ฟิลเลอร์ คืออะไร สำคัญกับผิวอย่างไร?

- ช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอย ฟิลเลอร์ HA เป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปในชั้นผิวจะช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอย ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับขึ้น
- ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ฟิลเลอร์ HA มีคุณสมบัติในการดึงดูดน้ำเข้าสู่เซลล์ผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สดใส เต่งตึง
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟิลเลอร์ HA ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยทำให้ผิวแข็งแรง ยืดหยุ่น การมีคอลลาเจนในปริมาณที่เพียงพอจึงมีส่วนสำคัญในการลดริ้วรอยและชะลอวัย
- นอกจากนี้ ฟิลเลอร์ HA ยังสามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่นๆ เช่น การเลเซอร์ การร้อยไหม เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการลดอายุผิวได้อีกด้วย
สรุปฟิลเลอร์สำหรับมือใหม่
การฉีดฟิลเลอร์ให้ดูเป็นธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับ เทคนิค ความชำนาญ
ของแพทย์ และการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เหมาะสมกับคนไข้ แพทย์ต้องมีใบอนุญาต ตรวจสอบชื่อในเว็บแพทยสภาได้
ฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาของใบหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และช่วยย้อนวัย เติมเต็มให้หน้าดูอ่อนเยาว์ลง ทางเลือกเริ่มแรกของคนที่อยากลดอายุใบหน้า
ฟิลเลอร์ให้ผลลัพธ์รวดเร็วโดยไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์แบบทันใจ ใช้ผิวหน้าแบบเร่งด่วน เป็นโปรแกรมที่ไม่ต้องมีการเตรียมตัว ก่อน-หลัง มากเหมือนการศัลยกรรม
ฟิลเลอร์ถูกจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ ปลอดภัยต่อผิว ผ่านการรับรองแล้ว ว่าสามารถนำมาปรับรูปหน้าได้อย่างปลอดภัย และสลายตัวได้เองเมื่อเวลาผ่านไป 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับรุ่น ยี่ห้อ ควรสอบถามแพทย์ให้แน่ใจก่อนรับบริการทุกครั้ง ว่าอยู่ได้นานแค่ไหน
ฟิลเลอร์แท้ มีราคามาตรฐาน ฟิลเลอร์ที่ราคาถูกเกินจริงอาจจะไม่ใช่ของแท้ หรือให้บริการโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ อาจจะเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงได้ เช่น เป็นก้อนแข็ง ไม่สลาย ไหลย้อย เคลื่อนตำแหน่ง อักเสบ หรือร้ายแรงสุดส่งผลให้ใบหน้าผิดรูปได้
แพทย์แจ้งรุ่น ราคาก่อนรับบริการทุกเคส ก่อนรักษาคนไข้จะสามารถเช็ค สแกน QR-Code หน้ากล่องฟิลเลอร์ Restylane เพื่อตรวจฟิลเลอร์ของแท้ด้วยตัวเองทางแอปพลิเคชั่น eZTracker อ่านเพิ่มเติม
พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว (หมอต้าร์)


แพทย์ผู้ทำการรักษา ควรเป็นคนเดียวกันกับใบอนุญาตที่ประกาศไว้ที่หน้าคลินิก
ฟิลเลอร์ช่วยปรับรูปหน้า
- ความไม่สมส่วน เช่น หน้าบาน หน้าเหลี่ยม หน้ายาว
- ความไม่สมมาตร เช่น คางสั้น ขมับตอบ แก้มตอบ
- ความไม่ละมุน เช่น หน้าผากแบน หน้าแบนไม่มีมิติ
ฟิลเลอร์ช่วยลดริ้วรอย

- ความลึก เช่น ใต้ตาลึก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมาก
- ความหย่อนคล้อย เช่น แก้มคล้อย เมื่ออายุมากขึ้น หางตาตก
- ริ้วรอย เช่น ริมฝีปากเล็ก แห้ง เป็นร่อง ริ้วรอยลำคอ ริ้วรอยหลังมือ
รีวิวฟิลเลอร์


















ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ไม่เหมือนกัน!
| คุณสมบัติ | โบท็อกซ์ | ฟิลเลอร์ |
|---|---|---|
| ประเภทของสาร | สารยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทแอคตินิน | สารเติมเต็ม |
| กลไกการออกฤทธิ์ | ยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทแอคตินิน ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดคลายตัว | เติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้า |
| บริเวณที่ฉีด | บริเวณที่มีกล้ามเนื้อกระตุก เช่น หน้าผาก หางตา รอยย่นระหว่างคิ้ว ร่องแก้ม | บริเวณที่มีร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ร่องใต้ตา ร่องน้ำหมาก ขมับ คาง |
| ผลลัพธ์ | ลดริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ | เติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้าให้ดูเต็มอิ่ม อ่อนเยาว์ขึ้น |
| ระยะเวลาของผลลัพธ์ | 4-6 เดือน | 6-24 เดือน |
| ภาวะแทรกซ้อน | อาการบวม แดง เขียวช้ำ บริเวณที่ฉีด | อาการแพ้ การติดเชื้อ ก้อนแข็งบริเวณที่ฉีด |
| ราคา (ของแท้ ผ่าน อย.) และให้บริการโดยแพทย์เท่านั้น | ไม่ควรต่ำกว่า 5,000 บาท/50 ยูนิต | ไม่ควรต่ำกว่า 5,000 บาท/1CC |
- ต้องรักษากับแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น
- แพทย์มีความเชี่ยวชาญในกายวิภาคศาสตร์ของใบหน้า
- แพทย์ต้องมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์
- แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนได้
- แพทย์สามารถให้คำแนะนำหลังการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างเหมาะสม
การฉีดฟิลเลอร์จะต้องเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพราะเหตุผลต่อไปนี้
- แพทย์มีความเชี่ยวชาญในกายวิภาคศาสตร์ของใบหน้า
แพทย์มีความเชี่ยวชาญในโครงสร้างและกล้ามเนื้อของใบหน้า จึงสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ ตรงจุดที่ต้องการ และไม่ทำให้ใบหน้าผิดรูป
- แพทย์มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์
แพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์จะมีความชำนาญในการเลือกตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจและดูเป็นธรรมชาติ
- แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนได้
แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการฉีดฟิลเลอร์ได้ และสามารถแก้ไขได้หากเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น
- แพทย์สามารถให้คำแนะนำหลังการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างเหมาะสม
แพทย์สามารถให้คำแนะนำหลังการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างเหมาะสม เช่น การดูแลรักษาบริเวณที่ฉีด อาการที่อาจเกิดขึ้น และระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์
ฟิลเลอร์ดียังไง?
| คุณสมบัติเด่น | การปรับรูปหน้า | ลดอายุผิวหน้า |
|---|---|---|
| เป็นสารเติมเต็มธรรมชาติ | ช่วยให้ใบหน้าดูเต็มอิ่ม เต่งตึง อ่อนเยาว์ขึ้น ใบหน้าได้สัดส่วน สมส่วนเท่ากันได้ดีขึ้น | ช่วยเติมเต็มร่องลึก ริ้วรอย ร่องน้ำหมาก ขมับ คาง ช่วยให้ใบหน้าดูเรียบเนียน สดใสขึ้น |
| สามารถคงอยู่ได้นาน | ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 6-24 เดือน | ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับผิว |
| ปลอดภัย | ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) | ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้และผลข้างเคียง |
ฟิลเลอร์ฉีดตรงไหนได้บ้าง?
- ใต้ตา : เติมเต็มร่องใต้ตา ทำให้ดวงตาดูสดใส กระชับ ไม่ลึกหมอง ปริมาณที่ใช้ประมาณ 0.5-1 ซีซี ต่อข้าง
- ร่องแก้ม : เติมเต็มร่องแก้ม ทำให้ใบหน้าดูเต็มขึ้น แก้มไม่ตอบ ปริมาณที่ใช้ประมาณ 0.5-1 ซีซี ต่อข้าง
- ปาก : เติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม ปากดูเซ็กซี่ ปริมาณที่ใช้ประมาณ 1-2 ซีซี
- ขมับ : เติมเต็มขมับ ทำให้ใบหน้าดูเด็กลง รอยต่อไปหาหน้าผากเต็ม ปริมาณที่ใช้ประมาณ 1-2 ซีซี ต่อข้าง
- *ปัญหาของแต่ละคนแตกต่างกัน ปริมาณขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์

ฟิลเลอร์ ปลอดภัยไหม?
- ลดความเสี่ยงในการฉีดโดนเส้นเลือด เนื่องจากปลายเข็มที่กลมมน ไม่มีคม จึงช่วยลดโอกาสที่เข็มจะแทงทะลุเข้าไปในเส้นเลือด
- ลดอาการบวมช้ำหลังฉีด เนื่องจากปลายเข็มที่กลมมน จะช่วยกระจายแรงจากการฉีดได้ดีกว่าเข็มแหลม ทำให้เนื้อเยื่อที่อยู่รอบ ๆ ไม่ฉีกขาดมากนัก
- ลดรอยแผลเปิด เนื่องจากปลายเข็มที่กลมมน ช่วยลดโอกาสที่เข็มจะฉีกขาดผิวบริเวณที่ฉีด
- เหมาะกับบริเวณที่ต้องใช้ความแม่นยำสูง เช่น บริเวณใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ เนื่องจากปลายเข็มที่กลมมน ช่วยให้แพทย์สามารถควบคุมทิศทางการฉีดได้อย่างแม่นยำ
- *แพทย์ที่มีประสบการณ์จึงจะสามารถใช้เทคนิคเข็มทู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี?
| แบรนด์ | ประเทศที่ผลิต |
|---|---|
| Juvederm | สหรัฐอเมริกา |
| Restylane | สวีเดน |
| Belotero, Teoxane | สวิตเซอร์แลนด์ |
| Variofill, Hyabell | เยอรมนี |
| Revanesse | แคนาดา |
| Perfectha, Art Filler | ฝรั่งเศส |
| MesoFiller | สเปน |
| Saypha | ออสเตรีย |
| Neuramis, Yvoire, e.p.t.q. , Flore, HYAFILIA, Ultra V HYAL FILLER, Neobelle | เกาหลีใต้ |
| Definisse, Neauvia | อิตาลี |
| Biohyalux | จีน |
ฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ไทย
อยากเห็นไหม ฟิลเลอร์ 1 CC เยอะแค่ไหน?
คำถามที่ว่า “ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด” อาจจะไม่มีใครตอบได้ชัดเจน ปัญหาของแต่ละคนจะเหมาะสมกับเนื้อฟิลเลอร์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นแพทย์ผู้ทำการรักษาจะต้องเลือกฟิลเลอร์ที่สามารถแก้ปัญหาได้เหมาะสม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและเป็นธรรมชาติ

ทำไมบางคนกลัวฟิลเลอร์
1. ความกังวลเรื่องความปลอดภัย
คนอายุ 40 ขึ้นไป มักมีประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่าคนอายุน้อย จึงมีความรอบคอบและระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องความงามที่อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว ด้วยเหตุนี้ จึงมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของฟิลเลอร์มากขึ้น โดยเฉพาะข่าวคราวเกี่ยวกับการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรง เช่น หน้าเบี้ยว ตาบอด ติดเชื้อ เป็นต้น
2. ความกังวลเรื่องผลลัพธ์
คนอายุ 40 ขึ้นไป มักมีประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้น จึงมีความต้องการที่ชัดเจนและซับซ้อนกว่าคนอายุน้อย ต้องการผลลัพธ์ที่สวยเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องการผลลัพธ์ที่มากเกินไปจนดูไม่เป็นตัวของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ จึงมีความกังวลว่าหากฉีดฟิลเลอร์แล้วอาจได้ผลลัพธ์ที่ไม่เป็นธรรมชาติหรือดูหลอกตา
นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น
- ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับฟิลเลอร์ เช่น คิดว่าฟิลเลอร์เป็นสารอันตราย มีผลข้างเคียงสูง
- ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับฟิลเลอร์ เช่น ไม่ทราบว่าฟิลเลอร์มีประเภทและยี่ห้อที่แตกต่างกัน แต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียอย่างไร
- กลัวเข็ม
สำหรับปัญหาการใช้ฟิลเลอร์ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต และทำให้เกิดข่าวคราวมากมาย จนสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ส่งผลให้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความกลัวและลังเลที่จะฉีดฟิลเลอร์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ปัญหาดังกล่าวได้ลดลงไปมาก เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการควบคุมและกำกับดูแลอย่างเข้มงวดมากขึ้น เช่น มีการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์อย่างถูกต้อง มีการกำกับดูแลคลินิกความงามที่ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ เป็นต้น
ดังนั้น หากต้องการฉีดฟิลเลอร์ ควรเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ และเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ
| ช่องทาง | รายละเอียด |
|---|---|
| เว็บไซต์ขององค์การอาหารและยา (อย.) | ตรวจสอบเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล ตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตให้ฉีดฟิลเลอร์ |
| สายด่วน อย. 1556 | สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์และคลินิกที่ฉีดฟิลเลอร์ |
| เว็บไซต์ของแพทยสภา | ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขาเวชศาสตร์ตกแต่ง |
| เว็บไซต์ของสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย | ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรศัลยแพทย์ตกแต่ง |
| เว็บไซต์ของสมาคมเวชกรรมศาสตร์ผิวหนังแห่งประเทศไทย | ตรวจสอบรายชื่อแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง |
วิธีสังเกตฟิลเลอร์ปลอม หรืออาจจะได้มาตรฐาน หรือร้ายแรงสุด ไม่ได้ฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์คือ ราคาถูกเกินจริง และมีขายตามเว็บไซต์ที่ไม่ใช่เว็บคลินิกหรือสถานพยาบาล

ฉีดฟิลเลอร์ คลินิกไหนดี

- คลินิกควรมีเลขใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลอย่างถูกต้อง (สังเกตที่ป้ายตัวเลขสีเขียวๆที่หน้าคลินิก)
- แจ้งชื่อแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ ทั้งชื่อจริง นามสกุลจริง ตรวจสอบในเว็บแพทยสภาได้
- คลินิกมีหลักฐานยืนยันว่าใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์แท้ จากตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้อง
- คลินิกอยู่ในสถานที่ที่น่าเชื่อถือ สะอาด ได้มาตรฐาน
- รีวิวผลลัพธ์การรักษา ทั้งภาพนิ่ง และวีดีโอ ที่เห็นแพทย์ บรรยากาศการรักษา ความประทับใจของผู้มารับบริการ
- แจ้งราคา หรือโปรโมชั่นที่ชัดเจน ตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการ
ฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่
ตารางราคาฟิลเลอร์ที่มีการค้นหาเยอะในประเทศไทย
| ยี่ห้อ | หน่วย | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| Juvederm | 1.0 | 18,000 – 25,000 |
| Restylane | 1.0 | 12,000 – 18,000 |
| Belotero | 1.0 | 10,000 – 15,000 |
| Neuramis | 1.0 | 7,000 – 10,000 |
| Flore | 1.0 | 7,000 – 10,000 |
| E.P.T.Q. | 1.0 | 7,000 – 10,000 |
หมายเหตุ:
- ราคาข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณ อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคลินิก
- ราคาฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด ยี่ห้อ และเทคนิคการฉีด
- ควรปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์

- งดยาบางชนิดก่อนฉีดฟิลเลอร์ ยาบางชนิด เช่น ยาแก้อักเสบ ยาละลายลิ่มเลือด และวิตามินบางชนิด อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรงดยาเหล่านี้อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนฉีดฟิลเลอร์
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนฉีดฟิลเลอร์ แอลกอฮอล์อาจทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ได้ ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีดฟิลเลอร์
- งดการทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดก่อนฉีดฟิลเลอร์ การทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด เช่น การยกของหนัก การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา อาจทำให้เลือดไหลเวียนช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการบวมช้ำหลังฉีดฟิลเลอร์ได้ ควรงดทำกิจกรรมเหล่านี้อย่างน้อย 1 วันก่อนฉีดฟิลเลอร์
- แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว หากมีประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัว ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนฉีดฟิลเลอร์ เพื่อป้องกันการเกิดอาการแพ้หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
ดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการกด บีบ นวดแรงๆ บริเวณที่ฉีดอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวได้ เป็นเวลา 7-14 วัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยให้ฟิลเลอร์คงตัวได้นานขึ้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
- รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ แพทย์อาจให้ยาแก้ปวดหรือยาปฏิชีวนะ เพื่อลดอาการบวมช้ำและป้องกันการติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์ ควรรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- เข้าติดตามการรักษา หลังทำฉีดฟิลเลอร์ตามที่แพทย์แนะนำ
- หลังฉีดฟิลเลอร์อาจรู้สึกชาบริเวณที่ฉีด เป็นปกติ เพราะตัวฟิลเลอร์มียาชา หรือแพทย์อาจจะมีการฉีดยาชา แต่จะหายได้เองใน 40-60 นาที

โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ
สำคัญมากเลยค่ะ แพ้มากแพ้น้อย หมอต้องซักประวัติให้ละเอียดก่อนทำ ผู้ที่แพ้อาหารทะเลต้องพิจารณาจากชนิดที่แพ้ค่ะ หากคนไข้มีประวัติ แพ้ปลาทะเล หรือแพ้ปลาแซลมอน จะไม่สามารถฉีดรีจูรันและกลุ่ม PN ได้เด็ดขาด เพราะสารสกัดหลักทำมาจาก DNA ปลาแซลมอน และปลาอื่นๆก็มี แต่หากคนไข้ แพ้เฉพาะกลุ่มกุ้ง ปู หอย (Shellfish) แต่ยังคงทานปลาแซลมอนได้ปกติ ก็มีโอกาสที่จะพิจารณาให้ฉีดได้ อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด คนไข้ควรแจ้งประวัติการแพ้อาหารอย่างละเอียดให้แพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อที่แพทย์จะได้ประเมินความเสี่ยงและเลือกตัวยาที่ปลอดภัย เหมาะสมกับผิวของคนไข้มากที่สุดค่ะ
เพื่อความสบายใจและให้คนไข้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด หมอแนะนำให้คนไข้ทำการตรวจให้รู้ลึกถึงระดับภูมิคุ้มกันเลยค่ะ ด้วยโปรแกรม ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance Check-up) ของทางคลินิกเราค่ะ
ทำไมหมอถึงแนะนำให้ตรวจโปรแกรมนี้?
- เจาะลึกระดับชนิดของอาหาร: การตรวจนี้จะช่วยวิเคราะห์ปฏิกิริยาของร่างกาย (IgG) ที่มีต่ออาหารแต่ละชนิดอย่างละเอียด สามารถแยกให้เห็นชัดเจนเลยค่ะว่า คนไข้แพ้โปรตีนจาก “ปลาแซลมอน” หรือแพ้แค่ “สัตว์น้ำเปลือกแข็ง (Shellfish)”
- ตรวจครั้งเดียว คุ้มค่าระยะยาว: นอกจากจะช่วยยืนยันความปลอดภัยให้คนไข้สามารถตัดสินใจฉีดรีจูรันได้อย่างไร้กังวลแล้ว ผลตรวจที่ได้ยังช่วยให้คนไข้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ลดปัญหาสิวเรื้อรัง ผื่นแพ้ไม่ทราบสาเหตุ หรืออาการอ่อนเพลียได้อีกด้วยนะคะ
หากผลตรวจออกมาว่าคนไข้ “ไม่ได้แพ้ปลาแซลมอน” หมอก็จะสามารถประเมินและวางแผนการฉีดรีจูรันเพื่อฟื้นฟูผิวให้คนไข้ได้อย่างมั่นใจ 100% เลยค่ะ แต่ถ้าผลสรุปว่าแพ้จริงๆ หมอก็ยังมีสกินบูสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่ไม่ได้สกัดจากปลาทะเล และให้ผลลัพธ์ผิวสวยใสฉ่ำวาวได้ดีไม่แพ้กัน มาแนะนำเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าให้คนไข้แน่นอนค่ะ
ปากบางลงคือความเสื่อมสภาพตามวัย (Aging Process) ซึ่งประกอบด้วย การลดลงของคอลลาเจนปีละประมาณ 1% การฝ่อตัวของไขมัน และ การทรุดตัวของกระดูกขากรรไกร
หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าถ้าปากบางลง เราควรจะบริหารปากบ่อยๆ เหมือนการไปเข้ายิมเล่นเวทให้กล้ามเนื้อแขนขาใหญ่ขึ้นหรือเปล่า? จริงๆ แล้วโครงสร้างริมฝีปากมีความ “จำเพาะ” และแตกต่างจากกล้ามเนื้อส่วนอื่นของร่างกายอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ความอวบอิ่มของริมฝีปากที่เราเห็น ไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อเป็นหลักเหมือนต้นแขนหรือต้นขาค่ะ แต่ริมฝีปากคือ “เนื้อเยื่ออ่อน” (Soft Tissue) ที่ประกอบด้วยผิวหนังส่วนที่บางที่สุด (Vermilion) ไขมันฝ่อตัวง่าย และโครงข่ายคอลลาเจนที่หนาแน่น แม้จะมีกล้ามเนื้อรอบปากที่ชื่อว่า Orbicularis Oris อยู่ แต่มันทำหน้าที่แค่ “เปิด-ปิดและขยับปาก” เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ในการสร้างรูปทรงที่หนาเต่งตึง ดังนั้นเมื่อ คอลลาเจนและชั้นไขมันฝ่อตัวลง ปากจึงบี้แบนและม้วนพับเข้าไปด้านใน เพราะไม่มี “ฟองน้ำ” คอยหนุนข้างในให้พองออกนั่นเองค่ะ
ทำไมเราถึง “เล่นเวท” ให้ปากหนาขึ้นไม่ได้เหมือนแขนขา?
เหตุผลที่การบริหารปากไม่ช่วยให้ปากหนาขึ้น เพราะกล้ามเนื้อรอบปากเป็น “กล้ามเนื้อหูรูด” (Sphincter Muscle) ซึ่งมีลักษณะเป็นวงกลม ต่างจากกล้ามเนื้อแขนขาที่เป็นกล้ามเนื้อลายแบบมัดยาวที่เน้นการสร้างแรงและเพิ่มขนาด (Hypertrophy) ได้ง่ายค่ะ ที่สำคัญคือ การยิ่งขยับหรือเกร็งกล้ามเนื้อปากบ่อยๆ เช่น การดูดน้ำจากหลอดหรือการทำปากจู๋ กลับยิ่งจะทำให้เกิด “ริ้วรอยในแนวตั้ง” (Smoker’s Lines) และทำให้เนื้อปากดูยับย่นและบางลงกว่าเดิมเสียอีก เพราะมันไปบดเบียดคอลลาเจนที่เหลือน้อยอยู่แล้วให้สลายไปเร็วขึ้น การจะทำให้ปากกลับมาอิ่มจึงต้องเน้นที่การ “เติมเต็มเนื้อเยื่อ” ไม่ใช่การสร้างกล้ามเนื้อค่ะ
หลังฉีดฟิลเลอร์คนไข้ ต้องงดแช่ออนเซ็น รวมถึงซาวน่าและเลเซอร์ร้อน อย่างน้อย 14 วัน (หรือทางที่ดีคือ 1 เดือน) ค่ะ เพราะความร้อนจัด จะทำให้เส้นเลือดขยายตัว ส่งผลให้ แผลระบม บวมช้ำง่ายขึ้น และที่สำคัญคือความร้อนอาจทำให้ตัวยาฟิลเลอร์ที่ยังไม่เกาะติดกับเนื้อเยื่อ เสียรูปทรง ไหลผิดตำแหน่ง หรือสลายตัวเร็วกว่าปกติ เปรียบเหมือนวุ้นเจลลี่ที่ยังไม่เซตตัวแล้วไปเจอความร้อนจนละลายนั่นเองค่ะ ดังนั้นอดใจรอให้ฟิลเลอร์เข้าที่เป๊ะๆ ก่อน แล้วค่อยไปแช่น้ำแร่ออนเซ็นให้สบายใจจะดีที่สุดค่า
ถ้าไม่เอาหน้าแช่น้ำหล่ะหมอ? หมอจะบอกว่า ไม่ต่างกันค่ะ แม้จะไม่เอาหน้าจุ่มน้ำ แต่ “ไอร้อน” บริเวณบ่อออนเซ็น และ “อุณหภูมิของร่างกายที่สูงขึ้น” จากการแช่น้ำ จะทำให้ระบบเลือดสูบฉีดแรงขึ้นและเส้นเลือดขยายตัวทั่วร่างกาย (รวมถึงที่หน้าด้วย) ค่ะ
ผลที่ตามมาคือหน้าจะแดง บวมช้ำง่ายขึ้น และความร้อนสะสมนี้ก็ยังส่งผลให้ฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซตตัวเสียทรงหรือสลายไวได้อยู่ดีค่ะ หมอแนะนำให้อดใจรอให้ครบ 14 วันก่อนชัวร์ที่สุดค่ะ!
เราสามารถร้อยไหม ฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์พร้อมกันในวันเดียวได้อย่างปลอดภัย 100% ค่ะ การทำหัตถการร่วมกัน (Combination Treatment) ถือเป็นเทคนิคที่หมอแนะนำอย่างยิ่ง เพราะช่วยแก้ปัญหาใบหน้าได้ครบทุกมิติ โดยร้อยไหมจะช่วย ดึงผิวที่หย่อนคล้อย ฟิลเลอร์ช่วย เติมเต็มจุดที่ตอบลึก และโบท็อกซ์ช่วย ลดริ้วรอยพร้อมคลายกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งเส้นไหม การทำร่วมกันไม่เพียงแต่ให้ ผลลัพธ์ที่สวยละมุนและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังช่วยให้คนไข้ เจ็บตัวและพักฟื้นเพียงแค่ครั้งเดียว ก็ได้กรอบหน้าเป๊ะและดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ส่วนจะทำโปรแกรมไหนก่อน-หลัง หมอต้องประเมินจากปัญหาผิวของแต่ละบุคคลนะคะ หมอจะแจกแจงขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด ก่อนเริ่มทำการรักษาทุกเคส พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย ขอปฏิบัติที่ต้องรู้หลังทำชัดเจนค่ะ
การใช้ไหมน้ำกลุ่ม PDLLA ต้องใช้เทคนิคการกระจายยาแบบหลายจุด (Multiple Injections) ทำให้มีการสัมผัสเข็มบ่อยกว่าฟิลเลอร์ ดังนั้นไหมน้ำอาจจะโดนจิ้มหน้าบ่อยกว่า
สรุปสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเน้นความสบายขณะฉีด เพราะมียาชาผสมมาในตัวยาและใช้เข็มปลายทื่อลดการระคายเคือง ในขณะที่ ไหมน้ำใต้ตาอาจมีความรู้สึกแสบผิวหรือยิบๆ มากกว่า เนื่องจากเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ฉีดในชั้นผิวตื้นและมักไม่มีผสมยาชา อย่างไรก็ตาม การแปะยาชาก่อนทำ และเทคนิคการประคบเย็นของหมอจะช่วยให้ทั้งสองหัตถการเป็นเรื่องที่ เจ็บน้อยมากและไม่ต้องพักฟื้น นานค่ะ
แต่โดยรวมหมอจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่ เจ็บ ทนได้ หมอขอยืมคำพูดติดปากของคนไข้มาพูดต่อนะคะ ก็จะประมาณว่า เพื่อความสวยค่ะหมอ ต้องทนได้ ต่อเลยค่ะ!
ก่อนอื่นหมอและทีมขอเป็นกำลังใจให้คนไข้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่นะคะ
สำหรับคนไข้มะเร็ง การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ไม่ได้เป็นข้อห้ามถาวร แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาค่ะ หากอยู่ในช่วง การให้คีโม ฉายแสง หรือรับประทานยากดภูมิ หมอขอให้งดทำหัตถการที่มีเข็มทุกชนิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง แต่หาก รักษาหายขาดแล้วและโรคสงบ (Remission) เกิน 6 เดือนขึ้นไป สามารถทำได้ โดยหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์มะเร็งเจ้าของไข้เพื่อประเมินค่าเลือดก่อนเสมอ และ หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่เคยผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
Cancer is just a chapter in your life, not the whole story. Turn the page and keep writing.
ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ




























