ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

D’ Acne Injection ฉีดสิวอักเสบ สิวหัวช้าง ยุบไว ลดบวม ลดเจ็บ เม็ดแรก 100 เม็ดต่อไป 50 บาท

แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง ติดตามผลการรักษา
ฉีดสิว เม็ดแรก 100 เม็ดต่อไป 50 ฉีดสิวอักเสบ (Acne Injection) ที่ D’ Lovevery Clinic

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

รักษาสิว

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

ฉีดสิวอักเสบ (Acne Injection) ที่ D’ Lovevery Clinic

สิวเม็ดใหญ่ บวม แดง เจ็บ—ยิ่งปล่อยนานยิ่งเสี่ยงทิ้งรอยและอักเสบลากยาว “ฉีดสิว” เป็นหัตถการเฉพาะจุดที่ช่วยลดการอักเสบและความเจ็บได้เร็วขึ้นในหลายเคส

ฉีดสิวอักเสบ สิวหัวช้าง ยุบไว ลดบวม ลดเจ็บ เม็ดแรก 100 เม็ดต่อไป 50 บาท
สิวอักเสบปล่อยทิ้งไว้ดูแล/มาพบแพทย์ (เช่น ฉีดสิว + แผนคุมสิว)
อาการปวด/บวมมักอยู่นานขึ้นมักลดเร็วขึ้น (หลายเคส 24–72 ชม. หลังดูแล)
การลุกลามของการอักเสบเสี่ยงบวมแดงเพิ่ม/เป็นเม็ดใหญ่ขึ้นลดโอกาสลุกลามเมื่อประเมินและดูแลเร็ว
โอกาสทิ้ง “รอยแดง/รอยดำ”เสี่ยงสูงขึ้นโดยเฉพาะถ้าแกะ/กดเองลดโอกาสรอยเข้มขึ้นเมื่อคุมอักเสบ + กันแดด/ยาที่เหมาะสม
โอกาสเกิดแผล/หนองเสี่ยงมากขึ้น หากปล่อยจนแตกหรือติดเชื้อแพทย์คัดกรองและดูแลแบบปลอดเชื้อ ลดความเสี่ยง
โอกาสเกิดหลุมสิวเสี่ยงเพิ่ม หากอักเสบลึก/นานลดความเสี่ยงเมื่อรักษาอักเสบให้ไวและถูกวิธี
ระยะเวลาที่ต้องกังวล/เสียความมั่นใจยาวและคาดเดายากสั้นลงและมีแผนติดตามชัดเจน
ค่าใช้จ่ายรวมระยะยาวอาจบานปลาย (รอย/หลุมต้องรักษาเพิ่ม)คุมตั้งแต่ต้น ลดโอกาสต้องแก้ระยะยาว
ความปลอดภัยเสี่ยงทำเองผิดวิธี/กดแกะจนแย่ลงทำโดยแพทย์ ประเมินข้อห้าม/ความเสี่ยงก่อนทุกเคส
ความสะดวก“รอให้ยุบเอง” แต่ต้องลุ้นเลือกวันทำได้ วางแผนก่อนงาน/นัดสำคัญ
ต้นตอของหลุมสิว ส่วนใหญ่คือสิวอักเสบ
สิวอักเสบ ต้นตอสำคัญของการมีหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบ

ฉีดสิวราคาเท่าไหร่ มีโปรโมชั่นไหม

  • เม็ดแรก 100 บาท
  • เม็ดต่อไป 50 บาท/เม็ด
  • พิเศษ: เมื่อ ซื้อคอร์สสิว กับทางคลินิก ฉีดสิวฟรีตลอดคอร์ส

โปรแกรมรักษาสิวอื่นๆมีอะไรบ้าง

รายการบริการอัตราค่าบริการ
กดสิว (ทั่วหน้า)ครั้งละ 350 บาท
ดูดสิวเสี้ยน (บริเวณจมูก)ครั้งละ 200 บาท
มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิวครั้งละ 350 บาท
กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ)ครั้งละ 500 บาท
รักษาสิวครบขั้นตอนเริ่มต้นครั้งละ 700 บาท
รักษาสิว (ทั่วแผ่นหลัง)ครั้งละ 2,500 บาท
LED ลดการอักเสบสิวครั้งละ 1,200 บาท
IPL ลดรอยสิวครั้งละ 1,500 บาท
Pico Laser ทั่วใบหน้าครั้งละ 4,500 บาท

เปรียบเทียบโปรแกรมและทรีตเมนต์ที่เหมาะกับคุณ

เลือกได้ทั้งโปรแกรมรักษาสิวตาม Size หรือทรีตเมนต์เฉพาะทาง เพื่อเปรียบเทียบรายละเอียดได้ทันที

ทุกโปรแกรมรองรับ: แบ่งจ่าย 2 ครั้ง • สแกนจ่าย • บัตรเครดิต • SpayLater

เลือกโปรแกรม ที่ 1
เลือกโปรแกรม ที่ 2

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อ

คำแนะนำเพิ่มเติม

*ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อช่วยตัดสินใจเบื้องต้น ผลลัพธ์และจำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นกับสภาพผิวและการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ

ลอกสิวเสี้ยน ดูดสิวเสี้ยน ราคาเท่าไหร่
ดูแลครบ “หน้า + ลำคอ” เหมาะกับสิวลามลงคอ
คอร์สรักษาสิวทั่วหน้า + ลำคอ + IPL ลดรอยทั่วบริเวณ D’ Acne XL ครบวงจรกว่ายังไง เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ฉีดสิวเหมาะกับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่มี

  • สิวอักเสบเม็ดใหญ่/สิวหัวช้าง บวมแดงและเจ็บ
  • สิวที่ต้องการให้ ยุบไวขึ้น เพราะมีนัด งาน หรืออยากลดการอักเสบแบบเร่งด่วน
  • เคสที่แพทย์ประเมินแล้วว่าเหมาะกับการฉีดเฉพาะจุด

อาจไม่เหมาะ/ควรเลี่ยงในบางกรณี (ให้แพทย์คัดกรอง)

  • มีประวัติแพ้ยา/แพ้ส่วนประกอบที่ใช้
  • ตั้งครรภ์/ให้นม (ต้องแจ้งแพทย์ก่อน)
  • มีการติดเชื้อผิวหนังบางชนิด หรือมีแผล/เริมบริเวณใกล้เคียง
  • มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาบางกลุ่มที่ต้องระวัง (แจ้งให้ครบก่อนทำ)

เห็นผลเมื่อไหร่? ต้องฉีดกี่ครั้ง?

  • โดยทั่วไปหลายเคสจะเริ่มรู้สึกว่า บวม/ปวดลดลงภายใน 24–72 ชั่วโมง
  • บางเม็ดอาจต้องติดตาม/ทำร่วมกับแผนรักษาสิวอื่น ๆ ตามดุลยพินิจแพทย์

ขั้นตอนการทำ (Process)

  1. ซักประวัติ + ประเมินชนิดสิว/ข้อห้าม
  2. ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบริเวณที่จะฉีด
  3. ฉีดเฉพาะจุดโดยแพทย์
  4. แนะนำการดูแลหลังทำ/ยาทา หรือแผนคุมสิว (ถ้าจำเป็น)
  5. นัดติดตามหากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีสิวอักเสบซ้ำบ่อย

ข้อควรรู้ก่อนฉีดสิว

ข้อควรรู้คำอธิบาย
ฉีดสิวช่วยอะไร?ช่วยลดการอักเสบ บวมแดง และความเจ็บของสิวอักเสบเฉพาะจุดได้เร็วขึ้นในหลายเคส (ผลลัพธ์ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
ฉีดสิวต่างจากกดสิวยังไง?“ฉีดสิว” เน้นลดการอักเสบจากด้านใน ส่วน “กดสิว” เน้นเอาสิ่งอุดตันออก—แพทย์จะเลือกให้เหมาะกับชนิดสิว
ใช้เวลากี่นาที?เป็นหัตถการสั้น ๆ ส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่นาน ขึ้นกับจำนวนเม็ดและการประเมินหน้างาน
เจ็บไหม?อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยขณะฉีดและตึง ๆ หลังทำ โดยทั่วไปทนได้
หลังฉีดจะยุบเลยไหม?หลายเคสจะค่อย ๆ ยุบลงภายใน 1–3 วัน ไม่จำเป็นต้องยุบทันทีทุกคน
ฉีดแล้วแต่งหน้าได้ไหม?โดยทั่วไปควรเลี่ยงการถู/กดแรงบริเวณที่ฉีดในวันแรก และทำตามคำแนะนำของแพทย์เรื่องการแต่งหน้า/สกินแคร์
ต้องหยุดครีมหรือยาสิวไหม?บางตัวอาจต้องเว้นชั่วคราวหากระคายเคืองง่าย ให้แจ้งสิ่งที่ใช้อยู่ทั้งหมดเพื่อให้แพทย์แนะนำแบบเฉพาะคุณ
มีผลข้างเคียงอะไรได้บ้าง?อาจมีรอยแดง บวมเล็กน้อย หรือระบมชั่วคราว โดยมากดีขึ้นเอง หากปวดมาก บวมมาก หรืออาการแย่ลงให้ติดต่อคลินิกทันที
ฉีดสิวทำให้เป็นหลุมสิวไหม?โดยทั่วไปการอักเสบที่รุนแรง/นานและการแกะกดเองเป็นปัจจัยสำคัญต่อรอยและหลุม—การรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงทีมักช่วยลดความเสี่ยงได้
ฉีดสิวได้บ่อยแค่ไหน?ขึ้นกับชนิดสิวและแผนการคุมสิวของแพทย์ ไม่ควรฉีดเองหรือฉีดถี่เกินจำเป็น
ถ้ามีหลายเม็ด คิดราคายังไง?เม็ดแรก 100 บาท เม็ดต่อไป 50 บาท/เม็ด และ ฟรีตลอดคอร์ส เมื่อซื้อคอร์สสิวกับคลินิก (ตามการประเมินแพทย์)
ควรมาฉีดเมื่อไหร่?เมื่อมีสิวอักเสบเม็ดใหญ่ บวมแดงเจ็บ หรือกำลังลุกลาม—การประเมินเร็วช่วยลดโอกาสอักเสบยืดเยื้อ

ดูแลหลังฉีดสิว (Aftercare)

  • หลีกเลี่ยงการ จับ แกะ กด ถูแรง บริเวณที่ฉีด
  • เลี่ยงสกินแคร์ที่ระคายเคือง (กรด/สครับ/เรตินอยด์) ชั่วคราวหากมีอาการแสบแดง และทำตามคำแนะนำแพทย์
  • ทากันแดดเป็นประจำ ลดรอยดำหลังสิว
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากขึ้น บวมมาก หนองลาม ไข้ ให้ติดต่อคลินิกทันที

ทำไมต้องฉีดสิวที่ D’ Lovevery Clinic?

  • ประเมินโดยแพทย์ก่อนทำทุกเคส เลือกวิธีให้เหมาะกับชนิดสิวและความเสี่ยง
  • ทำหัตถการอย่างถูกหลักและปลอดเชื้อ ลดโอกาสอักเสบจากการทำเอง
  • วางแผนคุมสิวต่อเนื่องได้ (สำหรับคนเป็นสิวซ้ำบ่อย) และมีสิทธิ์ ฉีดสิวฟรีตลอดคอร์ส เมื่อซื้อคอร์สสิว
  • เดินทางสะดวก 2 สาขา ครอบคลุมโซนรามคำแหง และเลียบด่วน-รามอินทรา

สาขา D’ Lovevery Clinic

1) สาขาพาซิโอทาวน์ รามคำแหง (The Paseo Town รามคำแหง)

ใกล้: สัมมากร, ถนนรามคำแหง, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า, สุขาภิบาล 3, ARL รามคำแหง, MRT สายสีส้ม สถานีสัมมากร
ลิงก์แผนที่: (ใส่ Google Maps URL)

2) สาขา CDC — Crystal Design Center (CDC)

ทำเล: เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา
ใกล้: เซ็นทรัล อีสต์วิลล์, โลตัส รามอินทรา, โฮมโปร รามอินทรา, โรงเรียนเลิศหล้า
ลิงก์แผนที่: (ใส่ Google Maps URL)


บรรยากาศการรับบริการ

ทำไมต้องรักษาสิว ที่ D’ Lovevery Clinic

  • ดูแลโดยแพทย์อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการซักประวัติและประเมินสภาพผิว เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับ “ชนิดสิว–ระดับความรุนแรง–เป้าหมายของผู้รับบริการ”
  • มุ่งเน้นค้นหาสาเหตุของการเกิดสิว แพทย์ให้ความสำคัญกับการหาปัจจัยกระตุ้นและต้นเหตุ (เช่น การอุดตัน การอักเสบ พฤติกรรมการดูแลผิว) เพื่อช่วยให้การรักษา “ตรงจุด” และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
  • ทีมเข้าใจผู้มีปัญหาสิวอย่างแท้จริง แพทย์และพนักงานจำนวนมากมีประสบการณ์เคยเป็นสิวมาก่อน จึงเข้าใจข้อกังวล ความไม่มั่นใจ และความต้องการของผู้รับบริการเป็นอย่างดี
  • รองรับสิวทุกประเภท ทุกระดับ ครอบคลุมตั้งแต่สิวเริ่มต้น สิวอุดตัน ไปจนถึงสิวอักเสบเป็นๆ หายๆ โดยปรับแนวทางให้เหมาะกับแต่ละเคส
  • ดูแลสิวแบบครบขั้นตอน เน้นกระบวนการดูแลที่เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่เตรียมผิว ลดการอุดตัน กดสิวอย่างเหมาะสม ลดการอักเสบ และปลอบประโลมผิวหลังทำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของผิวและลดความเสี่ยงการทิ้งรอย
  • มีทางเลือกโปรแกรมหลายขนาด (Size) ตามปัญหาและพื้นที่ สามารถเลือกให้เหมาะกับการดูแลเฉพาะบริเวณ เช่น ใบหน้า หรือกรณีสิวลามลงลำคอ รวมถึงกรณีต้องการดูแลรอยสิวร่วมด้วย (ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล)
  • ทางเลือกเลเซอร์หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการ คลินิกมีตัวเลือกเลเซอร์/เทคโนโลยีที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนการรักษาสิวและการดูแลผิวในแผนที่เหมาะสมกับแต่ละเคส
  • ดูแลทั้ง “สิว” และ “รอย” อย่างสมดุล สำหรับผู้ที่มีรอยแดง/รอยดำหลังสิว แพทย์สามารถพิจารณาแนวทางการดูแลให้สอดคล้องกับการรักษาสิว เพื่อให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้นอย่างเหมาะสม
  • มีรีวิวความประทับใจจากเคสจริงจำนวนมาก สะท้อนประสบการณ์ของผู้รับบริการในด้านการดูแล การติดตาม และความใส่ใจของทีม
  • ให้คำแนะนำหลังทำที่ชัดเจนและทำได้จริง เพื่อสนับสนุนผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ลดการระคายเคือง และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี
  • ช่องทางปรึกษาและความสะดวกในการรับบริการ สามารถขอคำแนะนำ/ประเมินเบื้องต้นได้ และรองรับการชำระเงินที่หลากหลาย (เช่น แบ่งจ่าย สแกนจ่าย บัตรเครดิต SpayLater) เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ

รีวิวรักษาสิว ก่อน-หลัง

รีวิวรักษาสิว รอยสิว

ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ให้บริการ 2 สาขา

ถ้าเป็นเคส “ต้องใช้หน้าจริงๆ” หมอเข้าใจเลยค่ะ! ในสถานการณ์ที่จำเป็นจริงๆ สำหรับ “กดสิว-ฉีดสิว” อาจพออนุโลมได้บ้าง ถ้าผิวไม่มีอาการแดงจัด ระคายเคือง หรือร้อนวูบวาบจนเกินไป ค่ะ แต่หมอขอย้ำนะคะว่า “พอได้” หมายถึง “พอลุ้น” ค่ะ ยังไงก็ยังเสี่ยงกว่าการรอให้ผิวพร้อมจริงๆ อยู่ดี

แต่สำหรับ “โบท็อกซ์-ฟิลเลอร์” หมอว่า ควรรอค่ะ ไม่ว่าจะเร่งด่วนแค่ไหน เพราะเป็นหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการฉีดสารเข้าสู่ผิวโดยตรง มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง เช่น บวม ช้ำ ได้ง่ายกว่าการกดสิวมาก ถ้าเกิดอาการบวมช้ำขึ้นมา มันจะทำให้การใช้หน้าสำคัญๆ นั้นยากลำบากกว่าเดิมอีกค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ในทางการรักษาทำได้ทั้ง 2 วิธีค่ะ สิวหัวหนองที่มีอาการบวมแดงนั้น ควรได้รับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นค่ะ การฉีดสิวเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการลดการอักเสบได้อย่างรวดเร็วและป้องกันการเกิดแผลเป็น ในขณะที่ การกดสิวหัวหนองเองเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงและทิ้งร่องรอยที่ไม่พึงประสงค์ไว้บนผิวหน้าได้ค่ะ การกดจะต้องกดถูกวิธีใช้เครื่องมือเหมาะสม จุดเดียวหลายคนคิดว่าคงไม่เป็นไร แต่อาจจะนำมาซึ่งหลุมสิวลึก จนทำให้ผิวไม่เรียบเนียนในอนาคตได้

อ่านเพิ่มเติม

ตอนหมอเรียนเรื่อง skin ตอนมหาลัยก็เคยมีคำถามแบบนี้ค่ะ แล้วก็โดนอาจารย์ถามกลับว่าแล้วเธอคิดว่าเธอเป็นอะไร 🙂 อย่าเพิ่งกังวลมากไปนะคะ หมอมีลำดับการตรวจสอบให้แน่ใจด้วยตัวเองดังนี้ค่ะ

  1. เช็คพฤติกรรมทำร้ายผิว ลองสังเกตว่าคนไข้ชอบ อาบน้ำอุ่นจัด ขัดผิวบ่อย หรือใช้ สบู่ที่ล้างแล้วผิวแห้งเอี๊ยด ไหม เพราะพฤติกรรมเหล่านี้คือตัวการทำลายกำแพงผิวค่ะ
  2. เช็ควิธีทาครีม ดูว่าครีมที่ใช้มีสารกลุ่มฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวอย่าง เซราไมด์ (Ceramide) หรือเปล่า และที่สำคัญคือได้ทา ทันทีหลังอาบน้ำภายใน 3 นาที (ตอนผิวยังหมาดๆ) เพื่อล็อคน้ำในผิว (TEWL) ไหมคะ

แล้วมีโอกาสเป็นโรคผิวหนังอะไรเพิ่มไหม ก็ต้องตอบว่า มีค่ะ

ถ้าคนไข้ผิวแห้งธรรมดา ปรับสกินแคร์ก็มักจะดีขึ้นค่ะ แต่ถ้ามีอาการแห้ง แดง ลอก คันรุนแรง หรือมีผื่นร่วมด้วย อาจจะเป็นสัญญาณของโรคเหล่านี้ได้ค่ะ

  1. โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) เป็นโรคยอดฮิตเลยค่ะ เกิดจากพันธุกรรมที่สร้างโปรตีนในเกราะป้องกันผิวได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ผิวแห้งจัดและไวต่อสิ่งกระตุ้น
  2. ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ (Hypothyroidism) ระบบต่อมไร้ท่อก็ส่งผลต่อผิวนะคะ เมื่อไทรอยด์ต่ำ การเผาผลาญลดลง การผลิตเหงื่อและไขมันหล่อเลี้ยงผิวก็ลดลงตาม ทำให้ผิวแห้งหยาบกร้านผิดปกติ
  3. โรคผิวหนังเกล็ดปลา (Ichthyosis) โรคนี้จะเห็นชัดเลยว่าผิวแห้งแตก เป็นขุย หรือเป็นเกล็ดคล้ายปลา มักเป็นมาตั้งแต่เด็กค่ะ

หากต้นเหตุมาจากโรคผิวหนังจริงๆ ต่อให้คนไข้จะพยายามดื่มน้ำหรือชโลมครีมเยอะแค่ไหนก็อาจจะไม่ช่วยให้หายได้ค่ะ เพราะนั่นไม่ใช่การแก้ที่ต้นตอ หากเช็คแล้วตรงกับข้อ 3 หมอแนะนำให้เข้ามาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างตรงจุดจะดีที่สุดนะคะ

 

อ่านเพิ่มเติม

สำหรับคนไข้ที่ต้องการรักษาหลุมสิวทั่วใบหน้าด้วย Juvelook เคสที่เป็นทั่วหน้า ถือว่าหนักกว่าแค่บางบริเวณ ส่วนมากหมอแนะนำให้ใช้ปริมาณ 1 ขวดต่อครั้ง (ผสมแล้วได้ปริมาตร 5-8 cc) ซึ่งเพียงพอสำหรับกระจายตัวยาทั่วหน้า โดยควรทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันทุก 1 เดือน และเพื่อให้การรักษาออกมาดีที่สุด หมอจะต้องทำควบคู่กับ การเซาะพังผืดหลุมสิว (Subcision) ด้วยนะคะ เพราะเมื่อเราตัดพังผืดที่ดึงรั้งก้นหลุมสิวออกก่อน ตัวยา Juvelook จะเข้าไปทำงานและเติมเต็มคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เห็นผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนและหลุมสิวตื้นขึ้นชัดเจนมากกว่า อีกทั้งยังเป็นการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการฉีดตัวยาเพียงอย่างเดียวค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปัญหาสิวผดหลังสงกรานต์เกิดจากผิวโดนทำร้ายด้วยน้ำสกปรก ดินสอพอง แป้ง และความร้อนจนอุดตัน แต่หมออยากเน้นย้ำว่าอาการที่แสดงออกมา “บางทีมันอาจไม่ใช่แค่เรื่องสิวอย่างเดียว” เสมอไปนะคะ เพราะการที่ผิวปะทุหนักหลังเจอสิ่งเร้า อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเกราะป้องกันผิวของเรากำลังอ่อนแอ หรือมีความไม่สมดุลซ่อนอยู่ หมอจึงแนะนำให้เข้ามาดูแลฟื้นฟูแบบครบวงจรด้วยโปรแกรม D’ Facial ค่ะ เพราะโปรแกรมนี้ไม่ได้ตอบโจทย์แค่การเคลียร์สิวผดหรือทำความสะอาดผิวหน้าเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่ยังเน้นการ ปรับสมดุลและฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน ช่วยปลอบประโลมผิวที่พังให้กลับมาสุขภาพดี เรียบเนียน และตัดวงจรการเกิดสิวซ้ำซากในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

มีโอกาสค่ะ หมอเข้าใจดีเลยค่ะว่าบางครั้งแม้คนไข้จะพยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว มีวินัยสุดๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ตามคำแนะนำแล้ว แต่เจ้าสิวตัวร้ายก็ยังวนเวียนกลับมาทักทายอยู่เสมอ หมออยากให้คนไข้สบายใจนะคะว่า คนไข้ไม่ได้ผิดเลยค่ะ เพราะบางครั้งต้นตอของปัญหาสิวมันลึกซึ้งกว่าที่เราคิด และไม่ได้มาจากการดูแลผิวภายนอกอย่างเดียวเสมอไปค่ะ

หมอขอเน้นย้ำอีกครั้งในส่วนของ ฮอร์โมน ค่ะ เพราะนี่คือ “ตัวแปรสำคัญ” ที่หลายครั้งเราควบคุมได้ยากด้วยพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยหมดประจำเดือน หรือแม้กระทั่ง ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศชาย (Androgens) เช่น Testosterone ที่มีปริมาณมากเกินไป หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง Estrogen และ Progesterone ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนัก ผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ จนเกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ

ดังนั้น หากคนไข้ดูแลตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว แต่สิวที่หลังยังคงกลับมาเป็นซ้ำๆ อย่างเรื้อรัง หมออยากแนะนำว่า อย่าเพิ่งท้อใจนะคะ บางทีอาจถึงเวลาที่เราต้องมองหาต้นตอจากภายในร่างกายให้ลึกซึ้งขึ้น หมอแนะนำให้ ลองปรึกษาเพิ่มเติม เพื่อพิจารณา การตรวจระดับฮอร์โมนในร่างกาย ค่ะ การตรวจเลือดเพื่อดูความสมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้ จะช่วยให้เราเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง และนำไปสู่แนวทางการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ เช่น การรับประทานยาปรับสมดุลฮอร์โมน หรือการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้คนไข้มีผิวหลังที่ใสและมั่นใจได้อย่างยั่งยืนจริงๆ ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

เบื้องต้นต้องเข้าใจเรื่องนี้ก่อนค่ะ ไม่ตากแดด ไม่ได้หมายความว่า ผิวไม่โดนรังสีจากแดด

รังสี UVA มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 320-400 นาโนเมตร ซึ่งสามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างอาคารได้ถึง 90% การใช้ค่า PA จึงจำเป็นแม้คนไข้จะไม่ได้อยู่กลางแจ้ง

สรุปคือ PA++ หมายถึงค่าการป้องกันรังสี UVA ในระดับปานกลาง ค่ะ โดยรังสี UVA เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย และฝ้ากระ (Photoaging) ซึ่งต่างจาก SPF ที่เน้นกันผิวไหม้แดด การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า PA++ เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตในร่มหรือพนักงานออฟฟิศ เป็นหลัก แต่หากต้องออกแดดจัด หมอแนะนำให้เลือกค่าที่สูงกว่านี้เพื่อให้ผิวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ไปนานๆ ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

คุณพ่อคุณแม่ พาลูกหลาน มาพบหมอเยอะเหมือนกันนะคะ เพราะคิดว่าเป็นสิวทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ใช่แค่สิว

ตุ่มอักเสบหลังตัดผมส่วนใหญ่มักเกิดจาก การติดเชื้อในรูขุมขน (Folliculitis) จากอุปกรณ์ที่สะอาดไม่เพียงพอ หรือเกิดจาก การระคายเคืองของเศษผมและสารเคมี ในร้านตัดผมค่ะ วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ ควรทำความสะอาดหนังศีรษะทันทีหลังตัดผม และหากมีตุ่มหนองขึ้นมากผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะชนิดทาหรือทานตามความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามจนกลายเป็นแผลเป็นถาวรค่ะ

อย่าพยายามกดให้มันแตกนะคะ จะยิ่งไปกันใหญ่ อักเสบ ติดเชื้อเรื้อรัง ลามไปมากกว่าเดิม รีบพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ มันต่างจากสิวตรงที่ว่ามันจะเกิดหลายเม็ดหลายจุด พร้อมๆกัน ซึ่งสิวมักจะไม่เยอะและเจ็บขนาดนี้ ดังนั้นอย่าปล่อยไว้นานนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

5

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์/พยาบาล

อ่านความประทับใจ

★★ ★ ★★

google
Akirah
Akirah
21/06/2026
google
Sakonwan E.
Sakonwan E.
14/05/2026
google
Ttong kkn.
Ttong kkn.
03/05/2026
google
ศิขรินทร์ ปัญญาบุญ
ศิขรินทร์ ปัญญาบุญ
25/04/2026
google
Ople Ruenpharkbud
Ople Ruenpharkbud
23/04/2026
google
Watathaporn Thongruang
Watathaporn Thongruang
17/04/2026
google
แปลเอง ดูเอง
แปลเอง ดูเอง
16/04/2026

โปรแกรมอื่นๆ