ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

Juvelook คืออะไร ต่างจากตัวอื่นอย่างไร ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา
Juvelook คืออะไร ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

สารกระตุ้นคอลลาเจน

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

โปรโมชั่นสำหรับลูกค้าใหม่ รับ Voucher ไว้ใช้เป็นส่วนลด

500

บาท

ไม่มีหมดอายุ ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ ใช้ได้กับทุกบริการของคลินิก

หมดเขต: 31 ตุลาคม 2569

Turning back the hands of time is no longer a fantasy

juvelook good skin ราคาเท่าไหร่

ประโยคนี้อาจฟังดูเหมือนฝัน แต่ในวงการความงามปัจจุบัน การมีผิวที่ดูอ่อนเยาว์ เต่งตึง และเรียบเนียนโดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอหรือต้องเจ็บตัวบ่อยๆ นั้นเป็นจริงได้แล้วค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาคำตอบของผิวสวยสุขภาพดีแบบยั่งยืน

Juvelook (จูวีลุค) คือ Skin Booster ที่ไม่ใช่แค่ฟิลเลอร์หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) และ HA (Hyaluronic Acid) แบบไม่ผ่านการเชื่อมขวาง (Non-crosslinked) ค่ะ

โปรโมชั่น Juvelook และ Lenisna จาก D' LOVEVERY CLINIC ดีเลิฟเวอรี่คลินิก พร้อมเบอร์โทรสาขาพาซิโอ รามคำแหง และ Crystal Design Center (CDC)

ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ทำให้ Juvelook สามารถมอบผลลัพธ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง โดยถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติ (Neocollagenesis) ช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรง มีความยืดหยุ่น เต่งตึง และดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดค่ะ

รีวิวงานผิว Biostimulator

ส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ Juvelook แตกต่าง

  • PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid): คือสารสังเคราะห์ที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายและสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ อนุภาคของ PDLLA ใน Juvelook มีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดเล็กและมีรูพรุน (Porous & Microsphere) ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดการอักเสบและป้องกันการเกิดก้อนใต้ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวหนังแล้ว PDLLA จะทำหน้าที่เป็นเหมือน “นั่งร้าน” ให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เข้ามายึดเกาะและกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน Type 1 และ Type 3 ซึ่งเป็นคอลลาเจนชนิดที่สำคัญที่สุดต่อความอ่อนเยาว์และความยืดหยุ่นของผิวค่ะ
  • Non-crosslinked HA (Hyaluronic Acid): ไฮยาลูรอนิก แอซิด ชนิดที่ไม่ผ่านการเชื่อมขวาง ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ทันทีหลังการฉีด ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ฉ่ำวาว และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ PDLLA จะค่อยๆ ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาวต่อไปค่ะ
Juvelook และ Lenisna โดย D' LOVEVERY CLINIC พร้อมข้อมูลติดต่อ 2 สาขา: พาซิโอ รามคำแหง 064-424-6526 และ CDC 095-236-4546

Juvelook ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง?

ด้วยคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนและเติมความชุ่มชื้นไปพร้อมกัน Juvelook จึงเป็นคำตอบสำหรับหลากหลายปัญหาผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมค่ะ

  • เพิ่มความยืดหยุ่นและยกกระชับผิว (Skin Elasticity & Lifting): ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ Juvelook จะเข้าไปช่วยสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ผิวจึงดูเต่งตึงและกระชับขึ้นค่ะ
  • ลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย (Wrinkle Reduction): ริ้วรอยตื้นๆ บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา หรือร่องแก้ม จะค่อยๆ จางลงและตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
  • ฟื้นฟูหลุมสิวและลดขนาดรูขุมขน (Acne Scar & Pore Minimizing): การสร้างคอลลาเจนใหม่จะช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อบริเวณหลุมสิวให้ตื้นขึ้น พร้อมทั้งช่วยให้รูขุมขนที่กว้างดูกระชับและเล็กลง ผิวจึงดูเรียบเนียนขึ้นค่ะ
  • ปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม (Overall Skin Quality): ผิวจะดูสุขภาพดีขึ้น มีความชุ่มชื้น ฉ่ำวาว อิ่มฟู และดูสดใสเปล่งปลั่งค่ะ
  • ลดรอยแตกลาย (Stretch Marks): สามารถใช้ Juvelook เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอยแตกลาย ช่วยให้รอยดูจางลงได้ค่ะ
เลือกอะไรดีระหว่าง Juvelook กับ Lenisna? ภาพสรุปข้อมูลจาก D' LOVEVERY CLINIC (ดีเลิฟเวอรี่คลินิก)

คอลลาเจนบูสเตอร์ที่ผสมผสานระหว่างกรดไฮยาลูโรนิก(HA) กับกรดโพลิแลกติก(PDLLA) เพื่อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนของผิว ทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับอิ่มฟูยืดหยุ่น ฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวชั้นลึกทำให้ผิวแข็งแรงจากภายใน คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ริ้วรอยดูจางลงอย่างมีประสิทธิภาพ

  • ช่วยฟื้นฟูผิวที่แก่ก่อนวัย
  • เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว
  • ลดริ้วรอย ผิวเรียบเนียน
  • รูขุมขนเล็กลง
  • ลดรอยหลุมสิว
  • ช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส
คุณสมบัติ🔵 Juvelook🔴 Lenisna
ส่วนประกอบหลักPDLLA 42.5 mg + Non-crosslinked HA 7.5 mgPDLLA 170 mg + Non-crosslinked HA 30 mg
ชั้นผิวที่เหมาะชั้นหนังแท้ (Dermis Layer) หรือชั้นตื้นชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Layer) หรือชั้นลึก
เป้าหมายหลักฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Rejuvenation)เติมเต็มปริมาตร (Volume Restoration)
เหมาะสำหรับเติมเต็มร่องน้ำตาและริ้วรอยรอบดวงตาลดเลือนริ้วรอย
บริเวณลำคอปรับผิวให้กระจ่างใส, กระชับรูขุมขนลดเลือน
รอยแผลเป็นลดเลือนรอยแตกลาย
เติมเต็ม Volume ให้ใบหน้า (หน้าผาก, แก้ม, ขมับ)เติมเต็มร่องลึก
(ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก)ยกกระชับผิวกาย

Juvelook Volume ตัวใหม่ เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน?

Juvelook Volume เป็นโปรแกรมกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลปัญหาผิวหย่อนคล้อย ใบหน้าที่ดูขาดวอลลุ่ม รวมถึงริ้วรอยและร่องลึก โดยเน้นผลลัพธ์ให้ผิวดูฟู แน่น และเรียบเนียนขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าหน้าไม่กระชับ แก้มตอบ หรือมีหลุมสิวและริ้วรอยที่ทำให้ผิวดูไม่สดใส

จุดเด่นของ Juvelook Volume คือช่วยพยุงผิวที่หย่อนคล้อย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มฟู จึงอาจใช้ดูแลบริเวณที่มีร่องลึก เช่น ร่องแก้ม หรือผิวที่มีหลุมสิว เพื่อให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น ผลลัพธ์ด้านการยกกระชับค่อนข้างโดดเด่น ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มความฟูของผิวได้ดี

โดยทั่วไป ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 2 ปี ทั้งนี้ระยะเวลาผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิว ปริมาณที่ใช้ บริเวณที่ทำ และการดูแลของแต่ละบุคคล ควรให้แพทย์ประเมินปัญหาผิวและโครงสร้างใบหน้าก่อนเลือกโปรแกรม เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด

คุณสมบัติ🔵 JuvelookJuvelook Volume
จุดเด่น• ผิวใสโกลว์ ผิวเด้งฉ่ำเงา
• ฟื้นฟูผิวและใต้ตาคล้ำ
• รูขุมขนกระชับ
• ยกกระชับ พยุงผิวหย่อน
• สร้างคอลลาเจน เติมผิวฟู
• เติมร่องลึก หลุมสิว ผิวเนียน
อยู่ได้นาน6–12 เดือน2 ปี
ยกผิวหย่อน / หน้ากระชับ★☆☆☆☆★★★★★
อิ่มผิวฟู★★☆☆☆★★★★☆
เหมาะกับใครผิวแห้งโทรม หน้ายุบ ใต้ตาคล้ำหน้าไม่กระชับ ไม่มีวอลลุ่ม มีร่องลึก หลุมสิว ริ้วรอย

จุดเด่นของ Juvelook Volume

  • Hybrid Biostimulator ผสาน PDLLA + HA
  • ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน
  • เติมวอลลุ่มให้ผิวดูอิ่มฟูอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ช่วยยกกระชับและพยุงผิวที่หย่อนคล้อย
  • ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียน ลดเลือนร่องลึกและหลุมสิว
  • ผลลัพธ์ดูไม่แข็ง ไม่ Overfill

Juvelook Volume ทำงานอย่างไร?

  • หลังทำทันที: ผิวดูฟูและยกขึ้นจาก HA
  • ประมาณ 1 เดือน: เริ่มกระตุ้นคอลลาเจน ผิวดูแน่นเฟิร์มขึ้น
  • ประมาณ 6 เดือน: เห็นผลด้านความกระชับและผิวฟูชัดเจนขึ้น

เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่มีผิวหน้า/กรอบหน้าหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
  • ผู้ที่มีใบหน้าดูตอบ ขาดวอลลุ่ม หรือผิวไม่อิ่มฟู
  • ผู้ที่มีร่องลึก ริ้วรอย หรือหลุมสิว
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ระยะยาว และไม่อยากเติมฟิลเลอร์บ่อย

ตารางเปรียบเทียบ Juvelook vs Restylane Vital Skinbooster

คุณสมบัติJuvelookRestylane Vital Skinbooster
ส่วนประกอบหลักPoly D,L Lactic Acid (PDLLA) + Hyaluronic Acid (HA)Hyaluronic Acid (HA) แบบไม่เชื่อมโยงกัน (Non-crosslinked HA)
กลไกการออกฤทธิ์1. HA: ให้ความชุ่มชื้นและเติมเต็มทันที
2. PDLLA: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกายอย่างต่อเนื่องและยาวนาน (Biostimulator)
1. HA: ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวอย่างล้ำลึกจากภายใน
2. HA: ช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความยืดหยุ่น และลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ
ลักษณะสารละลายที่มีอนุภาคเล็ก (Micro-particle solution)เจลใส
เป้าหมายหลัก– กระตุ้นคอลลาเจน ลดริ้วรอย
– ปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม
– ลดเลือนรอยแผลเป็นหลุมสิว
– เพิ่มความชุ่มชื้นและฉ่ำวาวให้ผิว
– ฟื้นฟูสภาพผิวที่แห้งกร้านหรือเสื่อมโทรม
– ลดริ้วรอยตื้นๆ และปรับผิวให้เรียบเนียน
ผลลัพธ์ที่เห็น– ผิวกระชับขึ้น
– ริ้วรอยลดลง
– คุณภาพผิวดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและต่อเนื่อง
– รูขุมขนกระชับ
– ผิวดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง มีออร่า
– ผิวเรียบเนียนขึ้น
– ริ้วรอยตื้นๆ ดูจางลง
ระยะเวลาเห็นผลเริ่มเห็นผลการกระตุ้นคอลลาเจนใน 4-6 สัปดาห์ และดีขึ้นเรื่อยๆเห็นผลลัพธ์ความชุ่มชื้นทันทีหลังฉีด และชัดเจนขึ้นหลังทำครบตามคอร์ส
ระยะเวลาคงอยู่ประมาณ 12-18 เดือน (ผลจากการกระตุ้นคอลลาเจน)ประมาณ 6-9 เดือน (แนะนำทำต่อเนื่อง 3 ครั้งห่างกัน 2-4 สัปดาห์)
บริเวณที่นิยมฉีดใต้ตา, รูขุมขน, ริ้วรอยทั่วใบหน้า, คอ, แผลเป็นหลุมสิวทั่วใบหน้า, ลำคอ, เนินอก, หลังมือ
ข้อดี– กระตุ้นคอลลาเจนอย่างเป็นธรรมชาติ
– ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและค่อยเป็นค่อยไป
– ช่วยเรื่องหลุมสิวและรูขุมขนได้ดี
– ให้ความชุ่มชื้นและอิ่มฟูได้ดีมาก
– ลดริ้วรอยตื้นๆ และปรับผิวให้ดูสุขภาพดี
– มีความปลอดภัยสูง ได้รับการยอมรับทั่วโลก
ข้อควรพิจารณา– อาจต้องใช้เวลาเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
– มีโอกาสเกิดก้อนเล็กๆ ใต้ผิวหนังได้ หากฉีดไม่ถูกต้องหรือดูแลหลังฉีดไม่ดี
– ไม่ได้กระตุ้นคอลลาเจนมากเท่า Juvelook
– ต้องทำเป็นคอร์สเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ขั้นตอนการทำงานและผลลัพธ์ที่คาดหวังได้

Juvelook จะถูกผสมกับน้ำกลั่นสำหรับฉีดยา (Sterile Water) ก่อนใช้ และอาจมีการผสมยาชาเพื่อลดความเจ็บขณะทำหัตถการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีด Juvelook เข้าไปในชั้นหนังแท้ (Dermis Layer) อย่างแม่นยำ

  • ผลลัพธ์ทันที: หลังฉีด HA จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและดูเต็มขึ้นทันทีค่ะ
  • ผลลัพธ์ระยะยาว: หลังจากนั้นประมาณ 4-6 สัปดาห์ PDLLA จะเริ่มกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนอย่างเต็มที่ และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังฉีดค่ะ
  • ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน: ผลลัพธ์จากการรักษาด้วย Juvelook สามารถคงอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคลค่ะ

คำแนะนำในการรักษา

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ทำการรักษาต่อเนื่อง 3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างทุกๆ 4-6 สัปดาห์ จากนั้นสามารถกลับมาทำซ้ำทุกๆ 12-18 เดือนเพื่อคงสภาพผิวที่ดีไว้ค่ะ

โปรแกรมฟื้นฟูผิว Juvelook และ Lenisna ที่ D' LOVEVERY CLINIC พร้อมข้อมูลติดต่อ"
8. "D' LOVEVERY CLINIC

Juvelook เหมาะกับใครและใครที่ควรหลีกเลี่ยง?

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป ที่ต้องการป้องกันและชะลอการเกิดริ้วรอย
  • ผู้ที่กังวลเรื่องปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่น
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตื้นๆ บนใบหน้า ลำคอ หรือหลังมือ
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว รูขุมขนกว้าง
  • ผู้ที่ต้องการให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน อิ่มฟู และกระจ่างใสขึ้น

ข้อควรระวังและผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำ

  • สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของ Juvelook (PDLLA, HA)
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Autoimmune disease)
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณผิวหนังที่จะทำการรักษา
  • ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

การเตรียมตัวก่อนและหลังทำ Juvelook

ก่อนทำ

  • งดยาหรือวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามินอี, น้ำมันปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนทำ
  • หากมีโรคประจำตัวหรือยาที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อนทุกครั้ง

หลังทำ

  • อาจมีอาการบวมแดงหรือรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะหายไปเองใน 2-3 วัน สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ค่ะ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัส นวด หรือถูบริเวณที่ทำหัตถการแรงๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
  • งดแต่งหน้าอย่างน้อย 12-24 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ การสัมผัสความร้อนจัด เช่น ซาวน่า หรือการตากแดดจัดๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอและทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
ผิวมีกี่ชั้น-สรุปให้-Sculptra-เหมาะกับผิวชั้นไหน
คุณสมบัติโปรแกรม SCULPTRAโปรแกรม JUVELOOK
ส่วนประกอบหลักPDLLA + Hyaluronic AcidPLLA
กลไกการทำงานกระตุ้นคอลลาเจนและอิลาสติน เพิ่มความชุ่มชื้น
ฟื้นฟูผิว
กระตุ้นคอลลาเจนลึก เติมเต็มปริมาตรใบหน้า ลดริ้วรอยลึก
ผลลัพธ์เด่นผิวเรียบเนียน ชุ่มชื้น กระจ่างใสใบหน้าดูเต็มอิ่ม ยกกระชับ ลดริ้วรอยลึก
ปัญหาผิวเหมาะกับผิวแห้ง ขาดน้ำ, ริ้วรอยตื้น, รอยแตกลายเล็กๆ,
ผิวไม่กระชับเล็กน้อย, ผิวหมองคล้ำ, ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น
ผิวหย่อนคล้อยชัดเจน, ริ้วรอยลึก, แก้มตอบ, ใบหน้าขาดปริมาตร,
โหนกแก้มไม่ชัด, ใต้ตาลึก, ถุงใต้ตา, คอและเหนียงเริ่มหย่อน
ระยะเวลาผลลัพธ์6-12 เดือน1.5-2 ปี
จำนวนครั้งที่แนะนำ3 ครั้ง3 ครั้ง
ความเจ็บ/ ฟื้นตัวเจ็บเล็กน้อย คล้ายฉีดโบท็อกซ์ ไม่มีเวลาพักฟื้นอาจเจ็บมากกว่าเล็กน้อย มีส่วนผสมยาชาช่วย ทนได้ง่าย
เหมาะกับใครต้องการฟื้นฟูผิว เติมน้ำ ลดริ้วรอยเล็กๆ ผิวกระจ่างใสต้องการยกกระชับ เติมเต็มปริมาตร ลดริ้วรอยลึก ผิวหย่อนคล้อยชัด

ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ แข็งแรง และสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก ด้วยผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและคงอยู่ยาวนาน จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัวค่ะ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะคะ

Juvelook ราคา โปรโมชั่น

เบื่อใต้ตาคล้ำ ริ้วรอยกวนใจ โปรแกรม 𝗝𝗨𝗩𝗘𝗟𝗢𝗢𝗞 ที่ D' Lovevery Clinic
ปริมาณราคา
1 cc3,999 บาท
1 ขวด/6 cc15,900 บาท
3 ขวด/18 cc44,900 บาท

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

📍 สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง
โทร 064-424-6526

📍 สาขา Crystal Design Center (CDC)
โทร 095-236-4546

หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Ultra Filler” ตามคลินิกต่างๆ มาบ้างนะคะ แต่จริงๆ แล้วอยากจะอธิบายให้เข้าใจว่า สิ่งที่คลินิกพูดถึงกันบ่อยๆ นี้ ไม่ได้หมายถึงฟิลเลอร์ที่เราคุ้นเคยกันที่เป็นสารเติมเต็มกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือ HA Filler แบบทั่วไปค่ะ แต่เป็น “ไหมน้ำ Ultracol”  คือกลุ่มของสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Biostimulator นั่นเองค่ะ

ไหมน้ำตัวนี้ใช้เทคโนโลยี PDO Microsphere ซึ่งแตกต่างจาก HA Filler โดยตรง โดยหลักการทำงานของ Ultracol คือจะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอย เติมเต็มความหย่อนคล้อย และช่วยให้ใต้ตาที่คล้ำดูกระจ่างใสขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อน และยังมีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ค่ะ หลังเติมเต็มผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืนค่ะ

เทียบกับฟิลเลอร์ที่เป็นกล่องๆทั่วไปก็มีข้อดีข้อจำกัดแตกต่างกัน หมอจะเลือกใช้ตามปัญหาของคนไข้แต่ละคน จำนวน cc ก็ขึ้นอยู่กับบริเวณและปัญหาของแต่ละบุคคลค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

โปรแกรม Planiti ฉีดได้หลายบริเวณเลย คนไข้หมอก็ทั่วหน้าและใต้ตาเป็นหลัก ถือเป็น Hybrid Biostimulator ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณใต้ตาอย่างตรงจุด ด้วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ให้ผิวใต้ตาดูแน่นฟูขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ และช่วยให้ใต้ตาดูสดใส อ่อนเยาว์

  • แก้มตอบและแก้มกลาง เพื่อช่วยให้ผิวดูแน่นขึ้น ลดภาพหน้าดูเหนื่อยล้า
  • ขมับ ในคนไข้ที่มีความตอบจนใบหน้าดูมีเหลี่ยมหรือดูอิดโรย
  • กรอบหน้าและช่วงแก้มล่าง สำหรับปัญหาผิวเริ่มหย่อน ความคมชัดของกรอบหน้าลดลง
  • หน้าผาก เมื่อมีร่องหรือความแบนตอบที่เหมาะกับการวางแผนรักษา
  • ร่องแก้มและริ้วรอยตื้น เพื่อเน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวในภาพรวม
  • ลำคอหรือหลังมือ ในบางเคสที่ต้องการดูแลผิวบางและริ้วรอยแห่งวัย

ให้คนไข้นึกภาพง่าย ๆ ว่า ฟิลเลอร์เหมือนการเติมหมอนให้เต็มทันที จึงเหมาะกับการปรับทรงหรือเติมร่องลึกเฉพาะจุด ส่วน PLANITI เหมือนการค่อย ๆ ปรับคุณภาพของเบาะรองรับใต้ผิว ให้ผิวมีคอลลาเจนเพิ่มขึ้นและดูแน่นฟูอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ

ราคา 25,000 บาท/ขวด

อ่านเพิ่มเติม

การทานคอลลาเจนเป็นประจำจะช่วย เสริมสร้างสุขภาพผิวโดยรวมให้แข็งแรงจากภายใน และ เป็นเสมือน “พื้นฐานที่ดี” แต่ต้องแยกส่วนกันกับการทำหัตถการความงาม คอลลาเจนเหมือนกัน แต่กลไกการทำงานต่างกันมาก

การทานคอลลาเจนไม่ได้ช่วยยกกระชับใบหน้าโดยตรง หรือเสริมผลลัพธ์หัตถการอย่าง HIFU, RF, ร้อยไหมให้คงอยู่นานขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงค่ะ เพราะคอลลาเจนที่ทานจะถูกย่อยสลายเป็นกรดอะมิโนเล็กๆ ดูดซึมเข้ากระแสเลือด เพื่อสร้างโปรตีนและคอลลาเจนทั่วร่างกาย ไม่ใช่แค่ที่ผิวหน้าเท่านั้น ร่างกายจะจัดสรรไปใช้ในส่วนที่จำเป็นที่สุดก่อน เช่น กระดูก ข้อต่อ หรือส่วนที่สึกหรอ จึงไม่สามารถกำหนดให้ไปเสริมคอลลาเจนใต้ผิวหน้าเพื่อการยกกระชับโดยตรงได้ค่ะ

แม้คอลลาเจนจะช่วยบำรุงสุขภาพผิวโดยรวม ให้ผิวชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ลดริ้วรอยเล็กๆ ได้บ้าง แต่ไม่ใช่การสร้างโครงสร้างเพื่อการยกกระชับที่ชัดเจน หากต้องการแก้ไขผิวหย่อนคล้อยหรือผลลัพธ์ยกกระชับที่เห็นผล คุณหมอแนะนำว่าต้องอาศัยวิธีการที่ออกฤทธิ์โดยตรงกับโครงสร้างผิวบริเวณนั้นๆ เช่น HIFU, RF หรือการร้อยไหม การเลือกวิธีที่เหมาะสม จำนวนช็อต จำนวนครั้ง หรือเส้นไหมที่ตอบโจทย์ ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล ใช้แตกต่างกันไปจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ 

ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับคนไข้ที่ต้องการรักษาหลุมสิวทั่วใบหน้าด้วย Juvelook เคสที่เป็นทั่วหน้า ถือว่าหนักกว่าแค่บางบริเวณ ส่วนมากหมอแนะนำให้ใช้ปริมาณ 1 ขวดต่อครั้ง (ผสมแล้วได้ปริมาตร 5-8 cc) ซึ่งเพียงพอสำหรับกระจายตัวยาทั่วหน้า โดยควรทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันทุก 1 เดือน และเพื่อให้การรักษาออกมาดีที่สุด หมอจะต้องทำควบคู่กับ การเซาะพังผืดหลุมสิว (Subcision) ด้วยนะคะ เพราะเมื่อเราตัดพังผืดที่ดึงรั้งก้นหลุมสิวออกก่อน ตัวยา Juvelook จะเข้าไปทำงานและเติมเต็มคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เห็นผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนและหลุมสิวตื้นขึ้นชัดเจนมากกว่า อีกทั้งยังเป็นการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการฉีดตัวยาเพียงอย่างเดียวค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

โปรแกรม Ellansé หรืออีลองเซ่ เป็นสารฉีดที่ช่วยดูแลโครงสร้างใบหน้า ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เติมเต็มเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างโครงสร้างผิวใหม่ใต้ผิว ทำให้ผิวดูแน่นขึ้น ใบหน้าดูมีมิติ และผลลัพธ์ค่อย ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ

ต่างจากฟิลเลอร์ HA ทั่วไปที่เน้นเติมเต็มบริเวณที่ยุบ เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา หรือขมับ แล้วค่อย ๆ สลายไปตามเวลา แต่ Ellansé จะทำงานแบบ เติมเต็ม + ฟื้นฟูโครงสร้างผิว จึงเหมาะกับคนที่เริ่มมีใบหน้ายุบ โครงหน้าไม่คม ผิวไม่แน่น หรือมีความหย่อนคล้อยระดับต้นถึงปานกลางค่ะ

ราคา Ellansé โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 20,000–30,000 บาท / 1 cc
โดย 1 กล่องมี 2 cc ราคาต่อกล่องจึงประมาณ 30,000–40,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้และการประเมินของแพทย์ของแต่ละสถานพยาบาลค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเจอเคสคนไข้วัยเรียน วัยทำงานเยอะนะคะ ที่จากคนที่หน้าดูอิ่มปกติดี แต่พอจัดฟันซึ่งบางเคสลากยาวเป็นปี ทำให้ใบหน้าตอบลง ไม่ว่าจะด้วยทานได้น้อยลง หรืออาจจะเป็นเพราะแนวกระดูกกรามยุบตัว ใบหน้าดูแคบลงใดๆ ก็ตามแต่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมาก เพราะทำให้ ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อย และดูมีอายุขึ้น โดยที่คนไข้เองก็ไม่ได้ตั้งใจค่ะ

สาเหตุหลักๆ ที่หมอมักจะเจอคือ เมื่อเราใส่เครื่องมือจัดฟัน เรามักจะ เลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter Muscle) ไม่ค่อยได้ใช้งานจนเกิดการฝ่อตัวลง (Atrophy) ประกอบกับโครงสร้างฟันที่เคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งใหม่ ทำให้เนื้อแก้มที่เคยมีที่เกาะดูยุบตัวลงไปนั่นเองค่ะ

แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา คือการเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ โดยแนวทางแรกคือ Biostimulator ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวค่อยๆ ฟูและแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสที่ใบหน้าจะดูล้นเกินไป แต่ผลจะค่อยเป็นค่อยไป (เห็นชัดช้ากว่า) ค่ะ ส่วนแนวทางที่สองคือ Filler ซึ่งทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรที่ขาดหายไปโดยตรง ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ทันที และสามารถปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้ หลักๆของคนไข้หมอเองคือสื่อสารเป้าหมายอย่างละเอียดชัดเจนว่าประเมินแล้วตัวไหนเหมาะสมสุด และคนไข้ก็ตัดสินใจจากข้อดีข้อด้อยแต่ละโปรแกรมได้เลย การมาพบหมอเพื่อดูโครงหน้าโดยรวมจะดีที่สุด

อ่านเพิ่มเติม

โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ

สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

60

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

ฟื้นฟูคอลลาเจน เทรนด์ผิวสวย ด้วย Biostimulator

★★ ความประทับใจ ★★

google
Junny Berry
Junny Berry
13/06/2025
google
Pakjira Lerttaweevit
Pakjira Lerttaweevit
24/12/2024
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
facebook
Zypher Kun
Zypher Kun
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Hana Mizu
Hana Mizu
แนะนำเลย
16/06/2024
Chuttanun Thirawadee
Chuttanun Thirawadee
29/04/2024
facebook
ศราวุฒิ กาญจนภิวัฒน์
ศราวุฒิ กาญจนภิวัฒน์
แนะนำเลย
21/01/2024