ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ปากกาคุมน้ำหนัก คืออะไร

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ลดน้ำหนัก

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง ติดตามผลการรักษา

สรุปให้สั้นๆ สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลการลดน้ำหนัก หรือคุมน้ำหนักให้ตนเองอยู่

ปากกาลดน้ำหนักมีมานานแค่ไหน

ปากกาลดน้ำหนักเริ่มมีอยู่ในตลาดยาประมาณทศวรรษที่ผ่านมา โดยเริ่มที่ต่างประเทศ ทางอเมริกา ยุโรปจะเป็นที่รู้จักและมีการใช้กันแพร่หลาย แต่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมากในช่วง 5-10 ปีหลัง เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนา ที่มุ่งเน้นไปที่การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีน้ำหนักเกิน

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร?

ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen) เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุยาในรูปแบบปากกา ใช้งานง่าย โดยทั่วไปแล้วมันเป็นฮอร์โมนกลุ่ม GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ที่จำเพาะเจาะจง เช่น Semaglutide หรือ Liraglutide ซึ่งใช้ในการรักษาภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน

ปากกาลดน้ำหนักทำงานอย่างไร

ปากกาลดน้ำหนักทำงานโดยการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง ยากลุ่มนี้นี้มักทำงานโดยการ:

  1. การลดความอยากอาหาร: GLP-1 มีผลทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและกินน้อยลง โดยผลลัพธ์นี้เกิดจากการที่ฮอร์โมนกระตุ้นสมองทำให้รู้สึกอิ่ม
  2. ชะลอการเริ่มย่อยอาหารในท้อง: ยาจะชะลอการเคลื่อนไหวของอาหารจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้, ทำให้รู้สึกอิ่มยาวนานกว่า
  3. ควบคุมการผลิตกลูโคสของตับ: ยาช่วยลดระดับกลูโคสในเลือดโดยการเพิ่มความไวของเนื้อเยื่อต่างๆ ต่ออินซูลินและลดการผลิตกลูโคสของตับ
  4. เสริมสร้างการใช้พลังงาน: GLP-1 ยังสามารถเพิ่มการใช้พลังงานในร่างกาย ซึ่งช่วยในการลดน้ำหนัก

การใช้ปากกาลดน้ำหนักจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและควบคุมดูแลจากแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัยสูงสุด

ปากกาลดน้ำหนัก หรือปากกาคุมหิว เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน: หรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 30 ซึ่งถือว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคต่างๆ: เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
  • ผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักและต้องการตัวช่วย: เพื่อประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก
  • ผู้ที่ต้องการลดพฤติกรรมการกินจุบจิบ: ช่วยควบคุมความอยากอาหารและพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม
  • ผู้ที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล: เช่น การใช้ยาลดน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • ผู้ที่ต้องการวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย: ที่ไม่มีผลข้างเคียงและไม่กลับมาโยโย่

เช็คเบื้องต้น ว่าปากกาคุมหิว เหมาะกับเราไหม

  1. ผู้ที่มีภาวะอ้วน:
    • ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 30
  2. ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน:
    • ดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ระหว่าง 27-29
  3. ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
  4. ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น:
    • เบาหวาน
    • ความดันโลหิตสูง
    • ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
    • ภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับเนื่องจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ
  5. ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
  6. ผู้ที่มีนิสัยชอบกินจุกจิก กินไม่หยุด หิวบ่อย:
    • และต้องการลดพฤติกรรมการกินเหล่านี้ให้น้อยลง

ปากกาลดความอ้วน Wegovy

wegovy ปากกาลดความอ้วน ใช้ยังไง ราคาเท่าไหร่
ปากกา wegovy ลดความอ้วน ราคาเท่าไหร่ ใช้ยังไง
Ozempic™Wegovy™
สารออกฤทธิ์:SemaglutideSemaglutide
รูปแบบการฉีด:ฉีดใต้ผิวหนังฉีดใต้ผิวหนัง
ขนาดบรรจุ:1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม1 ปากกา (ขนาด 2.4 mg/1.5 ml) ต่อสัปดาห์
ขนาดยาที่ปรับได้:0.25 mg, 0.5 mg, 1 mg, 2 mg0.25 mg, 0.5 mg, 1 mg, 1.7 mg, 2.4 mg
ความถี่ในการฉีด:อาทิตย์ละ 1 ครั้งอาทิตย์ละ 1 ครั้ง
ข้อดี:– ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าแบบปกติ
– เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา
– คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก
– ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค
– ไม่รบกวนการใช้ชีวิต หรืออ่อนเพลียง่าย
– ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง
– หลังหยุดยา ไม่ทำให้น้ำหนักกลับมาเหมือนเดิม
– ผ่าน อย.
– ลดน้ำหนักได้ดีมากด้วยขนาดยา 2.4 mg
– ใช้ขนาดยาสูงสุดต่อสัปดาห์ได้
– ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงด้านการลดน้ำหนัก
– คุมหิว ลดภาวะอยากอาหาร
– ผ่าน อย. มีงานวิจัย
– ผลข้างเคียงคล้าย Ozempic (เช่น คลื่นไส้ อาเจียน)

ปากกาคุมหิว Saxenda VS Ozempic

Saxenda®Ozempic™
สารออกฤทธิ์: Liraglutideสารออกฤทธิ์: Semaglutide
รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนังรูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง
ขนาดบรรจุ: 5 ปากกา (แต่ละด้ามบรรจุ 3 ml)ขนาดบรรจุ: 1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม
ขนาดยาที่ปรับได้: 0.6mg, 1.2mg, 1.8mg, 2.4mg, 3.0mgขนาดยาที่ปรับได้: 0.25mg, 0.5mg, 1mg, 2mg
ความถี่ในการฉีด: ทุกวันความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
ข้อดี:
– ลดน้ำหนักได้เร็ว ปลอดภัย
– คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก
– ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค
– ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ
– ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง
– หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม
– ผ่าน อย. มีผลวิจัยรองรับ
ข้อดี:
– ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า
– เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา
– คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก
– ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค
– ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ
– ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง
– หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม
– ผ่าน อย. มีผลวิจัยรองรับ
trulicity ราคา
ปากกาคุมหิว trulicity

ปากกาคุมผิว Trulicity VS Ozempic

TrulicityOzempic
สารออกฤทธิ์: Dulaglutideสารออกฤทธิ์: Semaglutide
รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนังรูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง
ขนาดบรรจุ: 4 ด้าม (แต่ละด้ามบรรจุ 0.5 ml)ขนาดบรรจุ: 1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม
ขนาดยาที่ปรับได้: 0.75mg, 1.5mgขนาดยาที่ปรับได้: 0.25mg, 0.5mg, 1mg, 2mg
ความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้งความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
ข้อดี:
– ควบคุมความอยากอาหาร
– ลดน้ำหนัก (โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย)
– ฉีดสัปดาห์ละครั้ง
– ผลข้างเคียงน้อย
– ผ่าน อย. ไทย
ข้อดี:
– ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า
– เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา
– คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก
– ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค
– ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ
– ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง
– หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม
– ผ่าน อย. ไทย

ปากกาลดความอ้วน Mounjaro VS Wegovy

Mounjaro (tirzepatide)Wegovy (semaglutide)
ปีที่ได้รับอนุมัติ Thai FDA31 กรกฎาคม 25673 สิงหาคม 2566
วิธีการใช้ฉีดสัปดาห์ละครั้งฉีดสัปดาห์ละครั้ง
ช่วงขนาดยา2.5 – 15.0 มก.0.25 – 2.4 มก.
เป้าหมายของการออกฤทธิ์GLP-1 และ GIPGLP-1
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก อาเจียนคลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ท้องผูก
ผลลดน้ำหนักเฉลี่ย (*แล้วแต่บุคคล)ลดน้ำหนักเฉลี่ย 22.5% หลัง 72 สัปดาห์ (ขนาด 15 มก.)ลดน้ำหนักเฉลี่ย 14.9% หลัง 68 สัปดาห์ (ขนาด 2.4 มก.)

ข้อควรระวัง ปากกาคุมหิว

  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพื่อประเมินความเสี่ยงและประโยชน์
  • ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักสำหรับทุกคน และควรใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
  • อาจมีปฏิกิริยากับยาอื่นๆ
  • ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

Dulaglutide, Semaglutide, Liraglutide เป็นยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonists เป็นยาที่ใช้รักษาเบาหวานและลดน้ำหนัก แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับยาอื่นๆ โดยสรุปได้ดังนี้

ผลข้างเคียงที่พบบ่อย:

  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย: เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด แต่อาจบรรเทาลงได้เมื่อร่างกายปรับตัว
  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ: โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาลดน้ำตาลชนิดอื่นร่วมด้วย ควรสังเกตอาการ เช่น เหงื่อออก ใจสั่น หน้ามืด

ผลข้างเคียงที่รุนแรง (พบได้น้อย):

  • ตับอ่อนอักเสบ: มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ร้าวไปหลัง
  • มะเร็งไทรอยด์: ห้ามใช้หากมีประวัติส่วนตัวหรือครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดนี้
  • นิ่วในถุงน้ำดี: มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องใต้ชายโครงขวาร้าวไปสะบักขวา
  • ชีพจรเต้นเร็ว
  • ไตวายเฉียบพลัน: พบได้น้อย มักเกิดในผู้ที่ขาดน้ำร่วมด้วย
  • ภาวะเบาหวานขึ้นตาเลวลง: อาจทำให้ตาพร่ามัวหรือตาบอดได้

ข้อควรระวัง:

  • ควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
  • แจ้งแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ
  • ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์หรือเภสัชกร

ปากกาคุมหิว ราคาเท่าไหร่

ชื่อปากกาคุมหิวราคา (บาท)
Mounjaro25,000
Wegovy17,000
Ozempic17,000
Trulicity14,000
ปากกา Mounjaro 2-5mg ราคาเท่าไหร่ ซื้อที่ไหน คลินิก กรุงเทพ
ปากกา wegovy ลดความอ้วน ราคาเท่าไหร่
ปากกา ozempic ราคาเท่าไหร่ กรุงเทพ ซื้อที่ไหน

ตำแหน่งการฉีดปากกาคุมน้ำหนัก

ฉีดปากกาลดน้ำหนักตรงจุดไหน

ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดได้แก่

  1. หน้าท้อง (Abdomen):
    • บริเวณรอบ ๆ สะดือแต่ควรห่างจากสะดือประมาณ 2 นิ้ว
    • หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่มีแผลหรือแผลเป็น
  2. ต้นขาด้านหน้า (Front of the Thighs):
    • บริเวณกลาง ๆ ด้านหน้าและด้านข้างของต้นขา
    • ควรเปลี่ยนจุดฉีดทุกครั้งเพื่อลดการด้านของเนื้อเยื่อ
  3. ต้นแขน (Upper Arm):
    • ด้านหลังของต้นแขนเหนือข้อศอกถึงไหล่
    • ต้องมีคนช่วยฉีดถ้าฉีดเองทำไม่ได้

ข้อห้าม

  • ห้ามฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (Intravenous):
    • การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำไม่เหมาะสำหรับยาที่ออกแบบมาให้ใช้แบบ subcutaneous และอาจทำให้เกิดอันตรายได้
  • ห้ามฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular):
    • การฉีดเข้ากล้ามเนื้ออาจทำให้ยาไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการและอาจเกิดการเจ็บปวดหรือบาดเจ็บได้

การปฏิบัติที่ถูกต้อง

  • ล้างมือก่อนและหลังการฉีดยา
  • ใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่ต้องการฉีด
  • ใช้เข็มที่สะอาดและปลอดเชื้อ (จำเป็นต้องใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง)
  • ฉีดยาในมุมที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์
ขั้นตอนการฉีด ozempic
ขั้นตอนการใช้งาน มีความคล้ายกันในทุกยี่ห้อ
ปากกาคุมน้ำหนัก ใช้ยังไง

ขั้นตอนการใช้ปากกาคุมหิว Ozempic

เตรียมปากกา

  • อ่านฉลากเพื่อยืนยันว่าปากกาของคุณบรรจุ Ozempic®
  • ตรวจสอบว่ายาในปากกามีลักษณะใสและไม่มีสี

ติดเข็มใหม่

  • ฉีกกระดาษที่ปิดออก
  • กดและหมุนเข็มจนแน่น
  • ดึงฝาครอบเข็มทั้งสองฝาออก

ตรวจสอบว่ามีตัวยาไหลออกมา

  • หมุนตัวเลือกปริมาณจนกว่าตัวนับปริมาณจะแสดงสัญลักษณ์ตรวจสอบการไหล
  • กดปุ่มปริมาณค้างไว้จนกระทั่งตัวนับปริมาณแสดง 0
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีหยดปรากฏที่ปลายเข็ม

เลือกปริมาณการปล่อยยา

  • หมุนตัวเลือกปริมาณจนกระทั่งตัวนับปริมาณแสดงปริมาณที่คุณต้องฉีด (0.25 มก. หรือ 0.5 มก. สำหรับปากกาฉลากแดง, 1 มก. สำหรับปากกาฉลากน้ำเงิน และ 2 มก. สำหรับปากกาฉลากเหลือง)

ฉีดตัวยาเข้าร่างกาย

  • สอดเข็มเข้าไปในผิวหนังของคุณ
  • กดปุ่มปริมาณค้างไว้
  • หลังจากตัวนับปริมาณแสดง 0 ให้ค่อยๆ นับถึง 6
  • ถอนเข็มออกจากผิวหนังของคุณ

คำแนะนำหลังฉีด

  • ถอนเข็มออกอย่างระมัดระวังและใส่ในภาชนะทิ้งของมีคม
  • ใส่ฝาปิดปากกากลับที่ปากกา

การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก

การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนักอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของยา นี่คือวิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง

  • เก็บตัวยาฉีดที่ยังไม่ได้เปิดใช้:
    • เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส
    • ห้ามเก็บตัวยาในช่องแช่แข็ง
  • หลังจากเปิดใช้แล้ว:
    • เก็บที่อุณหภูมิห้อง โดยควรเป็นอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส
    • ตัวยาจะมีอายุการใช้งาน 1 เดือนหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
  • คำแนะนำเพิ่มเติมในการเก็บรักษา:
    • เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
    • ห้ามใช้ยานี้หากสารละลายขุ่นไม่ใสหรือมีสีปนเปื้อน
    • สวมปลอกยาทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน
    • ปากกาสำหรับฉีดแต่ละด้ามให้ใช้กับคนไข้บุคคลเดียวเท่านั้น ห้ามใช้ร่วมกับผู้อื่น แม้จะมีการเปลี่ยนหัวเข็มก็ตาม

การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนักตามคำแนะนำนี้จะช่วยให้ตัวยาสามารถคงคุณภาพและประสิทธิภาพในการรักษาได้มากที่สุด

อาการแบบนี้ หมออยากอธิบายว่า มันไม่ใช่ “หิวจริง” ที่ร่างกายขาดพลังงานนะคะ แต่จะเป็นลักษณะของ “ความอยากอาหาร” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “craving” บางคนอาจเรียกว่าการกินตามอารมณ์ (emotional eating) ก็ได้ค่ะ

เวลาร่างกายหิวจริง เราจะรู้สึกท้องร้อง รู้สึกอ่อนแรง หรือต้องหาอะไรใส่ท้องเพื่อเติมพลังงานให้ร่างกาย แต่ถ้าหิวแบบที่หมอบอกไปเมื่อกี้ มักจะเกิดขึ้นสั้น ๆ เป็นความอยากกินอะไรบางอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น ของหวาน ของทอด หรือขนมต่าง ๆ ไม่ได้มาจากความต้องการอาหารจริง ๆ ของร่างกาย แต่เกิดจากสิ่งกระตุ้นรอบตัว อย่างความเครียด อารมณ์ หรือแม้แต่กลิ่นอาหารค่ะ

แบบนี้พบได้บ่อยในวัยรุ่น วัยทำงาน หรือสาว ๆ ที่อยู่ในช่วงก่อนมีประจำเดือน เพราะฮอร์โมนมีผลต่ออารมณ์และความอยากอาหารค่ะ

ดังนั้นถ้าคนไข้รู้สึกอยากกินอะไรขึ้นมาช่วงสั้น ๆ แต่ถ้าไม่ได้กินแล้วก็หายเอง สบายใจได้ค่ะ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้เป็นโรคอะไร หากอยากควบคุมน้ำหนัก หรือควบคุมสุขภาพ หมอแนะนำให้ลองสังเกตความหิวของตัวเอง ถ้ารอประมาณ 10-15 นาทีแล้วมันหายไป ก็แสดงว่าเป็นความอยากมากกว่าหิวจริงค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หลายคนสงสัยเหมือนกันนะคะว่า “จะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นซึมเศร้า หรือต้องหาหมอเท่านั้น” มันไม่ใช่คำถามที่แปลกเลย และหมอขอชื่นชมในความกล้าที่คุณเลือกมาดูแลตัวเองแบบนี้

ก่อนอื่น หมออยากแบ่งปันความรู้ว่าภาวะ “ซึมเศร้า” เป็นภาวะทางสุขภาพจิตที่พบได้บ่อย ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องโทษตัวเองนะคะ อาการที่หลาย ๆ คนกังวลอาจรวมถึงการรู้สึกเศร้าหรือหมดกำลังใจติดต่อกันยาวนาน, เบื่อสิ่งที่เคยชอบ, นอนมากเกินไปหรือนอนไม่หลับเลย, รวมไปถึงความรู้สึกผิดที่มองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง หากสิ่งเหล่านี้เกิดติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันไปจนถึงหลายสัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณที่บอกถึงภาวะโรคซึมเศร้าได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม การจะรู้ได้อย่างแน่ชัดว่า “เราอยู่ในภาวะซึมเศร้า” จนถึงระดับที่ควรขอความช่วยเหลือจากแพทย์หรือไม่ หมอแนะนำให้คุณลองเริ่มต้นประเมินตัวเองก่อน ด้วย แบบประเมินโรคซึมเศร้าออนไลน์ ที่หมอใส่ไว้ให้ด้านล่างนี้นะคะ แบบฟอร์มนี้ได้รับการพัฒนาและรับรองโดย กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

อ่านเพิ่มเติม

Mounjaro เป็นยาฉีดสัปดาห์ละครั้งตัวใหม่ (ผ่านการรับรอง อย. แล้ว) ที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 แล้วก็มีผลช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย จุดเด่นของยานี้คือออกฤทธิ์ได้สองทาง ทำให้ลดน้ำตาลและน้ำหนักได้มากกว่ายากลุ่มเดิมอย่าง Ozempic หรือ Wegovy ซึ่งออกฤทธิ์แค่ทางเดียวค่ะ อีกทั้ง Mounjaro ยังสามารถปรับขนาดยาขึ้นทีละน้อยได้ตามอาการและความเหมาะสม ทำให้หมอปรับแผนการรักษาได้ยืดหยุ่นขึ้นกับแต่ละคนไข้

ถ้าคนไข้ลองเปรียบเทียบกับ Ozempic หรือ Wegovy นะคะ Mounjaro จะเด่นกว่าตรงที่ช่วยลดน้ำหนักได้มากกว่า (จากการศึกษาล่าสุด) และเลือกขนาดยาได้หลากหลายมากกว่า ผลข้างเคียงหลัก ๆ อย่างคลื่นไส้หรือท้องเสียยังมีโอกาสเกิดคล้าย ๆ กัน หมอแนะนำว่าการเลือกชนิดยา ควรให้แพทย์ประเมินจากสุขภาพของคนไข้ เป้าหมายในการรักษา และความปลอดภัยเป็นสำคัญนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

คนไข้ถามได้โดนใจหมอเหมือนกัน เพราะพอพูดถึงเรื่องน้ำตาล เชื่อว่าหลายคนคงปวดหัวไม่น้อย เพราะหันไปทางไหนก็มีแต่คำเตือนเต็มไปหมด ตั้งแต่หมอ พยาบาล ไปจนถึงบล็อกเกอร์สายสุขภาพต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ควรลดหวานนะคะ” ซึ่งความจริงแล้ว การรับประทานน้ำตาลไม่ใช่สิ่งผิด แต่ควรควบคุมปริมาณให้เหมาะสมกับร่างกายของเราเอง เพราะหากมากเกินไป ก็อาจเสี่ยงทำให้น้ำหนักขึ้น ระบบเผาผลาญรวน ร่างกายอักเสบนุ่นนี่นั่น หรืออาจกระทบต่อสุขภาพผิวและรูปร่างในระยะยาวได้ค่ะ

หมอคิดว่าข้อเสียของน้ำตาล ทุกคนพอทราบกันแล้ว ทีนี้ถ้าอยากสวยสุขภาพดีแบบองค์รวม แนะนำให้ได้รับปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 24-25 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 6 ช้อนชา (อ้างอิงตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกเลยนะ) ซึ่งตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยทั่วไป เพื่อช่วยควบคุมความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และอื่น ๆ

อ่านเพิ่มเติม

การผ่าตัดกระเพาะอาหาร (Bariatric surgery) จะเหมาะกับคนไข้ที่ “น้ำหนักตัวเยอะมาก” หรือที่เราเรียกว่ามีภาวะ อ้วนระดับรุนแรง ซึ่งปกติจะดูจากค่า BMI (ดัชนีมวลกาย) ถ้า BMI มากกว่า 35-40 ขึ้นไป ร่วมกับมีโรคอื่น ๆ อย่างเช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง นอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ หรือปัญหาสุขภาพอะไรที่เกี่ยวข้องกับความอ้วนค่ะ

อีกกรณีที่เหมาะคือ ผู้ที่พยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเองแล้วไม่ได้ผล — ลองคุมอาหาร ออกกำลังกายแล้วแต่น้ำหนักก็ยังลงไม่ได้ หรือขึ้น ๆ ลง ๆ กลับมาอ้วนอีก จนหมอตรวจวินิจฉัยแล้วว่าถ้ายังปล่อยไว้จะเสี่ยงกับโรคเยอะขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ

  • เหมาะกับคนที่อ้วนมาก + มีปัญหาสุขภาพ หรือโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับความอ้วน
  • และผ่านการประเมินจากหมอว่าต้องได้รับการรักษาแบบผ่าตัดจริง ๆ

คนที่ผอม หรือแค่น้ำหนักเกินเล็กน้อย ยังไม่เหมาะนะคะ

ใครที่สงสัยว่าตัวเองเหมาะหรือไม่ แนะนำให้ไปพูดคุย รับการประเมินกับหมอดีกว่าค่ะ เพราะการผ่าตัดเป็นการรักษาที่มีขั้นตอนและต้องดูแลตัวเองต่อเนื่องค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ถ้าคนไข้หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักแล้วไม่ปรับพฤติกรรมการกินหรือออกกำลังกาย น้ำหนักอาจกลับมาเพิ่มขึ้นได้จริงค่ะ แต่ถ้าช่วงที่ใช้ปากกาควบคู่กับการสร้างนิสัยใหม่ เช่น คุมอาหาร ออกกำลังกาย และใส่ใจสุขภาพ เมื่อเลิกใช้ปากกา น้ำหนักจะยังคงอยู่ ไม่โยโย่แน่นอน ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาว มากกว่าพึ่งยาหรือปากกาเพียงอย่างเดียวค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน “ปากกาลดน้ำหนัก” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ ปากกาดังกล่าวทำงานโดยช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะกับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน (BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไป) และมีปัญหาสุขภาพร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นแล้วยังไม่ได้ผลดี

โดยเฉพาะกลุ่มที่มี BMI สูงมาก (30 ขึ้นไป หรืออ้วนระดับ 2, 3) จะมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนต่างๆ มากขึ้น เช่น เบาหวาน หัวใจขาดเลือด ไขมันพอกตับ หัวเข่าเสื่อมและความดันโลหิตสูง การใช้ปากกาลดน้ำหนักในกลุ่มนี้ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยง และได้ผลที่ยั่งยืนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

สวัสดีค่ะ หมอต้าร์นะคะ มีคนไข้หลายคนเลยที่สงสัยเรื่องนี้ ว่า IF กับ Water Fasting มันต่างกันตรงไหนบ้าง เลือกทำอะไรดี

IF หรือ Intermittent Fasting นี่เหมือนเราแบ่งเวลากินกับไม่กินในแต่ละวันค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็น 16 ชั่วโมงงดอาหาร 8 ชั่วโมงกิน หรือบางคนก็ทำแบบ 5:2 คือกิน 5 วัน อด 2 วันในสัปดาห์ ส่วน Water Fasting นี่คือการงดอาหารทุกอย่างยกเว้นน้ำเป็นเวลาหลายวันเลยนะคะ

ความต่างหลักๆ ก็คือ

  1. ระยะเวลา: IF ทำได้ทุกวัน เป็นไลฟ์สไตล์เลย แต่ Water Fasting มักทำแค่ 1-3 วันเป็นครั้งคราว
  2. ความยาก: IF ง่ายกว่าเยอะ ปรับตัวได้ไว แต่ Water Fasting นี่ยากหน่อย ต้องมีใจเหล็กจริงๆ
  3. ผลลัพธ์: IF ช่วยลดน้ำหนัก ควบคุมน้ำตาลได้ดี ส่วน Water Fasting ลดน้ำหนักไวกว่า แต่อาจมีผลข้างเคียงมากกว่า
  4. ความปลอดภัย: IF ปลอดภัยกว่าสำหรับคนทั่วไป แต่ Water Fasting ต้องระวังมากๆ ควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์
  5. ความยั่งยืน: IF ทำได้นานๆ เป็นประจำ แต่ Water Fasting ไม่ควรทำบ่อยหรือนานเกินไป

สรุปง่ายๆ นะคะ ถ้าอยากลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป ปลอดภัย ทำได้นาน แนะนำ IF ค่ะ แต่ถ้าต้องการผลเร็วๆ และพร้อมที่จะรับความท้าทาย Water Fasting ก็เป็นตัวเลือกได้ แต่ต้องระวังและปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

สุดท้าย อย่าลืมว่าไม่ว่าจะเลือกวิธีไหน สุขภาพต้องมาก่อนเสมอนะคะ ถ้ามีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติม เข้าปรึกษาได้ตลอดเลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ลดน้ำหนักเพื่อตัวคุณเอง ไม่ใช่เพื่อให้ใครยอมรับ เพราะคุณคู่ควรกับการมีชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น

★★ ความประทับใจ ★★

google
tippayavaree boonhom
tippayavaree boonhom
Nutty Michael Williams (นุช)
Nutty Michael Williams (นุช)
Mintra Jaisaneh
Mintra Jaisaneh
google
pamalyn leelyn
pamalyn leelyn
facebook
Pam Patcharaporn
Pam Patcharaporn
แนะนำเลย
facebook
Dew Wannalai
Dew Wannalai
แนะนำเลย
facebook
Mahalapphaisan Kn
Mahalapphaisan Kn
แนะนำเลย