D’ Acne S คืออะไร
D’ Acne S คือโปรแกรมทรีตเมนต์รักษาสิว ทั่วใบหน้า แบบพื้นฐานครบขั้นตอน เหมาะสำหรับดูแลสิวและลดการอักเสบ พร้อมช่วยให้ผิวฟื้นตัวหลังการกดสิว โดยมีขั้นตอนหลัก ได้แก่
- รักษาสิวทั่วใบหน้า
- มาส์กละลายหัวสิว
- กดสิว
- ฉีดสิวอักเสบ
- มาส์กลดการอักเสบของสิว
- มาส์กช่วยสมานรอยแผลของการเกิดสิว

D’ Acne S เหมาะกับใคร
- คนที่มี สิวขึ้นทั่วใบหน้า ระดับเริ่มต้น–ปานกลาง
- คนที่มี สิวอุดตัน/สิวหัวดำ/สิวหัวขาว และอยากทำความสะอาดหัวสิวอย่างถูกวิธี
- คนที่มี สิวอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลาง และอยากเน้นลดอักเสบด้วยมาส์ก
- คนที่อยากเริ่มดูแลสิวแบบเป็นขั้นตอน และต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินผิว/กดสิวให้เหมาะกับสภาพหน้า
| D’ Acne S | รายครั้ง | คอร์ส 5 ครั้ง |
|---|---|---|
| – รักษาสิวทั่วใบหน้า – มาส์กละลายหัวสิว – กดสิว – ฉีดสิว ฟรีตลอดคอร์ส – มาส์กลดการอักเสบของสิว – มาส์กช่วยสมานรอยแผลของการเกิดสิว | 700 บาท | 2,800 บาท |


7 เหตุผลที่ต้องรีบรักษาสิว
pie title ทำไมต้องรีบรักษาสิว "ลดโอกาสเกิดหลุมสิว/แผลเป็นถาวร" : 30 "ลดการอักเสบลุกลามและสิวขึ้นซ้ำ" : 20 "ลดรอยแดง/รอยดำสะสม (รักษานานขึ้นถ้าปล่อยไว้)" : 15 "ลดความเสี่ยงติดเชื้อ/หนองจากการบีบเอง" : 10 "คุมความมันและการอุดตันได้เร็วขึ้น" : 10 "ลดผลกระทบต่อความมั่นใจและคุณภาพชีวิต" : 10 "ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายระยะยาว" : 5

บรรยากาศการรับบริการ

ทำไมต้องรักษาสิว ที่ D’ Lovevery Clinic
- ดูแลโดยแพทย์อย่างเป็นระบบ เริ่มจากการซักประวัติและประเมินสภาพผิว เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะกับ “ชนิดสิว–ระดับความรุนแรง–เป้าหมายของผู้รับบริการ”
- มุ่งเน้นค้นหาสาเหตุของการเกิดสิว แพทย์ให้ความสำคัญกับการหาปัจจัยกระตุ้นและต้นเหตุ (เช่น การอุดตัน การอักเสบ พฤติกรรมการดูแลผิว) เพื่อช่วยให้การรักษา “ตรงจุด” และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
- ทีมเข้าใจผู้มีปัญหาสิวอย่างแท้จริง แพทย์และพนักงานจำนวนมากมีประสบการณ์เคยเป็นสิวมาก่อน จึงเข้าใจข้อกังวล ความไม่มั่นใจ และความต้องการของผู้รับบริการเป็นอย่างดี
- รองรับสิวทุกประเภท ทุกระดับ ครอบคลุมตั้งแต่สิวเริ่มต้น สิวอุดตัน ไปจนถึงสิวอักเสบเป็นๆ หายๆ โดยปรับแนวทางให้เหมาะกับแต่ละเคส
- ดูแลสิวแบบครบขั้นตอน เน้นกระบวนการดูแลที่เป็นลำดับขั้น ตั้งแต่เตรียมผิว ลดการอุดตัน กดสิวอย่างเหมาะสม ลดการอักเสบ และปลอบประโลมผิวหลังทำ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของผิวและลดความเสี่ยงการทิ้งรอย
- มีทางเลือกโปรแกรมหลายขนาด (Size) ตามปัญหาและพื้นที่ สามารถเลือกให้เหมาะกับการดูแลเฉพาะบริเวณ เช่น ใบหน้า หรือกรณีสิวลามลงลำคอ รวมถึงกรณีต้องการดูแลรอยสิวร่วมด้วย (ตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล)
- ทางเลือกเลเซอร์หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการ คลินิกมีตัวเลือกเลเซอร์/เทคโนโลยีที่หลากหลาย เพื่อสนับสนุนการรักษาสิวและการดูแลผิวในแผนที่เหมาะสมกับแต่ละเคส
- ดูแลทั้ง “สิว” และ “รอย” อย่างสมดุล สำหรับผู้ที่มีรอยแดง/รอยดำหลังสิว แพทย์สามารถพิจารณาแนวทางการดูแลให้สอดคล้องกับการรักษาสิว เพื่อให้ผิวดูสม่ำเสมอขึ้นอย่างเหมาะสม
- มีรีวิวความประทับใจจากเคสจริงจำนวนมาก สะท้อนประสบการณ์ของผู้รับบริการในด้านการดูแล การติดตาม และความใส่ใจของทีม
- ให้คำแนะนำหลังทำที่ชัดเจนและทำได้จริง เพื่อสนับสนุนผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ลดการระคายเคือง และช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดี
- ช่องทางปรึกษาและความสะดวกในการรับบริการ สามารถขอคำแนะนำ/ประเมินเบื้องต้นได้ และรองรับการชำระเงินที่หลากหลาย (เช่น แบ่งจ่าย สแกนจ่าย บัตรเครดิต SpayLater) เพื่อความสะดวกของผู้รับบริการ

สาเหตุการเกิดสิว
- ต่อมไขมันหลั่งมากเกินปกติ จากการกระตุ้นของฮอร์โมนแอนโดรเจน
- ผิวหนังชั้นนอกหนาตัวผิดปกติ ทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขน
- แบคทีเรีย C.acnes เจริญเติบโตมากเกิน
- เกิดปฏิกิริยาการอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย

หลักการรักษาสิว โดย ดีเลิฟเวอรี่คลินิก
การรักษาครอบคลุมทุกสาเหตุของการเกิดสิว สิวเป็นโรคผิวหนังที่รักษาให้หายขาดได้ แต่จะต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุการเกิดสิวร่วมกัน เพื่อป้องกัน แก้ไข รักษาสิวให้ตรงจุด และใช้เวลาให้สั้นที่สุด
- ลดการทำงานของต่อมไขมัน
- ละลายหัวสิวและผลัดเซลล์ที่อุดตัน
- ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย C.acnes
- ลดการอักเสบและปลอบประโลมผิว
- กดสิวเท่าที่จำเป็น ป้องกันการเกิดรอยสิว
- ลดรอยดำรอยแดงด้วยเลเซอร์ที่เหมาะสม
- ทะนุถนอมผิวในทุกขั้นตอน
- แนะนำการดูสิวให้คนไข้ เพื่อป้องกันการเป็นหลุมสิว
ขั้นตอนการทำ IPL
- ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างละเอียด
- ทาเจลเย็นและปิดตาก่อนยิงเลเซอร์
- รู้สึกดีดเบาๆ คล้ายยางดีด ไม่เจ็บ
- มีแสงคล้ายแฟลชกล้องถ่ายรูป
- ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที
- เช็ดทำความสะอาดผิวหลังทำ
- ทาครีมบำรุงผิวที่เหมาะสม
- ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิว


ขั้นตอนการทำ PICO Laser
- ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างละเอียด
- ทาเจลเย็นลงบนผิวหน้าเพื่อปกป้องผิว
- สวมแว่นครอบตาพิเศษเพื่อป้องกันแสงเลเซอร์
- แพทย์ทำการยิงเลเซอร์บนผิวหน้า (จะรู้สึกเหมือนถูกดีดเบาๆ คล้ายยางรัด)
- ระหว่างยิงเลเซอร์จะได้ยินเสียงตลอดการรักษา
- ใช้เวลาในการทำประมาณ 5-10 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่
- เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าหลังทำเสร็จ
- ทาครีมบำรุงผิวที่เหมาะสม
- ทาครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิว

การดูแลหลังทรีตเมนต์
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด 2-3 วัน
- สามารถล้างหน้า แต่งหน้า ใช้ครีมบำรุงได้ตามปกติ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลผิวอย่างเคร่งครัด
- ติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง
รีวิวรักษาสิว ก่อน-หลัง














รีวิวรักษาสิว รอยสิว
สำหรับคนไข้ที่ต้องการรักษาหลุมสิวทั่วใบหน้าด้วย Juvelook เคสที่เป็นทั่วหน้า ถือว่าหนักกว่าแค่บางบริเวณ ส่วนมากหมอแนะนำให้ใช้ปริมาณ 1 ขวดต่อครั้ง (ผสมแล้วได้ปริมาตร 5-8 cc) ซึ่งเพียงพอสำหรับกระจายตัวยาทั่วหน้า โดยควรทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันทุก 1 เดือน และเพื่อให้การรักษาออกมาดีที่สุด หมอจะต้องทำควบคู่กับ การเซาะพังผืดหลุมสิว (Subcision) ด้วยนะคะ เพราะเมื่อเราตัดพังผืดที่ดึงรั้งก้นหลุมสิวออกก่อน ตัวยา Juvelook จะเข้าไปทำงานและเติมเต็มคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เห็นผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนและหลุมสิวตื้นขึ้นชัดเจนมากกว่า อีกทั้งยังเป็นการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการฉีดตัวยาเพียงอย่างเดียวค่ะ
ปัญหาสิวผดหลังสงกรานต์เกิดจากผิวโดนทำร้ายด้วยน้ำสกปรก ดินสอพอง แป้ง และความร้อนจนอุดตัน แต่หมออยากเน้นย้ำว่าอาการที่แสดงออกมา “บางทีมันอาจไม่ใช่แค่เรื่องสิวอย่างเดียว” เสมอไปนะคะ เพราะการที่ผิวปะทุหนักหลังเจอสิ่งเร้า อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเกราะป้องกันผิวของเรากำลังอ่อนแอ หรือมีความไม่สมดุลซ่อนอยู่ หมอจึงแนะนำให้เข้ามาดูแลฟื้นฟูแบบครบวงจรด้วยโปรแกรม D’ Facial ค่ะ เพราะโปรแกรมนี้ไม่ได้ตอบโจทย์แค่การเคลียร์สิวผดหรือทำความสะอาดผิวหน้าเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่ยังเน้นการ ปรับสมดุลและฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน ช่วยปลอบประโลมผิวที่พังให้กลับมาสุขภาพดี เรียบเนียน และตัดวงจรการเกิดสิวซ้ำซากในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนค่ะ
มีโอกาสค่ะ หมอเข้าใจดีเลยค่ะว่าบางครั้งแม้คนไข้จะพยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว มีวินัยสุดๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ตามคำแนะนำแล้ว แต่เจ้าสิวตัวร้ายก็ยังวนเวียนกลับมาทักทายอยู่เสมอ หมออยากให้คนไข้สบายใจนะคะว่า คนไข้ไม่ได้ผิดเลยค่ะ เพราะบางครั้งต้นตอของปัญหาสิวมันลึกซึ้งกว่าที่เราคิด และไม่ได้มาจากการดูแลผิวภายนอกอย่างเดียวเสมอไปค่ะ
หมอขอเน้นย้ำอีกครั้งในส่วนของ ฮอร์โมน ค่ะ เพราะนี่คือ “ตัวแปรสำคัญ” ที่หลายครั้งเราควบคุมได้ยากด้วยพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยหมดประจำเดือน หรือแม้กระทั่ง ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศชาย (Androgens) เช่น Testosterone ที่มีปริมาณมากเกินไป หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง Estrogen และ Progesterone ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนัก ผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ จนเกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ
ดังนั้น หากคนไข้ดูแลตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว แต่สิวที่หลังยังคงกลับมาเป็นซ้ำๆ อย่างเรื้อรัง หมออยากแนะนำว่า อย่าเพิ่งท้อใจนะคะ บางทีอาจถึงเวลาที่เราต้องมองหาต้นตอจากภายในร่างกายให้ลึกซึ้งขึ้น หมอแนะนำให้ ลองปรึกษาเพิ่มเติม เพื่อพิจารณา การตรวจระดับฮอร์โมนในร่างกาย ค่ะ การตรวจเลือดเพื่อดูความสมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้ จะช่วยให้เราเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง และนำไปสู่แนวทางการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ เช่น การรับประทานยาปรับสมดุลฮอร์โมน หรือการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้คนไข้มีผิวหลังที่ใสและมั่นใจได้อย่างยั่งยืนจริงๆ ค่ะ
เบื้องต้นต้องเข้าใจเรื่องนี้ก่อนค่ะ ไม่ตากแดด ไม่ได้หมายความว่า ผิวไม่โดนรังสีจากแดด
รังสี UVA มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 320-400 นาโนเมตร ซึ่งสามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างอาคารได้ถึง 90% การใช้ค่า PA จึงจำเป็นแม้คนไข้จะไม่ได้อยู่กลางแจ้ง
สรุปคือ PA++ หมายถึงค่าการป้องกันรังสี UVA ในระดับปานกลาง ค่ะ โดยรังสี UVA เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย และฝ้ากระ (Photoaging) ซึ่งต่างจาก SPF ที่เน้นกันผิวไหม้แดด การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า PA++ เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตในร่มหรือพนักงานออฟฟิศ เป็นหลัก แต่หากต้องออกแดดจัด หมอแนะนำให้เลือกค่าที่สูงกว่านี้เพื่อให้ผิวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ไปนานๆ ค่ะ
คุณพ่อคุณแม่ พาลูกหลาน มาพบหมอเยอะเหมือนกันนะคะ เพราะคิดว่าเป็นสิวทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ใช่แค่สิว
ตุ่มอักเสบหลังตัดผมส่วนใหญ่มักเกิดจาก การติดเชื้อในรูขุมขน (Folliculitis) จากอุปกรณ์ที่สะอาดไม่เพียงพอ หรือเกิดจาก การระคายเคืองของเศษผมและสารเคมี ในร้านตัดผมค่ะ วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ ควรทำความสะอาดหนังศีรษะทันทีหลังตัดผม และหากมีตุ่มหนองขึ้นมากผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะชนิดทาหรือทานตามความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามจนกลายเป็นแผลเป็นถาวรค่ะ
อย่าพยายามกดให้มันแตกนะคะ จะยิ่งไปกันใหญ่ อักเสบ ติดเชื้อเรื้อรัง ลามไปมากกว่าเดิม รีบพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ มันต่างจากสิวตรงที่ว่ามันจะเกิดหลายเม็ดหลายจุด พร้อมๆกัน ซึ่งสิวมักจะไม่เยอะและเจ็บขนาดนี้ ดังนั้นอย่าปล่อยไว้นานนะคะ
เรื่องนี้ยืนยันได้ชัดเจน งานวิจัยทางผิวหนังระบุว่า ผู้ที่มีปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรัง (Chronic Insomnia) มีแนวโน้มจะพบ ความรุนแรงของสิว (Acne Severity score) สูงกว่า ผู้ที่นอนหลับปกติถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในกลุ่มสิวอักเสบค่ะ
คือแบบนี้ค่ะ การนอนไม่หลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงจรการเกิดสิวผ่าน 3 กลไกหลักๆ คือ การพุ่งสูงขึ้นของฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ที่ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันส่วนเกิน, การลดลงของประสิทธิภาพเกราะป้องกันผิว ทำให้แบคทีเรียเข้าจู่โจมได้ง่าย, และ การเกิดภาวะดื้ออินซูลินชั่วคราว ที่เร่งกระบวนการอักเสบให้รุนแรงขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ ผิวจึงตอบสนองด้วยการเป็น สิวอักเสบเม็ดใหญ่ ที่รักษายากกว่าปกติค่ะ และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวันด้วย คืนเดียวก็เกิดสิวอักเสบเม็ดเป้งได้ค่ะ
แนวทางการรักษาหมอสรุปให้ด้านล่างนะคะ
สำหรับคำถามที่คนไข้ถามมา Pico Laser เหมาแขน 2 ข้าง ราคาอยู่ที่ 3,999 บาท ค่ะ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อคนไข้ที่ต้องการ อวดผิวแขนอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำจากแมลงสัตว์กัดต่อย หรือปัญหาผิวสากจากขนคุด การเหมาทำทั้งสองข้างจะช่วยเคลียร์เม็ดสีได้ทั่วถึง ทำให้ผิวแขนกลับมาเนียนใส ใส่เสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยวได้แบบไม่ต้องกังวลค่ะ
ส่วนใครที่อยากดูแลช่วงล่างด้วย โปรแกรม เหมาขา 2 ข้าง ในราคา 4,999 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่มีปัญหา “ขาลายน้ำเหลืองไม่ดี” หรือมีรอยแผลเป็นสะสมมานาน ราคาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแลกกับพื้นที่การรักษาที่กว้างขึ้น (ครอบคลุมทั้งหน้าแข้งและน่อง) ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการกู้คืนความมั่นใจในการใส่ขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำค่ะ













