละ 1,200 บาท
IPL ลดรอยสิวครั้งละ 1,500 บาท
Pico Laser ทั่วใบหน้าครั้งละ 4,500 บาท

รอยสิว 1 ครั้ง

ให้บริการโดยแพทย์ประจำคลินิก

รอยสิว 5 ครั้ง

ให้บริการโดยแพทย์ประจำคลินิก

IPL รอยสิว ต้องทำกี่ครั้ง

จำนวนครั้งในการทำ IPL ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยสิว โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นรอยสิวใหม่ จะสามารถฟื้นฟูผิวหน้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ คนไข้จะต้องทำ IPL ประมาณ 3-6 ครั้ง แต่ถ้าเป็นรอยสิวที่ถูกทิ้งไว้นาน เม็ดสีค่อนข้างเข็ม อาจจะต้อง 5-10 ครั้ง ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ จะเห็นผลชัดเจนที่สุด

IPL มีข้อห้ามอะไรบ้าง

หลังทำไม่มีข้อห้ามรุนแรง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะหลังทำจะไม่มีอาการบวม แดง หรือมีเลือดออกเหมือนกับการทำเลเซอร์ชนิดอื่นๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ

  • คนไข้ควรเลี่ยงแดดจัด เช่นช่วงเวลา 11.00-15.00 น.
  • คนไข้ที่มีสิวอยู่ อยากจะลดรอยสิว จำเป็นต้องเคลียร์สิวให้ดีขึ้นก่อน
  • คนไข้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

สิ่งที่ควรรู้ หลังทำ IPL ลดรอยสิว

ครีมกันแดด d lovevery clinic ราคา 450 บาท

ขั้นตอนรักษารอยสิวที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

  • พบแพทย์ ประเมินปัญหา หมอจะต้องประเมินรอยสิว จุดด่างดำ ฝ้ากระของคนไข้ก่อนรักษาทุกเคส
  • ทำความสะอาดผิวหน้า ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่ง ลบเครื่องสำอาง ก่อนเริ่มทำการยิง IPL
  • แพทย์เริ่มทำการรักษา คุณหมอจะทำการรักษาบริเวณที่คนไข้กังวล ทั่วหน้า หรือแผ่นหลัง ใช้เวลา 10-15 นาที

IPL ใช้รักษารอยสิว จุดด่างดำมาแล้ว 2 ทศวรรษ

IPL ผ่านการพิสูจน์ทางการแพทย์มาแล้วกว่า 20 ปี และได้รับการยอมรับจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกว่า เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการรักษารอยสิว

ipl ลดรอยสิว เลเซอร์รอยสิว กำจัดรอยสิว รักษาสิว ใกล้ฉัน คลินิก cdc

ทำไมต้องทำ IPL ที่ D’ Lovevery Clinic

  • ประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกเคส
    เช็กชนิดรอย (รอยแดง/รอยดำ) สภาพผิว และความเหมาะสมก่อนทำทุกครั้ง
  • ปรับพลังงานและพารามิเตอร์ให้เหมาะกับแต่ละคน (case-by-case)
    ไม่ใช้ค่ามาตรฐานเดียวกัน ลดโอกาสระคายเคืองและช่วยให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ
  • โฟกัส “รอยสิว” อย่างตรงจุด
    วางแผนให้เหมาะกับปัญหา เช่น รอยแดงใหม่ รอยดำ ผิวสีไม่สม่ำเสมอ เพื่อให้รอยค่อย ๆ จางอย่างเป็นธรรมชาติ
  • อ่อนโยนและมีการดูแลหลังทำ
    แนะนำการดูแลผิว/กันแดด/การใช้สกินแคร์หลังทำ เพื่อลดโอกาสรอยเข้มขึ้นและช่วยให้ผิวฟื้นตัวดี
  • โปร่งใส ไม่เร่ง ไม่บังคับคอร์ส
    อธิบายสิ่งที่คาดหวังได้จริง จำนวนครั้งโดยประมาณ และให้ตัดสินใจตามความเหมาะสม
  • จ่ายสบาย เลือกได้
    มีระบบมัดจำและทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถแบ่งจ่ายได้ รองรับ Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

รีวิวรักษาสิว รอยสิว


ตอนหมอเรียนเรื่อง skin ตอนมหาลัยก็เคยมีคำถามแบบนี้ค่ะ แล้วก็โดนอาจารย์ถามกลับว่าแล้วเธอคิดว่าเธอเป็นอะไร 🙂 อย่าเพิ่งกังวลมากไปนะคะ หมอมีลำดับการตรวจสอบให้แน่ใจด้วยตัวเองดังนี้ค่ะ

  1. เช็คพฤติกรรมทำร้ายผิว ลองสังเกตว่าคนไข้ชอบ อาบน้ำอุ่นจัด ขัดผิวบ่อย หรือใช้ สบู่ที่ล้างแล้วผิวแห้งเอี๊ยด ไหม เพราะพฤติกรรมเหล่านี้คือตัวการทำลายกำแพงผิวค่ะ
  2. เช็ควิธีทาครีม ดูว่าครีมที่ใช้มีสารกลุ่มฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวอย่าง เซราไมด์ (Ceramide) หรือเปล่า และที่สำคัญคือได้ทา ทันทีหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที (ตอนผิวยังหมาดๆ) เพื่อล็อคน้ำในผิว (TEWL) ไหมคะ

แล้วมีโอกาสเป็นโรคผิวหนังอะไรเพิ่มไหม ก็ต้องตอบว่า มีค่ะ

ถ้าคนไข้ผิวแห้งธรรมดา ปรับสกินแคร์ก็มักจะดีขึ้นค่ะ แต่ถ้ามีอาการแห้ง แดง ลอก คันรุนแรง หรือมีผื่นร่วมด้วย อาจจะเป็นสัญญาณของโรคเหล่านี้ได้ค่ะ

  1. โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นโรคยอดฮิตเลยค่ะ เกิดจากพันธุกรรมที่สร้างโปรตีนในเกราะป้องกันผิวได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ผิวแห้งจัดและไวต่อสิ่งกระตุ้น
  2. ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) ระบบต่อมไร้ท่อก็ส่งผลต่อผิวนะคะ เมื่อไทรอยด์ต่ำ การเผาผลาญลดลง การผลิตเหงื่อและไขมันหล่อเลี้ยงผิวก็ลดลงตาม ทำให้ผิวแห้งหยาบกร้านผิดปกติ
  3. โรคผิวหนังเกล็ดปลา (Ichthyosis) โรคนี้จะเห็นชัดเลยว่าผิวแห้งแตก เป็นขุย หรือเป็นเกล็ดคล้ายปลา มักเป็นมาตั้งแต่เด็กค่ะ

หากต้นเหตุมาจากโรคผิวหนังจริงๆ ต่อให้คนไข้จะพยายามดื่มน้ำหรือชโลมครีมเยอะแค่ไหนก็อาจจะไม่ช่วยให้หายได้ค่ะ เพราะนั่นไม่ใช่การแก้ที่ต้นตอ หากเช็คแล้วตรงกับข้อ 3 หมอแนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างตรงจุดจะดีที่สุดนะคะ

 

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับคนไข้ที่ต้องการรักษาหลุมสิวทั่วใบหน้าด้วย Juvelook เคสที่เป็นทั่วหน้า ถือว่าหนักกว่าแค่บางบริเวณ ส่วนมากหมอแนะนำให้ใช้ปริมาณ 1 ขวดต่อครั้ง (ผสมแล้วได้ปริมาตร 5-8 cc) ซึ่งเพียงพอสำหรับกระจายตัวยาทั่วหน้า โดยควรทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันทุก 1 เดือน และเพื่อให้การรักษาออกมาดีที่สุด หมอจะต้องทำควบคู่กับ การเซาะพังผืดหลุมสิว (Subcision) ด้วยนะคะ เพราะเมื่อเราตัดพังผืดที่ดึงรั้งก้นหลุมสิวออกก่อน ตัวยา Juvelook จะเข้าไปทำงานและเติมเต็มคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เห็นผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนและหลุมสิวตื้นขึ้นชัดเจนมากกว่า อีกทั้งยังเป็นการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการฉีดตัวยาเพียงอย่างเดียวค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปัญหาสิวผดหลังสงกรานต์เกิดจากผิวโดนทำร้ายด้วยน้ำสกปรก ดินสอพอง แป้ง และความร้อนจนอุดตัน แต่หมออยากเน้นย้ำว่าอาการที่แสดงออกมา “บางทีมันอาจไม่ใช่แค่เรื่องสิวอย่างเดียว” เสมอไปนะคะ เพราะการที่ผิวปะทุหนักหลังเจอสิ่งเร้า อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเกราะป้องกันผิวของเรากำลังอ่อนแอ หรือมีความไม่สมดุลซ่อนอยู่ หมอจึงแนะนำให้เข้ามาดูแลฟื้นฟูแบบครบวงจรด้วยโปรแกรม D’ Facial ค่ะ เพราะโปรแกรมนี้ไม่ได้ตอบโจทย์แค่การเคลียร์สิวผดหรือทำความสะอาดผิวหน้าเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่ยังเน้นการ ปรับสมดุลและฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน ช่วยปลอบประโลมผิวที่พังให้กลับมาสุขภาพดี เรียบเนียน และตัดวงจรการเกิดสิวซ้ำซากในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

มีโอกาสค่ะ หมอเข้าใจดีเลยค่ะว่าบางครั้งแม้คนไข้จะพยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว มีวินัยสุดๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ตามคำแนะนำแล้ว แต่เจ้าสิวตัวร้ายก็ยังวนเวียนกลับมาทักทายอยู่เสมอ หมออยากให้คนไข้สบายใจนะคะว่า คนไข้ไม่ได้ผิดเลยค่ะ เพราะบางครั้งต้นตอของปัญหาสิวมันลึกซึ้งกว่าที่เราคิด และไม่ได้มาจากการดูแลผิวภายนอกอย่างเดียวเสมอไปค่ะ

หมอขอเน้นย้ำอีกครั้งในส่วนของ ฮอร์โมน ค่ะ เพราะนี่คือ “ตัวแปรสำคัญ” ที่หลายครั้งเราควบคุมได้ยากด้วยพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยหมดประจำเดือน หรือแม้กระทั่ง ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศชาย (Androgens) เช่น Testosterone ที่มีปริมาณมากเกินไป หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง Estrogen และ Progesterone ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนัก ผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ จนเกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ

ดังนั้น หากคนไข้ดูแลตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว แต่สิวที่หลังยังคงกลับมาเป็นซ้ำๆ อย่างเรื้อรัง หมออยากแนะนำว่า อย่าเพิ่งท้อใจนะคะ บางทีอาจถึงเวลาที่เราต้องมองหาต้นตอจากภายในร่างกายให้ลึกซึ้งขึ้น หมอแนะนำให้ ลองปรึกษาเพิ่มเติม เพื่อพิจารณา การตรวจระดับฮอร์โมนในร่างกาย ค่ะ การตรวจเลือดเพื่อดูความสมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้ จะช่วยให้เราเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง และนำไปสู่แนวทางการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ เช่น การรับประทานยาปรับสมดุลฮอร์โมน หรือการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้คนไข้มีผิวหลังที่ใสและมั่นใจได้อย่างยั่งยืนจริงๆ ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

เบื้องต้นต้องเข้าใจเรื่องนี้ก่อนค่ะ ไม่ตากแดด ไม่ได้หมายความว่า ผิวไม่โดนรังสีจากแดด

รังสี UVA มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 320-400 นาโนเมตร ซึ่งสามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างอาคารได้ถึง 90% การใช้ค่า PA จึงจำเป็นแม้คนไข้จะไม่ได้อยู่กลางแจ้ง

สรุปคือ PA++ หมายถึงค่าการป้องกันรังสี UVA ในระดับปานกลาง ค่ะ โดยรังสี UVA เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย และฝ้ากระ (Photoaging) ซึ่งต่างจาก SPF ที่เน้นกันผิวไหม้แดด การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า PA++ เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตในร่มหรือพนักงานออฟฟิศ เป็นหลัก แต่หากต้องออกแดดจัด หมอแนะนำให้เลือกค่าที่สูงกว่านี้เพื่อให้ผิวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ไปนานๆ ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

คุณพ่อคุณแม่ พาลูกหลาน มาพบหมอเยอะเหมือนกันนะคะ เพราะคิดว่าเป็นสิวทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ใช่แค่สิว

ตุ่มอักเสบหลังตัดผมส่วนใหญ่มักเกิดจาก การติดเชื้อในรูขุมขน (Folliculitis) จากอุปกรณ์ที่สะอาดไม่เพียงพอ หรือเกิดจาก การระคายเคืองของเศษผมและสารเคมี ในร้านตัดผมค่ะ วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ ควรทำความสะอาดหนังศีรษะทันทีหลังตัดผม และหากมีตุ่มหนองขึ้นมากผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะชนิดทาหรือทานตามความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามจนกลายเป็นแผลเป็นถาวรค่ะ

อย่าพยายามกดให้มันแตกนะคะ จะยิ่งไปกันใหญ่ อักเสบ ติดเชื้อเรื้อรัง ลามไปมากกว่าเดิม รีบพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ มันต่างจากสิวตรงที่ว่ามันจะเกิดหลายเม็ดหลายจุด พร้อมๆกัน ซึ่งสิวมักจะไม่เยอะและเจ็บขนาดนี้ ดังนั้นอย่าปล่อยไว้นานนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องนี้ยืนยันได้ชัดเจน งานวิจัยทางผิวหนังระบุว่า ผู้ที่มีปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรัง (Chronic Insomnia) มีแนวโน้มจะพบ ความรุนแรงของสิว (Acne Severity score) สูงกว่า ผู้ที่นอนหลับปกติถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในกลุ่มสิวอักเสบค่ะ

คือแบบนี้ค่ะ การนอนไม่หลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงจรการเกิดสิวผ่าน 3 กลไกหลักๆ คือ การพุ่งสูงขึ้นของฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ที่ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันส่วนเกิน, การลดลงของประสิทธิภาพเกราะป้องกันผิว ทำให้แบคทีเรียเข้าจู่โจมได้ง่าย, และ การเกิดภาวะดื้ออินซูลินชั่วคราว ที่เร่งกระบวนการอักเสบให้รุนแรงขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ ผิวจึงตอบสนองด้วยการเป็น สิวอักเสบเม็ดใหญ่ ที่รักษายากกว่าปกติค่ะ และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวันด้วย คืนเดียวก็เกิดสิวอักเสบเม็ดเป้งได้ค่ะ

แนวทางการรักษาหมอสรุปให้ด้านล่างนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับคำถามที่คนไข้ถามมา Pico Laser เหมาแขน 2 ข้าง ราคาอยู่ที่ 3,999 บาท ค่ะ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อคนไข้ที่ต้องการ อวดผิวแขนอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำจากแมลงสัตว์กัดต่อย หรือปัญหาผิวสากจากขนคุด การเหมาทำทั้งสองข้างจะช่วยเคลียร์เม็ดสีได้ทั่วถึง ทำให้ผิวแขนกลับมาเนียนใส ใส่เสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยวได้แบบไม่ต้องกังวลค่ะ

ส่วนใครที่อยากดูแลช่วงล่างด้วย โปรแกรม เหมาขา 2 ข้าง ในราคา 4,999 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่มีปัญหา “ขาลายน้ำเหลืองไม่ดี” หรือมีรอยแผลเป็นสะสมมานาน ราคาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแลกกับพื้นที่การรักษาที่กว้างขึ้น (ครอบคลุมทั้งหน้าแข้งและน่อง) ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการกู้คืนความมั่นใจในการใส่ขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

30

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Fade the marks, not your confidence.

★★ ความประทับใจ ★★

google
Sakonwan E.
Sakonwan E.
14/05/2026
google
Ttong kkn.
Ttong kkn.
03/05/2026
google
ศิขรินทร์ ปัญญาบุญ
ศิขรินทร์ ปัญญาบุญ
25/04/2026
google
Ople Ruenpharkbud
Ople Ruenpharkbud
23/04/2026
facebook
Cherry Cherry
Cherry Cherry
แนะนำเลย
25/02/2026
facebook
แม่ถุงเงิน ทองย้อย
แม่ถุงเงิน ทองย้อย
แนะนำเลย
22/02/2026
facebook
Suthivat Phusi
Suthivat Phusi
แนะนำเลย
15/02/2026

โปรแกรมอื่นๆ