Confidence sculpted, not by age, but by choice. Embrace your refined self.

ที่ D’ Lovevery Clinic เราเข้าใจถึงความปรารถนาในการมีผิวหน้าที่เรียบเนียนและรูปหน้าที่ได้สัดส่วน โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan แท้จากสหรัฐอเมริกา คือคำตอบเพื่อการดูแลความงาม Allergan เป็นโบท็อกซ์จากบริษัทผู้คิดค้นและวิจัยโบท็อกซ์มาตั้งแต่ปี 1989 มีงานวิจัยรองรับและความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองจากทั้ง US FDA และ อย. ประเทศไทย ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนาน
โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan ทำงานโดยการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว ซึ่งช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า ลดขนาดกล้ามเนื้อกรามเพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น และยังสามารถช่วยลดเหงื่อใต้วงแขนได้อีกด้วย
โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan คืออะไร
โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan คือการใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) บริสุทธิ์จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสารที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์มานานกว่า 30 ปี เพื่อการปรับปรุงความงามและแก้ไขปัญหาผิวหน้า รวมถึงสรีระต่างๆ โดยสารนี้จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว ช่วยให้ริ้วรอยลดเลือนลง และยังสามารถใช้ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

Botox Allergan คงผลลัพธ์ได้นาน

xychart-beta
title "เปรียบเทียบประสิทธิภาพ Botox VS Toxin เกาหลี ตามระยะเวลา"
x-axis "เดือนหลังฉีด" [0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8,9]
y-axis "การเห็นผลไว / ความตึง"
line "Korea Botox" [0, 7, 8, 8.5, 8, 5, 2, 1, 1, 1, 0]
line "Allergan Botox" [0, 4, 6, 8, 9, 8, 7, 6, 4,0]
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | รายละเอียด |
|---|---|
| สำหรับคนไข้ส่วนมาก | 4-6 เดือน |
| แต่ก็มีคนไข้จำนวนมากที่อยู่ได้นานกว่า | ผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 6-8 เดือน โดยริ้วรอยยังไม่กลับมาเท่าก่อนทำหัตถการ ในบางเคสแพทย์แนะนำให้ทำปีละครั้งได้ |
| ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลา | การดูแลตัวเองหลังทำ, สภาพผิวและกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล, ปริมาณยูนิตที่ใช้ |
ข้อดีและข้อควรพิจารณาของโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan
ข้อดี
- ลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลชัดเจนในริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก ตีนกา และรอยขมวดคิ้ว
- ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าดูมีมิติและเรียวสวย
- ปลอดภัย ได้รับการยอมรับทั่วโลก เป็นโบท็อกซ์ต้นตำรับจากอเมริกา ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ประเทศไทย
- ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยคงการแสดงออกทางสีหน้าตามธรรมชาติ
- มีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก มั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัย
ข้อควรพิจารณา
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร โดยทั่วไปคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลและการตอบสนองของแต่ละบุคคล
- อาจเกิดรอยแดงหรือรอยช้ำเล็กน้อย บริเวณที่ฉีด ซึ่งจะหายไปเองภายในไม่กี่วัน
- ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลลัพธ์ที่สวยงามและปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง
- ไม่เหมาะกับสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อหรือแพ้ส่วนประกอบของโบท็อกซ์

| บริเวณที่ฉีด | ปริมาณยูนิต | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| ริ้วรอยทั่วใบหน้า | ||
| หน้าผาก | 10-20 | ⭐ ลดรอยย่นหน้าผาก |
| ระหว่างคิ้ว (ขมวดคิ้ว) | 10-25 | ⭐ ลดรอยขมวดคิ้ว ทำให้หน้าดูสดใสขึ้น |
| หางตา (ตีนกา) | 8-16 (ข้างละ 4-8) | ⭐ ลดรอยย่นรอบดวงตา |
| ปีกจมูก | 4-8 | 🔸 ช่วยลดปีกจมูกบาน |
| รอยย่นจมูก (Bunny Lines) | 4-8 | 🔸 ลดรอยย่นเมื่อยิ้ม |
| ยกคิ้ว | 2-4 | 🔸 ช่วยยกหางคิ้วให้ดูโค้งสวย |
| ปรับรูปหน้า | ||
| กราม | 20-50 (ข้างละ) | ⭐ ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ปรับหน้าเรียว V-Shape |
| กรอบหน้า (Nefertiti Lift) | 20-30 | 🔸 ยกกระชับกรอบหน้าให้คมชัด |
| ส่วนอื่นๆ | ||
| ลดเหงื่อใต้วงแขน | 50-100 (ข้างละ) | ⭐ ลดเหงื่อออกมากเกินไป |
| น่อง | 50-100 (ข้างละ) | ⭐ ปรับขาให้ดูเรียวขึ้น |
| รอยย่นคอ | 20-50 | 🔸 ลดริ้วรอยบริเวณลำคอ |
| ปริมาณ 50 ยูนิต เหมาะกับ | ⭐ การลดริ้วรอยทั่วใบหน้า (หน้าผาก, หว่างคิ้ว, หางตา) หรือการลดกรามข้างเดียว หรือลดเหงื่อใต้วงแขน 1 ข้าง | |
| ปริมาณ 100 ยูนิต เหมาะกับ | ใช้ไม่หมดเก็บประวัติไว้ได้ | ⭐ การลดริ้วรอยทั่วใบหน้าหลายจุด + ลดกราม หรือลดเหงื่อใต้วงแขน 2 ข้าง หรือการปรับรูปน่อง |

การเตรียมตัวก่อนรับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan
เพื่อให้การรักษาด้วยโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan มีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย คุณควรเตรียมตัวดังนี้
- ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด แจ้งความต้องการ ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และสอบถามข้อสงสัยทั้งหมด
- แจ้งประวัติสุขภาพ แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ยาที่กำลังรับประทาน และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหมด
- งดยาและอาหารเสริมบางชนิด งดแอสไพริน ไอบูโพรเฟน วิตามินอี น้ำมันปลา และอาหารเสริมที่อาจมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดรอยช้ำ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดอย่างน้อย 2-3 วันก่อนทำหัตถการ

การดูแลตัวเองหลังรับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง
- ไม่นอนราบเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง หลังการฉีด เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของตัวยา
- ไม่นวด กด หรือคลึง บริเวณที่ฉีด งดการทำทรีตเมนต์หน้าหรือนวดหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- เลี่ยงความร้อนสูง เช่น ซาวน่า สตีม หรือการออกกำลังกายหนักๆ อย่างน้อย 2 วัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดอย่างรุนแรงประมาณ 24 ชั่วโมง
- ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับของเสียและช่วยในการฟื้นตัว
- ติดตามผลกับแพทย์ หากมีข้อสงสัยหรือความผิดปกติใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อควรรู้ก่อนรับบริการโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan
| ข้อควรรู้ | รายละเอียด |
|---|---|
| หลังฉีดโบท็อกซ์บวมไหม บวมกี่วัน? | 🔸 อาจมีรอยแดงหรือจุดเข็มเล็กน้อย ไม่บวม |
| เห็นผลลัพธ์เมื่อไหร่? | 🔸 เห็นผลการเปลี่ยนแปลงใน 3-7 วันเต็มที่ใน 2 สัปดาห์ |
| ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน? | 🔸 ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแล |
| ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไร? | ⭐ โบท็อกซ์ Allergan เป็นต้นตำรับ มีความบริสุทธิ์สูง โอกาสดื้อยาน้อย |
| ต้องฉีดกี่ Unit? | 🔸 ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ต้องการและปัญหาของแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินเป็นรายเคส |
| ราคาโปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan? | 💰 ราคาเริ่มต้น 16,900 บาท (สำหรับ 100 ยูนิต) |
BOTOX แตกต่างจาก โปรแกรม DYSPORT อย่างไร
| คุณสมบัติ | โปรแกรมโบท็อกซ์ Allergan (อเมริกา) | โปรแกรมโบท็อกซ์ Dysport (อังกฤษ) |
|---|---|---|
| แหล่งผลิต | สหรัฐอเมริกา | สหราชอาณาจักร |
| บริสุทธิ์ | สูงมาก (มีความบริสุทธิ์สูง) | สูง (มีความบริสุทธิ์สูง แต่มีโปรตีนเชิงซ้อนมากกว่า) |
| การกระจายตัวของยา | แคบ ควบคุมการออกฤทธิ์ได้แม่นยำ | กว้างกว่า กระจายตัวได้ดี เหมาะกับบริเวณกว้าง |
| ระยะเวลาเห็นผล | 🔸 เริ่มเห็นผล 3-7 วัน (เต็มที่ 2 สัปดาห์) | 🔸 เริ่มเห็นผล 1-3 วัน (เร็วกว่า Allergan เล็กน้อย) |
| ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | ⭐ 4-6 เดือน (ในบางรายถึง 6-8 เดือน) | ⭐ 4-6 เดือน |
| อัตราส่วนยูนิต | 1:1 (มาตรฐานสากล) | ประมาณ 1:2.5 ถึง 1:3 (Dysport 2.5-3 ยูนิต เทียบเท่า Allergan 1 ยูนิต) |
| เหมาะสำหรับ | ริ้วรอยเล็กๆ, รอยย่นที่ต้องการความแม่นยำสูง, ลดกราม, รัดแกน, คอ | ริ้วรอยบริเวณกว้างๆ เช่น หน้าผาก, ลดเหงื่อ, ลดน่อง |
| ความเสี่ยงดื้อยา | 🔸 ต่ำ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์สูง | 🔸 ต่ำ เนื่องจากมีความบริสุทธิ์สูง |
Botulinum Toxin มาจากที่ไหนบ้าง
| ยี่ห้อ | ประเทศต้นกำเนิด |
|---|---|
| Allergan | สหรัฐอเมริกา |
| Dysport | สหราชอาณาจักร |
| Xeomin | เยอรมนี |
| Nabota | เกาหลีใต้ |
| Neuronox | เกาหลีใต้ |
| INBO | เกาหลีใต้ |
| Aestox | เกาหลีใต้ |
| Botulax | เกาหลีใต้ |
| Neuronox | เกาหลีใต้ |
ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
ที่ D’ Lovevery Clinic เรามุ่งมั่นมอบประสบการณ์การดูแลความงามที่ดีที่สุด ด้วยหัวใจที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ เราให้ความสำคัญกับการบริการแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ไม่ต้องรอนาน บรรยากาศไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case อย่างละเอียด ไม่เร่งรีบ เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลครบถ้วนและตัดสินใจได้อย่างสบายใจที่สุด
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน เราไม่มีเซลส์คอยปิดการขายหรือพยายามบังคับซื้อคอร์สที่ไม่จำเป็น คุณจะได้รับคำแนะนำที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา
- จ่ายสบายเลือกได้ เรามีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ และอำนวยความสะดวกด้วยการรองรับ Shopee PayLater รวมถึงการผ่อนชำระ 0% ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม เพื่อให้การรักษามีความต่อเนื่องและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณจะได้ติดตามผลและรับการดูแลจากแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรงในทุกครั้ง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง เราภูมิใจนำเสนอรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงของเรา ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันถึงคุณภาพและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ไม่ใช่รีวิวจากดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ แพทย์ของเรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญสูง สามารถตรวจสอบประวัติและผลงานได้ เพื่อความมั่นใจสูงสุดของคุณ
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกของเราได้รับการรับรองมาตรฐาน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีที่จอดรถฟรี และเดินทางสะดวก
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ เราให้ข้อมูลที่รวดเร็วและครบถ้วน คุณสามารถเช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ เพื่อความปลอดภัยและมั่นใจในคุณภาพ
รีวิวฉีด Botulinum Toxin
Botulinum Toxin ที่คลินิก ราคาเท่าไหร่

มันเกิดขึ้นได้จริงค่ะ แต่ปัญหานี้ ไม่ใช่คำสาปของการฉีดโบท็อกซ์ แต่เป็นเรื่อง Dynamic Balance ของกล้ามเนื้อ
ในโลกอินเทอร์เน็ตมักพูดถึงปัญหาว่าเกิดจากยากระจาย เทคนิคหมอต่างกัน (ก็มีส่วน) แต่ความจริงอีกครึ่งหนึ่งคือ คนไข้บางคนใช้ชีวิตโดยอาศัยคิ้วช่วยเบิกตาให้โตขึ้นมาทั้งชีวิตโดยไม่รู้ตัว พอมีโบไปล็อกริ้วรอยหน้าผากให้เรียบตึง กล้ามเนื้อหน้าผากหยุดทำงาน ปัญหากล้ามเนื้อตาที่ไม่แข็งแรงที่แฝงอยู่เดิมก็เลยโผล่ออกมาฟ้องทันที
ดังนั้น นิยามความสวย เป็นธรรมชาติของยุคนี้จึงไม่ใช่การ “อัดยาสูงสุดให้ตึงสนิท” แต่เป็นการ “คำนวณเวกเตอร์แรงดึงของดวงตาให้อยู่ในจุดปลอดภัย” (ก็ต้องอาศัยการประเมินของแพทย์ที่มีประสบการณ์) ถ้าคนไข้มีตาหลบในหรือหนังตาหย่อน หมอจะเลือกเทคนิค Micro-botox หรือเว้นระยะห่างจากแนวคิ้วมากกว่าปกติ เพราะริ้วรอยหายไปได้ แต่ถ้าแลกกับตาปรือจนมองไม่ชัด บุคลิกภาพและความมั่นใจจะเสียไปเปล่าๆ บางเคสไม่แนะนำให้ฉีดก็มี ดังนั้นถูกแล้วกับการที่ต้องประเมินให้ละเอียด และคนไข้เองก็ต้องบอกประวัติที่ชัดเจนให้หมอทราบค่ะ
ถ้าเป็นเคส “ต้องใช้หน้าจริงๆ” หมอเข้าใจเลยค่ะ! ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับ “กดสิว-ฉีดสิว” อาจพออนุโลมได้บ้าง ถ้าผิวไม่มีอาการแดงจัด ระคายเคือง หรือร้อนวูบวาบจนเกินไป ค่ะ แต่หมอขอย้ำนะคะว่า “พอได้” หมายถึง “พอลุ้น” ค่ะ ยังไงก็ยังเสี่ยงกว่าการรอให้ผิวพร้อมจริงๆ อยู่ดี
แต่สำหรับ “โบท็อกซ์-ฟิลเลอร์” หมอว่า ควรรอค่ะ ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน เพราะเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยตรง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ช้ำ ได้ง่ายกว่าการกดสิวมาก ถ้าเกิดอาการบวมช้ำขึ้นมา มันจะทำให้การใช้หน้าสำคัญๆ นั้นยากลำบากกว่าเดิมอีกค่ะ
อย่างแรกที่ต้องเข้าใจ คือโบท็อกซ์ไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีหลังฉีดค่ะ จะไม่เหมือนฟิลเลอร์ เพราะมันต้องใช้เวลาในการจับกับปลายประสาทและทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาสักพักค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว คนไข้จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 3-7 วันหลังฉีด ค่ะ ช่วงนี้อาจจะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่เคยขยับได้แรงๆ เริ่มขยับได้น้อยลง หรือรู้สึกตึงๆ เล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจนมากนะคะ สำหรับผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดและเข้าที่สวยตามที่คนไข้คาดหวัง จะอยู่ประมาณ 1-3 สัปดาห์หลังฉีดค่ะ ช่วงนี้กล้ามเนื้อจะคลายตัวเต็มที่ ริ้วรอยก็จะจางลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าจะดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ
ทำไมต้องรอนานขนาดนั้นคะหมอ?
- กระบวนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์: โบทูลินัม ท็อกซิน จะค่อยๆ เข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท (Acetylcholine) ที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆ คลายตัวลง การทำงานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีค่ะ
- การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล: ร่างกายของคนไข้แต่ละคนมีการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกันค่ะ บางคนอาจจะเห็นผลเร็วหน่อยแค่ 3-5 วัน บางคนอาจจะต้องรอถึง 7 วันกว่าจะเริ่มรู้สึก แต่โดยเฉลี่ยแล้วคือช่วง 3-7 วันแรกค่ะ
- บริเวณที่ฉีด: บางบริเวณที่กล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวเยอะหรือกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมาก อาจจะต้องใช้เวลาในการเห็นผลนานกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยค่ะ เช่น กล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ อาจจะใช้เวลานานกว่าริ้วรอยหน้าผากเล็กน้อย
- ปริมาณยาที่ใช้: การใช้ปริมาณยาที่เหมาะสมและถูกต้องตามการประเมินของแพทย์ ก็มีผลต่อระยะเวลาในการเห็นผลด้วยค่ะ
ที่หมอสรุปมานี้เฉพาะ botox ของแท้ + ฉีดโดยหมอที่มีประสบการณ์ + ฉีดในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองนะคะ ถ้าใครเจอะไรที่นอกเหนือจากนี้ ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเจอของปลอม หรือเจือจางขั้นสุดจนไม่เห็นผลตามที่ควรจะเป็นได้ค่ะ
อย่างแรกเลย คือซ้ำไม่ได้ตามใจชอบ ไม่ใช่ว่าแค่เห็นหน้าตึงน้อยลงแล้วอยากจะฉีดซ้ำเลย แบบนี้ไม่ได้ มีระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ เพื่อความปลอดภัย ไม่ดื้อโบ
จากประสบการณ์ของหมอและงานวิจัยทางการแพทย์ โดยทั่วไปแล้ว โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ค่ะ โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนที่สุดช่วง 1-3 สัปดาห์แรกหลังฉีด ขึ้นอยู่กับว่าฉีดจุดไหนไปด้วย และค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ แต่ก็อย่างที่หมอพูดไปตอนแรกว่าระยะเวลาที่ว่านี้เป็นค่าเฉลี่ยนะคะ มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปค่ะ
หมอเคยเจอคนไข้หลายท่านเลยค่ะ ที่เดินเข้ามาคลินิกแล้วบอกว่า “อยากสวยเหมือนเพื่อนค่ะหมอ แต่ไม่รู้ว่าโบท็อกซ์มันคืออะไรกันแน่” หรือ “เห็นเพื่อนไปฉีดมาแล้วหน้าเป๊ะมาก โบท็อกซ์มันวิเศษขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หมออยากจะบอกว่า โบท็อกซ์ไม่ได้เป็นยาครอบจักรวาลค่ะ แต่มันคือสารสกัดจากธรรมชาติที่ชื่อว่า โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการ คลายการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดในปริมาณที่เหมาะสมและถูกจุด การออกฤทธิ์ของมันก็คือ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นทำงานลดลงชั่วคราวค่ะ
คนไข้หลายคนชอบเรียกทุกอย่างที่ฉีดลดริ้วรอย หรือลดกล้ามเนื้อว่า ‘โบท็อกซ์’ กันหมดเลยใช่มั้ยคะ? จริงๆ แล้ว ‘โบท็อกซ์’ (Botox®) เนี่ย เขาคือ ชื่อแบรนด์แรกๆ ที่ประสบความสำเร็จมากๆ จนกลายเป็นคำติดปาก เหมือนกับที่เราเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อว่า ‘มาม่า’ นั่นแหละค่ะ! เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะฉีดตัวไหน ที่ช่วยเรื่องเดียวกัน แต่แพทย์อาจจะใช้เทคนิคแตกต่างกันออกไปบ้างเท่านั้นค่ะ
การที่แพทย์ใช้เข็มจิ้มลูกโป่งแล้วไม่แตก ไม่ได้เป็นการพิสูจน์โดยตรงว่า “มือเบากว่าใคร” ในความหมายของการไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด และ “ไม่ได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมเข็มที่ดีกว่าในการฉีดปรับรูปหน้า Botox Filler Biostimulator” การฉีดบนผิวหนังของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่ามาก แบบที่หมอยังอธิบายไม่ถูกเลยว่าจะทำยังไงให้คนไข้เข้าใจได้ครบว่า ทุกครั้งที่หมอสอดเข็มนั้นต้องมั่นใจแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์จะต้องใช้ ความรู้ด้านกายวิภาคเชิงลึก เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ที่มักสั่งสมตามอายุงานและจำนวนเคส และ ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้ เพื่อให้เกิด ความเจ็บปวดน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ค่ะ
หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ
ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ
อยากยุงแค่ไหน ก็แนะนำไม่เกิน 100 ยูนิตต่อครั้งค่ะ
หมอเข้าใจดีเลยนะคะว่าคนไข้หลายท่านอยากมีรูปหน้าสไตล์ “หน้ายุง” ที่ดู เรียวเล็ก เดฟ ขั้นสุด จนบางครั้งอาจรู้สึกว่ายิ่งอัดโบท็อกซ์กรามเยอะๆ ไปเลย จะได้เห็นผลไวๆ แต่นั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะเรียกทรงหน้านี้ว่าอะไร หรืออยากหน้าเรียวแค่ไหน ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ การใช้โบท็อกซ์ลดกรามที่มากเกินกว่า 50-100 ยูนิตในครั้งเดียว (เฉลี่ยข้างละ 25-50 ยูนิต) ไม่ได้ช่วยให้หน้าเล็กลงไปกว่าขีดจำกัดของกล้ามเนื้อเรานะคะ แต่กลับจะไปเพิ่มความเสี่ยงให้ กล้ามเนื้อเคี้ยวอาหารอ่อนแรง ยิ้มมุมปากตก หรือเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกซ์ ในระยะยาวได้ หมอเข้าใจและพร้อมจะเนรมิตความสวยตามความต้องการของคนไข้นะคะ แต่คนไข้ก็ต้องเข้าใจหมอด้วยว่า หมออยากให้ทุกคนสวยแบบปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง ค่อยๆ ปรับโครงหน้าให้เรียวเล็กอย่างพอดีกับสัดส่วนของเรา ดีกว่าฝืนฉีดอัดยูนิตเกินลิมิตแล้วต้องมาตามแก้ทีหลังค่ะ สวยแบบหน้ายุงได้ แต่ต้องเป็นยุงที่สวยและปลอดภัยที่สุดนะคะ
อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หมอต้องขออนุญาตเบรกความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ หลายคนมักคิดว่า “โบท็อกซ์คือตัวจบ” ของการทำหน้าเรียวหน้ายุง ฉีดปุ๊บหน้าต้องเล็กปั๊บแบบทรงหน้ายุงแน่นอน แต่หมอต้องอธิบายตามหลักการแพทย์แบบนี้ค่ะว่า โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ลดขนาดได้เฉพาะส่วนที่เป็น “กล้ามเนื้อ” (กราม) เท่านั้น
ถ้าคนไข้มีใบหน้าที่กว้างหรือเหลี่ยมจาก “แนวโครงสร้างกระดูก” โบท็อกซ์ก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ หรือถ้าหน้ากลมเพราะมี “ชั้นไขมันสะสมที่แก้มหรือเหนียงเยอะ” โบท็อกซ์ก็ไม่สามารถสลายไขมันได้เช่นกันค่ะ ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจอัดโบท็อกซ์ หมอแนะนำให้เข้ามาให้หมอช่วยจับและประเมินรูปหน้าดูก่อนนะคะ เราจะได้วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง หากปัญหาเกิดจากไขมันเราจะได้เปลี่ยนไปใช้แฟตสลายไขมัน หรือถ้าเป็นเรื่องความหย่อนคล้อยก็อาจจะใช้เครื่องมือยกกระชับแทน เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์หน้าเรียวเล็กที่ตรงจุด ทำแล้วเห็นผลจริงแบบไม่เสียเงินฟรีค่ะ

















