ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ฟิลเลอร์น่ากลัวไหม ปลอดภัยจริงไหม

ความกลัวมักส่งต่อเร็วกว่าความถูกต้อง ฟิลเลอร์จะน่ากลัวหรือไม่ อยู่ที่ ใครฉีด และฉีดที่ไหนค่ะ เพราะถ้าคนไข้ได้พบหมอที่มีประสบการณ์ หมอตัวจริงเขาจะรู้ทั้ง ปัญหาเฉพาะของคนไข้ รู้โครงสร้างใบหน้า รู้ชั้นผิว และที่สำคัญคือ “รู้ว่าจะเลือกฟิลเลอร์ตัวไหนให้ตอบโจทย์จุดไหน” ไม่ใช่เติมแบบเดา ๆ เติมตามโปรโมชั่น ดังนั้นเคสที่คนไข้หลายคนไปเจอมาหรือเพื่อนเล่าให้ฟังว่า “ทำแล้วพัง” หลายครั้งไม่ได้แปลว่าฟิลเลอร์เป็นตัวปัญหาเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะการประเมินและการวางแผนไม่ตรงกับความต้องการจริงค่ะ

หมอเจอประสบการณ์แบบนี้บ่อยมาก ในเคสคนไข้ที่มาปรึกษา ถึงวันที่มาแก้ ยังไม่แน่ใจเลยว่าหมอคนก่อนนั้นเป็นหมอจริงไหม? ฟิลเลอร์ยี่ห้ออะไร ฉีดกี่ซีซี เพราะไม่ได้มีการอธิบายที่เป็นระบบ เมื่อเกิดเหตุการณ์น่าสงสัย หรือผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจากคลินิกเดิม แบบนี้แหละที่น่ากลัวที่สุด เพราะความเสี่ยงมักเริ่มจากความไม่รู้ และความไม่ชัดเจนตั้งแต่ขั้นตอนแรกค่ะ ดังนั้นก่อนเติมฟิลเลอร์ หรือทุกหัตถการความงาม สิ่งแรกที่ดูจึงไม่ใช่ราคา โปรโมชั่น แต่เป็น ใคร ที่ไหน อย่างไร? เข้ามาปรึกษาพบหมอตัวจริงก่อนตัดสินใจ รีวิวประกอบการตัดสินใจ ควรเป็นเคสจริง ไม่ใช่ดารา นักแสดง Influencer อาชีพ แล้วเราจะได้รับการรักษาที่ปลอดภัย ผลลัพธ์ชัดเจนค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

รีวิวฟิลเลอร์ใต้ตา อายุ 50 ใต้ตาคล้ำลึก dlovevery clinic หมอต้าร์ละเอียดทุกขั้นตอน
smile lines filler dlovevery clinic 2
ประเด็นMYTH (ความเชื่อผิด)FACT (ความจริง)ควรยึดหลักอะไรเพื่อให้ปลอดภัย/ดูดี
1) กลัวบวมเป็นก้อน/ดูไม่สวย“ฉีดฟิลเลอร์แล้วหน้าจะบวมมากและเป็นก้อน”ถ้าประเมินใบหน้าอย่างถูกต้อง เลือกตำแหน่งและปริมาณเหมาะสม ผลมักดูเป็นธรรมชาติและลดโอกาสปัญหาได้ให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้า เลือกชนิด/ความหนืดให้เหมาะกับชั้นผิวและจุดที่เติม และมีการนัดติดตามอาการหลังทำ
2) กลัวหน้าแข็ง ไม่เป็นธรรมชาติ“ฉีดแล้วหน้าจะตึง/แข็ง/เหมือนทำมา”เทคนิคการวางแผน (mapping) + เติมแบบค่อยเป็นค่อยไป ช่วยให้ผลดูเนียนและเข้ากับรูปหน้าเน้น “ปรับสัดส่วนให้พอดี” ไม่ใช่เติมทีเดียวเยอะ ๆ และต้องสื่อเป้าหมายที่ต้องการกับแพทย์ก่อนเริ่ม
3) กลัวอันตราย/คิดว่าเป็นหัตถการที่ไม่ปลอดภัย“ฟิลเลอร์อันตรายแน่ ๆ”ความปลอดภัยขึ้นกับ “ผู้ทำ + วัสดุ + เทคนิค + การคัดกรองข้อห้าม” ไม่ใช่เพราะฟิลเลอร์เป็นสิ่งต้องห้ามโดยตัวมันเองเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านหัตถการใบหน้า และตรวจประวัติสุขภาพ/โรคประจำตัว/ยาที่ใช้อยู่ก่อนทำ
4) ใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนก็เหมือนกัน“ยี่ห้อเดียวกันหมด ผลเหมือนกัน”ฟิลเลอร์แต่ละชนิดอาจต่างกันที่คุณสมบัติ (เช่น ความหนืด/การกระจายตัว/ระยะคงอยู่) จึงต้องเลือกให้ตรงเคสขอให้แพทย์อธิบายว่าใช้ “ชนิดไหน” และ “เหมาะกับจุดไหน/เหตุผลอะไร” เพื่อให้ผลออกมาตรงเป้าหมาย
5) กลัวผลถาวรและแก้ไม่ได้“ฉีดแล้วต้องอยู่แบบเดิมตลอด”โดยมากฟิลเลอร์ไม่ใช่แบบถาวร และผลสามารถประเมิน/ติดตามเพื่อปรับให้เหมาะขึ้นตามระยะเวลาวางแผนเป้าหมายระยะสั้น-ระยะกลาง และติดตามผลจริงตามนัด (อย่ารอให้มีปัญหาค่อยแก้)
6) กลัวว่าจะใช้ชีวิตไม่ได้/น่าจะพักฟื้นนาน“ทำแล้วต้องหยุดยาว หน้าจะดูแย่ทั้งเดือน”อาการหลังทำโดยทั่วไปเป็นรอยช้ำ/บวมเล็กน้อยและค่อย ๆ ดีขึ้น แต่โดยรวมแค่ 1-2 วันทำตามคำแนะนำก่อน-หลังทำอย่างเคร่งครัด เลี่ยงสิ่งที่กระทบอาการ เช่น การกด/นวดผิดวิธี และติดตามอาการผิดปกติทันที

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย