ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ฮอร์โมนเอสโตรเจน โปรเจสเตอโรนเกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักอย่างไร?

ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมน้ำหนักค่ะ เอสโตรเจน ที่ลดลงในวัยหมดประจำเดือนจะทำให้ การเผาผลาญช้าลง และ ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง มากขึ้น ส่วน โปรเจสเตอโรน จะทำให้เกิด อาการบวมน้ำชั่วคราว โดยเฉพาะก่อนมีประจำเดือน ซึ่งไม่ใช่ไขมันจริง ภาวะ ฮอร์โมนไม่สมดุล หรือความเครียด อาจทำให้การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก การปรึกษาแพทย์ โภชนาการ การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสมดุลฮอร์โมนและควบคุมน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

เอสโตรเจน ฮอร์โมนแห่งความเป็นหญิงและ…ไขมันสะสม?

เอสโตรเจน คือฮอร์โมนหลักที่ทำให้เราเป็นผู้หญิงอย่างสมบูรณ์เลยค่ะ ทั้งเรื่องผิวพรรณ รูปร่าง และการมีประจำเดือน แต่เอสโตรเจนก็มีอิทธิพลต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกายเราด้วยนะคะ

  • ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ (ก่อนหมดประจำเดือน): เอสโตรเจนที่อยู่ในระดับปกติจะช่วยให้ร่างกาย สะสมไขมันในบริเวณสะโพกและต้นขา ซึ่งเป็นลักษณะการกระจายตัวของไขมันแบบผู้หญิงค่ะ นอกจากนี้ เอสโตรเจนยังมีส่วนช่วยในการ ควบคุมความอยากอาหาร และ การใช้น้ำตาลของร่างกาย ให้เป็นปกติ
  • เมื่อเอสโตรเจนลดลง (ช่วงใกล้หมดประจำเดือน หรือ วัยทอง): นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญเลยค่ะ เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนลดต่ำลงอย่างมาก เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง รวมถึงเรื่องการเผาผลาญด้วยค่ะ
    • ไขมันสะสมที่หน้าท้อง: รูปแบบการสะสมไขมันจะเปลี่ยนไปค่ะ จากเดิมที่สะสมบริเวณสะโพกและต้นขา จะย้ายมาสะสมที่บริเวณ “หน้าท้อง” มากขึ้น ซึ่งไขมันหน้าท้องนี้เป็นไขมันที่ไม่พึงประสงค์และสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคต่างๆ ด้วยนะคะ
    • การเผาผลาญช้าลง: เมื่อเอสโตรเจนลดลง อัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน (Basal Metabolic Rate หรือ BMR) ของร่างกายจะ ลดลง ทำให้เราเผาผลาญแคลอรี่ได้น้อยลง แม้จะกินเท่าเดิมหรือออกกำลังกายเท่าเดิม ก็มีแนวโน้มที่จะ น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่าย ค่ะ
    • ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลง: คนไข้บางคนอาจรู้สึกว่าควบคุมความอยากอาหารได้ยากขึ้น หิวบ่อยขึ้น หรืออยากกินของหวานมากขึ้นได้ค่ะ

ลองนึกภาพง่ายๆ นะคะ เหมือนเรามี “โรงงานเผาผลาญพลังงาน” ในร่างกายที่เคยทำงานเต็มประสิทธิภาพ แต่พอเอสโตรเจนลดลง โรงงานนี้ก็ทำงานช้าลง ทำให้มีการสะสมของ “วัตถุดิบ (ไขมัน)” เหลือค้างมากขึ้นนั่นเองค่ะ

โปรเจสเตอโรน ฮอร์โมนแห่งการตั้งครรภ์และ…อาการบวมน้ำ?

โปรเจสเตอโรน เป็นอีกหนึ่งฮอร์โมนสำคัญที่ทำงานควบคู่กับเอสโตรเจนค่ะ โดยเฉพาะในช่วงหลังการตกไข่ไปจนถึงก่อนมีประจำเดือน และช่วงตั้งครรภ์

  • อาการบวมน้ำ (Water Retention): สิ่งที่คนไข้มักจะรู้สึกได้ชัดเจนจากอิทธิพลของโปรเจสเตอโรนคือ อาการบวมน้ำ ค่ะ ฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้ร่างกายมีการกักเก็บโซเดียมและน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้คนไข้รู้สึก ตัวบวม อึดอัด และน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งมักจะเห็นได้ชัดเจนในช่วงก่อนมีประจำเดือนค่ะ
  • ไม่ใช่ไขมันสะสมจริง: สิ่งสำคัญที่หมออยากจะบอกคือ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากโปรเจสเตอโรนในช่วงบวมน้ำนี้ “ไม่ใช่น้ำหนักไขมัน” จริงๆ นะคะ แต่เป็นน้ำหนักของของเหลวในร่างกาย ซึ่งจะลดลงได้เองเมื่อประจำเดือนมาค่ะ แต่ถึงอย่างนั้น อาการบวมก็ทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและอาจทำให้คิดไปเองว่าน้ำหนักขึ้นถาวรได้ค่ะ
  • ผลต่อความอยากอาหาร: โปรเจสเตอโรนก็มีส่วนส่งผลต่อความอยากอาหารเช่นกันค่ะ บางคนอาจรู้สึกอยากอาหารบางชนิดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงก่อนมีประจำเดือนค่ะ

เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนร่างกายเรามี “ถังเก็บน้ำสำรอง” พอโปรเจสเตอโรนสูงขึ้น ก็เหมือนมีคนมาเปิดวาล์วให้เก็บน้ำเพิ่มขึ้นชั่วคราว พอถึงเวลาที่เหมาะสม น้ำก็จะถูกปล่อยออกไปเองค่ะ

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย