Ulthera Prime คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว
Ultherapy คือโปรแกรมทางเลือกยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด สำหรับคนที่เริ่มสังเกตว่าผิวหรือกรอบหน้าไม่กระชับเหมือนเดิม แต่อยากเริ่มจากวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดก่อน
สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลหัตถการครั้งแรก Ultherapy อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจทางเลือกในการดูแลความหย่อนคล้อย โดยใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ส่งพลังงานลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ไม่ใช้เข็ม ไม่มีรอยแผล ไม่มีการเปิดผิวใดๆ ผลจะค่อย ๆ ปรากฏ ไม่ใช่การยกหน้าแบบผ่าตัดหรือการเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นความแตกต่างได้ทันทีหลังทำ
ไม่ต้องเสียเวลาทำซ้ำบ่อยๆ และไม่ต้องเจ็บหรือการฟื้นตัวกับการผ่าตัด Ultherapy ปล่อยพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS จุดเดียวกับการดึงหน้า เพื่อฟื้นฟูคอลลาเจนจากโครงสร้างผิวจริง
- ผลลัพธ์ที่ต่อเนื่อง: ผิวจะค่อยๆ ยกกระชับและเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนที่ 2–3
- อยู่ได้นานข้ามปี: ด้วยการทำเพียง 1 ครั้ง ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานประมาณ 1–1.5 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)
- ไม่มีแผล ไม่ต้องลางาน: หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิต แต่งหน้า และทำงานได้ทันที

| สำหรับมือใหม่ | แนวทางการรักษา | ไม่น่ากังวล/ต้องรู้ก่อน |
|---|---|---|
| Ulthera Prime คือ | ไม่ใช่การผ่าตัด ไม่เปิดแผล ไม่ต้องเย็บ ไม่ต้องมีรอยเข็ม | เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องแผลหรือการพักฟื้น |
| ถึงแล้วทำเลยไหม | แพทย์ ประเมินสภาพผิวและโครงสร้าง ก่อนเลือกจุด/ความเหมาะสม | อายุ ไลฟ์สไตล์ พันธุกรรม จะเป็นตัวบอกว่าผิวเราหย่อนคล้อยระดับไหน |
| ยาชา | แปะยาชาก่อนทำ (เพื่อช่วยให้สบายตัวขึ้น) | ช่วยลดความรู้สึกระหว่างทำได้ในระดับที่เหมาะกับแต่ละคน |
| มีวางยาสลบไหม | ไม่มีการวางยาสลบ | ทำเสร็จก็กลับบ้านได้ตามปกติ (ไม่ต้องพักฟื้น-ค้างคืน) |
| ระหว่างทำเจ็บไหม | จะรู้สึกเป็น ความอุ่น/กดๆ/ตึงๆ บางตามตำแหน่ง | ถ้ารู้สึกไม่สบายผิว แจ้งแพทย์ได้ทันที |
| ใช้เวลานานแค่ไหน | โดยรวมใช้เวลาตาม “บริเวณที่ทำ” และแผนการรักษา | ส่วนใหญ่มักใช้เวลารวมทุกขั้นตอนประมาณ 1-2 ชม. |
| หลังทำทันทีเป็นอย่างไร | หลังทำอาจมี ความตึง/ร้อนวูบวาบ/แดงเล็กน้อย ชั่วคราว | เป็นอาการชั่วคราว หายได้เอง |
| ต้องลางานไหม | โดยมาก แทบไม่ต้องพัก ใช้ชีวิตได้ปกติ | ถ้าผิวบางหรือแดง อาจต้องดูแลเป็นพิเศษในวันแรกๆ |
| ผลจะเห็นเมื่อไหร่ | ไม่ชัดในทันที เพราะคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการกระตุ้นและปรับตัว | “ค่อยๆดีขึ้น” ตามระยะเวลาของการสร้างคอลลาเจน |
| ทำปีละครั้งจริงไหม | ขึ้นกับสภาพหน้าและเป้าหมายของแต่ละคน | แพทย์จะแนะนำที่ปีละ 1 ครั้ง สำหรับผิวที่ตอบสนองได้ดี |
| ทาครีมได้ปกติไหม | การดูแลผิว เช่น การทามอยส์เจอร์/กันแดดได้ปกติ | เจ้าหน้าที่จะอธิบาย “ก่อน-หลัง” แบบชัดเจนและติดตามผล |
ขั้นตอนสำคัญก่อนรับบริการ Ulthera Prime
- ปรึกษาแพทย์ + ประเมินปัญหา
- คุยเป้าหมาย (อยากยก/อยากกระชับ/อยากแก้จุดไหน)
- ตรวจสภาพผิว ความหย่อน และความเหมาะสมของโปรแกรมกับคุณ
- อธิบายแผนรักษาแบบตรงไปตรงมา
- ระบุ “ตำแหน่งที่จะทำ” และ “จำนวนช็อต/ไลน์ตามแผน” (หรือรูปแบบที่เทียบได้ในแต่ละเคส)
- อธิบายจำนวนครั้งที่แนะนำ เหตุผล และช่วงเวลาที่คาดหวังผล
- ก่อนทำ: เตรียมตัวและยืนยันรายละเอียด
- ถ่ายรูป/บันทึกข้อมูลเพื่อเทียบผล (ถ้ามีการทำจะทำตามขั้นตอนจริง)
- แจ้งขั้นตอนการทำ ความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้น และการดูแลหลังทำ
- ทำหัตถการจริง
- มีการทำความสะอาด/เตรียมพื้นที่
- แพทย์หรือทีมงานดำเนินการตามแผนที่ตกลงไว้
- ระหว่างทำจะอธิบายให้คุณทราบเป็นระยะ และดูแลความสบายตัว
- หลังทำทันที
- แพทย์สรุปสิ่งที่คุณควรสังเกตหลังทำ (เช่น รอยแดง/ตึง/บวมเล็กน้อยหากเกิดขึ้น)
- ให้คำแนะนำการดูแลผิวและการหลีกเลี่ยงกิจกรรมบางอย่าง
- นัดติดตามผลตามไทม์ไลน์ที่เหมาะกับเคส
- ติดตามผล
- ติดตามเพื่อประเมินการตอบสนองของผิวจริง ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกทันที

ย้ำให้ชัดเจน และจริงใจ โปรแกรม Ulthera Prime ไม่ได้เห็นผลทันที
คลินิกที่จริงใจต้องบอกคุณตรงๆ ว่า หลังทำทันที คุณอาจยังไม่เห็นความแตกต่างชัดเจน เพราะการกระตุ้นคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการตอบสนองและค่อยๆ เห็นผลตามลำดับ เมื่อเวลาผ่านไปผิวจะเริ่มตึง กระชับ และทรงดีขึ้น
คลินิกที่จริงใจ ต้องนำเสนอภาพผลลัพธ์การรักษาที่เป็นคนละวันกัน (มีไทม์ไลน์ชัดเจน) เพราะ “ถ่ายหลังทำทันที” มักยังไม่สะท้อนผลจริง—การตัดสินใจควรยึดความคาดหวังที่ถูกต้องตามกระบวนการของคอลลาเจนค่ะ
flowchart TD start["เริ่มทำ (วันเดียวหลังทำ) — อาจยังไม่เห็นชัด"] d0_3["0–3 วัน — รู้สึกตึง/บวมแดงได้บ้าง (ผลเริ่มทำงาน) "] w1_2["7–14 วัน — เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย"] w3_6["3–6 สัปดาห์ — กระชับขึ้นต่อเนื่อง รูปทรงดีขึ้น"] w7_12["8–12 สัปดาห์ — ผลเด่นขึ้น (คอลลาเจนตอบสนองเต็มที่)"] endResult["ประมาณ 10–12 เดือน — คงผล (แล้วแต่การดูแล/สภาพผิว)"] start -->|"มักยังไม่ชัดทันที"| d0_3 d0_3 -->|"เริ่มเห็นค่อยๆ"| w1_2 w1_2 -->|"ต่อเนื่อง"| w3_6 w3_6 -->|"ชัดขึ้น"| w7_12 w7_12 -->|"ค่อยๆคงผล"| endResult
Ulthera Prime คืออะไร? จำเป็นต้องทำ?
Ulthera Prime คือเทคโนโลยีการยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นเสียง (Focused Ultrasound) ยิงลงไปใต้ชั้นผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกัน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ กล่าวคือ เป็นการฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง
สิ่งที่พิเศษของ Ulthera Prime คือความสามารถในการมองเห็นชั้นผิวของเราได้แบบเรียลไทม์ผ่านหน้าจอ (เสมือนการอัลตราซาวด์) ทำให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ ตรงจุดที่ต้องการแก้ไขจริงๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดจุดสำคัญหรือไม่ตรงกับบริเวณที่ต้องการค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการยกกระชับที่ดูเป็นธรรมชาติ ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยลดเลือนลง และกรอบหน้าดูคมชัดขึ้นด้วยค่ะ

Ulthera Prime เหมาะสำหรับใครบ้างคะ?
- สุภาพสตรีวัย 40+ ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ กรอบหน้าไม่ชัดเจน
- ผู้ที่เคยทำหัตถการอื่นๆ มาแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ หรือต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
- ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด ไม่ต้องการพักฟื้น แต่ปรารถนาผลลัพธ์ที่ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่ต้องการชะลอวัย และดูแลผิวพรรณให้ดูดีอยู่เสมอ
ตารางแนวทางเลือกโปรแกรมตามปัญหา + สภาพหน้า + ช่วงอายุ” ใช้เป็นคอนเทนต์หน้าบริการได้เลย โดยจะเขียนแบบ มักเหมาะ/ควรให้แพทย์ประเมิน (เพราะผลจริงขึ้นกับแผนยิงของ แพทย์ผู้มีประสบการณ์ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล)
เครื่องมือช่วยได้ แต่การรักษาขึ้นอยู่กับแพทย์ 60% (วางชั้น/ออกแบบตำแหน่ง/ตั้งค่าพารามิเตอร์) และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือช่วยอีก 40%
ผิว/ภาวะแบบไหน “ยังไม่ควรทำ” Ulthera Prime
- อายุยังไม่ถึง 20 ปี: ไม่แนะนำให้ทำ Ulthera Prime เพราะในช่วงอายุน้อย ผิวและโครงสร้างยังอยู่ในระยะพัฒนา ผลที่ได้มักไม่คุ้มกับความเสี่ยง และแพทย์ยังต้องประเมินความจำเป็นจริงๆก่อนเสมอค่ะ
- ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร: ควรงดไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย และต้องรอให้แพทย์ประเมินอีกครั้งหลังช่วงนั้น
- มีแผลสด/ผิวเปิด/เพิ่งทำหัตถการที่ทำให้ผิวระคายเคืองแรง (เช่น รอยถลอก แผลจากการผลัดผิว แผลหลังเลเซอร์): ยังไม่ควรทำ เพราะพลังงานกระตุ้นอาจทำให้ระคายเคืองหรือหายช้ากว่าปกติ
- มีการอักเสบติดเชื้อที่ผิว เช่น สิวอักเสบมาก บวมแดง ร้อน มีหนอง ผื่นติดเชื้อ: ยังไม่ควรทำ เพราะต้องให้การอักเสบสงบก่อนเพื่อลดความเสี่ยง
- ผิวหนังผิดปกติ/ผื่นแพ้/ผิวกำลังระคายเคือง (ผื่นผิวหนังอักเสบ โรคผิวหนังที่กำลังเป็นอยู่ ผิวไหม้แดดแรง): ยังไม่ควรทำ เพราะผิวไวต่อการกระตุ้นและอาจทำให้อาการแย่ลง
- มีเครื่องฝัง/อุปกรณ์ทางการแพทย์บริเวณที่ทำ (เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ/อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใกล้ตำแหน่งรักษา): ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย
- มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูน/คีลอยด์ง่าย หรือมีประวัติแผลเป็นผิดปกติชัดเจน: ควรให้ แพทย์ผู้มีประสบการณ์ ประเมินก่อนว่าควรทำหรือไม่ และเหมาะกับเทคนิค/การตั้งพารามิเตอร์แค่ไหน
แนะนำโปรแกรมตามปัญหาผิว (Ulthera Prime / Thermage FLX / Oligio X / XERF)
| อายุ | ปัญหา | เป้าหมาย | แนวทาง | ทำไมถึงมักเข้ากัน | ความรู้สึก/ความเสี่ยง |
|---|---|---|---|---|---|
| 25-35 | ผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย + อยากกันไม่ให้ยุบ | กระชับและชะลอทรงตก | Thermage FLX / Oligio X | เหมาะกับงาน “กระตุ้นคอลลาเจนเพื่อความกระชับ” ในระดับที่ผิวค่อยๆ ตอบสนอง | ถ้าผิวบางหรือกลัวไม่สบายตัว แพทย์มักปรับพารามิเตอร์ให้เหมาะ |
| 25–35 | ผิวบาง มีความไวสูง + ไม่อยากเจ็บ | กระชับแบบคุมความรู้สึก | Oligio X / XERF (ในเคสที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะ) | แนว RF มักเลือกแผนให้กระจายพลังงานตามชั้น/พื้นที่ได้ | ยังต้องให้แพทย์เช็ค “ความบาง/ความไว” ก่อนเลือกตำแหน่งและระดับพลังงาน |
| 30–40 | แก้มห้อยเริ่มชัด (เหนียงเริ่มมา) | ยกทรงช่วงกราม/คางให้ดูเข้ารูป | Ulthera Prime | จุดเด่นมักถูกเลือกเมื่อโจทย์ “อยากยก” และจัดชั้นเป้าหมาย | ความรู้สึกระหว่างทำต่างกันในแต่ละคน—แพทย์จะประเมินการตั้งค่าตามบริเวณ |
| 30–40 | คางสองชั้นเริ่มเป็นก้อน/สะสมเล็กน้อย | ลดความหย่อนบริเวณคางให้ดูเรียว | Ulthera Prime / (บางเคส) Thermage FLX | ถ้าเน้นยกทรงและจัดพื้นที่กราม-คาง มักเอนเอียงไปทาง HIFU | ต้องประเมินร่วมเรื่องไขมัน/ท่าทาง/องศาใบหน้า ไม่ใช่ทุกเคสเหมือนกัน |
| 35–45 | แก้มเริ่มหย่อน + รูปหน้าหายทรง | กระชับและทำให้รูปหน้าดูมีมิติ | Ulthera Prime | มักเหมาะกับเคสที่อยาก “ยก/ดึงทรง” ให้ชัดในบริเวณแก้ม-กรอบหน้า | แพทย์จะพิจารณาพื้นที่ยิงให้สัมพันธ์กับชั้นผิวและความหย่อน |
| 35–45 | ผิวไม่เรียบ/หย่อนตื้น + อยากให้ผิวแน่นขึ้น | กระชับแบบผิวดูเรียบเนียน | Thermage FLX / Oligio X | แนว RF มักตอบโจทย์การกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อความแน่นและความเรียบ | ถ้ามีปัญหาหลายด้าน อาจต้องทำเป็นแผนแบบผสม (ให้แพทย์สรุป) |
| 40–55 | คอหย่อน/มีเส้นริ้วรอยช่วงคอ | ยกกระชับคอให้ดูเรียวและสดขึ้น | Thermage FLX / Ulthera Prime (ขึ้นกับความลึกของปัญหา) | ถ้าต้องการความกระชับคอแบบต่อเนื่อง มักใช้ RF; ถ้าต้องการเน้น “ยก” อาจพิจารณา HIFU | บริเวณคอเป็นจุดที่ต้องคุมความสบายตัว—แพทย์จะปรับแผนเป็นรายบุคคล |
| 45–55 | กรอบหน้าไม่ชัด + หนังตา/บริเวณรอบตาดูอ่อนล้า | ทำให้ทรงดูตึงขึ้นในโซนรอบหน้า | Ulthera Prime (โดยแพทย์ประเมินความเหมาะสมเฉพาะจุด) | เคสโซนรอบหน้า/ดึงทรง มักเน้นการวางตำแหน่งและเป้าหมายชั้น | ต้องให้แพทย์ประเมินความปลอดภัยบริเวณใกล้ดวงตาอย่างละเอียด |
| 50–60 | หย่อนมากขึ้นในหลายโซน (แก้ม-เหนียง-คอ) | เห็นภาพรวมความกระชับ | Ulthera Prime ร่วมแผน (หรือเสริมด้วย RF ตามดุลยพินิจ) | เคสที่หย่อนหลายจุด แพทย์จะออกแบบการยิงให้เป็นระบบ | จำนวนครั้ง/ช่วงห่างจะต่างกันตามการตอบสนองจริงของแต่ละคุณ |
[แนะนำภาพประกอบ: ตารางเปรียบเทียบที่ออกแบบสวยงาม อ่านง่าย]
ควรทำ Ulthera ก่อนหรือหลัง ถ้ารับบริการร่วมกับโปรแกรมอื่น
| โปรแกรม | เหมาะทำร่วม | ควรทำ | ระยะห่าง | เหตุผล |
|---|---|---|---|---|
| โบท็อกซ์ลดริ้วรอย (ริ้วรอยจากการขยับ) | ทำร่วมได้ | Ulthera ก่อน | วันเดียวกันได้ | ช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้ประเมินริ้วรอย/แนวหน้าได้ชัดขึ้น และลดโอกาสที่ความเคลื่อนไหวจะกระทบความสบายระหว่างฟื้นตัว |
| โบท็อกซ์ลดกราม | ทำร่วมได้ | Ulthera ก่อน | วันเดียวกันได้ | ถ้าช่วงนั้นมีรอยแดง/บวมมาก แนะนำให้รอให้ผิวสงบก่อนเพื่อให้ผลและความสบายตัวนิ่งขึ้น |
| ฟิลเลอร์ (เพิ่มวอลลุ่ม/เติมร่อง/คาง/กรอบหน้า) | ทำร่วมได้ | Ulthera ทีหลัง | 3-4 สัปดาห์ | ถ้าต้อง “จัดทรง/เติมเต็ม” ก่อน แล้วค่อยยก/กระชับเพื่อให้รูปหน้าเข้าที่ ลดการแก้ซ้ำหลายรอบ (ขึ้นกับตำแหน่งที่ทำร่วมกัน) |
| ฟิลเลอร์ (ในเคสที่ต้องโฟกัสความหย่อนก่อน) | ทำร่วมได้ | Ulthera ก่อน | 3–8 สัปดาห์หลังยก/กระชับ | รอให้ทรงยกเริ่มเห็นระดับหนึ่งก่อน ค่อยประเมินว่าต้องเติมตรงไหนเพิ่ม เพื่อความคุ้มค่าและความเป็นธรรมชาติ |
| PRP / PRP ผิวใส (กระตุ้นฟื้นฟู/ความหนาแน่นผิว) | ทำร่วมได้ | Ulthera ก่อน | 2–4 สัปดาห์ | เพื่อให้ผิวจากงานยก/กระชับตอบสนองก่อน แล้วค่อยเสริมการฟื้นตัว/ความแน่นตามแผน |
| Skin booster / ฉีดบำรุงผิว | ทำร่วมได้ | Ulthera ก่อน | 1–3 สัปดาห์ | ลดความเสี่ยงผิวระคายจากหลายหัตถการซ้อนกัน และทำให้ติดตามผลได้ชัด |
| เลเซอร์ / CO2 / Dermapen | ขึ้นกับ “ความแรง” และ “บริเวณ” | Ulthera ก่อน | อย่างน้อย 2–4 สัปดาห์ | งานยก/กระชับและงานกระตุ้นผิวหนักๆ ควรเว้นให้ผิวฟื้นตัว ลดโอกาสระคายเคืองสะสม |
| ทรีทเมนต์ผลัดเซลล์ผิว | ทำร่วมได้ | ก่อน-หลัง | 3–4 สัปดาห์ (หรือตามแพทย์) | ลดความเสี่ยงผิวอ่อนแอ/ระคาย หลังมีการผลัดผิวหนัก |
| Thread lift (ร้อยไหม) | ทำร่วมได้ | Ulthera ทีหลัง | 4–8 สัปดาห์ | เพื่อให้การยกจากไหมนิ่งก่อน แล้วค่อยเสริมความกระชับ หรือกลับกันตามเป้าหมายและสภาพผิว |
เปรียบเทียบ Ulthera Prime กับโปรแกรมอื่นๆ เลือกสิ่งที่ดีที่เหมาะกับปัญหาผิว
เพื่อช่วยให้ทุกท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ขอรวบรวมข้อมูลและจัดทำตารางเปรียบเทียบ Ulthera Prime กับนวัตกรรมยกกระชับยอดนิยมอื่นๆ มาให้พิจารณาค่ะ
| คุณสมบัติ | Ulthera Prime | HIFU | Thermage | โบท็อกซ์ | ฟิลเลอร์ |
|---|---|---|---|---|---|
| หลักการทำงาน | คลื่นเสียงอัลตราซาวด์แบบเฉพาะเจาะจง | คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ | คลื่นวิทยุ (RF) | สารลดการทำงานกล้ามเนื้อ | สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid |
| จุดเด่น | แม่นยำที่สุด เห็นชั้นผิวได้แบบเรียลไทม์ กระตุ้นคอลลาเจนได้ลึก | ราคาย่อมเยา เข้าถึงง่าย | กระตุ้นคอลลาเจนชั้นตื้น ช่วยผิวเรียบเนียน | ลดริ้วรอยจากการแสดงสีหน้า | เติมเต็มร่องลึก สร้างกรอบหน้า |
| ความรู้สึกขณะทำ | รู้สึกอุ่นๆ ลึกๆ ใต้ผิว อาจมีจี๊ดๆ บ้างเล็กน้อย | อุ่นๆ ใต้ผิว อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย | อุ่นๆ ร้อนๆ ที่ผิว | เจ็บเล็กน้อยจากการฉีด | เจ็บเล็กน้อยจากการฉีด |
| ผลลัพธ์ | ยกกระชับกรอบหน้า แก้ม คอ คิ้ว ผิวเต่งตึงขึ้น | ยกกระชับผิวหน้าและคอ | ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอยเล็กๆ | ริ้วรอยลดลง ผิวยกกระชับเล็กน้อย | เติมเต็ม แก้ไขความหย่อนคล้อย |
| ระยะเวลาเห็นผล | เริ่มเห็นผล 1-3 เดือน ชัดเจนที่ 3-6 เดือน | ทันที และชัดเจนขึ้นใน 1-2 เดือน | ทันที และชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน | ภายใน 3-7 วัน | ทันที |
| ระยะเวลาคงอยู่ | 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแล | 3-6 เดือน | 6-12 เดือน | 4-6 เดือน | 6-12 เดือน |
| การพักฟื้น | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี | ไม่มี |
ข้อควรรู้: การเลือกหัตถการที่เหมาะสมที่สุด ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคลอย่างละเอียดนะคะ
[แนะนำภาพประกอบ: กราฟ หรือ แผนภูมิที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของผิวหลังทำ Ulthera Prime]
ผสานการรักษา เส้นทางสู่ผิวสวยในแบบคุณ
xychart-beta title "3 โปรแกรมที่คนไข้มักทำร่วมกัน" x-axis ["biostimulator HACa","Allergan Botox","Cheek Filler"] y-axis "ความนิยม (อันดับ)" 0 --> 3 bar [3,2,1]
อ้างอิงคนไข้ของดีเลิฟเวอรี่คลินิก ปี 2025-2026




หลังจากเข้ารับบริการ Ulthera Prime ผิวของเราจะค่อยๆ สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นตามลำดับค่ะ
- สัปดาห์ที่ 1-4: ผิวจะเริ่มรู้สึกกระชับขึ้นเล็กน้อย อาจยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากนัก
- เดือนที่ 2-3: ผิวจะเริ่มดูแน่นขึ้น เฟิร์มขึ้น กรอบหน้าเริ่มชัดเจนขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ ดูจางลง
- เดือนที่ 3-6: เป็นช่วงที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด ผิวจะดูอ่อนเยาว์ กระชับ เต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติ ใบหน้าโดยรวมจะดู V-Shape มากขึ้นค่ะ
- เดือนที่ 6 เป็นต้นไป: ผลลัพธ์จะคงอยู่ และสามารถเข้ารับบริการซ้ำได้เมื่อรู้สึกว่าต้องการการดูแลเพิ่มเติมค่ะ
เคล็ดลับการคงผลลัพธ์ให้อยู่นานเกิน 1 ปี: การดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ และการพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานยิ่งขึ้นนะคะ
เคลียร์ทุกข้อสงสัย ก่อนรับบริการ Ulthera Prime
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| Ulthera Prime เจ็บไหมคะ? | ขณะทำจะรู้สึกอุ่นๆ ลึกๆ ใต้ชั้นผิวค่ะ ในบางจุดอาจจะรู้สึกจี๊ดๆ เล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานกำลังลงไปกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างตรงจุด ไม่ต้องกังวลนะคะ แพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดและปรับระดับพลังงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุดค่ะ |
| ทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล? | โดยส่วนใหญ่จะเข้ารับบริการเพียง 1 ครั้งต่อปีก็เพียงพอค่ะ แต่ผลลัพธ์จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภายใน 3-6 เดือนหลังทำ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการตอบสนองของแต่ละบุคคลด้วยค่ะ |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? | โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 1-2 ปีค่ะ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง ไลฟ์สไตล์ และวัยของแต่ละท่านด้วยนะคะ |
| หลังทำมีรอยไหมคะ ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน? | ไม่มีรอยแดง รอยช้ำ หรือแผลใดๆ เลยค่ะ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันทีหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้นเลยค่ะ |
| ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำ Ulthera Prime? | ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าในร่างกาย ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำนะคะ |
| ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ มาก่อน ทำ Ulthera Prime ได้ไหม? | สามารถทำได้ค่ะ แต่ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน เพื่อที่แพทย์จะได้วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมค่ะ และแนะนำให้ทำ Ulthera Prime ก่อนการฉีดฟิลเลอร์ หรือเว้นระยะห่างตามที่แพทย์แนะนำค่ะ |
| ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร? | ไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษเลยค่ะ เพียงแค่บำรุงผิวตามปกติ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ และทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ ก็เพียงพอแล้วค่ะ |
LINE vs SHOTS ต่างกันไหม? ทำไมบางคลินิกเรียกไม่เหมือนกัน
ข้อสรุปคือคำว่า LINE และ SHOTS มักเป็น “การเรียกตัวเลขการยิง” ที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าในมุมที่ต่างกันค่ะ โดยไม่ได้แปลว่าเครื่องหรือคุณภาพการรักษาจะต่างกันเสมอไป
| ตำแหน่งที่ทำ | จำนวน Shots | เหมาะกับปัญหาแบบไหน |
|---|---|---|
| คิ้ว หางตา ใต้ตา | 100–150 shots | คิ้วและหนังตาตก ใบหน้าดูมีอายุ หรืออ่อนล้าจากผิวรอบดวงตา |
| แก้มและกรอบหน้าส่วนล่าง | 200–300 shots | แก้มหย่อน ผิวหลวม หย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด |
| เหนียงและคางสองชั้น | 100–200 shots | มีไขมันสะสมใต้คาง เกิดเป็นคางสองชั้น ผิวหย่อนคล้อย |
| คอ | 200–300 shots | ผิวคอหย่อนคล้อย มีริ้วรอยเป็นเส้นๆ |
| ทั่วหน้า (ไม่รวมคอ) | 300–400 shots | อยากยกทั้งหน้าให้เรียว ผิวตึงกระชับ |
| ทั่วหน้า + เหนียง + คอ | 600–1,200 shots | ผิวหน้าหย่อนคล้อย รวมมาถึงผิวบริเวณคอ ต้องการผลลัพธ์ความกระชับแบบภาพรวม |
- บางคลินิกเรียก LINE เพราะเวลายิงจริง ระบบจะจัดเป็นแนว/เส้นบนพื้นที่เป้าหมาย จึงสื่อสารเป็น “จำนวนแนว”
- บางคลินิกเรียก SHOTS เพราะใช้มุมมองเป็น “จำนวนครั้งที่ยิง/ตำแหน่งที่ยิงย่อย” จึงสื่อสารเป็น “จำนวนช็อต”



จำนวน LINE และ SHOTS ไม่ได้กำหนดผลลัพธ์?
แม้ทั้งสองคำจะถูกใช้แทนกันในเชิงสื่อสาร แต่ ตัวเลขอาจดูไม่เท่ากัน เพราะแผนการยิงของแพทย์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
- ระดับความหย่อนและปัญหาของแต่ละบุคคล (โครงหน้า/ผิว/ชั้นความลึกที่ต้องการให้ถึงเป้าหมาย)
- เป้าหมายที่ต้องการแก้ ว่าต้องการยกเฉพาะจุดหรือยกแบบภาพรวม
- รูปแบบการตั้งค่าการยิงของแพทย์ (เช่น การจัดแนวให้ครอบคลุมมากขึ้น/การทับแนวในพื้นที่เดียวกัน)
- พื้นที่ที่นับรวม ว่านับเฉพาะตำแหน่งหลัก หรือรวมบริเวณต่อเนื่องด้วย (เช่น รอบกรอบหน้า/คาง/คอ)
ดูโปรแกรม/ราคา เทียบให้ถูกจุด
เพื่อให้เทียบกันได้จริง คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายควรดูว่า “ตัวเลขที่คลินิกแจ้ง” นั้น ครอบคลุมบริเวณไหนบ้าง และให้แพทย์อธิบายแผนการยิงว่าเป้าหมายอยู่ตรงไหนค่ะ เพราะท้ายที่สุดสิ่งที่ส่งผลคือ ความเหมาะสมของจำนวนและตำแหน่งที่แพทย์ประเมินให้คุณ ไม่ใช่แค่ตัวเลขที่เรียกชื่อคำต่างกันอย่างเดียวค่ะ
เทียบ Ulthera Prime vs Ultraformer III
ตัวเลือกที่ “เหมาะจริง” ขึ้นกับการประเมินโดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์ เป็นหลักค่ะ เพราะตำแหน่ง/ความลึก/จำนวนช็อตต้องจัดให้ตรงปัญหาและโครงสร้างของคนไข้แต่ละคน

| หัวข้อ | Ulthera Prime | Ultraformer III |
|---|---|---|
| กลุ่มเทคโนโลยี | HIFU ยกกระชับ/กระตุ้นคอลลาเจน | HIFU ยกกระชับ/กระตุ้นคอลลาเจน |
| แนวทางการทำงาน | ส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไปยังชั้นเป้าหมายเพื่อยกกระชับ | ส่งพลังงานอัลตราซาวด์แบบโฟกัสไปยังชั้นเป้าหมายเพื่อยกกระชับ |
| การ “มองตำแหน่ง” ระหว่างทำ | มีระบบช่วยนำทาง/แสดงชั้นเป้าหมาย (ขึ้นกับรุ่นและการตั้งค่าของเครื่องที่คลินิกใช้) | มีระบบช่วยนำทาง/แสดงชั้นเป้าหมาย (ขึ้นกับรุ่นและการตั้งค่าของเครื่องที่คลินิกใช้) |
| ความเหมาะกับปัญหา | เหมาะกับงานยกกระชับและฟื้นฟูความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า/คอ (แพทย์ประเมินรายเคส) | เหมาะกับการยกกระชับและลดความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า/คอ (แพทย์ประเมินรายเคส) |
| จำนวนช็อต/การนับ | บางคลินิกเรียกเป็น “LINE/ช็อต” เพื่อสื่อสารการยิงตามตำแหน่ง (ตัวเลขอาจเทียบกันไม่ตรง 100% หากนับรวมไม่เหมือนกัน) | บางคลินิกเรียกเป็น “SHOTS” หรือ “แนวการยิง” ตัวเลขอาจต่างกันตามวิธีนับ/บริเวณที่ทำ |
| ระดับความสบายระหว่างทำ | โดยทั่วไปประสบการณ์ของแต่ละคนต่างกัน ขึ้นกับความไวต่อความรู้สึก/การตั้งค่าของแพทย์ | โดยทั่วไปประสบการณ์ของแต่ละคนต่างกัน ขึ้นกับความไวต่อความรู้สึก/การตั้งค่าของแพทย์ |
| ผลลัพธ์โดยรวม | มักเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามการสร้างคอลลาเจน (ขึ้นกับเคส) | มักเห็นการเปลี่ยนแปลงหลังทำ และผลจะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามการสร้างคอลลาเจน (ขึ้นกับเคส) |
| ระยะเวลา/จำนวนครั้ง | ขึ้นกับแผนการรักษาและพื้นที่ที่ต้องการ (เช่น เฉพาะจุดหรือทำทั้งระบบ) | เช่นเดียวกัน ขึ้นกับแผนการรักษาและพื้นที่ที่ต้องการ |
| สิ่งที่ทำให้ “ต่างจริง” | แผนการยิง + ความแม่นยำของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ + การจัดจำนวน/ความลึกให้ตรงปัญหา | แผนการยิง + ความแม่นยำของแพทย์ผู้มีประสบการณ์ + การจัดจำนวน/ความลึกให้ตรงปัญหา |

เทียบ Oligio X Ulthera Prime ต่างกันอย่างไร?
โดยรวมแล้ว Ulthera Prime และ Oligio X ต่างเป็นโปรแกรมยกกระชับ แต่ใช้ “พลังงานคนละแบบ” จึงให้ความรู้สึกและผลลัพธ์ที่เน้นคนละมุม รวมถึงความเหมาะสมกับสภาพผิว/ปัญหาของแต่ละคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชายก็ไม่เท่ากัน โดยหลักการของงานจะขึ้นกับการประเมินของ แพทย์ผู้มีประสบการณ์ เป็นสำคัญ
| หัวข้อ | Ulthera Prime | Oligio X |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีที่ใช้ | HIFU/คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส ช่วยกระตุ้นการยกกระชับบริเวณชั้นเป้าหมาย | Monopolar RF (คลื่นวิทยุความถี่สูง) เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและความกระชับ 2 |
| จุดเด่นที่มักพูดถึง | เน้น “ยก” และกระชับจากชั้นใต้ผิวให้รูปหน้าดูมีมิติ (แพทย์จะจัดตำแหน่งยิงตามปัญหา) | เน้น “กระชับ/รีดความหย่อน” ด้วยการส่งพลังงานของ RF 5 |
| วิธีทำงานกับผิว | พลังงานอัลตราซาวด์ถูกโฟกัสลงเป้าหมายตามแผนที่แพทย์ออกแบบ | RF ส่งพลังงานเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนในระดับผิวที่ต้องการ โดยโปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อการยกกระชับ 2 |
| ความรู้สึกระหว่างทำ | มักมีความรู้สึกตึง/จี๊ดหรืออุ่นจากพลังงาน (ระดับความรู้สึกขึ้นกับคนและตำแหน่ง) | โดยทั่วไปมักเป็นการอุ่น/กระตุ้นจากพลังงาน RF (ขึ้นกับการตั้งค่า) |
| ผลลัพธ์โดยรวมที่คุณมักคาดหวัง | เน้น “ยก+กระชับ” ให้ทรงดูชัดขึ้นตามบริเวณที่ทำ (ผิวจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลง) | เน้น “กระชับ” และลดความหย่อนคล้อย โดยผลลัพธ์ค่อยๆ เห็นตามการตอบสนองของคอลลาเจน 5 |
| ความเหมาะสมต่อปัญหา | เหมาะเมื่อเป้าหมายคือ “ยก/ปรับทรง” โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องการความแม่นยำในการวางชั้น | เหมาะเมื่อโจทย์คือ “กระชับจากความหย่อน” และต้องการพลังงานแบบ RF เพื่อช่วยเรื่องผิวกระชับ |
| จำนวนครั้ง | ขึ้นกับความหย่อน/ปัญหา/บริเวณที่ทำ โดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์ จะเป็นผู้ประเมินแผนให้เหมาะสม | เช่นกัน ขึ้นกับการประเมินของแพทย์ผู้มีประสบการณ์และเป้าหมายของแต่ละคน |
| “จำนวนช็อต” สำคัญไหม | สำคัญ แต่ไม่เท่ากับ “การเลือกตำแหน่ง + การประเมินชั้นผิว” ของแพทย์ | สำคัญ แต่ต้องดูว่าตั้งค่าและการวางพลังงานเหมาะกับปัญหาใดเป็นหลัก |

เทียบ Ulthera Prime กับ XERF
โดยภาพรวม Ulthera Prime มักเป็นงาน “อัลตราซาวด์แบบโฟกัส (HIFU)” เพื่อส่งพลังงานไปยังชั้นเป้าหมายช่วยเรื่องยกกระชับตามแนว SMAS
ส่วน XERF ที่พบข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นแนว ยกกระชับด้วยพลังงาน RF 2 ความถี่ (ประมาณ 6.78 MHz และ 2 MHz) โดยมีการระบุการส่งพลังงานลงลึกหลายชั้น
| หัวข้อ | Ulthera Prime | XERF |
|---|---|---|
| หลักพลังงาน | อัลตราซาวด์แบบโฟกัส (HIFU) | RF คลื่นความถี่ |
| เป้าหมายที่มักพูดถึง | ยกกระชับตามชั้นเป้าหมาย ช่วยให้ทรงดูมีมิติ | กระตุ้นคอลลาเจน/ความกระชับด้วยพลังงาน RF ลงลึก |
| “ความรู้สึกระหว่างทำ” โดยทั่วไป | ขึ้นกับการตั้งค่าและตำแหน่ง (ตั้งแต่ตึง/จี๊ด/อุ่น) | โดยทั่วไปจะเป็นแนวอุ่น/กระตุ้นจาก RF (แล้วแต่โปรแกรม) |
| จุดที่ควรดูในการเลือก | แผนการยิง/การวางตำแหน่งโดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์ | การตั้งค่าโปรแกรมและตำแหน่งยิงให้เหมาะปัญหา/ชั้นผิวโดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์ |
| ผลลัพธ์โดยรวม | มักเด่นเรื่อง “ยก + กระชับ” ตามแนวที่ออกแบบ | มักเด่นเรื่อง “กระชับจาก RF” และค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงตามการตอบสนอง |
เทียบ Ulthera Prime กับ Thermage FLX
โดยสรุป Ulthera Prime มักเป็นงาน “อัลตราซาวด์แบบโฟกัส (HIFU)” ที่เน้นการยกกระชับตามชั้นเป้าหมาย ส่วน Thermage FLX เป็น คลื่นวิทยุความถี่สูงแบบโมโนโพลาร์ (monopolar RF) ที่ส่งพลังงานเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกระชับและลดเลือนริ้วรอย โดยใช้การส่งพลังงานผ่านกลไกแบบ capacitive
| หัวข้อ | Ulthera Prime | Thermage FLX |
|---|---|---|
| เทคโนโลยีหลัก | อัลตราซาวด์แบบโฟกัส (HIFU) สำหรับยกกระชับตามชั้นเป้าหมาย | โมโนโพลาร์ RF (monopolar radiofrequency) กระตุ้นคอลลาเจนเพื่อความกระชับและเรียบขึ้น [ref:DDra,ref:Zaag] |
| “พลังงานทำงาน” กับผิวแบบไหน | โฟกัสไปยังชั้นเป้าหมายที่ต้องการเพื่อช่วยเรื่องยก/ทรง | ส่งพลังงานลงไปช่วยให้คอลลาเจนตอบสนอง ทำให้ผิวดูตึงกระชับขึ้น 2 |
| จุดเด่นที่มักถูกเลือก | เหมาะกับคนที่อยากเน้น “ยก” และจัดทรงบริเวณที่หย่อน | เหมาะกับคนที่ต้องการ “กระชับ/ลดริ้วรอย” และผิวดูเรียบแน่นขึ้น |
| ความรู้สึกระหว่างทำ | ขึ้นกับแผนการยิงและบริเวณที่ทำ | โดยธรรมชาติของ RF มักมีความรู้สึกอุ่น/ตึงตามการตั้งค่า (ความรู้สึกจริงต่างกันในแต่ละคน) |
| จำนวนครั้งโดยรวม | ขึ้นกับความหย่อน ปัญหา และเป้าหมายที่แพทย์วางแผน | โดยส่วนมากวางแผนตามความต้องการและการตอบสนองของคอลลาเจน |
| ช่วงเวลาที่เริ่มเห็นผล | โดยมากผลจะค่อยๆ ชัดขึ้นตามการตอบสนองของผิว (แพทย์จะอธิบายไทม์ไลน์เฉพาะเคส) | มักเห็นการเปลี่ยนแปลงตามลำดับหลังทำ โดยรวมเป็นงานกระตุ้นคอลลาเจน (ไทม์ไลน์ขึ้นกับการประเมิน) |
| สิ่งที่ “ทำให้ผลต่าง” มากที่สุด | การประเมินของแพทย์ + การวางตำแหน่งยิง/จำนวนจุดให้เข้ากับชั้นผิว | การประเมินของแพทย์ + การตั้งค่า/การกระจายพลังงานให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการ |
เทียบ Ulthera Prime กับ Endolift X
| หัวข้อ | Endolift X | Ulthera Prime |
|---|---|---|
| คอนเซ็ปต์หลัก | ใช้ เลเซอร์ เพื่อช่วยยก/ตึงผิว | ใช้ อัลตราซาวน์ เพื่อยกผิวพยุงจากชั้นลึก |
| จุดเด่นจากหน้าโปรแกรม | • เลเซอร์…ช่วย “ตึงผิว” • กระตุ้นคอลลาเจน • ลดแก้ม ลดเหนียง | • อัลตราซาวน์ยกผิวพยุง • ยกกระชับชั้นลึก • ยกหน้า คิ้ว กรอบหน้า |
| โฟกัสปัญหา | แก้ม/เหนียง ดูหย่อนคลายลง + ช่วยเรื่องคอลลาเจน | หน้าดูหย่อนคล้ายลดหลุดรูป + ต้องการความยกชัด (หน้า-คิ้ว-กรอบหน้า) |
| ผลลัพธ์ที่คาดหวัง | ช่วยให้ผิวดูตึงขึ้น และลดความรู้สึก “แก้ม/เหนียง” | ช่วยยกกระชับจากชั้นลึก ทำให้ทรงหน้า-แนวคิ้วดูชัดขึ้น |
| คำแนะนำ | ผลลัพธ์จริงขึ้นกับ “การประเมินของแพทย์” และจำนวนพลังงาน/แผนการรักษาเป็นรายบุคคล | เช่นกัน—ต้องประเมินสภาพผิวและกำหนดพารามิเตอร์ให้เหมาะ เพื่อความปลอดภัยและตรงเป้าหมาย |

อยากยกกระชับหน้าต้องเลือก Ulthera หรือร้อยไหม?
ทั้ง Ulthera และการร้อยไหมมีเป้าหมายช่วยให้ใบหน้าดูยกกระชับขึ้น แต่ใช้วิธีต่างกัน จึงไม่ควรคาดหวังผลลัพธ์หรือเปรียบเทียบกันจากราคาเพียงอย่างเดียว

| เปรียบเทียบ | Ulthera | ร้อยไหม |
|---|---|---|
| วิธีการทำงาน | ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์แบบโฟกัสส่งพลังงานลงสู่ชั้นเนื้อเยื่อ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการกระชับผิว | สอดไหมเข้าใต้ผิวเพื่อพยุงหรือดึงเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการยกกระชับ |
| ลักษณะผลที่คาดหวัง | ช่วยให้ผิวและแนวกรอบหน้าดูกระชับขึ้น ผลมักค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน | มักเห็นแนวการยกได้ตั้งแต่ทำ แต่ช่วงแรกอาจมีบวม ช้ำ หรือผิวไม่เรียบ ทำให้ผลที่เห็นทันทีเปลี่ยนแปลงได้ |
| เหมาะกับความคาดหวังแบบไหน | ผู้ที่ต้องการการกระชับผิวหรือปรับความหย่อนคล้อยในระดับไม่มากถึงปานกลาง และยอมรับผลที่ค่อยเป็นค่อยไป | ผู้ที่ต้องการแรงพยุงหรือยกเนื้อเยื่อเฉพาะบริเวณ และเข้าใจว่าผลลัพธ์มีข้อจำกัดและอาจไม่เทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า |
| ระยะเวลาของผล | แตกต่างกันตามสภาพผิว อายุ พลังงานที่ใช้ และการตอบสนองของแต่ละคน ผลไม่ได้ถาวร | แตกต่างกันตามชนิดไหม เทคนิค สภาพผิว และการใช้ชีวิต ไหมละลายจะค่อย ๆ สลาย และผลอาจลดลงตามเวลา |
| การพักฟื้น | โดยทั่วไปพักฟื้นไม่นาน แต่อาจมีอาการเจ็บ บวม กดเจ็บ หรือชาชั่วคราว | อาจมีบวม ช้ำ ตึง เจ็บ รอยบุ๋มหรือผิวไม่เรียบ และอาจต้องดูแลหรือจำกัดกิจกรรมช่วงแรกตามคำแนะนำแพทย์ |
| ข้อจำกัดที่ควรรู้ | ไม่ได้ให้ผลยกแบบทันทีหรือทดแทนการผ่าตัด และไม่ได้แก้ปัญหาผิวหย่อนมากหรือการสูญเสียปริมาตรใบหน้าได้ทุกกรณี | ผลขึ้นกับตำแหน่งและสภาพเนื้อเยื่อ ไม่เหมาะกับทุกใบหน้า และไม่ได้หยุดกระบวนการหย่อนคล้อยตามวัย |
| ความเสี่ยงที่อาจพบ | ปวด บวม แดง ชา หรือกดเจ็บชั่วคราว; ภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อยอาจกระทบเส้นประสาทหรือทำให้เกิดการบาดเจ็บของผิว | บวม ช้ำ เจ็บ ผิวบุ๋มหรือไม่สมมาตร คลำหรือเห็นแนวไหม อักเสบหรือติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนอื่นที่เกี่ยวกับการสอดไหม |

Ulthera กับ ร้อยไหม เลือกอะไรดี
- ถ้าต้องการ ค่อย ๆ กระชับผิว และรับได้ว่าผลไม่ได้เด่นทันที อาจปรึกษาแพทย์เรื่อง Ulthera
- ถ้าต้องการ แรงพยุงหรือแนวการยกที่เห็นได้หลังทำ อาจปรึกษาเรื่องร้อยไหม โดยควรเผื่อใจเรื่องบวมช้ำและผลที่เปลี่ยนแปลงหลังอาการบวมลดลง
- ถ้าความหย่อนคล้อยมาก หรือคาดหวังการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ควรให้แพทย์ประเมินทางเลือกอื่นด้วย เพราะทั้งสองวิธีอาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่คาดหวัง
| ช่วงอายุโดยประมาณ | เป้าหมายที่ควรเน้น | Ulthera จำนวนไลน์ | ร้อยไหม จำนวนเส้น |
|---|---|---|---|
| ต่ำกว่า 25 ปี | เน้นดูแลผิวและป้องกันตามความเหมาะสม หากไม่มีปัญหาหย่อนคล้อยชัดเจน อาจยังไม่จำเป็นต้องทำหัตถการยกกระชับ | ไม่มีจำนวนที่แนะนำตามอายุ พิจารณาเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ | ไม่มีจำนวนที่แนะนำตามอายุ ไม่ควรร้อยไหมเพียงเพราะต้องการป้องกันวัย |
| 25–34 ปี | ประเมินปัญหาเฉพาะจุดและดูแลเชิงป้องกัน ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหน้าเสมอไป | กำหนดตามบริเวณและระดับความหย่อนคล้อย ไม่ใช่ตามอายุ | กำหนดตามตำแหน่งและชนิดไหม หากไม่มีเนื้อเยื่อหย่อน อาจไม่ใช่ทางเลือกแรก |
| 35–44 ปี | เริ่มประเมินและแก้ปัญหาที่เห็นจริง เช่น กรอบหน้าไม่ชัดหรือผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง | แพทย์วางจำนวนไลน์และตำแหน่งยิงตามสภาพใบหน้า | พิจารณาเมื่อมีเนื้อเยื่อที่เหมาะกับการพยุงหรือยก ไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน |
| 45 ปีขึ้นไป | เน้นแก้ปัญหาตามระดับความหย่อนคล้อยและความคาดหวัง อาจต้องพิจารณาหลายทางเลือก | จำนวนไลน์ขึ้นกับพื้นที่และชั้นเนื้อเยื่อที่ต้องการรักษา | จำนวนและชนิดไหมขึ้นกับแรงพยุงที่ต้องการและสภาพเนื้อเยื่อ บางกรณีควรปรึกษาทางเลือกอื่นร่วมด้วย |

Ulthera SPT / Ulthera Prime ราคาเท่าไหร่ ต่างกันแค่ไหน
| รุ่น | จำนวนไลน์ | ช่วงราคาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| Ulthera SPT | 100 ไลน์ | 9,999 บาท |
| 200 ไลน์ | 19,999–26,000 บาท | |
| 300 ไลน์ | 29,999 บาท | |
| 500 ไลน์ | 49,999 บาท | |
| Ulthera Prime | 100 ไลน์ | 13,000 บาท |
| 200 ไลน์ | 26,000 บาท | |
| 300 ไลน์ | 29,900–39,000 บาท | |
| 400 ไลน์ | 39,990–52,000 บาท | |
| 500 ไลน์ | 49,990–65,000 บาท | |
| 600 ไลน์ | 59,800–78,000 บาท |
ก่อน-หลังรับบริการ Ulthera Prime เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด!
ก่อนรับบริการ:
- ปรึกษาแพทย์: สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิว โครงสร้างใบหน้า และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคลค่ะ
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนอย่างเต็มที่ จะช่วยให้ร่างกายและผิวของเราพร้อมรับการดูแลค่ะ
- แจ้งประวัติการรักษา: หากมีโรคประจำตัว ยาที่รับประทานอยู่ หรือเคยทำหัตถการอื่นๆ มาก่อน ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบโดยละเอียดนะคะ
- งดแต่งหน้าจัด: ในวันที่เข้ารับบริการ ควรหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าจัด เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ชัดเจนค่ะ
หลังรับบริการ:
- ดูแลผิวตามปกติ: สามารถทาครีมบำรุงผิว ทำความสะอาดผิวหน้าได้ตามปกติเลยค่ะ
- ทาครีมกันแดด: แสงแดดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำลายคอลลาเจน ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ ทุกวันอย่างสม่ำเสมอนะคะ
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด: ในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดจัดๆ โดยตรงค่ะ
- ดื่มน้ำเยอะๆ: การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้นค่ะ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยบำรุงผิวจากภายในสู่ภายนอกค่ะ
- พักผ่อนให้เพียงพอ: ร่างกายที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จะช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวได้ดีที่สุดค่ะ

โปรดระวังโปรโมชั่นที่ “เกินจริง” และควรเช็กจำนวนช็อตให้ชัดเจน
คุณผู้หญิง/คุณผู้ชายทราบไหมคะว่า โปรโมชันที่บอกว่า “ยิงไม่จำกัดไลน์/ไม่จำกัดช็อต” หรือให้ราคาถูกเกินกว่าที่ควรจะเป็น อาจทำให้การรักษา “ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้” ว่าจริงๆ แล้วใช้พลังงานกับคุณมากแค่ไหนในแต่ละตำแหน่ง เพราะงานยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์จำเป็นต้อง กำหนดจำนวนช็อตหรือจำนวนไลน์ (ตามแผนที่แพทย์ออกแบบ) ให้ชัดเจนก่อนเริ่มทำค่ะ

สำหรับโปรแกรมในกลุ่ม Ultherapy/Ulthera Prime ที่มีการทำงานแบบเฉพาะตำแหน่ง การนับ “จำนวนช็อตหรือไลน์” ควรถูกระบุไว้ในรายละเอียดอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่ให้ความรู้สึกว่า “ทำเท่าไหร่ก็ได้” เมื่อถึงวันทำจริง คุณควรได้รับการอธิบายให้สอดคล้องกันระหว่าง สรุปรายละเอียดก่อนทำ กับ การทำหน้างาน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและโอกาสได้ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย
เช็กแบบง่ายก่อนตัดสินใจ (คลินิกจริงใจต้องตรวจสอบได้)
- มีการระบุจำนวนช็อต/ไลน์และตำแหน่งชัดเจน (เช่น บริเวณกรอบหน้า/คาง/คอ) ว่าจะทำส่วนไหนบ้าง
- มีราคาที่ชัดเจนและไม่พูดแบบเหมารวม จนคุณประเมินจำนวนพลังงานที่ได้จริงไม่ได้
- หน้างานตรวจสอบได้ตรงกับที่คุยไว้ คุณควรได้รับคำอธิบายแผนการยิงให้สอดคล้องกับแพ็กเกจที่ซื้อ
- แพทย์เป็นผู้ประเมินและกำหนดแผน ไม่ใช่ให้โปรโมชันกำหนดให้ยิงตามคำโฆษณา
สุดท้ายนี้ ผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้มาจาก “โปรโมชั่นที่ดึงดูด” แต่เกิดจากแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณจริงๆ โดย การรักษาขึ้นอยู่กับแพทย์ 60% และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือช่วยอีก 40% ค่ะ ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ขอให้คุณเลือกแบบที่ “จำนวนทำจริงชัดเจน ตรวจสอบได้” จะอุ่นใจที่สุดนะคะ

การยกกระชับหน้าครั้งแรก “ไม่ได้ต้องทำเครื่องมือเสมอไป” แต่หมอจะแนะนำตามระดับปัญหาของแต่ละคน ถ้าผิวยังดีอาจเริ่มที่เครื่องเบา ๆ เพื่อรักษาสภาพ แต่ถ้าคล้อยมากก็อาจต้องขยับไปใช้เครื่องพลังงานสูงขึ้น ร้อยไหม หรือผ่าตัด ทั้งหมดควรปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเองค่ะ หมอสรุปให้ด้านล่างนะคะ
สำหรับคนไข้ที่กังวลเรื่อง ถุงใต้ตา (ที่เห็นเป็นความนูน/บวมบริเวณเปลือกตาล่าง) ไม่ว่าจะเป็น HIFU หรือ Ulthera ล้วนเป็นทางเลือกที่ช่วย ลดความหย่อนคล้อย และ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้บริเวณใต้ตาดู กระชับและเรียบเนียนขึ้น ได้ค่ะ โดยใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูงในการยกกระชับผิว และแน่นอนว่าไม่ใช่ว่าทำแล้วจะ “หายหมด” เสมอไป ผลลัพธ์มักขึ้นกับ ระดับความหย่อนคล้อย และ ลักษณะของปัญหา ของแต่ละคนค่ะ ในบางเคสการฉีดฟิลเลอร์อาจจะช่วยได้ดีกว่าการใช้กลุ่มยกกระชับก็ได้เช่นกันค่ะ
อีกอย่างคนไข้มักสับสนกับจุด (Malar Bag) ถุงโหนกแก้ม เป็น “คนละจุดกัน” กับถุงใต้ตาค่ะ เพราะเป็นความหย่อน/การย้อยของเนื้อเยื่อบริเวณ โหนกแก้ม-ใต้ตาตอนบน ทำให้หน้าผิดปกติ หย่อนคล้อย ไม่สดใส ลักษณะจะออกเป็นแนว “ย้อยลง” มากกว่าบวมอยู่ที่เปลือกตาล่าง อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาบางแบบอาจ “คล้ายกัน” ในแง่ของหลักการคือการ ยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจน ไม่ว่าจะเป็น HIFU หรือ Ulthera ที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ในการยกกระชับ หรือ EndoliftX with Ultrasound Precision ที่ใช้เลเซอร์ไฟเบอร์สลายไขมันและยกกระชับควบคู่กับการใช้อัลตราซาวนด์นำทางเพื่อความแม่นยำ ทั้งหมดนี้เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด และให้ผลลัพธ์ที่ดีได้ แต่ในการแก้ไขนั้นขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและปริมาณไขมันของแต่ละบุคคล
จำนวนช็อต Ulthera SPT/Prime ที่เหมาะสมสำหรับทั่วใบหน้านั้น “ไม่มีตัวเลขตายตัว” ค่ะ และหมอต้องย้ำตรงนี้เลยว่า ไม่ควรยึดติดกับโปรโมชั่น หรือจำนวนช็อตที่เพื่อนทำมาเด็ดขาด! เพราะแต่ละคนมีสภาพผิวที่แตกต่างกันมากค่ะ
เป้าหมายของคุณคนไข้ที่อยากได้ “หน้ารัดกระโหลก” หรือ “กรอบหน้าชัดๆ” นั้น หมอเข้าใจดีเลยค่ะ แต่โปรแกรม Ulthera ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาผิวได้ทุกชั้น เสมอไป บางครั้งปัญหาความหย่อนคล้อยหรือไขมันที่สะสมอาจอยู่ในชั้นผิวที่ลึกกว่า หรือต้องแก้ไขด้วยวิธีการอื่น ๆ ค่ะ
ดังนั้น มีแต่คุณหมอเท่านั้นที่จะประเมินได้อย่างแม่นยำที่สุด ว่าควรใช้กี่ช็อต และลงพลังงานที่ระดับไหน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยกกระชับ ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติที่สุดสำหรับคุณ ไม่ใช่แค่จำนวนช็อต แต่รวมถึงการพิจารณาว่า อาจจะต้องทำร่วมกับการรักษาอื่น ๆ เช่น RF หรือร้อยไหม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คุณคนไข้คาดหวังจริง ๆ ค่ะ การประเมินก่อนทำ ไม่ใช่เพราะหมออยากปิดการขายเพิ่ม แต่ต้องการชี้ให้เห็นชัดๆ เข้าใจตรงกันว่า ปัญหาอยู่ระดับไหน และการรักษาก็ต้องสอดคล้องกัน หมอจะชี้ให้เห็นปัญหาไปพร้อมกับคุณหน้ากระจก และร่วมตัดสินใจกันว่าอะไรควรทำก่อนหลัง เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและเหมาะสมที่สุดค่ะ แจ้งรายละเอียดทั้งหมดให้ตัดสินใจ และสรุปผลหลังทำอย่างตรงไปตรงมาค่ะ
หมอเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงคิดว่า “ยิ่งเจ็บ ยิ่งเห็นผล” จริงๆ แล้วมันซับซ้อนกว่านั้นค่ะ เพราะพลังงานที่สูงขึ้นหรือการยิงที่ลึกขึ้นอาจทำให้เจ็บมากขึ้นและอาจให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น แต่ไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป เหมือนกับการทำอาหาร – ไฟแรงไม่ได้แปลว่าอาหารจะอร่อย แต่อยู่ที่การปรับไฟให้เหมาะกับวัตถุดิบและวิธีการทำ ความสำเร็จของการรักษาขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสภาพผิวของคนไข้ ความแม่นยำในการรักษา การตั้งค่าเครื่องที่เหมาะสม และการดูแลหลังทำ หมอจึงต้องปรับการรักษาให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องเจ็บเกินจำเป็นค่ะ ใครอยากรู้ละเอียดขึ้นอีก อ่านด้านล่างเลยค่ะ
หมอสรุปให้สั้นๆก่อนเลยว่า ไม่ว่าเครื่องแบบไหนที่มีขายการแอพส้มแอพดำ ใดๆก็ตามแต่ที่ไม่ใช่การรักษาโดยแพทย์ใน รพ. หรือคลินิก “พลังงานไม่ถึง” เพราะฉะนั้นอย่าได้หาทำ มีปัญหามาไม่มีใครรับผิดชอบได้
หมอต้องบอกตรงๆ ว่า เครื่องยกกระชับที่ซื้อมาทำเองที่บ้าน พลังงานมักจะไม่ถึงชั้นผิวลึก (เช่น ชั้น SMAS) ที่เป็นส่วนสำคัญสำหรับยกกระชับแบบเห็นผลจริงนะคะ เพราะตัวเครื่องที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในบ้านจะมีพลังงานระดับต่ำ เพื่อความปลอดภัยของคนที่ใช้งานเอง และถึงแม้ว่ามันอาจช่วยเรื่องพื้นฐานเหมือนการบำรุงผิว (เช่น ช่วยผิวดูสดใส ผ่อนคลาย หรือเพิ่มการใช้ครีมบำรุงให้ได้ผลดีขึ้นบ้าง) แต่ถ้าผิวเริ่มหย่อนคล้อยหรือมีปัญหาระดับผิวหนังจริง หมอขอแนะนำว่าต้องพึ่งเครื่องมือยกกระชับที่ผ่านการรับรองทางการแพทย์จริงๆ เช่น Ulthera, thermage, HIFU จริงๆจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากกว่า
เครื่องทางการแพทย์พวกนี้ส่งพลังงานลงไปลึกถึงชั้น SMAS ชั้นผิวที่หมอใช้ในเวลาผ่าตัดดึงหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายในและคืนความตึงให้กับผิว แต่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่รู้โครงสร้างผิวค่ะ
สิ่งที่เครื่องเหล่านี้ให้ไม่ได้อีกอย่างก็คือ เขาไม่รู้หรอกว่าคนที่ซื้อไปใช้มีปัญหาผิวระดับไหน ออกแบบใช้งานทั่วไปไว้ แต่คนที่จะรู้ปัญหาผิว ระดับความหย่อนคล้อยของเราจริงๆคือแพทย์ที่ทำการประเมินผิว จับผิว เห็นปัญหาผิวของเรา ดังนั้นเข้าปรึกษาหมอ และรับคำแนะนำที่เหมาะสมจะดีที่สุดค่ะ
เทอมาจยกกระชับคอ อาจจะใช้ประมาณ 400-500 ช็อต เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ชัดเจน แต่ส่วนมากคนไข้มักมาพร้อมปัญหาเนินหน้าอกเหี่ยว มีริ้วรอยด้วย สามารถทำไปพร้อมกันได้ โดยทั้งสองบริเวณอาจจะจำนวนช็อต 900 ช็อต ราคาขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและโปรโมชั่นของแต่ละที่ แต่ราคามาตรฐาน ให้บริการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ควรอยู่ที่ 50,000-70,000 บาท
ไขมันที่หน้า ไร้ประโยชน์จริงไหม เพราะมีแต่คนอยากสลายออก เพราะอยากให้หน้าเล็กหน้าเรียวใช่ไหมละคะ แต่เดี๋ยวก่อน… ความจริงแล้วในทางการแพทย์ความงาม “ไขมันชั้นลึก” คือเสาเข็มชั้นดีที่คอยพยุงผิวหน้าให้ดูตึงกระชับ และอ่อนเยาว์ค่ะ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น เสาเข็มไขมันเหล่านี้จะค่อยๆ ฝ่อและทรุดตัวลง ทำให้ผิวหน้าชั้นบนที่เคยมีที่รองรับ สูญเสียฐานยึดเกาะ จึงเกิดความหย่อนคล้อยตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง กลายเป็นปัญหาหน้าตก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัด และกรอบหน้าที่เบลอไม่คมชัดนั่นเองค่ะ
ด้วยหลักการความเข้าใจตรงนี้นี่เอง คลินิกของหมอจึงมี โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ยกหน้า เอาไว้คอยดูแลคนไข้ค่ะ เพราะเมื่อสาเหตุหลักที่หน้าเราหย่อนคล้อยคือ “การสูญเสียปริมาตรไขมัน” การแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดจึงไม่ใช่การดึงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่คือการ ใช้ฟิลเลอร์เข้าไปทำหน้าที่ทดแทนเสาเข็มไขมันที่หายไป เพื่อหนุนและพยุงโครงสร้างผิวจากชั้นลึก ผิวหน้าที่เคยหย่อนคล้อยก็จะถูกดันและยกกระชับกลับขึ้นไปในตำแหน่งเดิมสมัยสาวๆ ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ ยกกระชับ และเด็กลงได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
และเรื่องของปริมาณไขมันบนใบหน้านี่แหละค่ะ ที่เป็นตัวตัดสินว่าเราควรยกกระชับด้วยวิธีไหน เพราะ เครื่องยกกระชับกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF) อย่าง Thermage หรือ Oligio จะเหมาะมากกับคนไข้ที่มีไขมันชั้นตื้นเยอะ หน้าเนื้อเยอะ หรือมีเหนียง เพราะพลังงานความร้อนจะไปช่วยหดรัดไขมันและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่นเฟิร์มขึ้น แต่ในทางกลับกัน สำหรับคนไข้ที่ไขมันชั้นลึกฝ่อตัวไปมาก มีปัญหาหน้าตอบ หรือโหนกแก้มชัด จะไม่เหมาะกับเครื่องกลุ่ม RF เพราะอาจไปสลายไขมันที่เหลืออยู่น้อยนิด ทำให้หน้ายิ่งดูตอบและโทรมกว่าเดิมได้ หมอจึงต้องประเมินใบหน้าคนไข้แบบ Case by Case ว่าโครงหน้าแบบนี้ควร “เติมเสาเข็มด้วยฟิลเลอร์” หรือ “กระชับไขมันด้วยเครื่อง RF” เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวย กระชับ และแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุดค่ะ
ขั้นตอนการเตรียมตัวและขั้นตอนพื้นฐาน แทบจะเหมือนกัน 100% เลยค่ะ รวมไปถึงเครื่องยกกระชับตัวอื่นๆด้วยนะคะ หลายคนอาจจะเคยทำตัว HIFU มาก่อน ถ้าวันนี้จะเปลี่ยนไปใช้พลังงานที่สูงขึ้น บรรยากาศการรักษาไม่ได้ต่างจากเดิมเลยค่ะ
ทั้ง HIFU และ Ulthera มี ขั้นตอนการเตรียมผิว แปะยาชา และทาเจลเหมือนกันทุกประการ เป็นการยกกระชับที่ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้นทั้งคู่ค่ะ แต่จุดที่ต่างกันคือระหว่างทำการรักษา Ulthera จะมีหน้าจอให้หมอมองเห็นชั้นผิวลึก (SMAS) แบบเรียลไทม์ (เป็นสาเหตุให้คนไข้หลายคนสงสัย ทำไมหมอคุยน้อยจังตอนยิง Ulthera เพราะหมอต้องดูจอ ดูชั้นผิวทุกช็อตนั่นเอง) ทำให้ยิงได้แม่นยำสูงและให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานกว่า (แต่ก็จะรู้สึกหน่วงและเจ็บกว่านิดนึง) ในขณะที่ HIFU จะไม่มีหน้าจอ ต้องอาศัยเทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์ล้วนๆ ซึ่งข้อดีคือเจ็บน้อยกว่าและราคาสบายกระเป๋ากว่าค่ะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการและความพร้อมของคนไข้เลยนะคะว่าชอบแบบไหน










