ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ทาครีมเยอะแค่ไหนผิวก็ยังแห้ง แบบนี้ เป็นโรคอะไรไหม

ตอนหมอเรียนเรื่อง skin ตอนมหาลัยก็เคยมีคำถามแบบนี้ค่ะ แล้วก็โดนอาจารย์ถามกลับว่าแล้วเธอคิดว่าเธอเป็นอะไร 🙂 อย่าเพิ่งกังวลมากไปนะคะ หมอมีลำดับการตรวจสอบให้แน่ใจด้วยตัวเองดังนี้ค่ะ

  1. เช็คพฤติกรรมทำร้ายผิว ลองสังเกตว่าคนไข้ชอบ อาบน้ำอุ่นจัด ขัดผิวบ่อย หรือใช้ สบู่ที่ล้างแล้วผิวแห้งเอี๊ยด ไหม เพราะพฤติกรรมเหล่านี้คือตัวการทำลายกำแพงผิวค่ะ
  2. เช็ควิธีทาครีม ดูว่าครีมที่ใช้มีสารกลุ่มฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวอย่าง เซราไมด์ (Ceramide) หรือเปล่า และที่สำคัญคือได้ทา ทันทีหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที (ตอนผิวยังหมาดๆ) เพื่อล็อคน้ำในผิว (TEWL) ไหมคะ

แล้วมีโอกาสเป็นโรคผิวหนังอะไรเพิ่มไหม ก็ต้องตอบว่า มีค่ะ

ถ้าคนไข้ผิวแห้งธรรมดา ปรับสกินแคร์ก็มักจะดีขึ้นค่ะ แต่ถ้ามีอาการแห้ง แดง ลอก คันรุนแรง หรือมีผื่นร่วมด้วย อาจจะเป็นสัญญาณของโรคเหล่านี้ได้ค่ะ

  1. โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นโรคยอดฮิตเลยค่ะ เกิดจากพันธุกรรมที่สร้างโปรตีนในเกราะป้องกันผิวได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ผิวแห้งจัดและไวต่อสิ่งกระตุ้น
  2. ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) ระบบต่อมไร้ท่อก็ส่งผลต่อผิวนะคะ เมื่อไทรอยด์ต่ำ การเผาผลาญลดลง การผลิตเหงื่อและไขมันหล่อเลี้ยงผิวก็ลดลงตาม ทำให้ผิวแห้งหยาบกร้านผิดปกติ
  3. โรคผิวหนังเกล็ดปลา (Ichthyosis) โรคนี้จะเห็นชัดเลยว่าผิวแห้งแตก เป็นขุย หรือเป็นเกล็ดคล้ายปลา มักเป็นมาตั้งแต่เด็กค่ะ

หากต้นเหตุมาจากโรคผิวหนังจริงๆ ต่อให้คนไข้จะพยายามดื่มน้ำหรือชโลมครีมเยอะแค่ไหนก็อาจจะไม่ช่วยให้หายได้ค่ะ เพราะนั่นไม่ใช่การแก้ที่ต้นตอ หากเช็คแล้วตรงกับข้อ 3 หมอแนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างตรงจุดจะดีที่สุดนะคะ

 


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

กินน้ำน้อย VS ไม่ทาครีม อะไรทำให้ผิวแห้งมากกว่ากัน-2

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย