It is not about adding years to your life, but adding life to your years.
ในฐานะหมอคนหนึ่งที่เคยผ่านประสบการณ์การทำงานทั้งในโรงพยาบาลรัฐต่างจังหวัดในช่วงใช้ทุน และวันนี้ที่ได้มาเปิดคลินิกของตัวเองในเมืองหลวง ทำให้หมอได้เห็นภาพของการดูแลสุขภาพที่แตกต่างกันราวกับอยู่คนละโลก คำถามที่ดังขึ้นในใจเสมอเมื่อเห็นเทรนด์ Longevity หรือการมีอายุยืนยาวอย่างแข็งแรงและอ่อนเยาว์ คือตกลงแล้ว สุขภาพดีเป็นส่วนหนึ่งของการมีอายุยืนยาว หรือการมีอายุยืนยาวเป็นเพียงผลพลอยได้ของสุขภาพที่ดีกันแน่

เมื่อสุขภาพดีคือการมีแรงสู้ไปอีกวัน
ตอนที่ทำงานใช้ทุน หมอจะพบคนไข้ที่การดูแลสุขภาพของพวกเขาผูกติดอยู่กับความเป็นจริงของชีวิต การหาเช้ากินค่ำคือภารกิจหลัก การมีแรงทำงานในวันพรุ่งนี้คือเป้าหมายสูงสุด เทรนด์สุขภาพอย่างการกินคลีน การเข้ายิม หรือการฉีดวิตามินผิว เป็นเรื่องไกลตัวและอาจดูฟุ่มเฟือยในสายตาของพวกเขา สุขภาพดีในบริบทนั้นคือการไม่เจ็บป่วยหนักจนทำงานไม่ได้ คือการมียาเบาหวานความดันกินต่อเนื่อง คือการที่ร่างกายยังสู้ไหวไปอีกวัน

โลกของ Longevity ที่สุขภาพกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะ
ในทางกลับกัน เมื่อมาเปิดคลินิกของตัวเองในเมือง โลกของสุขภาพดูจะถูกยกระดับไปอีกขั้น คนไข้ไม่ได้มองแค่การไม่เจ็บป่วย แต่มองไปถึงการ “ดีที่สุด” ในแบบของตัวเอง การวัดค่าไขมัน การทำ VO2MAX การชะลอวัยให้ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงกลายเป็นมาตรฐานใหม่ เทรนด์ Longevity ถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ต้องใช้ “ทุน” ในการเข้าถึง ทั้งเงินและเวลา มันกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสถานะรูปแบบใหม่ ไม่ต่างจากรถสปอร์ตหรือนาฬิกาหรู ที่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขและอวดกันได้อย่างเป็นรูปธรรม

เสียงจากคนส่วนใหญ่ ที่แค่ใช้ชีวิตก็หมดวัน
สิ่งนี้ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจจากมุมมองของคนทั่วไป เคยมีเพื่อนในวัยเลขสี่เหมือนกันคุยกันว่า ยังไม่เคยเจอใครในกลุ่มอยากอยู่ถึงร้อยปีเลย และยังนึกภาพไม่ออกว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ที่มีรายได้ปานกลางถึงน้อย จะเข้าถึงเทรนด์ Longevity นี้ได้อย่างไร ในเมื่อแค่การใช้ชีวิตในแต่ละวันก็แทบไม่เหลือเวลาและพลังงานให้คิดเรื่องอื่นแล้ว มุมมองนี้สะท้อนความจริงที่ว่า เทรนด์สุขภาพที่เน้นการลงทุนสูงกำลังสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นขึ้นมาในสังคม

ทบทวนนิยาม “ชีวิตยืนยาว” ในมุมที่ไม่ต้องเปลืองเงิน
ดังนั้น เราอาจต้องกลับมาทบทวนนิยามของคำว่า “การมีชีวิตยืนยาว” กันใหม่ การมีชีวิตยืนยาวในมุมที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองไปกับกระแสสุขภาพ อาจไม่ใช่การพยายามยืดอายุขัยออกไปให้นานที่สุด แต่คือการมี “สุขภาพดีตามวัยและตามวิถีชีวิต” ความงามและความอ่อนเยาว์ที่เกิดขึ้นเองจากภายใน เพราะจิตใจแจ่มใส ไม่เครียด พักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกายเท่าที่ทำได้ และเลือกกินอาหารหรือใช้เครื่องสำอางที่เหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของตนเอง เรื่องราวของคุณลุงวัย 90 กว่า ที่ยังคงไปตีเทนนิสอย่างมีความสุข แต่กลับไม่มีเพื่อนในรุ่นเดียวกันเหลืออยู่แล้ว ก็เป็นอีกแง่มุมที่น่าขบคิดว่า การมีอายุยืนยาวแต่โดดเดี่ยว คือชีวิตที่เราต้องการจริงหรือ

กลับสู่พื้นฐาน ลด ละ เลิก ก่อนสรรหา
อย่างไรก็ตาม การที่เทรนด์นี้เกิดขึ้นก็มีข้อดีในตัวมันเอง ดังที่หลายคนมองว่ามันเป็นเทรนด์ที่ดีที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนหันมาตระหนักถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีไปพร้อมกัน แต่หัวใจสำคัญอาจไม่ใช่การตามหาของแพงๆ หรือเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือการกลับมาใส่ใจพื้นฐานของการดูแลตัวเอง เราอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการทำ Ice Bath หรือ Red Light Therapy แต่เราอาจเริ่มได้จากการ “ละเลิก” สิ่งที่ทำร้ายร่างกายเสียก่อน ทั้งอาหารขยะ การนอนดึก การดื่มหนัก หรือการสูบบุหรี่จัด การทำสิ่งพื้นฐานเหล่านี้ให้ได้ก่อน คือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุดแล้ว

จากใจหมอ สุขภาพดีต้องไม่เป็นภาระ
ท้ายที่สุด เมื่อมองจากภาพรวมทั้งหมด หมอคิดว่า Longevity ในความหมายของเทรนด์ที่กำลังนิยมกันนั้น เป็นเพียง Subset หรือส่วนย่อยของคำว่า “สุขภาพดี” ที่ถูกทำให้กลายเป็นสินค้าที่จับต้องและแข่งขันกันได้ แต่ “สุขภาพดี” ที่แท้จริงนั้นมีความหมายกว้างกว่านั้นมาก มันคือสภาวะของความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ คือความสุขสงบในแบบของตัวเองที่ไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร และเมื่อเรามีสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริงแล้ว การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพก็จะตามมาเป็นผลลัพธ์เองโดยธรรมชาติ โดยที่เราไม่ต้องพยายามไล่ตามมันจนกลายเป็นภาระและความทุกข์ใจ






