
Your body is your most priceless possession. Take care of it.
ถึงเวลาทวงคืนรูปร่างที่คุณใฝ่ฝันและสุขภาพที่ดีกว่าเดิม D’ Lovevery Clinic ขอนำเสนอโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก D’ RESIZE Saxenda ที่ผ่านการรับรองและได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยควบคุมความหิว ปรับพฤติกรรมการกิน และลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่นี่เราไม่ได้เพียงแค่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ แต่เราออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคลเพื่อให้คุณไปถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร ทำงานอย่างไร
โปรแกรมปากกาลดน้ำหนักคือโปรแกรมการใช้ยาในกลุ่ม Liraglutide ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมาจากลำไส้หลังรับประทานอาหารเพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนกลางให้รับรู้ว่า “อิ่มแล้ว”
ผลลัพธ์คือคุณจะรู้สึกหิวน้อยลง อิ่มนานขึ้น และควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อได้ดีกว่าเดิม เมื่อผสานกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย จะยิ่งส่งผลให้น้ำหนักและไขมันในร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การลดน้ำหนักของคุณง่ายและสำเร็จผลได้จริง

ข้อดีและข้อควรพิจารณาของโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก
ข้อดี
- เป็นวิธีลดน้ำหนักที่มีผลการวิจัยทางการแพทย์รองรับและได้รับการรับรองจากอย. ทั้งในไทยและต่างประเทศ
- ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่รู้สึกทรมานจากการอดอาหาร
- ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมความหิวได้อย่างมีนัยสำคัญ
- สามารถลดได้ทั้งน้ำหนักตัวและไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- ใช้งานง่าย สามารถฉีดได้ด้วยตนเองที่บ้านหลังจากเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องจากแพทย์
- เมื่อใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์จะมีความปลอดภัยสูง
ข้อควรพิจารณา
- อาจมีผลข้างเคียงในช่วงแรก เช่น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว
- จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยั่งยืน
- มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
- ไม่สามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีเงื่อนไขทางสุขภาพบางประการ
เปรียบเทียบโปรแกรมปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ แตกต่างกันอย่างไร
| คุณสมบัติ | โปรแกรม Saxenda (Liraglutide) | โปรแกรม Ozempic/Wegovy (Semaglutide) |
|---|---|---|
| ตัวยาสำคัญ | Liraglutide | Semaglutide |
| ความถี่ | ฉีดทุกวัน วันละ 1 ครั้ง | ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง |
| การออกฤทธิ์ | ออกฤทธิ์สั้น (ประมาณ 24 ชั่วโมง) | ออกฤทธิ์ยาวนาน (ประมาณ 7 วัน) |
| การปรับยา | ค่อยๆ ปรับเพิ่มทุกสัปดาห์ | ค่อยๆ ปรับเพิ่มทุก 4 สัปดาห์ |
| ข้อดี | เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการหยุดยา หรือกังวลเรื่องผลข้างเคียงระยะยาว | สะดวกสบาย ไม่ต้องฉีดบ่อย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ |
| การรับรอง | ได้รับการรับรองสำหรับลดน้ำหนัก | Ozempic สำหรับเบาหวาน Wegovy สำหรับลดน้ำหนัก |
การฉีดทุกวันกับฉีดรายสัปดาห์ แบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน
การฉีดทุกวัน (เช่น โปรแกรม Saxenda) และการฉีดรายสัปดาห์ (เช่น Ozempic/Wegovy) ให้ผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักได้ดีทั้งคู่ แต่มีกลไกและข้อดีต่างกัน การฉีดทุกวันช่วยให้ระดับยาในเลือดคงที่และสามารถปรับเปลี่ยนหรือหยุดยาได้ง่ายหากเกิดผลข้างเคียง ในขณะที่การฉีดรายสัปดาห์ให้ความสะดวกสบายมากกว่า การเลือกว่าแบบไหนเหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้อาจไม่เหมาะสำหรับคุณ หากคุณมีภาวะเหล่านี้
- กำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
- มีประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary thyroid carcinoma (MTC)
- มีประวัติเป็นโรคเนื้องอกของต่อมไร้ท่อชนิด Multiple Endocrine Neoplasia syndrome type 2 (MEN 2)
- เคยมีประวัติตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
- มีประวัติแพ้ยา Liraglutide หรือ Semaglutide
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1
เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพและข้อควรปฏิบัติระหว่างใช้โปรแกรม
| สิ่งที่ทำแล้วส่งผลดีต่อผลลัพธ์ | สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างรับบริการ |
|---|---|
| ✅ ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว | ❌ อดอาหารหรือกินน้อยจนเกินไป |
| ✅ รับประทานอาหารโปรตีนสูงและมีไฟเบอร์ | ❌ กินอาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูง |
| ✅ แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น | ❌ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ |
| ✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง | ❌ เปรียบเทียบผลลัพธ์ของตัวเองกับคนอื่น |
| ✅ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ | ❌ หยุดยาหรือปรับยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ |
คาดหวังผลลัพธ์ได้แค่ไหน กราฟแสดงการลดน้ำหนักที่ปลอดภัย
โดยทั่วไปแล้ว ในช่วง 1-3 เดือนแรก น้ำหนักจะลดลงได้ประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น ซึ่งเป็นการลดลงที่ปลอดภัยและสมเหตุผล ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับวินัยในการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายควบคู่กันไป
xychart-beta
title "กราฟตัวอย่างการลดน้ำหนัก"
x-axis ["เริ่มต้น", "สิ้นเดือนที่ 1", "สิ้นเดือนที่ 2", "สิ้นเดือนที่ 3"]
y-axis "น้ำหนัก (กก.)"
bar [80, 75, 70, 65]
หมายเหตุ กราฟนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อแสดงแนวโน้มผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เท่านั้น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเริ่มต้นโปรแกรม
- เข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษา ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินความเหมาะสม
- ชั่งน้ำหนักและวัดสัดส่วนเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการติดตามผล
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่
- หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์ให้เข้าใจอย่างละเอียดก่อนเริ่มโปรแกรม
วิธีดูแลตัวเองและเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก
- การดูแลตัวเอง ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูงเพื่อลดผลข้างเคียงเรื่องคลื่นไส้ หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์
- การเก็บรักษา ควรเก็บปากกาด้ามใหม่ที่ยังไม่เปิดใช้ในตู้เย็น (อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส) ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง สำหรับปากกาที่เปิดใช้แล้วสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง (ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) หรือในตู้เย็นได้นาน 30 วัน
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้ปากกาลดน้ำหนัก
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| ฉีดเองได้ไหม เจ็บไหม | สามารถฉีดเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน โดยแพทย์จะสอนวิธีฉีดยาบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขนอย่างละเอียด เข็มมีขนาดเล็กมาก ความรู้สึกเหมือนมดกัด |
| ลืมฉีดต้องทำอย่างไร | หากลืมฉีดไม่เกิน 12 ชั่วโมง สามารถฉีดได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากเกิน 12 ชั่วโมงแล้ว ให้ข้ามยามื้อนั้นไปและฉีดในเวลาปกติของวันถัดไป ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า |
| ต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะใช้ได้ | โดยทั่วไปแนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีดัชนีมวลกาย (BMI) ตามเกณฑ์ที่กำหนด |
| กินอาหารเสริมหรือฮอร์โมนไปด้วยได้ไหม | ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับอาหารเสริมและยาฮอร์โมนทุกชนิดที่ใช้ เพื่อให้แพทย์ประเมินความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
| มาฉีดกับหมอที่คลินิกได้ไหม | ได้แน่นอนค่ะ หากคุณไม่สะดวกใจที่จะฉีดด้วยตนเอง สามารถนัดหมายเข้ามาให้แพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญทำการฉีดให้ที่คลินิกได้ |
วิธีลดน้ำหนักที่ปลอดภัย ต้องควบคุมโดยแพทย์
| คุณสมบัติ | การกินยาลดความอ้วน (ทั่วไป) | Saxenda (Liraglutide) |
|---|---|---|
| ประเภท | หลากหลาย (อาจรวมถึงยาที่ไม่ได้รับการรับรอง หรือยาอันตราย) | ยาฉีดฮอร์โมน GLP-1 receptor agonist ที่ได้รับการอนุมัติทางการแพทย์ |
| กลไกการออกฤทธิ์ | แตกต่างกันไป เช่น ลดความอยากอาหาร, เพิ่มการเผาผลาญ, ขับน้ำ/ไขมัน (หลายชนิดอาจไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ) | เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ GLP-1 ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนานขึ้น ชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารในกระเพาะ |
| รูปแบบการใช้ | ยาเม็ด/แคปซูล รับประทาน | ยาฉีดใต้ผิวหนัง (ด้วยตัวเอง) วันละครั้ง |
| สถานะการอนุมัติ | หลายชนิดไม่ได้รับการอนุมัติจาก อย. หรืออาจมีส่วนผสมอันตราย | ได้รับการอนุมัติจากองค์กรอาหารและยา (เช่น อย. สหรัฐฯ, อย. ไทย) สำหรับการจัดการน้ำหนักในผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน/อ้วน |
| ความปลอดภัย | มีความเสี่ยงสูง อาจมีผลข้างเคียงรุนแรงถึงชีวิต (เช่น ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตับ/ไตวาย) | มีข้อมูลความปลอดภัยจากการวิจัยทางการแพทย์ ผลข้างเคียงมักไม่รุนแรงและดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว |
| ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย | ใจสั่น เวียนหัว คลื่นไส้ นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ปากแห้ง ท้องผูก/ท้องเสีย | คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก (ส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงชั่วคราวที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร) |
| ประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก | ไม่แน่นอน บางชนิดอาจลดได้ชั่วคราว แต่มีความเสี่ยงโยโย่และอันตรายสูง | ช่วยลดน้ำหนักได้จริงเมื่อใช้ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (อาหารและการออกกำลังกาย) |
| การดูแลโดยแพทย์ | มักใช้เองโดยไม่มีการดูแลจากแพทย์ | ต้องใช้ภายใต้การดูแลและสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อประเมินความเหมาะสมและติดตามผล |
| การพึ่งพา | อาจทำให้เกิดการพึ่งพา หรือหยุดแล้วกลับมาอ้วนง่าย (โยโย่) | เป็นการรักษาระยะยาวภายใต้การดูแลแพทย์ เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมและรักษาน้ำหนักให้คงที่ |
โปรแกรม Saxenda ราคาเท่าไหร่

| จำนวนชุด | ราคา (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1 ชุด | 6,500.- | |
| 2 ชุด | 12,000.- | |
| 3 ชุด | 16,500.- | ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง |
คำนวณ BMI เพื่อนำข้อมูลปรึกษาแพทย์
เกณฑ์ค่า BMI สำหรับคนไทย (WHO – Asia Pacific)
| BMI (kg/m²) | เกณฑ์ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| น้อยกว่า 18.50 | น้ำหนักน้อย / ผอม | มากกว่าคนปกติ |
| 18.50 – 22.90 | ปกติ (สุขภาพดี) | เท่าคนปกติ |
| 23.00 – 24.90 | ท้วม / โรคอ้วนระดับ 1 | อันตรายระดับ 1 |
| 25.00 – 29.90 | อ้วน / โรคอ้วนระดับ 2 | อันตรายระดับ 2 |
| มากกว่า 30.00 | อ้วนมาก / โรคอ้วนระดับ 3 | อันตรายระดับ 3 |
ทำไมต้องเลือกโปรแกรมปากกาลดน้ำหนักที่ D’ Lovevery Clinic
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case อย่างละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน เราไม่มีเซลส์คอยปิดการขายหรือบังคับซื้อคอร์ส คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างสบายใจ
- จ่ายสบายเลือกได้ เรามีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ พร้อมรองรับ Shopee PayLater และโปรแกรมผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม คุณจะได้ติดตามผลและปรับเปลี่ยนแผนการรักษากับแพทย์ที่ดูแลคุณมาตั้งแต่ต้น
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง เรานำเสนอรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่มีการจ้างดาราหรือ Influencer เพื่อให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริง
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ ทีมแพทย์ของเรามีประสบการณ์ สามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากแพทยสภา
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกของเราผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข สะอาด ปลอดภัย พร้อมที่จอดรถฟรีอำนวยความสะดวก
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ เราให้ข้อมูลรวดเร็ว คุณสามารถเช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่ใช้ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทยและสามารถตรวจสอบได้ก่อนรับบริการ

บริการปรึกษาแพทย์และช่องทางการจัดส่งยา
ปัจจุบันมีบริการให้คำปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาในกลุ่มนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถ
- ปรึกษาออนไลน์กับแพทย์ ผ่านวิดีโอคอลหรือโทรศัพท์ เพื่อประเมินความเหมาะสมและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- ลงทะเบียนประวัติผู้ป่วย ก่อนการจัดส่งยา เพื่อให้แพทย์และทีมงานมีข้อมูลประกอบการดูแลรักษา
- จัดส่งยาเย็น ด้วยระบบที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อรักษาคุณภาพและอุณหภูมิของยาให้คงที่ตลอดการขนส่ง

พร้อมที่จะเริ่มต้นเส้นทางสู่รูปร่างใหม่แล้วหรือยัง ปรึกษาทีมแพทย์ของเราได้แล้ววันนี้ที่ D’ Lovevery Clinic
- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546


โดยทางการแพทย์จะถือว่าเป็นภาวะน้ำตาลตกเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 mg/dL ซึ่งเป็นจุดที่สมองเริ่มขาดพลังงาน
ภาวะน้ำตาลเหวี่ยง (Glucose Crash) มักเกิดขึ้นภายใน 60-120 นาที หลังมื้ออาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) สูง ทำให้รู้สึกง่วงซึมทันทีหลังทาน
ความแตกต่างหลักคือ “ภาวะน้ำตาลตก (Hypoglycemia)” หมายถึงระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงจนถึงเกณฑ์อันตราย ทำให้เกิดอาการหน้ามืด มือสั่น และอาจหมดสติ เป็นภาวะเฉียบพลันที่ต้องการการแก้ไขทันที ส่วน “ภาวะน้ำตาลเหวี่ยง (Blood Sugar Swings)” คือการที่ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและตกลงมาต่ำสลับกันไปมา ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานแป้งและน้ำตาลมากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลียระหว่างวัน หิวบ่อย และกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกายที่ทำให้ ผิวแก่ก่อนวัย ค่ะ
หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่า การงดมื้อเย็นช่วยควบคุมระดับ ฮอร์โมนอินซูลิน ให้ลดต่ำลงในช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดโอกาสให้ร่างกายเข้าสู่โหมด Fat Burning Zone ได้อย่างแท้จริง และในต่างประเทศก็มีวิจัยอื่นๆที่เสริมกัน เช่น
อ้างอิงจากงานวิจัยในวารสาร The American Journal of Clinical Nutrition พบว่าการทานอาหารเช้าเป็นประจำ ช่วยรักษาอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) ให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน
จากประสบการณ์ของหมอเอง ทำเอง ตรวจเลือดเอง และก็ได้อ่านค่าเลือดของคนไข้มาเยอะ หากคนไข้ต้องการลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วน การ งดมื้อเย็น หรือจำกัดเวลาทานมื้อสุดท้ายไม่ให้เกิน 18.00 น. เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ เหมาะกับวิถีชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่มากๆแล้ว เพราะสอดคล้องกับนาฬิกาชีวิตที่ร่างกายต้องการพักผ่อนและลดการสะสมไขมันในช่วงเวลานอน แต่สิ่งที่ หมอขอห้ามเด็ดขาดคือการงดมื้อเช้า (คำว่ามื้อเช้าคือมื้อแรกหลังตื่น) เพราะจะทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลงและเสี่ยงต่อการโยโย่ สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การตัดมื้ออาหาร แต่คือการเลือกทาน ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ผอมลงได้อย่างสุขภาพดี ผิวพรรณสดใส และไม่กลับมาอ้วนซ้ำค่ะ
หมอตอบแบบนี้ทุกคนน่าจะเห็นภาพ อยากให้มองว่าปากกาลดน้ำหนักเปรียบเสมือน ‘ล้อช่วยพยุง’ ในการปั่นจักรยานค่ะ มันช่วยประคองให้เราเริ่มลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้ปั่นให้เราตลอดไป วันที่เราจะถอดล้อช่วยพยุงออก (หยุดยา) ถามว่าจะล้มไหม? ถ้าเราฝึกทรงตัวมาดี (ปรับพฤติกรรมการกิน) และขาเราแข็งแรงพอ (มีกล้ามเนื้อจากการเวทเทรนนิ่ง) เราก็จะปั่นต่อได้ฉิวเลยค่ะ น้ำหนักไม่พุ่งแน่นอน กลับกันคนที่น้ำหนักเด้ง คือคนที่พึ่งแต่ล้อช่วยพยุงโดยไม่ฝึกปั่นเองค่ะ
ตามหลักเภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetics) หากหยุดยาไปนานเกิน 3 วัน (สำหรับ Liraglutide) หรือ 2 สัปดาห์ (สำหรับ Semaglutide) ระดับยาในเลือดจะลดลงจนเหลือน้อยมาก ร่างกายจึงต้องเริ่มปรับตัวใหม่ทั้งหมด
หากคนไข้หยุดใช้ปากกาลดน้ำหนักไปจนยาหมดฤทธิ์จากร่างกายแล้ว จำเป็นต้องเริ่มฉีดที่ปริมาณยา (mg) ต่ำที่สุดใหม่เสมอ เหมือนการเริ่มใช้ครั้งแรก ห้ามใช้โดสสูงเท่าเดิมทันทีเด็ดขาด เพราะร่างกายสูญเสียความคุ้นเคยกับตัวยาไปแล้ว การฝืนใช้โดสสูงจะทำให้เกิด ผลข้างเคียงรุนแรง เช่น อาเจียนหนัก ทานไม่ได้ หรือตับอ่อนอักเสบ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ควร Titrate (ปรับเพิ่ม) ปริมาณยาตามคำแนะนำแพทย์ ทีละสเต็ป และรอบนี้ควรเน้นการสร้างกล้ามเนื้อควบคู่กันเพื่อป้องกันการกลับมาอ้วนซ้ำค่ะ
หยิบออกจากตระกร้าเลยค่ะ ช้าก่อน! หมอบอกเลยอย่าหาทำ เปปไทด์ลดน้ำหนักที่ขายใน TikTok แท้จริงแล้วคือ ยาควบคุมพิเศษกลุ่ม GLP-1 กลุ่มปากกาลดน้ำหนักซึ่งมีฤทธิ์สั่งสมองให้ลดความอยากอาหาร แต่การสั่งซื้อผ่านออนไลน์ถือว่า มีความเสี่ยงสูงมาก ไม่แนะนำอย่างที่สุด (คุณรู้หรอใครขาย เก็บยังไง แท้หรือปลอม รู้หรอว่ามีโรคประจำตัวอะไรบ้างที่ห้ามใช้ยากลุ่มนี้) และยาชนิดนี้ ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส การขนส่งทั่วไปจะทำให้ยาเสื่อมสภาพ นอกจากนี้ยังเสี่ยงเจอ ยาปลอมหรือสารปนเปื้อน
การใช้ยาโดยไม่อยู่ในการดูแลของแพทย์ เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มึนหัวรุนแรงสูงมาก และอาจนำไปสู่ภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินร่างกายและรับยาที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์เท่านั้นค่ะ
หมอจะดีใจมากเลยทุกครั้งที่มีคนไข้ถามคำถามที่ลึก ซึ่งมันดี เพราะมันคือการห่วงตัวเองขั้นสุด บางคนถามเพื่อตัวเอง บางคนก็ถามเพื่อคนรอบข้างจะได้เตือนๆกัน ป้องกันกันไว้ก่อน สำหรับเรื่องนี้หมอตอบแบบนี้ค่ะ
“ไม่ได้ห้าม 100% ค่ะ แต่ต้องเลือกประเภทการนวด และระวังมากกว่าคนทั่วไป”
จริงอยู่ที่ว่า คนไข้เบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมานาน ผนังหลอดเลือดอาจจะเปราะบางกว่าปกติ และการรับรู้ความรู้สึก (เช่น ความเจ็บ/ความร้อน) อาจลดลง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยช้ำง่าย หรือบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัวถ้าเจอนวดหนักๆ ค่ะ
แม้เราจะดูแลสุขภาพดี กินคลีน และออกกำลังกาย แต่ค่าไขมันในเลือดอาจยังสูงได้จากพันธุกรรมเฉพาะบุคคลที่เรียกว่า Cholesterol Hyper-responders (กลุ่มที่ไวต่อคอเลสเตอรอลในอาหาร) ซึ่งพบได้ประมาณ 20% ของประชากร การปรับพฤติกรรมให้ตรงจุดจึงสำคัญที่สุด ในบางคนเพียงแค่ งดไข่แดงและกรีกโยเกิร์ต ร่วมกับการวิ่งออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ ก็สามารถลดค่า LDL และไตรกลีเซอไรด์ลงสู่เกณฑ์ปกติได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้น การตรวจสุขภาพประจำปีแบบละเอียด (Check-up) จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้เราออกแบบการดูแลตัวเองได้ถูกต้อง “ไม่ใช่แค่ทำตามคนอื่น แต่ทำสิ่งที่เหมาะกับร่างกายเราจริงๆ” ค่ะ
สำหรับลูกค้าไม่สะดวกชำระเป็นก้อน หรือกังวลเรื่องการฉีดเอง ทางคลินิกมีบริการดูแลแบบ รายสัปดาห์ (Pay per Dose) ค่ะ
ข้อดีคือ ลูกค้าจะได้พบแพทย์ทุกครั้งเพื่อประเมินผลลัพธ์ และได้รับการฉีดด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ (Sterile Technique) โดยแพทย์ พร้อมเปลี่ยนหัวเข็มใหม่ทุกครั้ง มั่นใจได้เรื่องความปลอดภัยและความสะอาด 100% ค่ะ
อัตราค่าบริการดูแลรายครั้ง (Wegovy)
🔹 Dose 0.25 mg : 2,999.- / ครั้ง
🔹 Dose 0.50 mg : 3,999.- / ครั้ง
🔹 Dose 1.00 mg : 4,999.- / ครั้ง
สบายใจกว่า ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ และยาแท้แกะกล่องตรวจสอบได้ทุกครั้งค่ะ สนใจนัดคิวเข้ามาปรึกษาคุณหมอก่อนได้เลยนะคะ แอดมินยินดีดูแลคิวให้ค่ะ 😊






