pie title กลุ่มผู้ใช้ยาปากกาลดน้ำหนักในไทย
"ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน" : 55
"ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน" : 35
"ผู้ป่วยโรคอ้วนและโรคแทรกซ้อน" : 10
อ้างอิง https://mwi.anamai.moph.go.th/web-upload/migrated/files/mwi/n1674_a678ca57e7a05b2bf25b0c2f292597bc_article_20190618122305.pdf
แนวทางมาตรฐานการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
- เกณฑ์ผู้ใช้
- BMI ≥30 หรือ BMI ≥27 ร่วมโรคร่วม
- ประเมิน BMI/โรคร่วมก่อนเริ่มยา
- ปรับพฤติกรรมควบคู่
- โภชนาการ ออกกำลังกาย การนอน/จัดการความเครียด
- ทำต่อเนื่องตลอดการรักษา
- การเริ่มยาและการติดตาม
- เริ่มขนาดต่ำ ไต่ระดับตามการทนยา
- นัดติดตามอาการข้างเคียงและน้ำหนัก
- เกณฑ์หยุดยา
- น้ำหนักลด <5% ภายใน 6 เดือน ให้พิจารณาหยุด/ปรับแผน
- เฝ้าระวังความปลอดภัย
- ระบบทางเดินอาหาร ตับอ่อน ตับ/ไต ต่อมไทรอยด์ การมองเห็น
- แจ้งแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ
- หลักการรักษา
- เป็นการรักษาระยะยาวภายใต้การดูแลแพทย์
- ไม่ใช่ “ทางลัด” เพื่อลดน้ำหนัก
คำนวณ BMI เพื่อนำข้อมูลปรึกษาแพทย์
เกณฑ์ค่า BMI สำหรับคนไทย (WHO – Asia Pacific)
| BMI (kg/m²) | เกณฑ์ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| น้อยกว่า 18.50 | น้ำหนักน้อย / ผอม | มากกว่าคนปกติ |
| 18.50 – 22.90 | ปกติ (สุขภาพดี) | เท่าคนปกติ |
| 23.00 – 24.90 | ท้วม / โรคอ้วนระดับ 1 | อันตรายระดับ 1 |
| 25.00 – 29.90 | อ้วน / โรคอ้วนระดับ 2 | อันตรายระดับ 2 |
| มากกว่า 30.00 | อ้วนมาก / โรคอ้วนระดับ 3 | อันตรายระดับ 3 |
ปากกาลดน้ำหนักมีมานานแค่ไหน
ปากกาลดน้ำหนักเริ่มมีอยู่ในตลาดยาประมาณทศวรรษที่ผ่านมา โดยเริ่มที่ต่างประเทศ ทางอเมริกา ยุโรปจะเป็นที่รู้จักและมีการใช้กันแพร่หลาย แต่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมากในช่วง 5-10 ปีหลัง เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนา ที่มุ่งเน้นไปที่การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีน้ำหนักเกิน

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร?
ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen) เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุยาในรูปแบบปากกา ใช้งานง่าย โดยทั่วไปแล้วมันเป็นฮอร์โมนกลุ่ม GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ที่จำเพาะเจาะจง เช่น Semaglutide หรือ Liraglutide ซึ่งใช้ในการรักษาภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน
ปากกาลดน้ำหนักทำงานอย่างไร
ปากกาลดน้ำหนักทำงานโดยการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง ยากลุ่มนี้นี้มักทำงานโดยการ:
- การลดความอยากอาหาร: GLP-1 มีผลทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและกินน้อยลง โดยผลลัพธ์นี้เกิดจากการที่ฮอร์โมนกระตุ้นสมองทำให้รู้สึกอิ่ม
- ชะลอการเริ่มย่อยอาหารในท้อง: ยาจะชะลอการเคลื่อนไหวของอาหารจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้, ทำให้รู้สึกอิ่มยาวนานกว่า
- ควบคุมการผลิตกลูโคสของตับ: ยาช่วยลดระดับกลูโคสในเลือดโดยการเพิ่มความไวของเนื้อเยื่อต่างๆ ต่ออินซูลินและลดการผลิตกลูโคสของตับ
- เสริมสร้างการใช้พลังงาน: GLP-1 ยังสามารถเพิ่มการใช้พลังงานในร่างกาย ซึ่งช่วยในการลดน้ำหนัก

การใช้ปากกาลดน้ำหนักจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและควบคุมดูแลจากแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัยสูงสุด
ปากกาลดน้ำหนัก หรือปากกาคุมหิว เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน: หรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 30 ซึ่งถือว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน
- ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคต่างๆ: เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
- ผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักและต้องการตัวช่วย: เพื่อประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก
- ผู้ที่ต้องการลดพฤติกรรมการกินจุบจิบ: ช่วยควบคุมความอยากอาหารและพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม
- ผู้ที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล: เช่น การใช้ยาลดน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ผู้ที่ต้องการวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย: ที่ไม่มีผลข้างเคียงและไม่กลับมาโยโย่

เช็คเบื้องต้น ว่าปากกาคุมหิว เหมาะกับเราไหม
- ผู้ที่มีภาวะอ้วน:
- ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 30
- ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน:
- ดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ระหว่าง 27-29
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น:
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
- ภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับเนื่องจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
- ผู้ที่มีนิสัยชอบกินจุกจิก กินไม่หยุด หิวบ่อย:
- และต้องการลดพฤติกรรมการกินเหล่านี้ให้น้อยลง
ปากกาลดความอ้วน Wegovy


| Ozempic™ | Wegovy™ | |
|---|---|---|
| สารออกฤทธิ์: | Semaglutide | Semaglutide |
| รูปแบบการฉีด: | ฉีดใต้ผิวหนัง | ฉีดใต้ผิวหนัง |
| ขนาดบรรจุ: | 1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม | 1 ปากกา (ขนาด 2.4 mg/1.5 ml) ต่อสัปดาห์ |
| ขนาดยาที่ปรับได้: | 0.25 mg, 0.5 mg, 1 mg, 2 mg | 0.25 mg, 0.5 mg, 1 mg, 1.7 mg, 2.4 mg |
| ความถี่ในการฉีด: | อาทิตย์ละ 1 ครั้ง | อาทิตย์ละ 1 ครั้ง |
| ข้อดี: | – ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าแบบปกติ – เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา – คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก – ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค – ไม่รบกวนการใช้ชีวิต หรืออ่อนเพลียง่าย – ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง – หลังหยุดยา ไม่ทำให้น้ำหนักกลับมาเหมือนเดิม – ผ่าน อย. | – ลดน้ำหนักได้ดีมากด้วยขนาดยา 2.4 mg – ใช้ขนาดยาสูงสุดต่อสัปดาห์ได้ – ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงด้านการลดน้ำหนัก – คุมหิว ลดภาวะอยากอาหาร – ผ่าน อย. มีงานวิจัย – ผลข้างเคียงคล้าย Ozempic (เช่น คลื่นไส้ อาเจียน) |

ปากกาคุมหิว Saxenda VS Ozempic
| Saxenda® | Ozempic™ |
|---|---|
| สารออกฤทธิ์: Liraglutide | สารออกฤทธิ์: Semaglutide |
| รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง | รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง |
| ขนาดบรรจุ: 5 ปากกา (แต่ละด้ามบรรจุ 3 ml) | ขนาดบรรจุ: 1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม |
| ขนาดยาที่ปรับได้: 0.6mg, 1.2mg, 1.8mg, 2.4mg, 3.0mg | ขนาดยาที่ปรับได้: 0.25mg, 0.5mg, 1mg, 2mg |
| ความถี่ในการฉีด: ทุกวัน | ความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้ง |
| ข้อดี: – ลดน้ำหนักได้เร็ว ปลอดภัย – คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก – ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค – ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ – ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง – หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม – ผ่าน อย. มีผลวิจัยรองรับ | ข้อดี: – ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า – เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา – คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก – ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค – ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ – ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง – หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม – ผ่าน อย. มีผลวิจัยรองรับ |


ปากกาคุมผิว Trulicity VS Ozempic
| Trulicity | Ozempic |
|---|---|
| สารออกฤทธิ์: Dulaglutide | สารออกฤทธิ์: Semaglutide |
| รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง | รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง |
| ขนาดบรรจุ: 4 ด้าม (แต่ละด้ามบรรจุ 0.5 ml) | ขนาดบรรจุ: 1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม |
| ขนาดยาที่ปรับได้: 0.75mg, 1.5mg | ขนาดยาที่ปรับได้: 0.25mg, 0.5mg, 1mg, 2mg |
| ความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้ง | ความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้ง |
| ข้อดี: – ควบคุมความอยากอาหาร – ลดน้ำหนัก (โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย) – ฉีดสัปดาห์ละครั้ง – ผลข้างเคียงน้อย – ผ่าน อย. ไทย | ข้อดี: – ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า – เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา – คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก – ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค – ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ – ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง – หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม – ผ่าน อย. ไทย |
ปากกาลดความอ้วน Mounjaro VS Wegovy
| Mounjaro (tirzepatide) | Wegovy (semaglutide) | |
|---|---|---|
| ปีที่ได้รับอนุมัติ Thai FDA | 31 กรกฎาคม 2567 | 3 สิงหาคม 2566 |
| วิธีการใช้ | ฉีดสัปดาห์ละครั้ง | ฉีดสัปดาห์ละครั้ง |
| ช่วงขนาดยา | 2.5 – 15.0 มก. | 0.25 – 2.4 มก. |
| เป้าหมายของการออกฤทธิ์ | GLP-1 และ GIP | GLP-1 |
| ผลข้างเคียงที่พบบ่อย | คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก อาเจียน | คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ท้องผูก |
| ผลลดน้ำหนักเฉลี่ย (*แล้วแต่บุคคล) | ลดน้ำหนักเฉลี่ย 22.5% หลัง 72 สัปดาห์ (ขนาด 15 มก.) | ลดน้ำหนักเฉลี่ย 14.9% หลัง 68 สัปดาห์ (ขนาด 2.4 มก.) |
รีวิวหลังปรึกษา และรับบริการ
ข้อควรระวัง ปากกาคุมหิว
- ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพื่อประเมินความเสี่ยงและประโยชน์
- ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักสำหรับทุกคน และควรใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
- อาจมีปฏิกิริยากับยาอื่นๆ
- ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
Dulaglutide, Semaglutide, Liraglutide เป็นยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonists เป็นยาที่ใช้รักษาเบาหวานและลดน้ำหนัก แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับยาอื่นๆ โดยสรุปได้ดังนี้
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย:
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย: เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด แต่อาจบรรเทาลงได้เมื่อร่างกายปรับตัว
- ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ: โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาลดน้ำตาลชนิดอื่นร่วมด้วย ควรสังเกตอาการ เช่น เหงื่อออก ใจสั่น หน้ามืด
ผลข้างเคียงที่รุนแรง (พบได้น้อย):
- ตับอ่อนอักเสบ: มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ร้าวไปหลัง
- มะเร็งไทรอยด์: ห้ามใช้หากมีประวัติส่วนตัวหรือครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดนี้
- นิ่วในถุงน้ำดี: มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องใต้ชายโครงขวาร้าวไปสะบักขวา
- ชีพจรเต้นเร็ว
- ไตวายเฉียบพลัน: พบได้น้อย มักเกิดในผู้ที่ขาดน้ำร่วมด้วย
- ภาวะเบาหวานขึ้นตาเลวลง: อาจทำให้ตาพร่ามัวหรือตาบอดได้
ข้อควรระวัง:
- ควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- แจ้งแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ
- ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์หรือเภสัชกร
ปากกาคุมหิว ราคาเท่าไหร่

| โปรแกรมปากกาคุมหิว คุมน้ำหนัก | ราคา (บาท) |
|---|---|
| Mounjaro | 25,000 |
| Wegovy | 17,000 |
| Ozempic | 17,000 |
| Trulicity | 14,000 |

MOUNJARO 2.5 MG เหมาะกับคนที่ใช้ครั้งแรก
- 1 ชุด 25,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 46,000.-
- 3 ชุด 63,000.-
MOUNJARO 5 MG
- 1 ชุด 29,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 54,000.-
- 3 ชุด 75,000.-

WEGOVY 0.5 MG เหมาะกับคนที่ใช้ครั้งแรก
- 1 ชุด 17,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 30,000.-
- 3 ชุด 39,000.-
WEGOVY 1 MG
- 1 ชุด 19,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 34,000.-
- 3 ชุด 45,000.-

OZEMPIC 0.5 MG เหมาะกับคนที่ใช้ครั้งแรก
- 1 ชุด 17,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 30,000.-
- 3 ชุด 39,000.-
OZEMPIC 1 MG
- 1 ชุด 19,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 34,000.-
- 3 ชุด 45,000.-
ตำแหน่งการฉีดปากกาคุมน้ำหนัก
ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดได้แก่
- หน้าท้อง (Abdomen):
- บริเวณรอบ ๆ สะดือแต่ควรห่างจากสะดือประมาณ 2 นิ้ว
- หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่มีแผลหรือแผลเป็น
- ต้นขาด้านหน้า (Front of the Thighs):
- บริเวณกลาง ๆ ด้านหน้าและด้านข้างของต้นขา
- ควรเปลี่ยนจุดฉีดทุกครั้งเพื่อลดการด้านของเนื้อเยื่อ
- ต้นแขน (Upper Arm):
- ด้านหลังของต้นแขนเหนือข้อศอกถึงไหล่
- ต้องมีคนช่วยฉีดถ้าฉีดเองทำไม่ได้
ข้อห้าม
- ห้ามฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (Intravenous):
- การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำไม่เหมาะสำหรับยาที่ออกแบบมาให้ใช้แบบ subcutaneous และอาจทำให้เกิดอันตรายได้
- ห้ามฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular):
- การฉีดเข้ากล้ามเนื้ออาจทำให้ยาไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการและอาจเกิดการเจ็บปวดหรือบาดเจ็บได้
การปฏิบัติที่ถูกต้อง
- ล้างมือก่อนและหลังการฉีดยา
- ใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่ต้องการฉีด
- ใช้เข็มที่สะอาดและปลอดเชื้อ (จำเป็นต้องใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง)
- ฉีดยาในมุมที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์


ขั้นตอนการใช้ปากกาคุมหิว Ozempic
เตรียมปากกา
- อ่านฉลากเพื่อยืนยันว่าปากกาของคุณบรรจุ Ozempic®
- ตรวจสอบว่ายาในปากกามีลักษณะใสและไม่มีสี
ติดเข็มใหม่
- ฉีกกระดาษที่ปิดออก
- กดและหมุนเข็มจนแน่น
- ดึงฝาครอบเข็มทั้งสองฝาออก
ตรวจสอบว่ามีตัวยาไหลออกมา
- หมุนตัวเลือกปริมาณจนกว่าตัวนับปริมาณจะแสดงสัญลักษณ์ตรวจสอบการไหล
- กดปุ่มปริมาณค้างไว้จนกระทั่งตัวนับปริมาณแสดง 0
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีหยดปรากฏที่ปลายเข็ม
เลือกปริมาณการปล่อยยา
- หมุนตัวเลือกปริมาณจนกระทั่งตัวนับปริมาณแสดงปริมาณที่คุณต้องฉีด (0.25 มก. หรือ 0.5 มก. สำหรับปากกาฉลากแดง, 1 มก. สำหรับปากกาฉลากน้ำเงิน และ 2 มก. สำหรับปากกาฉลากเหลือง)
ฉีดตัวยาเข้าร่างกาย
- สอดเข็มเข้าไปในผิวหนังของคุณ
- กดปุ่มปริมาณค้างไว้
- หลังจากตัวนับปริมาณแสดง 0 ให้ค่อยๆ นับถึง 6
- ถอนเข็มออกจากผิวหนังของคุณ
คำแนะนำหลังฉีด
- ถอนเข็มออกอย่างระมัดระวังและใส่ในภาชนะทิ้งของมีคม
- ใส่ฝาปิดปากกากลับที่ปากกา
การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก
การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนักอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของยา นี่คือวิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง
- เก็บตัวยาฉีดที่ยังไม่ได้เปิดใช้:
- เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส
- ห้ามเก็บตัวยาในช่องแช่แข็ง
- หลังจากเปิดใช้แล้ว:
- เก็บที่อุณหภูมิห้อง โดยควรเป็นอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส
- ตัวยาจะมีอายุการใช้งาน 1 เดือนหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
- คำแนะนำเพิ่มเติมในการเก็บรักษา:
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
- ห้ามใช้ยานี้หากสารละลายขุ่นไม่ใสหรือมีสีปนเปื้อน
- สวมปลอกยาทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน
- ปากกาสำหรับฉีดแต่ละด้ามให้ใช้กับคนไข้บุคคลเดียวเท่านั้น ห้ามใช้ร่วมกับผู้อื่น แม้จะมีการเปลี่ยนหัวเข็มก็ตาม
การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนักตามคำแนะนำนี้จะช่วยให้ตัวยาสามารถคงคุณภาพและประสิทธิภาพในการรักษาได้มากที่สุด
นัดหมายเพื่อปรึกษาและเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงของคุณ
เริ่มต้นเส้นทางสู่รูปร่างและสุขภาพที่ดีกว่ากับโปรแกรม Mounjaro ที่ D’ Lovevery Clinic วันนี้ ทีมแพทย์ของเราพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ
ติดต่อเราได้ที่
- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง (ซอย 127/3 ติดกับศูนย์ Tesla) ติดต่อ 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) (เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) ติดต่อ 095-236-4546


ในกรณีที่คุณได้รับยาปากกา Mounjaro แล้วพบว่าหลังจากฉีดยาครบตามรอบที่กำหนด ยังมีตัวยาเหลืออยู่ในปากกา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ที่ปรึกษา ว่าควรฉีดที่เหลือหรือใช้ด้ามใหม่ แต่โดยส่วนมาก แพทย์ประเมินแล้วว่าการใช้ยาที่เหลืออยู่ในปากกายังมีความปลอดภัย ไม่หมดอายุ สามารถฉีดในสัปดาห์ที่ 5 ได้ เพราะตัวยาออกแบบมาเผื่อ ประมาณนึงเลยค่ะ
อย่างไรก็ตาม ก่อนใช้ตัวยาที่เหลือทุกครั้ง ควรตรวจสอบสภาพปากกายาและวันที่หมดอายุอย่างรอบคอบ และปฏิบัติตามวิธีฉีดยาที่ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับปริมาณยาหรือการเก็บรักษา ควรสอบถามแพทย์โดยตรงเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคุณค่ะ
การใช้ปากกา Mounjaro นั้นมีขั้นตอนทั้งหมด 17 ขั้นตอน ซึ่งออกแบบมาให้ผู้ใช้มือใหม่สามารถทำตามได้ง่าย โดยแต่ละขั้นตอนจะมีรูปภาพประกอบอธิบายอย่างชัดเจนเพื่อความเข้าใจและปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ การเตรียมยา การเลือกตำแหน่งฉีด ไปจนถึงการเก็บและทิ้งเข็มอย่างถูกวิธี ผู้ใช้งานสามารถดูรูปภาพและทำตามทีละขั้นตอน ทำให้การฉีดปากกา Mounjaro ด้วยตนเองเป็นเรื่องง่าย ไม่ซับซ้อน และสามารถเริ่มใช้งานได้อย่างมั่นใจค่ะ
เรื่องนี้หมอบอกเลยว่าหลายคนจะเดาผิด โดยเฉพาะคนที่คิดจะฉีดฟิลเลอร์หลายๆซีซีเพื่อปรับรูปหน้า
การฉีดฟิลเลอร์จะได้ผลลัพธ์ที่สวยและพอดีที่สุดเมื่อ คนไข้มีน้ำหนักตัวที่คงที่หรืออยู่ในช่วงน้ำหนักเป้าหมายแล้ว ค่ะ หากฉีดตอนกำลังลดน้ำหนัก ควรรอให้น้ำหนักนิ่งก่อนเพื่อประเมินระดับไขมันบนหน้าที่หายไปได้อย่างแม่นยำ ส่วนการฉีดตอนน้ำหนักตัวเยอะแล้วไปลดน้ำหนักทีหลัง อาจทำให้หน้าดูตอบลงจนต้องกลับมาเสียเงินเติมฟิลเลอร์เพิ่ม ในขณะที่ถ้าฉีดตอนผอมแล้วปล่อยให้น้ำหนักขึ้น หน้าก็อาจจะดูบวมล้นผิดปกติได้ ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้เสถียรทั้งก่อนและหลังทำ จะช่วยให้หมอประเมินโครงหน้าได้แม่นยำที่สุด ฟิลเลอร์อยู่ทรงสวย และดูเป็นธรรมชาติในระยะยาวค่ะ
อยากแน่ใจเรื่องช่วงเวลา จำนวนซีซีที่ต้องใช้ หรือจะต้องรอจังหวะเหมาะที่สุด เข้ามาปรึกษาหมอที่คลินิกได้ตลอดค่ะ
การฉีดยาปากกาลดน้ำหนักจะฉีดตอนเช้าหรือก่อนนอน “ให้ผลลัพธ์การลดน้ำหนักไม่ต่างกัน” หัวใจสำคัญคือต้อง ฉีดเวลาเดิมทุกวันหรือวันเดียวกันทุกอาทิตย์ (ตามยี่ห้อที่หมอแนะนำให้) เพื่อรักษาระดับยาให้คงที่ค่ะ แต่ถ้าคนไข้มีอาการ คลื่นไส้มากแนะนำให้ฉีดก่อนนอน เพื่อเลี่ยงอาการพะอืดพะอมตอนตื่น แต่ถ้าเป็นสาย หิวจุกจิกตอนบ่ายแนะนำให้ฉีดตอนเช้า เพื่อให้ยาออกฤทธิ์คุมหิวได้พีคที่สุดในช่วงที่เราต้องการค่ะ
อ้างอิงจากข้อมูลทางเภสัชวิทยาของยา Liraglutide ตัวยามีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ยาวนาน 13 ชั่วโมง และจะขึ้นสู่ระดับสูงสุดในกระแสเลือด (Tmax) ที่ประมาณ 8-12 ชั่วโมงหลังฉีด ทำให้ครอบคลุมการคุมหิวได้ตลอดวันไม่ว่าจะฉีดเวลาไหน
อาการกรดไหลย้อนและอาการจุกเสียดในกลุ่มสัญญาณทางระบบย่อยอาหารนะคะ เพราะเป็นอาการสำคัญที่บ่งบอกว่าร่างกายกำลังมีปัญหาจากน้ำหนักเกินค่ะ
สัญญาณจากระบบย่อยอาหาร
- มีอาการกรดไหลย้อน แสบร้อนกลางอก โดยเฉพาะหลังทานอาหารหรือนอนราบ
- รู้สึกจุกเสียดแน่นท้องง่าย แม้ทานอาหารเพียงเล็กน้อย
- ท้องอืด แน่นท้องบ่อย
- มีอาการเรอบ่อย
- รู้สึกหายใจไม่สะดวกหลังทานอาหาร
ไขมันในช่องท้อง หรือ Visceral Fat เป็นไขมันที่สะสมอยู่ลึกในช่องท้องและจะล้อมรอบอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ตับ และไต สาเหตุหลักของการมีไขมันในช่องท้องสูงได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและน้ำตาลสูง ขาดการออกกำลังกาย ความเครียดเรื้อรัง และการดื่มแอลกอฮอล์ จากข้อมูลของ Harvard T.H. Chan School of Public Health ระบุชัดว่าไขมันชนิดนี้สัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพ เช่น น้ำตาลในเลือดสูง (เบาหวาน), โรคหัวใจและหลอดเลือด, ความดันโลหิตสูง, และ ไขมันพอกตับ ซึ่งต่างจากไขมันชนิดอื่นเพราะมันจะไปรบกวนระบบทำงานของอวัยวะภายในโดยตรง
ขณะเดียวกัน ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) จะสะสมอยู่ตรงชั้นใต้ผิวหนัง ซึ่งโดยมากพบที่ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้องใต้ผิว ตัวนี้จะทำให้รูปร่างดูแน่นหรือมีเซลลูไลท์ แต่ ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของอวัยวะภายในโดยตรง ความรุนแรงด้านสุขภาพต่ำกว่า visceral fat เยอะ ที่มาโดยหลักคือ การได้รับแคลอรีเกินกว่าที่ใช้ กรรมพันธุ์ และฮอร์โมนเพศ เช่น พบมากในผู้หญิงช่วงอายุกลางคนเป็นต้นไป ถึงแม้จะไม่ทำให้เกิดภาวะที่อันตรายในทันที แต่ถ้าสะสมมาก ก็อาจเกิดปัญหาด้านรูปร่างและความมั่นใจ การลดไขมันทั้งสองชนิดนั้นแนะนำ เน้นควบคุมอาหาร ออกกำลังกายแบบแอโรบิก และฝึกเวทเทรนนิ่งอย่างสม่ำเสมอ เพราะได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยว่าเป็นวิธีที่เห็นผลดีที่สุดในระยะยาว
ปรึกษาคุณหมอต้าร์ หรือทีมแพทย์ D’ Lovevery Clinic สำหรับการปรึกษาทั่วไปกับหมอไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ และไม่มีเรียกเก็บค่าปรึกษาก่อนเข้ามาปรึกษาค่ะ
จะมีค่าปรึกษาเฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น คือการปรึกษาเรื่องปากกาคุมหิวและปากกาลดน้ำหนัก (1,000 บาท) เพราะต้องใช้เวลาในการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และวางแผนการรักษาอย่างละเอียดค่ะ
คนไข้สามารถนัดปรึกษาเรื่องทั่วไปได้เลยนะคะ หมอยินดีให้คำแนะนำค่ะ 🌟
ชื่อเรียกมีหลายชื่อ แล้วแต่คนจะเรียกแล้วกันนะคะตอนนี้ ว่ากันไป แต่สำหรับข้อเสียที่ร้ายแรงที่สุดของปากกาลดน้ำหนัก GLP-1 , GLP-1 / GIP Recaptor agonists ไม่ใช่เพียงผลข้างเคียงทางร่างกาย แต่คือการที่มันถูกทำให้กลายเป็น สินค้าแฟชั่นที่เข้าถึงง่ายจนน่ากลัว 99% ของคนไข้ที่อยากสั่งยา แต่ไม่อยากคุยกับหมอ การันตีได้ว่า มองปากกาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่ไม่ต้องออกแรง หรือวางแผนใดๆในการลดน้ำหนักหรือคุมหิวตัวเอง ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็น ทางลัด ซึ่งส่งผลให้เกิดการละเลยการดูแลสุขภาพพื้นฐานและเสี่ยงต่อการใช้ยาผิดวิธีโดยไม่มีการติดตามจากแพทย์ หากใช้อย่างไม่เข้าใจและ ขาดการสั่งจ่ายตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ยาที่ควรจะเป็นเครื่องมือรักษาก็จะกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทำร้ายสุขภาพของคนไข้ในระยะยาวค่ะ





