ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ฉีดฟิลเลอร์ตอนน้ำหนักลง กับน้ำหนักขึ้น แบบไหนดีกว่า

เรื่องนี้หมอบอกเลยว่าหลายคนจะเดาผิด โดยเฉพาะคนที่คิดจะฉีดฟิลเลอร์หลายๆซีซีเพื่อปรับรูปหน้า

การฉีดฟิลเลอร์จะได้ผลลัพธ์ที่สวยและพอดีที่สุดเมื่อ คนไข้มีน้ำหนักตัวที่คงที่หรืออยู่ในช่วงน้ำหนักเป้าหมายแล้ว ค่ะ หากฉีดตอนกำลังลดน้ำหนัก ควรรอให้น้ำหนักนิ่งก่อนเพื่อประเมินระดับไขมันบนหน้าที่หายไปได้อย่างแม่นยำ ส่วนการฉีดตอนน้ำหนักตัวเยอะแล้วไปลดน้ำหนักทีหลัง อาจทำให้หน้าดูตอบลงจนต้องกลับมาเสียเงินเติมฟิลเลอร์เพิ่ม ในขณะที่ถ้าฉีดตอนผอมแล้วปล่อยให้น้ำหนักขึ้น หน้าก็อาจจะดูบวมล้นผิดปกติได้ ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้เสถียรทั้งก่อนและหลังทำ จะช่วยให้หมอประเมินโครงหน้าได้แม่นยำที่สุด ฟิลเลอร์อยู่ทรงสวย และดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวค่ะ

อยากแน่ใจเรื่องช่วงเวลา จำนวนซีซีที่ต้องใช้ หรือจะต้องรอจังหวะเหมาะที่สุด เข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกได้ตลอดค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

คางสั้นไม่ต้องกังวล แค่ 1 cc ช่วยเสริมความมั่นใจแบบไม่โป๊ะ!
อยากหน้าเด็ก เติมฟิลเลอร์จุดไหนดี ใช้รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ cc

ฉีดฟิลเลอร์ตอนน้ำหนักลง กับน้ำหนักขึ้น แบบไหนเป๊ะกว่า? หมอมีคำตอบค่ะ

สวัสดีค่ะคนไข้ทุกคน! สำหรับใครที่กำลังมีแพลนจะปั้นหน้าสวยด้วยฟิลเลอร์ แต่ดันอยู่ในช่วงที่กำลังปั้นหุ่นไปด้วย แล้วเกิดความสงสัยว่า “หมอคะ หนูควรฉีดฟิลเลอร์ตอนที่ผอมลงแล้ว หรือฉีดตอนที่น้ำหนักยังขึ้นๆ อยู่ดีคะ?” วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจให้เคลียร์ เพื่อให้ผลลัพธ์บนใบหน้าของคนไข้ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ และคุ้มค่าที่สุดค่ะ

กรณีที่ 1: ฉีดฟิลเลอร์ตอน “กำลังลดน้ำหนัก” หรือน้ำหนักลง

เวลาที่เราน้ำหนักตัวลดลง สิ่งที่หายไปไม่ได้มีแค่ไขมันที่หน้าท้องนะคะ แต่ “ไขมันบนใบหน้า (Facial Fat)” ของเราก็จะฝ่อตัวและยุบลงไปด้วยค่ะ สิ่งที่ตามมาคือ หน้าจะดูตอบลง ขมับลึก แก้มตอบ หรือมีร่องแก้มที่ชัดขึ้น ทำให้ใบหน้าดูโทรม ไม่สดใส

  • ข้อดี: หากคนไข้ รอให้ลดน้ำหนักจนถึงเป้าหมายแล้วค่อยมาฉีด หมอจะสามารถประเมินโครงหน้าจริงที่ขาดวอลลุ่มได้อย่างแม่นยำค่ะ ว่าจุดไหนที่ตอบลงจริงๆ และควรเติมเต็มเท่าไหร่

กรณีที่ 2: ฉีดฟิลเลอร์ตอน “น้ำหนักขึ้น” หรือช่วงที่ยังอวบอยู่

ถ้าคนไข้มาฉีดฟิลเลอร์ในช่วงที่น้ำหนักตัวยังเยอะ ใบหน้าจะมีไขมันสะสมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้หน้าดูเต็มหรือมีแก้ม

  • สิ่งที่ต้องระวัง: หากหมอฉีดฟิลเลอร์ปรับรูปหน้าให้สวยเป๊ะในตอนที่คนไข้ยังมีน้ำหนักตัวเยอะ แล้วต่อมาคนไข้ไปลดน้ำหนักจนผอมลงมากๆ ไขมันบนหน้าที่เคยมีจะยุบตัวลง ทำให้ฟิลเลอร์ที่เคยฉีดไว้ “อาจจะไม่เพียงพอ” ที่จะพยุงผิวที่ตอบลงได้ ทำให้หน้ากลับมาดูโทรม และ ต้องกลับมาเสียเงินฉีดฟิลเลอร์เพิ่ม ค่ะ
  • ในทางกลับกัน: หากคนไข้ผอมมากตอนมาฉีดฟิลเลอร์ (หมอเติมฟิลเลอร์ให้จนเต็มสวย) แล้วอยู่ๆ ปล่อยให้น้ำหนักพุ่งพรวด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ไขมันใหม่จะไปรวมกับฟิลเลอร์เดิมที่ฉีดไว้ ทำให้หน้าดูบวม อูม หรือดูเป็นก้อนล้นเกินธรรมชาติที่เรียกว่า Overfilled Syndrome ได้ค่ะ

แล้ว… หมอแนะนำแบบไหน?

หมอแนะนำให้มาฉีดฟิลเลอร์ในตอนที่ “น้ำหนักตัวคงที่และนิ่งแล้ว” หรือลดน้ำหนักจนถึง “เป้าหมายที่พอใจแล้ว” ดีที่สุดค่ะ! เพราะโครงหน้าและชั้นไขมันจะอยู่ในจุดที่เสถียรที่สุด ทำให้หมอสามารถออกแบบรูปหน้าและคำนวณปริมาณฟิลเลอร์ (CC) ได้อย่างแม่นยำ ฟิลเลอร์จะอยู่ทรงสวย ไม่ต้องคอยตามแก้ หรือเปลืองงบมาเติมบ่อยๆ ค่ะ

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย