ฟิลเลอร์ คืออะไร สำคัญกับผิวอย่างไร?

- ช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอย ฟิลเลอร์ HA เป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปในชั้นผิวจะช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอย ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับขึ้น
- ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ฟิลเลอร์ HA มีคุณสมบัติในการดึงดูดน้ำเข้าสู่เซลล์ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สดใส เต่งตึง
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟิลเลอร์ HA ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยทำให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น การมีคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอจึงมีส่วนสำคัญในการลดริ้วรอยและชะลอวัย
- นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ HA ยังสามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น การเลเซอร์ การร้อยไหม เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดอายุผิวได้อีกด้วย
สรุปฟิลเลอร์สำหรับมือใหม่
การฉีดฟิลเลอร์ให้ดูเป็นธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับ เทคนิค ความชำนาญ
ของแพทย์ และการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับคนไข้ แพทย์ต้องมีใบอนุญาต ตรวจสอบชื่อในเว็บแพทยสภาได้
ฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาของใบหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และช่วยย้อนวัย เติมเต็มให้หน้าดูอ่อนเยาว์ลง ทางเลือกเริ่มแรกของคนที่อยากลดอายุใบหน้า
ฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์รวดเร็วโดยไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์แบบทันใจ ใช้ผิวหน้าแบบเร่งด่วน เป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องมีการเตรียมตัว ก่อน-หลัง มากเหมือนการศัลยกรรม
ฟิลเลอร์ถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ปลอดภัยต่อผิว ผ่านการรับรองแล้ว ว่าสามารถนำมาปรับรูปหน้าได้อย่างปลอดภัย และสลายตัวได้เองเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่น ยี่ห้อ ควรสอบถามแพทย์ให้แน่ใจก่อนรับบริการทุกครั้ง ว่าอยู่ได้นานแค่ไหน
ฟิลเลอร์แท้ มีราคามาตรฐาน ฟิลเลอร์ที่ราคาถูกเกินจริงอาจจะไม่ใช่ของแท้ หรือให้บริการโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ อาจจะเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ เช่น เป็นก้อนแข็ง ไม่สลาย ไหลย้อย เคลื่อนตำแหน่ง อักเสบ หรือร้ายแรงสุดส่งผลให้ใบหน้าผิดรูปได้
แพทย์แจ้งรุ่น ราคาก่อนรับบริการทุกเคส ก่อนรักษาคนไข้จะสามารถเช็ค สแกน QR-Code หน้ากล่องฟิลเลอร์ Restylane เพื่อตรวจฟิลเลอร์ของแท้ด้วยตัวเองทางแอปพลิเคชั่น eZTracker อ่านเพิ่มเติม
พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว (หมอต้าร์)


แพทย์ผู้ทำการรักษา ควรเป็นคนเดียวกันกับใบอนุญาตที่ประกาศไว้ที่หน้าคลินิก
ฟิลเลอร์ช่วยปรับรูปหน้า
- ความไม่สมส่วน เช่น หน้าบาน หน้าเหลี่ยม หน้ายาว
- ความไม่สมมาตร เช่น คางสั้น ขมับตอบ แก้มตอบ
- ความไม่ละมุน เช่น หน้าผากแบน หน้าแบนไม่มีมิติ
ฟิลเลอร์ช่วยลดริ้วรอย

- ความลึก เช่น ใต้ตาลึก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก
- ความหย่อนคล้อย เช่น แก้มคล้อย เมื่ออายุมากขึ้น หางตาตก
- ริ้วรอย เช่น ริมฝีปากเล็ก แห้ง เป็นร่อง ริ้วรอยลำคอ ริ้วรอยหลังมือ
รีวิวฟิลเลอร์


















ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ไม่เหมือนกัน!
| คุณสมบัติ | โบท็อกซ์ | ฟิลเลอร์ |
|---|---|---|
| ประเภทของสาร | สารยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทแอคตินิน | สารเติมเต็ม |
| กลไกการออกฤทธิ์ | ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทแอคตินิน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว | เติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้า |
| บริเวณที่ฉีด | บริเวณที่มีกล้ามเนื้อกระตุก เช่น หน้าผาก หางตา รอยย่นระหว่างคิ้ว ร่องแก้ม | บริเวณที่มีร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ร่องน้ำหมาก ขมับ คาง |
| ผลลัพธ์ | ลดริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ | เติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้าให้ดูเต็มอิ่ม อ่อนเยาว์ขึ้น |
| ระยะเวลาของผลลัพธ์ | 4-6 เดือน | 6-24 เดือน |
| ภาวะแทรกซ้อน | อาการบวม แดง เขียวช้ำ บริเวณที่ฉีด | อาการแพ้ การติดเชื้อ ก้อนแข็งบริเวณที่ฉีด |
| ราคา (ของแท้ ผ่าน อย.) และให้บริการโดยแพทย์เท่านั้น | ไม่ควรต่ำกว่า 5,000 บาท/50 ยูนิต | ไม่ควรต่ำกว่า 5,000 บาท/1CC |
- ต้องรักษากับแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
- แพทย์มีความเชี่ยวชาญในกายวิภาคศาสตร์ของใบหน้า
- แพทย์ต้องมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์
- แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนได้
- แพทย์สามารถให้คำแนะนำหลังการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างเหมาะสม
การฉีดฟิลเลอร์จะต้องเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะเหตุผลต่อไปนี้
- แพทย์มีความเชี่ยวชาญในกายวิภาคศาสตร์ของใบหน้า
แพทย์มีความเชี่ยวชาญในโครงสร้างและกล้ามเนื้อของใบหน้า จึงสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ ตรงจุดที่ต้องการ และไม่ทำให้ใบหน้าผิดรูป
- แพทย์มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์
แพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์จะมีความชำนาญในการเลือกตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและดูเป็นธรรมชาติ
- แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนได้
แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์ได้ และสามารถแก้ไขได้หากเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น
- แพทย์สามารถให้คำแนะนำหลังการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างเหมาะสม
แพทย์สามารถให้คำแนะนำหลังการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างเหมาะสม เช่น การดูแลรักษาบริเวณที่ฉีด อาการที่อาจเกิดขึ้น และระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์
ฟิลเลอร์ดียังไง?
| คุณสมบัติเด่น | การปรับรูปหน้า | ลดอายุผิวหน้า |
|---|---|---|
| เป็นสารเติมเต็มธรรมชาติ | ช่วยให้ใบหน้าดูเต็มอิ่ม เต่งตึง อ่อนเยาว์ขึ้น ใบหน้าได้สัดส่วน สมส่วนเท่ากันได้ดีขึ้น | ช่วยเติมเต็มร่องลึก ริ้วรอย ร่องน้ำหมาก ขมับ คาง ช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียน สดใสขึ้น |
| สามารถคงอยู่ได้นาน | ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 6-24 เดือน | ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว |
| ปลอดภัย | ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) | ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้และผลข้างเคียง |
ฟิลเลอร์ฉีดตรงไหนได้บ้าง?
- ใต้ตา : เติมเต็มร่องใต้ตา ทำให้ดวงตาดูสดใส กระชับ ไม่ลึกหมอง ปริมาณที่ใช้ประมาณ 0.5-1 ซีซี ต่อข้าง
- ร่องแก้ม : เติมเต็มร่องแก้ม ทำให้ใบหน้าดูเต็มขึ้น แก้มไม่ตอบ ปริมาณที่ใช้ประมาณ 0.5-1 ซีซี ต่อข้าง
- ปาก : เติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม ปากดูเซ็กซี่ ปริมาณที่ใช้ประมาณ 1-2 ซีซี
- ขมับ : เติมเต็มขมับ ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง รอยต่อไปหาหน้าผากเต็ม ปริมาณที่ใช้ประมาณ 1-2 ซีซี ต่อข้าง
- *ปัญหาของแต่ละคนแตกต่างกัน ปริมาณขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์

ฟิลเลอร์ ปลอดภัยไหม?
- ลดความเสี่ยงในการฉีดโดนเส้นเลือด เนื่องจากปลายเข็มที่กลมมน ไม่มีคม จึงช่วยลดโอกาสที่เข็มจะแทงทะลุเข้าไปในเส้นเลือด
- ลดอาการบวมช้ำหลังฉีด เนื่องจากปลายเข็มที่กลมมน จะช่วยกระจายแรงจากการฉีดได้ดีกว่าเข็มแหลม ทำให้เนื้อเยื่อที่อยู่รอบ ๆ ไม่ฉีกขาดมากนัก
- ลดรอยแผลเปิด เนื่องจากปลายเข็มที่กลมมน ช่วยลดโอกาสที่เข็มจะฉีกขาดผิวบริเวณที่ฉีด
- เหมาะกับบริเวณที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เช่น บริเวณใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ เนื่องจากปลายเข็มที่กลมมน ช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมทิศทางการฉีดได้อย่างแม่นยำ
- *แพทย์ที่มีประสบการณ์จึงจะสามารถใช้เทคนิคเข็มทู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี?
| แบรนด์ | ประเทศที่ผลิต |
|---|---|
| Juvederm | สหรัฐอเมริกา |
| Restylane | สวีเดน |
| Belotero, Teoxane | สวิตเซอร์แลนด์ |
| Variofill, Hyabell | เยอรมนี |
| Revanesse | แคนาดา |
| Perfectha, Art Filler | ฝรั่งเศส |
| MesoFiller | สเปน |
| Saypha | ออสเตรีย |
| Neuramis, Yvoire, e.p.t.q. , Flore, HYAFILIA, Ultra V HYAL FILLER, Neobelle | เกาหลีใต้ |
| Definisse, Neauvia | อิตาลี |
| Biohyalux | จีน |
ฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ไทย
อยากเห็นไหม ฟิลเลอร์ 1 CC เยอะแค่ไหน?
คำถามที่ว่า “ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด” อาจจะไม่มีใครตอบได้ชัดเจน ปัญหาของแต่ละคนจะเหมาะสมกับเนื้อฟิลเลอร์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นแพทย์ผู้ทำการรักษาจะต้องเลือกฟิลเลอร์ที่สามารถแก้ปัญหาได้เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและเป็นธรรมชาติ

ทำไมบางคนกลัวฟิลเลอร์
1. ความกังวลเรื่องความปลอดภัย
คนอายุ 40 ขึ้นไป มักมีประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่าคนอายุน้อย จึงมีความรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความงามที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ จึงมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของฟิลเลอร์มากขึ้น โดยเฉพาะข่าวคราวเกี่ยวกับการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น หน้าเบี้ยว ตาบอด ติดเชื้อ เป็นต้น
2. ความกังวลเรื่องผลลัพธ์
คนอายุ 40 ขึ้นไป มักมีประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น จึงมีความต้องการที่ชัดเจนและซับซ้อนกว่าคนอายุน้อย ต้องการผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องการผลลัพธ์ที่มากเกินไปจนดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ จึงมีความกังวลว่าหากฉีดฟิลเลอร์แล้วอาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติหรือดูหลอกตา
นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น
- ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับฟิลเลอร์ เช่น คิดว่าฟิลเลอร์เป็นสารอันตราย มีผลข้างเคียงสูง
- ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับฟิลเลอร์ เช่น ไม่ทราบว่าฟิลเลอร์มีประเภทและยี่ห้อที่แตกต่างกัน แต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
- กลัวเข็ม
สำหรับปัญหาการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต และทำให้เกิดข่าวคราวมากมาย จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความกลัวและลังเลที่จะฉีดฟิลเลอร์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวได้ลดลงไปมาก เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการควบคุมและกำกับดูแลอย่างเข้มงวดมากขึ้น เช่น มีการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์อย่างถูกต้อง มีการกำกับดูแลคลินิกความงามที่ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ เป็นต้น
ดังนั้น หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ ควรเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ และเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ
| ช่องทาง | รายละเอียด |
|---|---|
| เว็บไซต์ขององค์การอาหารและยา (อย.) | ตรวจสอบเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ฉีดฟิลเลอร์ |
| สายด่วน อย. 1556 | สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์และคลินิกที่ฉีดฟิลเลอร์ |
| เว็บไซต์ของแพทยสภา | ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาเวชศาสตร์ตกแต่ง |
| เว็บไซต์ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย | ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรศัลยแพทย์ตกแต่ง |
| เว็บไซต์ของสมาคมเวชกรรมศาสตร์ผิวหนังแห่งประเทศไทย | ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง |
วิธีสังเกตฟิลเลอร์ปลอม หรืออาจจะได้มาตรฐาน หรือร้ายแรงสุด ไม่ได้ฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์คือ ราคาถูกเกินจริง และมีขายตามเว็บไซต์ที่ไม่ใช่เว็บคลินิกหรือสถานพยาบาล

ฉีดฟิลเลอร์ คลินิกไหนดี

- คลินิกควรมีเลขใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง (สังเกตที่ป้ายตัวเลขสีเขียวๆที่หน้าคลินิก)
- แจ้งชื่อแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ ทั้งชื่อจริง นามสกุลจริง ตรวจสอบในเว็บแพทยสภาได้
- คลินิกมีหลักฐานยืนยันว่าใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์แท้ จากตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้อง
- คลินิกอยู่ในสถานที่ที่น่าเชื่อถือ สะอาด ได้มาตรฐาน
- รีวิวผลลัพธ์การรักษา ทั้งภาพนิ่ง และวีดีโอ ที่เห็นแพทย์ บรรยากาศการรักษา ความประทับใจของผู้มารับบริการ
- แจ้งราคา หรือโปรโมชั่นที่ชัดเจน ตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการ
ฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่
ตารางราคาฟิลเลอร์ที่มีการค้นหาเยอะในประเทศไทย
| ยี่ห้อ | หน่วย | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| Juvederm | 1.0 | 18,000 – 25,000 |
| Restylane | 1.0 | 12,000 – 18,000 |
| Belotero | 1.0 | 10,000 – 15,000 |
| Neuramis | 1.0 | 7,000 – 10,000 |
| Flore | 1.0 | 7,000 – 10,000 |
| E.P.T.Q. | 1.0 | 7,000 – 10,000 |
หมายเหตุ:
- ราคาข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก
- ราคาฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด ยี่ห้อ และเทคนิคการฉีด
- ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

- งดยาบางชนิดก่อนฉีดฟิลเลอร์ ยาบางชนิด เช่น ยาแก้อักเสบ ยาละลายลิ่มเลือด และวิตามินบางชนิด อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรงดยาเหล่านี้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ แอลกอฮอล์อาจทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ได้ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีดฟิลเลอร์
- งดการทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดก่อนฉีดฟิลเลอร์ การทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การยกของหนัก การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา อาจทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ได้ ควรงดทำกิจกรรมเหล่านี้อย่างน้อย 1 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์
- แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว หากมีประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
ดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการกด บีบ นวดแรงๆ บริเวณที่ฉีดอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวได้ เป็นเวลา 7-14 วัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้นานขึ้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
- รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ แพทย์อาจให้ยาแก้ปวดหรือยาปฏิชีวนะ เพื่อลดอาการบวมช้ำและป้องกันการติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- เข้าติดตามการรักษา หลังทำฉีดฟิลเลอร์ตามที่แพทย์แนะนำ
- หลังฉีดฟิลเลอร์อาจรู้สึกชาบริเวณที่ฉีด เป็นปกติ เพราะตัวฟิลเลอร์มียาชา หรือแพทย์อาจจะมีการฉีดยาชา แต่จะหายได้เองใน 40-60 นาที

- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546


หากคนไข้อยากมีหน้าผากที่ดูเงาวาว สามารถเลือกทำได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับปัญหาตั้งต้นค่ะ หากคนไข้มีโครงหน้าผากสวยอยู่แล้ว การฉีด โบท็อกซ์ จะตอบโจทย์มากค่ะ โดยเหตุผลที่หน้าผากดูสะท้อนแสงและเงาวาวได้นั้น เป็นเพราะโบท็อกซ์ไปช่วยให้ผิวหน้าผากของเราตึงกระชับขึ้น และไม่มีริ้วรอยมากวนใจ เมื่อผิวเรียบเนียนเสมอกันก็นำมาซึ่งการตกกระทบและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยมเหมือนกระจกนั่นเองค่ะ แต่หากคนไข้มีปัญหาหน้าผากแบน แฟบ หรือเป็นแอ่ง การฉีด ฟิลเลอร์ จะช่วยเติมมิติให้หน้าผากดูโหนกนูน โค้งมนรับแสง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำ สรุปง่ายๆ คือ โบท็อกซ์เน้นสร้างผิวตึงไร้ริ้วรอยเพื่อสะท้อนแสง ส่วน ฟิลเลอร์เน้นปรับโครงสร้างให้โค้งนูนรับแสง ซึ่งคนไข้สามารถเข้ามาให้หมอประเมินโครงหน้าก่อนได้ เพื่อเลือกวิธีที่ปังและตรงจุดที่สุดค่ะ
เรื่องนี้หมอบอกเลยว่าหลายคนจะเดาผิด โดยเฉพาะคนที่คิดจะฉีดฟิลเลอร์หลายๆซีซีเพื่อปรับรูปหน้า
การฉีดฟิลเลอร์จะได้ผลลัพธ์ที่สวยและพอดีที่สุดเมื่อ คนไข้มีน้ำหนักตัวที่คงที่หรืออยู่ในช่วงน้ำหนักเป้าหมายแล้ว ค่ะ หากฉีดตอนกำลังลดน้ำหนัก ควรรอให้น้ำหนักนิ่งก่อนเพื่อประเมินระดับไขมันบนหน้าที่หายไปได้อย่างแม่นยำ ส่วนการฉีดตอนน้ำหนักตัวเยอะแล้วไปลดน้ำหนักทีหลัง อาจทำให้หน้าดูตอบลงจนต้องกลับมาเสียเงินเติมฟิลเลอร์เพิ่ม ในขณะที่ถ้าฉีดตอนผอมแล้วปล่อยให้น้ำหนักขึ้น หน้าก็อาจจะดูบวมล้นผิดปกติได้ ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้เสถียรทั้งก่อนและหลังทำ จะช่วยให้หมอประเมินโครงหน้าได้แม่นยำที่สุด ฟิลเลอร์อยู่ทรงสวย และดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวค่ะ
อยากแน่ใจเรื่องช่วงเวลา จำนวนซีซีที่ต้องใช้ หรือจะต้องรอจังหวะเหมาะที่สุด เข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกได้ตลอดค่ะ
หลังยาชาในฟิลเลอร์หมดฤทธิ์ คนไข้จะไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดรุนแรง ค่ะ รวมถึงยาชาในบางเคส บางจุดที่หมอฉีดเพิ่มให้ด้วยนะคะ แต่จะมีเพียงอาการ รู้สึกตึง หน่วง หรือระบมเล็กน้อยเมื่อสัมผัส ในบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกายที่กำลังปรับตัว อาการเหล่านี้จะ ค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเอง ยาชาในฟิลเลอร์อยู่ได้สั้นมาก ไม่กี่ชั่วโมงก็หายไป หากคนไข้รู้สึกไม่สบายผิว สามารถ ทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ ทันที แต่หากมีอาการปวดรุนแรงผิดปกติอื่นๆ ควรรีบแจ้งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบโดยทันทีค่ะ
หมอก็เคยเป็นค่ะ แต่ตอนนี้เข้าที่แล้ว ปัญหาใบหน้าไม่เท่ากันเวลายิ้มเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจ แต่หมออยากให้คุณคนไข้สบายใจได้เลยนะคะ เพราะปัญหานี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยแต่แก้ไขได้ และโดยธรรมชาติแล้วใบหน้าของคนเราก็มักจะไม่ได้สมมาตรกัน 100% ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งบางคนเป็นตอนยิ้ม บางคนเห็นได้ตั้งแต่ยังไม่ยิ้ม
กลไกหลัก ของปัญหานี้มักเกิดจาก การทำงานที่ไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อใบหน้า ค่ะ คือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้า โดยเฉพาะเวลายิ้ม อาจมีการดึงรั้งที่แตกต่างกันในแต่ละข้าง เช่น กล้ามเนื้อด้านหนึ่งอาจแข็งแรงกว่า หรือถูกใช้งานมากกว่าอีกด้าน ทำให้เวลายิ้ม ใบหน้าข้างนั้นมีการยกตัวหรือดึงรั้งที่มากกว่าค่ะ นอกจากนี้ โครงสร้างใบหน้าเดิม หรือความหย่อนคล้อยของผิวที่แตกต่างกัน ก็เป็นปัจจัยร่วมได้เช่นกัน
ข่าวดีก็คือ การแก้ไขปัญหานี้ ส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นต้องถึงขั้นผ่าตัดศัลยกรรม เลยค่ะ แพทย์ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการปรับสมดุลด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่น การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน (Botox) เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งมากเกินไป ให้กล้ามเนื้อทั้งสองข้างทำงานได้สมดุลกันมากขึ้น หรือ การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็มวอลลุ่ม ในส่วนที่ขาดหายไป ให้ใบหน้าดูเต็มและสมมาตรขึ้นไม่ว่าจะตอนนิ่งหรือเวลายิ้มค่ะ เครื่องยกกระชับก็มีส่วนช่วย แต่ข้อเสียคือมันจะไม่เห็นผลในทันที แต่ก็เป็นตัวเลือกให้คนไข้ได้ค่ะ
บางคนอาจจะสงสัยเพิ่มว่า หากไม่ได้ทำหัตถการแล้ว จะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติไหม ได้ แต่ไม่ทุกกรณี! ในบางกรณีที่สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น การเคี้ยวอาหารข้างเดียว การฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างถูกวิธี อาจช่วยให้ดีขึ้นได้บ้างค่ะ แต่ถ้าเป็นจากความแตกต่างของโครงสร้าง หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน การทำหัตถการจะเป็นวิธีที่ช่วยปรับสมดุลได้ตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากค่ะ อย่างไรก็ตาม การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณคนไข้แต่ละท่าน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอค่ะ
ถ้าใครฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก ไม่ว่าจะใต้ตาหรือจุดไหนก็ตามแต่ หมอสรุปให้เข้าใจง่ายๆแบบนี้นะคะ
ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นในช่วง 1-3 วันแรก ยังถือว่าปกติค่ะ เพราะเรียกง่ายๆว่าอาการบวมเข็ม หรืออาการที่ฟิลเลอร์มันอุ้มน้ำดูดน้ำมารวมกันบริเวณที่ฉีด ร่างกายกำลังสับสนว่าที่เจลฟิลเลอร์ตรงนี้คืออะไร และอีกหลายประการ แต่ถือว่าเกิดขึ้นได้ทางการแพทย์ บางครั้งมันจะทำให้ดูไม่เท่ากันได้ ทั้งๆที่ฉีดฟิลเลอร์ปริมาณเท่าๆกันเข้าไป แต่สิ่งที่จะไม่ปกติ ถ้าฉีดจากที่อื่นมาแล้วรู้สึกว่าผ่านมาเป็นเดือนแล้ว ยังนูน ยังบวมๆตุ่ยๆอยู่ แบบนี้ถือว่าผิดปกติได้
ชัดสุดคือ หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวด แดงร้อนชัดเจน หรือมีก้อนแข็ง ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ถ้าแบบนี้จะต้องประเมินการรักษาเรื่องการฉีดสลาย หรือขูดออก ขึ้นอยู่กับสารที่ฉีดมาค่ะ
ดังนั้นคนไข้ที่จะมาฉีดกับหมอจะมีคำแนะนำ ก่อนมารับบริการ และหลังรับบริการชัดเจนมากกว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้างเพื่อลดอาการบวมเข็มหลังทำ เพื่อที่คนไข้จะได้ไม่ตกใจเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ มันเป็นอาการที่เลี่ยงได้หากทำตามคำแนะนำของแพทย์ได้ค่ะ อ้อ อีกอย่าง อาหารที่ส่งผลต่อการบวมหลังทำหัตถการทุกประเภท ที่ถือว่าเป็นตัวดีเลยก็คือพวกโซเดียม บางคนชอบทานรสจัดๆ เค็มๆ นัวๆ แซ่บๆ บอกเลยว่าอาการจัดชัดมากกว่าใครเพื่อนเลยละค่ะ
สำหรับคนไข้ที่กังวลเรื่อง หน้าแบนเพราะไม่มีโหนกแก้ม ทางเลือกยอดนิยมในการเติมเต็มคือ ฟิลเลอร์ และ การฉีดไขมันตัวเอง โดยฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์ที่ เห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ถาวร ต้องฉีดซ้ำทุก 6-18 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว ปรับเปลี่ยนได้ และที่สำคัญคือ ฟิลเลอร์มีน้ำหนักเบากว่า จึงเหมาะกับการสร้างมิติโหนกแก้มที่ต้องการปริมาณมากโดยไม่เพิ่มภาระให้กับโครงสร้างใบหน้าค่ะ นึกภาพตามหมอก็ได้ค่ะว่าหมอต้องเอาดินน้ำมันไปแปะฝาผนังที่มันเรียบๆ จะต้องปั้นยังไงให้มันไม่หล่นลงพื้น ปริมาณฟิลเลอร์ เนื้อฟิลเลอร์ที่ใช้มีผลเยอะมาก ในทางกลับกัน การฉีดไขมันตัวเองแม้จะให้ผลลัพธ์ที่ เป็นธรรมชาติ และหากติดแล้วจะอยู่ได้นานกว่า แต่ก็มีข้อจำกัดที่ว่า ไขมันมีน้ำหนักมากกว่าฟิลเลอร์มาก และที่สำคัญคือ อัตราการติดของเซลล์ไขมันไม่แน่นอน ทำให้ผลลัพธ์ในระยะยาวอาจไม่คงที่เท่าตอนแรก ซึ่งเป็นข้อกังวลที่คนไข้หลายท่านพบเจอได้ค่ะ นอกจากนี้ยังมีขั้นตอนการดูดไขมันและระยะเวลาพักฟื้นนานกว่า 1-2 สัปดาห์ การเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดจึงควร ปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินรูปหน้าและพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างละเอียดนะคะ
หมอเจอเคสคนไข้วัยเรียน วัยทำงานเยอะนะคะ ที่จากคนที่หน้าดูอิ่มปกติดี แต่พอจัดฟันซึ่งบางเคสลากยาวเป็นปี ทำให้ใบหน้าตอบลง ไม่ว่าจะด้วยทานได้น้อยลง หรืออาจจะเป็นเพราะแนวกระดูกกรามยุบตัว ใบหน้าดูแคบลงใดๆ ก็ตามแต่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมาก เพราะทำให้ ใบหน้าดูโทรม ดูเหนื่อย และดูมีอายุขึ้น โดยที่คนไข้เองก็ไม่ได้ตั้งใจค่ะ
สาเหตุหลักๆ ที่หมอมักจะเจอคือ เมื่อเราใส่เครื่องมือจัดฟัน เรามักจะ เลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกราม (Masseter Muscle) ไม่ค่อยได้ใช้งานจนเกิดการฝ่อตัวลง (Atrophy) ประกอบกับโครงสร้างฟันที่เคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งใหม่ ทำให้เนื้อแก้มที่เคยมีที่เกาะดูยุบตัวลงไปนั่นเองค่ะ
แนวทางสำหรับคนไข้ที่มีปัญหา คือการเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับความต้องการและสภาพผิวของคนไข้เป็นหลักค่ะ โดยแนวทางแรกคือ Biostimulator ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามธรรมชาติ ทำให้ผิวค่อยๆ ฟูและแน่นกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสที่ใบหน้าจะดูล้นเกินไป แต่ผลจะค่อยเป็นค่อยไป (เห็นชัดช้ากว่า) ค่ะ ส่วนแนวทางที่สองคือ Filler ซึ่งทำหน้าที่เติมเต็มปริมาตรที่ขาดหายไปโดยตรง ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ทันที และสามารถปรับรูปหน้าให้ชัดเจนขึ้นได้ หลักๆของคนไข้หมอเองคือสื่อสารเป้าหมายอย่างละเอียดชัดเจนว่าประเมินแล้วตัวไหนเหมาะสมสุด และคนไข้ก็ตัดสินใจจากข้อดีข้อด้อยแต่ละโปรแกรมได้เลย การมาพบหมอเพื่อดูโครงหน้าโดยรวมจะดีที่สุด
การสลายฟิลเลอร์ด้วย Hyaluronidase มีอัตราความสำเร็จสูงกว่า 95-99% ในการลดหรือกำจัดฟิลเลอร์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่หลายคนก็กังวลว่า ในร่างกายเรามีคอลลาเจนอยู่ จะถูกสลายไปด้วยไหม ผิวบริเวณนั้นจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า หมอสรุปให้แบบนี้ค่ะ
การฉีดสลายฟิลเลอร์ด้วย เอนไซม์ Hyaluronidase นั้นเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีความจำเพาะสูง โดยเอนไซม์ชนิดนี้จะออกฤทธิ์ ย่อยสลายเฉพาะกรดไฮยาลูรอนิก ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของฟิลเลอร์ส่วนใหญ่เท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบสำคัญต่อคอลลาเจนหรือกรดไฮยาลูรอนิกธรรมชาติ ในร่างกายของเรา เนื่องจาก Hyaluronidase ถูกออกแบบมาให้จดจำและทำงานกับฟิลเลอร์โดยตรง แม้ในบางกรณีอาจมีการสลายกรดไฮยาลูรอนิกธรรมชาติไปบ้างเล็กน้อย แต่ร่างกายจะสามารถ สร้างขึ้นมาทดแทนได้อย่างรวดเร็ว และที่สำคัญสุดที่หมอบอกคนไข้ที่ฉีดฟิลเลอร์จากที่อื่นมาแล้วอยากจะสลาย เริ่มต้นใหม่ สิ่งสำคัญคือประสบการณ์และการผสมความเข้มข้นของตัวยา ถ้าใช้ในปริมาณที่พอดี จะไม่เกิดปัญหา ทำให้ไม่มีผลเสียระยะยาวต่อโครงสร้างผิวตามธรรมชาติ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยค่ะ




























