HArmonyCa Hybrid Filler นิยามใหม่ของงานผิวสวย 2 พลังในหนึ่งเดียว
As the saying goes, “Time waits for no one.” นี่คือความจริงสากลสำหรับทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมองว่าการดูแลตัวเองคือ The Ultimate Investment การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่การเปลี่ยนเป็นคนใหม่ แต่คือการขัดเกลาผลงานชิ้นเอกที่คุณเป็นอยู่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เมื่อภาพในกระจกเริ่มไม่สอดคล้องกับพลังที่เปี่ยมล้นอยู่ภายใน—กรอบหน้าที่เคยชัดเจนเริ่มเลือนลาง ความกระชับของผิวเริ่มลดลง—นั่นไม่ใช่สัญญาณให้ยอมแพ้ค่ะ แต่มันคือคำเชิญให้คุณเปิดรับ a more strategic, next-generation solution ที่ทำงานสอดประสานไปกับร่างกายของคุณเอง เพื่อมอบผลลัพธ์ที่น่าทึ่งและยาวนาน นี่คือยุคใหม่ของ Truly intelligent aesthetics ค่ะ

HArmonyCa คืออะไร? ทำไมถึงเรียกว่า Hybrid Filler?
HArmonyCa คือสารฉีดบำรุงผิวและปรับโครงสร้างใบหน้ารุ่นใหม่ล่าสุดจากบริษัท Allergan Aesthetics ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์ความงามและเป็นผู้ผลิตเดียวกับฟิลเลอร์ Juvederm และสารลดริ้วรอย Botox กล่องม่วงที่เรารู้จักกันดีค่ะ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ HArmonyCa มีความพิเศษและถูกเรียกว่า “Hybrid Filler” ก็เพราะเป็นการรวมตัวของ 2 สสาร (Dual-Effect) ในหลอดเดียวค่ะ นั่นก็คือ:
- Hyaluronic Acid (HA): หรือกรดไฮยาลูรอนิกที่เราคุ้นเคยกันดีในฟิลเลอร์ทั่วไปค่ะ ทำหน้าที่เป็นเหมือน “ตัวเติมเต็ม” ให้ผลลัพธ์การยกกระชับและเพิ่มปริมาตรให้ผิวได้ทันทีหลังฉีด (Immediate Lifting Effect) ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้น ริ้วรอยตื้นขึ้น และยังช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอีกด้วยค่ะ ใน HArmonyCa จะใช้ HA ที่มีเทคโนโลยี Cross-linked ทำให้มีความคงตัวสูง สามารถพยุงผิวได้ดีค่ะ
- Calcium Hydroxylapatite (CaHA): หรือแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่อยู่ใน Radiesse นั่นเองค่ะ โดยใน HArmonyCa จะอยู่ในรูปแบบของอนุภาคขนาดเล็ก (Microspheres) ที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการ Cross-linked ทำหน้าที่เป็น “Biostimulator” หรือตัวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ อนุภาค CaHA นี้จะทำหน้าที่เป็นโครงร่างหรือนั่งร้าน (Scaffold) ให้เซลล์สร้างเส้นใย (Fibroblast) เข้ามาเกาะและผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในระยะยาวค่ะ
ดังนั้น HArmonyCa จึงมอบผลลัพธ์แบบทวีคูณ คือ “เติมเต็มทันทีด้วย HA และกระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาวด้วย CaHA” ค่ะ
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ความแข็งแรง | • ช่วยเสริมสร้างโครงสร้างผิวให้แข็งแรง • ทำให้ใบหน้าดูกระชับได้รูป • ช่วยฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้ผิว |
| ความยืดหยุ่น | • ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความเป็นธรรมชาติ • ช่วยทำให้ผิวดูมีสุขภาพดี • ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น |
| กระจายตัวดี | • กระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่เกิดการจับตัวเป็นก้อน • ทำให้ผลลัพธ์เนียนกลมกลืนไปกับผิวเดิมได้อย่างเป็นธรรมชาติ |
| การอุ้มน้ำ | • ทำให้ผิวดูชุ่มชื้น อิ่มฟู มีสุขภาพดี • คงความอ่อนเยาว์ของผิวทั้งในระยะสั้นและระยะยาว • ช่วยให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น |
หลักการทำงาน 2 ขั้นตอนของ HArmonyCa
เมื่อแพทย์ฉีด HArmonyCa เข้าสู่ชั้นผิวที่เหมาะสม (บริเวณใต้ผิวหนังชั้นลึก หรือ Subdermal layer) จะเกิดกระบวนการทำงาน 2 ระยะที่ต่อเนื่องกันค่ะ
- ระยะที่ 1: เห็นผลลัพธ์ทันที (Immediate Effect)
- ตัวเจล HA จะเข้าไปเติมเต็มในบริเวณที่ฉีดทันที ทำให้เกิดการยกกระชับ (Lifting) ของผิวที่หย่อนคล้อย ช่วยปรับกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น และเติมเต็มร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำค่ะ
- ระยะที่ 2: ผลลัพธ์ระยะยาว (Sustained Effect)
- หลังจากนั้นประมาณ 1-2 สัปดาห์เป็นต้นไป เมื่อเจล HA เริ่มมีการสลายตัวไปบ้าง อนุภาค CaHA ที่ฝังตัวอยู่ในชั้นผิวจะเริ่มทำหน้าที่สำคัญในการกระตุ้น Fibroblast ให้ผลิตคอลลาเจนชนิดที่ 1 และชนิดที่ 3 รวมถึงอีลาสตินขึ้นมาใหม่ค่ะ
- กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) นี้จะดำเนินไปเรื่อยๆ ส่งผลให้โครงสร้างผิวของเรามีความแข็งแรง แน่นกระชับ และยืดหยุ่นมากขึ้นจากภายในค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้จึงดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน แม้ว่าตัวเจล HA จะสลายไปแล้วก็ตามค่ะ
ผลลัพธ์จากการสร้างคอลลาเจนใหม่นี้จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และอยู่ได้ยาวนานถึง 18-24 เดือนเลยทีเดียวค่ะ

HArmonyCa เหมาะกับใคร และช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
HArmonyCa ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผิวที่ซับซ้อนของผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่ไม่ได้มีแค่ปัญหาริ้วรอยร่องลึก แต่เริ่มมีความหย่อนคล้อยของผิวร่วมด้วยค่ะ โดยเหมาะสำหรับ:
- ผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้า: แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า และด้านข้างของใบหน้า ให้กลับมาดูยกกระชับและได้รูปมากขึ้นค่ะ
- ผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างใบหน้า: ที่เริ่มสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด ใบหน้าโดยรวมดูหย่อนคล้อยไม่ได้รูปค่ะ
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว: ให้กลับมาหนาแน่น แข็งแรง ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์ขึ้นจากโครงสร้างผิวภายในค่ะ
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและยาวนาน: เห็นผลการยกกระชับทันทีหลังทำ และผลลัพธ์ด้านคุณภาพผิวดีขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาวค่ะ
บริเวณที่นิยมฉีด HArmonyCa
HArmonyCa มุ่งเน้นการฉีดเพื่อยกกระชับและฟื้นฟูโครงสร้างผิวบริเวณ ด้านข้างของใบหน้า (Lateral Face) เป็นหลัก ได้แก่
- ขมับ
- โหนกแก้ม
- แนวกรามและกรอบหน้า
- บริเวณร่องน้ำหมาก (Marionette Lines)
ข้อควรระวัง: HArmonyCa ไม่เหมาะ สำหรับการฉีดในบริเวณที่ผิวบอบบางหรือมีการขยับบ่อยๆ เช่น หน้าผาก, รอบดวงตา, ร่องแก้ม และริมฝีปากค่ะ

เปรียบเทียบ HArmonyCa กับ Radiesse และ ฟิลเลอร์ HA
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เรามาเปรียบเทียบคุณสมบัติของ HArmonyCa กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ กันนะคะ
| คุณสมบัติ | HArmonyCa (HA + CaHA) | Radiesse (CaHA) | Filler (HA) |
|---|---|---|---|
| ส่วนประกอบหลัก | Hyaluronic Acid + CaHA | CaHA (ในเจลพาหะ CMC) | Hyaluronic Acid |
| ผลลัพธ์ทันที | มี (จากการเติมเต็มของ HA) | มี (จากการเติมเต็มของเจลพาหะ) | มี (จากการเติมเต็มของ HA) |
| การกระตุ้นคอลลาเจน | มี (จาก CaHA) | มี (เป็นกลไกหลัก) | น้อยมาก (ขึ้นอยู่กับรุ่น) |
| การยกกระชับ (Lifting) | ดีมาก (ได้ทั้งจาก HA และ CaHA) | ดี (เน้นสร้างโครงสร้างผิว) | ดี (เน้นการเติม Volume) |
| การปรับปรุงคุณภาพผิว | ดีมาก | ดีมาก | ปานกลาง (เน้นความชุ่มชื้น) |
| ความรู้สึกหลังฉีด | นุ่มนวลกว่า Radiesse เพราะมี HA เป็นส่วนประกอบหลัก | อาจรู้สึกแข็งกว่าในช่วงแรก | นุ่มนวล กลืนไปกับผิว |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | 18-24 เดือน | 12-24 เดือน | 6-18 เดือน |
| จุดเด่น | 2 in 1: ยกกระชับทันทีและกระตุ้นคอลลาเจนยาวนาน | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและโครงสร้างผิวที่แข็งแรง | เติมเต็มปริมาตร เพิ่มความชุ่มชื้นได้หลากหลายบริเวณ |

เปรียบเทียบ HArmonyCa VS Radiesse VS Sculptra
| คุณสมบัติ | Sculptra | Radiesse | Radiesse+ | HarmonyCa™ |
|---|---|---|---|---|
| สาร | PLLA | CAHA | CAHA & Lidocaine | HA & CAHA |
| จุดเด่น | ลดความหย่อนคล้อย ปรับปรุงคุณภาพผิวได้มากที่สุด | กระตุ้นคอลลาเจน อีลาสติน และความชุ่มชื้น | สร้าง Jawline คมชัด เพิ่มมิติให้ใบหน้า | Dual Effect ได้ทั้ง HA ให้ผิวชุ่มชื้น และ CAHA กระตุ้นคอลลาเจนในหลอดเดียว |
| เหมาะกับ | ผิวสูญเสียคอลลาเจน หย่อนคล้อย มีริ้วรอย | ผิวมีร่องลึก ขาดความยืดหยุ่น เติมเต็มหลุมสิว | ปรับกรอบหน้าให้ดูมีมิติ ผิวเรียบเนียน | ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์หลังทำทันที, เติมเต็มร่องลึก, ฟื้นฟูผิวจากคอลลาเจนในระยะยาว |
| ข้อจำกัด | ไม่เหมาะฉีดใต้ตาและหน้าผาก | หลังฉีดอาจบวม 1 – 3 วัน | หลังฉีดอาจบวม 1 – 3 วัน | ไม่เหมาะฉีดบริเวณริมฝีปาก, ใต้ตา หรือที่ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง |
| ผลลัพธ์ | 3 ปี | 2 ปี | 1 – 2 ปี | 1 – 2 ปี |
การเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังฉีด HArmonyCa
การปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีดจะคล้ายกับการฉีดฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนทั่วไปเลยค่ะ
การเตรียมตัวก่อนฉีด
- ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบโดยละเอียดค่ะ
- งดรับประทานยาและวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา, ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงของรอยช้ำค่ะ
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนการฉีดค่ะ
- หากมีนัดทำฟัน หรือหัตถการเลเซอร์บนใบหน้า ควรเว้นระยะห่างจากการฉีดอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ค่ะ
การดูแลตัวเองหลังฉีด
- 24 ชั่วโมงแรก: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า งดดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ ค่ะ
- 48 ชั่วโมงแรก: หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนสูง เช่น ซาวน่า สตรีม หรือการตากแดดจัดเป็นเวลานานค่ะ
- สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรอยช้ำได้บ้าง ซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ค่ะ
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมาก บวมแดงร้อน หรือสีผิวเปลี่ยนไป ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีค่ะ
HArmonyCa ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ครอบคลุม ทั้งการยกกระชับที่เห็นผลทันที และการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงดูอ่อนเยาว์จากภายในในระยะยาว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดนะคะ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณที่สุดค่ะ
HArmonyCa ราคาเท่าไหร่


รีวิวงานผิว Biostimulator


เริ่มต้นการฟื้นฟูผิวจากภายในตั้งแต่วันนี้
ที่ D’ Lovevery Clinic เราเข้าใจทั้งความสวย ความมั่นใจ และความสุข เราจึงมุ่งมั่นให้บริการที่เป็นส่วนตัว มีคุณภาพ และปลอดภัยที่สุด พร้อมที่จะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง ปรึกษาแพทย์ของเราได้แล้ววันนี้
📍 สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง
โทร 064-424-6526
📍 สาขา Crystal Design Center (CDC)
โทร 095-236-4546


หมอเจอเคสคนไข้วัยเรียน วัยทำงานเยอะนะคะ ที่จากคนที่หน้าดูอิ่มปกติดี แต่พอจัดฟันซึ่งบางเคสลากยาวเป็นปี ทำให้ใบหน้าตอบลง ไม่ว่าจะด้วยทานได้น้อยลง หรืออาจจะเป็นเพราะแนวกระดูกกรามยุบตัว ใบหน้าดูแคบลงใดๆ ก็ตามแต่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมาก เพราะทำให้ ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อย และดูมีอายุขึ้น โดยที่คนไข้เองก็ไม่ได้ตั้งใจค่ะ
สาเหตุหลักๆ ที่หมอมักจะเจอคือ เมื่อเราใส่เครื่องมือจัดฟัน เรามักจะ เลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter Muscle) ไม่ค่อยได้ใช้งานจนเกิดการฝ่อตัวลง (Atrophy) ประกอบกับโครงสร้างฟันที่เคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งใหม่ ทำให้เนื้อแก้มที่เคยมีที่เกาะดูยุบตัวลงไปนั่นเองค่ะ
แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา คือการเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ โดยแนวทางแรกคือ Biostimulator ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวค่อยๆ ฟูและแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสที่ใบหน้าจะดูล้นเกินไป แต่ผลจะค่อยเป็นค่อยไป (เห็นชัดช้ากว่า) ค่ะ ส่วนแนวทางที่สองคือ Filler ซึ่งทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรที่ขาดหายไปโดยตรง ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ทันที และสามารถปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้ หลักๆของคนไข้หมอเองคือสื่อสารเป้าหมายอย่างละเอียดชัดเจนว่าประเมินแล้วตัวไหนเหมาะสมสุด และคนไข้ก็ตัดสินใจจากข้อดีข้อด้อยแต่ละโปรแกรมได้เลย การมาพบหมอเพื่อดูโครงหน้าโดยรวมจะดีที่สุด
โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ
- ริ้วรอยตอนอายุน้อย: เหมือนกระดาษใหม่ที่เพิ่งพับ พอเรากางออก (ด้วยโบท็อกซ์) รอยพับก็หายไปได้ง่าย
- ริ้วรอยตอนอายุเยอะ + ผิวบาง: เหมือน กระดาษที่ถูกพับซ้ำๆ มานานหลายสิบปีจนเกิดเป็นรอยหักลึก แม้หมอจะใช้โบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (กางกระดาษออก) แต่ “รอยหักบนเนื้อกระดาษ” ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นอยู่ดีค่ะ
โบท็อกซ์ยังคงเห็นผลในการคลายกล้ามเนื้อเสมอ แม้คนไข้จะอายุเยอะหรือผิวบางค่ะ แต่สาเหตุที่ดูเหมือนเห็นผลน้อยลง เป็นเพราะผิวที่บางขาดความยืดหยุ่นมักจะมี ริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร (Static Lines) ที่ฝังลงไปในเนื้อผิวแล้ว ซึ่งโบท็อกซ์จัดการไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้ควรฉีดโบท็อกซ์ควบคู่ไปกับ การเติมเต็มสารอาหารผิวหรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อสร้างความหนาแน่นให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่ะ น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจผิวมากขึ้นนะคะ สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม อยากดูแลผิวส่วนไหนเป็นพิเศษ ลองทำนัดเข้ามาปรึกษาหมอก่อนได้ค่ะ
การใช้ไหมน้ำกลุ่ม PDLLA ต้องใช้เทคนิคการกระจายยาแบบหลายจุด (Multiple Injections) ทำให้มีการสัมผัสเข็มบ่อยกว่าฟิลเลอร์ ดังนั้นไหมน้ำอาจจะโดนจิ้มหน้าบ่อยกว่า
สรุปสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเน้นความสบายขณะฉีด เพราะมียาชาผสมมาในตัวยาและใช้เข็มปลายทื่อลดการระคายเคือง ในขณะที่ ไหมน้ำใต้ตาอาจมีความรู้สึกแสบผิวหรือยิบๆ มากกว่า เนื่องจากเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ฉีดในชั้นผิวตื้นและมักไม่มีผสมยาชา อย่างไรก็ตาม การแปะยาชาก่อนทำ และเทคนิคการประคบเย็นของหมอจะช่วยให้ทั้งสองหัตถการเป็นเรื่องที่ เจ็บน้อยมากและไม่ต้องพักฟื้น นานค่ะ
แต่โดยรวมหมอจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่ เจ็บ ทนได้ หมอขอยืมคำพูดติดปากของคนไข้มาพูดต่อนะคะ ก็จะประมาณว่า เพื่อความสวยค่ะหมอ ต้องทนได้ ต่อเลยค่ะ!
ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ
หมอจะบอกว่าจริง ๆ แล้ว Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ นะคะ ถ้าคนไข้บอกว่าเคยฉีดฟิลเลอร์เท่านั้นเท่านี้ CC มาเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะมาเปลี่ยนเป็นฉีดกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนแทน ในจำนวน cc ที่เท่ากันนั้นอาจจะเป็นความเข้าใจที่ผิดอยู่ค่ะ
Sculptra เป็นสารกลุ่ม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ทำหน้าที่เข้าไป กระตุ้น เซลล์ Fibroblast ให้ร่างกายสร้างและซ่อมแซมผิวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการสร้าง คอลลาเจน Type I
ผลลัพธ์ที่ได้คือการ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวแน่น กระชับ แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเติมวอลุ่มแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์ค่ะ
TheraFill จัดเป็นนวัตกรรม Atelocollagen ที่มีคุณสมบัติแบบ 2-in-1 คือทำหน้าที่เป็นทั้ง Filler เพื่อเติมเต็มร่องลึกและหลุมสิวให้ตื้นขึ้นทันที และเป็น Biostimulator ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่นกระชับในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยเฉพาะ สามารถฉีดร่วมกับ Botox เพื่อเก็บรายละเอียดริ้วรอย หรือฉีดร่วมกับ HA Filler เพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่ควร หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น เลเซอร์ หรือ HIFU ในช่วงแรกหลังฉีดเพื่อรักษาอายุของคอลลาเจนให้อยู่ได้นาน 6-12 เดือนค่ะ
หากคนไข้ต้องเลือก หมอแนะนำให้ดูที่เป้าหมายหลักค่ะ ถ้าต้องการ “ผิวฉ่ำวาว เล่นแสงทันที” แบบ Glass Skin ให้เลือก Neauvia Hydro Deluxe เพราะมี HA และ CaHA ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความแน่นเฟิร์มได้ดีเยี่ยม แต่ถ้าคนไข้มองหาความ “ยั่งยืน และการซ่อมแซมผิวระยะยาว” อยากให้ผิวเนียนละเอียด รูขุมขนกระชับ และผลลัพธ์ อยู่นานกว่า (6-12 เดือน) หมอแนะนำ Karisma ซึ่งเป็น Rh Collagen ที่เน้นการคืนสภาพผิวให้กลับมาเด็กอีกครั้งค่ะ












