ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

DLC TruAge Epigenetic Profiling ไขรหัสอายุชีวภาพ สู่ชีวิตยืนยาว ตรวจแล้วจะดีอย่างไร ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

รายละเอียด

ปลดล็อกรหัสสุขภาพเชิงลึกด้วย DLC TruAge Epigenetic Profiling ที่ D’ Lovevery Clinic

ที่ D’ Lovevery Clinic เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากการเข้าใจร่างกายของคุณอย่างถ่องแท้ ขอแนะนำ DLC TruAge Epigenetic Profiling นวัตกรรมล้ำหน้าที่จะพาคุณดำดิ่งสู่แก่นแท้ของสุขภาพในระดับเซลล์ เพื่อค้นหา “อายุชีวภาพ” ที่แท้จริงของคุณ และวางแผนการดูแลสุขภาพเชิงรุกที่แม่นยำกว่าที่เคย

การตรวจ Epigenetic ไม่ใช่แค่การอ่านพันธุกรรม แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าปัจจัยภายนอกและไลฟ์สไตล์ของคุณส่งผลต่อการทำงานของยีนอย่างไร ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การชะลอวัยและการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

DLC TruAge Epigenetic Profiling

DLC TruAge Epigenetic Profiling คืออะไร?

DLC TruAge Epigenetic Profiling คือการตรวจวิเคราะห์ DNA methylation ซึ่งเป็นเครื่องหมายทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยต่างๆ เช่น อาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด และสิ่งแวดล้อม การตรวจนี้ช่วยให้เราสามารถประเมิน “อายุชีวภาพ” (Biological Age) ของคุณได้อย่างแม่นยำ ไม่ใช่อายุตามปีปฏิทินที่ระบุในบัตรประชาชน แต่เป็นอายุที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของคุณ

ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนโดยงานวิจัยจากสถาบันชั้นนำระดับโลก เช่น Harvard และ Duke คุณจะได้รับข้อมูลเชิงลึกที่น่าเชื่อถือและนำไปปฏิบัติได้จริง

DLC TruAge Epigenetic Profiling วัดผลอะไรบ้าง?

การตรวจ DLC TruAge Epigenetic Profiling ที่ D’ Lovevery Clinic มอบข้อมูลสุขภาพที่ครอบคลุมในหลากหลายมิติ เพื่อให้คุณเข้าใจร่างกายตัวเองอย่างลึกซึ้ง

1. อายุชีวภาพที่แท้จริง (Biological Age Clocks)

  • OMICm Age: อายุชีวภาพโดยรวมที่สะท้อนสุขภาพของเซลล์ทั่วร่างกาย
  • Pace of Aging (DunedinPACE): อัตราความเร็วในการแก่ของร่างกาย บ่งชี้ว่าคุณแก่ช้าหรือเร็วกว่าอายุจริง
  • Telomere Length / Telomere Biological Age: ประเมินอายุจากความยาวของเทโลเมียร์ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของการแก่ชราของเซลล์
  • SymphonyAge (อายุของระบบอวัยวะ 11 ระบบ): เจาะลึกอายุชีวภาพของแต่ละระบบสำคัญในร่างกาย ได้แก่ สมอง (Brain), เลือด (Blood), หัวใจ (Heart), ภูมิคุ้มกัน (Immune), ไต (Kidney), ตับ (Liver), ระบบเมตาบอลิซึม (Metabolic), ปอด (Lung), กล้ามเนื้อและกระดูก (Musculoskeletal), ฮอร์โมน (Hormone), และภาวะการอักเสบ (Inflammation) ทำให้เห็นจุดแข็งและจุดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

2. สุขภาพภูมิคุ้มกันและภาวะการอักเสบเรื้อรัง (Immune & Inflammation Health)

  • DNAm CRP และ DNAm IL-6: ตัวบ่งชี้การอักเสบที่สำคัญ ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง รวมถึงความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง
  • สัดส่วนเซลล์ภูมิคุ้มกัน: ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

3. สถานะสารอาหารและเมตาบอลิซึม (Nutritional & Metabolic Status)

  • วิเคราะห์ระดับวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ เช่น วิตามิน D, วิตามิน B12, โฟเลต, ธาตุเหล็ก
  • ประเมินความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดสูง เช่น ค่า HbA1c และ Glucose
  • Epigenetic Biomarker Proxies (EBPs) กว่า 100 รายการ: ตัวบ่งชี้จาก DNA methylation ที่สะท้อนถึงภาวะสุขภาพระยะยาว เช่น ระดับ Uridine, PON1, Omega-3 และสารประกอบจากพืชบางชนิด (เช่น Curcumin, Green tea extract)

4. ความเสี่ยงด้านพฤติกรรมและแนวโน้มการเกิดโรค (Behavioral & Disease Risk)

  • Relative Smoking Risk และ Relative Alcohol Risk: ประเมินความเสี่ยงจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ในระดับชีวภาพ
  • ตัวชี้วัดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

คุณจะได้รับประโยชน์อะไรจาก DLC TruAge Epigenetic Profiling?

การเข้ารับการตรวจ DLC TruAge Epigenetic Profiling ที่ D’ Lovevery Clinic จะช่วยให้คุณ

  • เข้าใจอายุชีวภาพที่แท้จริง: ไม่ใช่แค่อายุตามปฏิทิน แต่เป็นอายุการทำงานของร่างกาย
  • ค้นพบจุดอ่อนของร่างกาย: รู้ว่าระบบอวัยวะใดกำลังเผชิญความเสื่อม หรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
  • วางแผนชะลอวัยอย่างแม่นยำ: ได้รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลในการปรับไลฟ์สไตล์ อาหารเสริม หรือแนวทางการรักษาเพื่อยืด Healthspan ของคุณ
  • ป้องกันโรคเชิงรุก: ตระหนักถึงความเสี่ยงก่อนเกิดอาการ และลดโอกาสการเกิดโรคเรื้อรัง
  • เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี: นำข้อมูลไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้คุณมีพลังงาน สุขภาพที่ดี และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพ

Advanced Report

  • ตรวจ Epigenetic เพื่อวัดอายุชีวภาพ (Biological Age) แบ่งเป็น
    • OMICmAge: อายุกำกับโดยรวมจากข้อมูลหลายระดับชีววิทยา
    • Pace of Aging (DunedinPACE): ความเร็วในการแก่ช้าหรือเร็วกว่าปฏิทิน
    • SymphonyAge: อายุชีวภาพของระบบอวัยวะ 11 ระบบ (สมอง, ห heart, ไต, ตับ, immune ฯลฯ)
  • อายุชีวภาพเปรียบเทียบกับอายุจริง เพื่อเห็นจุดอ่อน–จุดแข็งของระบบต่างๆ
  • ภาวะการอักเสบและภูมิคุ้มกัน (Inflammation & Immune)
    • DNAm CRP และ DNAm IL-6 ซึ่งสัมพันธ์กับสมรรถภาพสมอง, BMI, พฤติกรรม เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
    • สัดส่วนเซลล์ภูมิคุ้มกัน และ NLR/CD4/CD8 เพื่อติดตาม Immune Health
  • ปัจจัยพฤติกรรมที่แก้ไขได้ (Behavioral/Modifiable Risk)
    • Relative Smoking Risk และ Relative Alcohol Risk จากข้อมูล methylation
  • Epigenetic Biomarker Proxies (EBPs)
    • ค่าบ่งชี้ทางชีวภาพจาก DNA Methylation ที่อ่านภาพรวมสุขภาพระยะยาว (เช่น Uridine, HbA1c, Glucose, Vitamin D, Vitamin B12, Folate, Iron, Omega-3, Curcumin/Green tea ฯลฯ)
    • ให้ insight ต่อโรคเรื้อรังและพยากรณ์สุขภาพในระยะยาว
  • ตัวชี้วัดเพิ่มเติม (เลือด ไต ตับ โภชนาการ ฯลฯ)
    • HbA1c, Glucose, Albumin, Iron, RDW, BUN, Creatinine ฯลฯ และข้อแนะนำเชิงโภชนาการ/เสริมอาหาร
  • แนวทางเชิงปฏิบัติ (Actionable Insights)
    • แผนอาหาร, การออกกำลังกาย, การลดน้ำหนัก, การจัดการความเครียด
    • การเสริมอาหาร/สารอาหารที่ระบุใน EBPs
    • การติดตามผลโดย retest ทุก 3 เดือนเพื่อดูผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์
  • แรงบันดาลใจ/ความน่าเชื่อถือ
    • พัฒนาและใช้งานร่วมกับ Harvard / Yale / Duke cohorts
    • รายงานอัปเดตโมเดลและอัลกอริทึม (อาจมีค่าแตกต่างจากรายงานก่อนหน้า เน้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี)

ใครควรตรวจ DLC TruAge Epigenetic Profiling?

การตรวจ DLC TruAge Epigenetic Profiling เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการทราบอายุชีวภาพที่แท้จริงและวางแผนชะลอวัยอย่างจริงจัง
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคในอนาคต
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง และต้องการเข้าใจสาเหตุในระดับลึก
  • ผู้ที่ต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
  • นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพร่างกายและฟื้นฟูสุขภาพอย่างเหมาะสม

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการตรวจ Epigenetic

ข้อควรรู้คำอธิบาย
DLC TruAge Epigenetic Profiling คืออะไร?เป็นการตรวจวิเคราะห์ DNA methylation เพื่อประเมิน “อายุชีวภาพ” (Biological Age) ที่แท้จริงของร่างกาย รวมถึงอัตราการแก่ชราและอายุของระบบอวัยวะสำคัญต่างๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าปัจจัยจากไลฟ์สไตล์ส่งผลต่อการทำงานของยีนอย่างไร
“อายุชีวภาพ” แตกต่างจากอายุตามปฏิทินอย่างไร?“อายุชีวภาพ” คืออายุที่สะท้อนประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์และอวัยวะในร่างกาย ซึ่งอาจ “แก่กว่า” หรือ “อ่อนกว่า” อายุตามปีเกิดของคุณ ส่วนอายุตามปฏิทินคืออายุตามจำนวนปีที่คุณมีชีวิตอยู่
การตรวจนี้วัดผลอะไรบ้าง?วัดผลหลักๆ ได้แก่ อายุชีวภาพโดยรวม (OMICm Age), อัตราการแก่ชรา (DunedinPACE), อายุเทโลเมียร์, และอายุของระบบอวัยวะ 11 ระบบ (SymphonyAge) นอกจากนี้ยังรวมถึงข้อมูลสุขภาพภูมิคุ้มกัน, ภาวะอักเสบ, สถานะสารอาหาร, เมตาบอลิซึม, และความเสี่ยงจากพฤติกรรมบางอย่าง
ใครควรเข้ารับการตรวจนี้?เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทราบอายุชีวภาพที่แท้จริง, วางแผนชะลอวัย, ดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน, ต้องการเข้าใจสาเหตุปัญหาสุขภาพเรื้อรังในระดับลึก, หรือต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
ต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนการตรวจ?โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร แต่ควรปรึกษาคลินิกเพื่อยืนยันอีกครั้ง และอาจมีการขอข้อมูลสุขภาพ/ไลฟ์สไตล์เบื้องต้น ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันตรวจ
กระบวนการตรวจเป็นอย่างไร?หลังจากปรึกษาแพทย์และทำความเข้าใจขั้นตอนแล้ว จะทำการเก็บตัวอย่างเลือดในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งใช้เวลาไม่นาน (ประมาณ 10-15 นาที) คุณสามารถทำกิจกรรมตามปกติได้ทันทีหลังการเก็บตัวอย่าง
นานแค่ไหนกว่าจะได้รับผล?ผลการตรวจมักใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก D’ Lovevery Clinic จะนัดหมายเพื่ออธิบายผลอย่างละเอียดและวางแผนสุขภาพส่วนบุคคลให้คุณ
หลังจากได้รับผลแล้วจะทำอย่างไรต่อ?แพทย์จะอธิบายรายงานผลตรวจส่วนบุคคลทั้งหมด พร้อมให้คำแนะนำและแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล ทั้งด้านโภชนาการ, การออกกำลังกาย, การจัดการความเครียด, และการเสริมสารอาหาร เพื่อชะลอวัยและเพิ่มคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ยังอาจมีการติดตามผลเป็นระยะ
ผลตรวจมีความน่าเชื่อถือแค่ไหน?เทคโนโลยี Epigenetic TruAge ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนจากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากสถาบันชั้นนำระดับโลก เช่น Harvard และ Duke ทำให้ผลลัพธ์มีความแม่นยำและน่าเชื่อถือสูง
ทำไมต้องเลือก D’ Lovevery Clinic?D’ Lovevery Clinic มีทีมแพทย์พร้อมให้คำปรึกษาและตีความผลอย่างละเอียด, ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้รับการรับรอง, มีแผนดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คุณมั่นใจในการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด

ตรวจ DLC TruAge Epigenetic Profiling ราคาเท่าไหร่

  • 55,000 บาท ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม
DLC TruAge โปรแกรมตรวจ Epigenetic ราคาเท่าไหร่ ที่ไหนดี
โปรแกรมสุขภาพอื่นๆที่น่าสนใจราคา (Price)
ตรวจให้รู้ก่อนเสี่ยงโรคหัวใจ (ไขมันในเลือดสูง/การอักเสบแฝง)2,999.-
ตรวจฮอร์โมนเพศชาย (Male Sex Hormone)5,999.-
ตรวจ Vitamin D พร้อมวางแผนเสริม2,999.-
ตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ 20 รายการ12,999.-
Cancer Check Up รู้ความเสี่ยง2,999.-
ตรวจโลหะหนักในเลือด (Toxic Heavy Metal)4,999.-
ตรวจไทรอยด์ TSH FT3 FT42,499.-
ตรวจฮอร์โมนเพศหญิง (Female Sex Hormone)5,999.-
ตรวจสุขภาพครบวงจร (เริ่มต้น)2,999.-
ตรวจแพ้อาหาร 222 รายการ รู้สาเหตุแน่ชัด จัดการชีวิตง่าย19,999.-

การเตรียมตัวก่อน-ระหว่าง-หลังการตรวจ Epigenetic

ก่อนการตรวจ (Pre-Test)

  1. การนัดหมายและให้ข้อมูลเบื้องต้น:
    • ติดต่อ D’ Lovevery Clinic เพื่อจองคิวนัดหมายและรับคำแนะนำเพิ่มเติม
    • อาจมีการขอข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นหรือกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ (อาหาร, การออกกำลังกาย, การนอนหลับ, ความเครียด, ประวัติสุขภาพ) เพื่อให้ทีมแพทย์สามารถเตรียมข้อมูลสำหรับการแปลผลได้ดียิ่งขึ้น
  2. การเตรียมตัวทั่วไป:
    • โดยทั่วไป ไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ของคลินิกเพื่อยืนยันอีกครั้ง
    • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนวันตรวจ

ระหว่างการตรวจ (During Test)

  1. การให้คำปรึกษาเบื้องต้น:
    • แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญจะอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการตรวจอีกครั้ง และตอบข้อสงสัยที่คุณอาจมี
  2. การเก็บตัวอย่าง:
    • โดยปกติแล้ว จะเป็นการเก็บตัวอย่างเลือด (Blood Sample) ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่รวดเร็วและปลอดภัย โดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
  3. ใช้เวลาในการตรวจ:
    • ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างเลือดใช้เวลาไม่นาน (ประมาณ 10-15 นาที) แต่รวมเวลาปรึกษาและการเตรียมตัวอาจใช้เวลาประมาณ 30-60 นาที

หลังการตรวจและรับผล (Post-Test & Results)

  1. การดูแลหลังเก็บตัวอย่าง:
    • ไม่มีข้อจำกัดพิเศษ สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติทันที
  2. ระยะเวลารอผล:
    • ผลการตรวจ Epigenetic TruAge มักใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับห้องปฏิบัติการ)
  3. การแปลผลและการวางแผนสุขภาพ:
    • เมื่อผลตรวจออก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก D’ Lovevery Clinic จะนัดหมายเพื่ออธิบายผลตรวจอย่างละเอียดในรายงานส่วนบุคคล (Personalized Report)
    • แพทย์จะช่วยตีความ “อายุชีวภาพ”, “อัตราการแก่”, “อายุของระบบอวัยวะ” และตัวบ่งชี้อื่นๆ
    • คุณจะได้รับคำแนะนำและแผนการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลที่ปรับให้เหมาะสมกับผลตรวจของคุณอย่างแท้จริง ทั้งด้านโภชนาการ, การออกกำลังกาย, การจัดการความเครียด, และการเสริมสารอาหาร เพื่อชะลอวัยและเพิ่ม Healthspan
  4. การติดตามผล:
    • แพทย์อาจแนะนำให้มีการตรวจซ้ำทุก 3-6 เดือน เพื่อประเมินประสิทธิภาพของการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

ทำไมต้องเลือก D’ Lovevery Clinic สำหรับการตรวจ Epigenetic?

ที่ D’ Lovevery Clinic เรามุ่งมั่นในการให้บริการด้านสุขภาพแบบองค์รวมด้วยมาตรฐานระดับสากล

  • ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์: ทีมแพทย์พร้อมให้คำปรึกษาและตีความผลลัพธ์อย่างละเอียด เพื่อออกแบบแผนการดูแลที่เหมาะสมกับคุณ
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: เราใช้เทคโนโลยีการตรวจ Epigenetic ที่ได้รับการรับรองและพัฒนาบนพื้นฐานงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากสถาบันชั้นนำ
  • แผนดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล: เราไม่ได้ให้แค่ผลการตรวจ แต่เรามอบ “แนวทางปฏิบัติ” ที่ชัดเจน ทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการเสริมสารอาหาร
  • การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง: เราเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา จึงมีโปรแกรมการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณมั่นใจว่ามาถูกทาง
คลินิกผ่อน 0% คลินิกรับผ่อน SpayLater คลินิกรับบัตรเครดิต KTC-KBANK-SCB
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

เริ่มต้นเส้นทางสู่ชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพวันนี้!

อย่าปล่อยให้ “อายุ” เป็นเพียงตัวเลขบนบัตรประชาชน มาค้นพบอายุชีวภาพที่แท้จริงของคุณ และเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาพที่ดีที่สุดด้วย DLC TruAge Epigenetic Profiling ที่ D’ Lovevery Clinic


ใครเผลอไปอ่านข่าวคลิกเบทมาแล้วสงสัย หมอจะสรุปให้ตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ เดี๋ยวจะเลยเถิดกันไปใหญ่ 🙂

ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะกลุ่มตัวยาไหน ยี่ห้ออะไร ก็ไม่มีกลไกใดๆทางการแพทย์ ที่สามารถทำให้อวัยวะเพศชายยาวขึ้นได้โดยตรง ค่ะ ยาชนิดนี้ออกฤทธิ์เพื่อช่วย ลดความอยากอาหาร และ ควบคุมน้ำหนัก เป็นหลัก  (ประเด็นอยู่ตรงนี้ค่ะ)  แต่หากคนไข้ที่มีน้ำหนักเกินสามารถลดน้ำหนักลงได้อย่างมาก ไขมันบริเวณหน้าท้องและโคนอวัยวะเพศที่เคยบดบังอยู่จะลดลง ทำให้ส่วนที่เคยถูกซ่อนไว้ ปรากฏให้เห็นได้มากขึ้น จึงอาจรู้สึกว่าดูยาวขึ้นนั่นเองค่ะ (อันที่จริงต้องใช้คำว่า ได้ของเดิมกลับคืนมามากว่านะหมอว่า) ดังนั้น อ่านข่าวแล้วจะทักมาสั่งเพื่อหวังทำให้ยาว ใหญ่ขึ้นนั้นเป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ แต่ถ้าอยากสุขภาพดีขึ้น น้ำหลักลดลง แบบนี้หมอช่วยได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ปากกาลดน้ำหนักสามารถใช้ได้ แต่มี 2 ข้อห้ามหลักที่ห้ามละเลยเด็ดขาด คือ ห้ามซื้อใช้เอง เพราะเป็น ยาอันตรายที่ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อนเท่านั้น และ ห้ามหยุดยาเองแบบกะทันหัน เพราะการหยุดใช้สำคัญไม่แพ้การเริ่ม หากหยุดไม่ถูกวิธี น้ำหนักอาจดีดกลับและระบบร่างกายรวนได้ หากคนไข้ผ่าน 2 กฎเหล็กนี้ และอยู่ในการดูแลของแพทย์ เรื่องอื่น ๆ สามารถวางแผนให้ปลอดภัยและสบายใจได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การฉีดยาปากกาลดน้ำหนักจะฉีดตอนเช้าหรือก่อนนอน “ให้ผลลัพธ์การลดน้ำหนักไม่ต่างกัน” หัวใจสำคัญคือต้อง ฉีดเวลาเดิมทุกวันหรือวันเดียวกันทุกอาทิตย์ (ตามยี่ห้อที่หมอแนะนำให้) เพื่อรักษาระดับยาให้คงที่ค่ะ แต่ถ้าคนไข้มีอาการ คลื่นไส้มากแนะนำให้ฉีดก่อนนอน เพื่อเลี่ยงอาการพะอืดพะอมตอนตื่น แต่ถ้าเป็นสาย หิวจุกจิกตอนบ่ายแนะนำให้ฉีดตอนเช้า เพื่อให้ยาออกฤทธิ์คุมหิวได้พีคที่สุดในช่วงที่เราต้องการค่ะ

อ้างอิงจากข้อมูลทางเภสัชวิทยาของยา Liraglutide ตัวยามีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ยาวนาน 13 ชั่วโมง และจะขึ้นสู่ระดับสูงสุดในกระแสเลือด (Tmax) ที่ประมาณ 8-12 ชั่วโมงหลังฉีด ทำให้ครอบคลุมการคุมหิวได้ตลอดวันไม่ว่าจะฉีดเวลาไหน

อ่านเพิ่มเติม

ก่อนหมอจ่ายยาทุกเคสหมอต้องบอกเรื่องผลข้างเคียงก่อนอยู่แล้ว ทีนี้ในบางคนใช้ยาไปตั้งหลายวันยังไม่รู้สึกถึงผลข้างเคียงเลยสงสัยว่าปกติไหม หมอตอบแบบนี้ค่ะ

สำหรับคนไข้ที่เพิ่งเริ่มใช้ปากกาลดน้ำหนัก ผลข้างเคียงมักจะเริ่มแสดงอาการในช่วง 1-3 วันแรกหลังฉีด โดยอาการหลักที่พบได้บ่อยที่สุดคือ คลื่นไส้ อาเจียน และแน่นท้อง ซึ่งเกิดจากกลไกของยาที่ทำให้ กระเพาะอาหารบีบตัวช้าลงและอาหารย่อยช้ากว่าปกติ แต่อาการเหล่านี้เป็นเพียงภาวะชั่วคราวที่ร่างกายกำลังปรับตัว หมอแนะนำให้ แบ่งทานมื้อเล็กๆ เคี้ยวให้ละเอียด และดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยบรรเทาอาการได้มาก และอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์ ค่ะ

และการไม่รู้สึกถึงผลข้างเคียงเลย ไม่ถือว่าผิดปกติ แต่กลับเป็นเรื่องดีที่ร่างกายแข็งแรงและทนต่อยาได้ดี ทำให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดย “ผลข้างเคียง ไม่เท่ากับ ผลลัพธ์ของการลดน้ำหนัก” (Side effects  Efficacy) หากคนไข้ยังมีความรู้สึก อิ่มเร็วขึ้น หิวจุกจิกน้อยลง นั่นแสดงว่ายากำลังทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ ดังนั้น ห้ามปรับเพิ่มโดสยาเอง เพียงเพราะรู้สึกว่าไม่มีอาการ ให้ทำตามแผนการรักษาเดิมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หลายคนแอบตอบในใจก่อนมาถามหมอ แต่คำตอบมักผิดค่ะ คำตอบคือคนทั่วๆไป ที่ไม่ใช่นักกีฬา หรือทำงานหนักมากๆ การเดิน หรือการขยับร่างกายให้มากกว่านั่งๆนอนๆ ช่วยเบิร์นไขมันได้ดี แต่มันเบิร์นได้ช้า

กลไกการเลือกใช้พลังงานขึ้นอยู่กับ “ความเข้มข้นของการออกกำลังกาย” และ “ปริมาณออกซิเจน” เมื่อเราเดินหรือออกกำลังเบาๆ ร่างกายมีเวลาและออกซิเจนเพียงพอที่จะเกิดกระบวนการ Lipolysis (สลายไขมัน) มาเป็นพลังงานหลัก แต่เมื่อเราวิ่งหรือออกแรงหนัก ร่างกายต้องการพลังงานเร่งด่วนเกินกว่าที่ไขมันจะสลายตัวทัน จึงต้องเปลี่ยนโหมดไปดึง Glycogen (น้ำตาลสะสม) มาใช้แทน เพราะเปลี่ยนเป็นพลังงานได้เร็วกว่า แม้จะใช้ไขมันน้อยลง ณ ขณะนั้น แต่การใช้น้ำตาลจนหมดก็ช่วยลดโอกาสการสะสมไขมันใหม่ในอนาคตได้เช่นกันค่ะ

งานวิจัยพบว่าในช่วง 15-20 นาทีแรก ของการเดิน ร่างกายยังใช้น้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ และจะเริ่มดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นสัดส่วนหลักจริงๆ หลังจากนาทีที่ 20-30 เป็นต้นไป แต่การเดินกลับไม่ใช่คำตอบของการทำให้ผอมเร็วๆนะ เพราะอะไร หมอสรุปให้ด้านล่างค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

มีค่ะ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือไม่ลงเพราะร่างกายไม่ตอบสนอง กับอีกแบบคือ คนไข้ที่รอพึ่งยาเพียงอย่างเดียว ไม่ทำร่วมกับการคุมอาหารหรือออกกำลังกาย

ปัจจัยทางพันธุกรรม (Non-responders) ที่ร่างกายไม่ตอบสนองต่อยา หรือการใช้ ขนาดยาที่น้อยเกินไป จนคุมความหิวไม่ได้ รวมถึง โรคประจำตัวแฝง เช่น PCOS หากคนไข้ใช้ยาต่อเนื่อง 3-4 เดือนแล้วน้ำหนักไม่ลดลงเกิน 5% ควรปรึกษาแพทย์เพื่อปรับแผนการรักษาหรือหาสาเหตุที่แท้จริงค่ะ

ปัจจัยทางพฤติกรรม คือไม่ลดเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตยังเหมือนเดิม (หลายเคสเพิกเฉยกว่าเดิม) ไม่ลดปริมาณอาหาร ไม่พยายามลดน้ำตาล แป้ง หรือออกกำลังกายร่วม เพราะคิดว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของยา ซื้อยามาตั้งแพง รอผลลัพธ์อย่างเดียว แบบนี้โอกาสลดยาก และลดแบบยั่งยืนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะสุดท้าย น้ำหนักก็กลับมา

อ่านเพิ่มเติม

โดยทางการแพทย์จะถือว่าเป็นภาวะน้ำตาลตกเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70 mg/dL ซึ่งเป็นจุดที่สมองเริ่มขาดพลังงาน

ภาวะน้ำตาลเหวี่ยง (Glucose Crash) มักเกิดขึ้นภายใน 60-120 นาที หลังมื้ออาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) สูง ทำให้รู้สึกง่วงซึมทันทีหลังทาน

ความแตกต่างหลักคือ “ภาวะน้ำตาลตก (Hypoglycemia)” หมายถึงระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงจนถึงเกณฑ์อันตราย ทำให้เกิดอาการหน้ามืด มือสั่น และอาจหมดสติ เป็นภาวะเฉียบพลันที่ต้องการการแก้ไขทันที ส่วน “ภาวะน้ำตาลเหวี่ยง (Blood Sugar Swings)” คือการที่ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและตกลงมาต่ำสลับกันไปมา ซึ่งมักเกิดจากการรับประทานแป้งและน้ำตาลมากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลียระหว่างวัน หิวบ่อย และกระตุ้นกระบวนการอักเสบในร่างกายที่ทำให้ ผิวแก่ก่อนวัย ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การจะระบุว่าเป็น “โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง” หรือไม่ เราใช้เกณฑ์วินิจฉัยมาตรฐานที่เรียกว่า “กฎเลข 3” คือต้องมีอาการนอนไม่หลับ หลับยาก หรือหลับๆ ตื่นๆ อย่างน้อย 3 คืนต่อสัปดาห์ และเป็นติดต่อกันนานเกิน 3 เดือน ขึ้นไป โดยอาการเหล่านี้ต้องส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตหรือสุขภาพ (เช่น อ่อนเพลีย ผิวโทรม สมาธิสั้น) หากเข้าข่ายนี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรซื้อยานอนหลับทานเองต่อเนื่องค่ะ

ปลายทางของการนอนไม่หลับเรื้อรังนั้นแย่กว่าคือ

  • “ผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า และประสิทธิภาพการทำงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • จากสถิติพบว่าประชากรวัยผู้ใหญ่กว่า 10% ป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันและผิวพรรณ

อ่านเพิ่มเติม

Confused by your body's whispers of change? Stop guessing. It's time for precise answers, so you can master your health and reclaim your prime.

★★ ความประทับใจ ★★

facebook
Bew Miruntree
Bew Miruntree
แนะนำเลย
07/12/2025
facebook
คาสโนวี่ขี้เมา ที่โลกต้องจารึก
คาสโนวี่ขี้เมา ที่โลกต้องจารึก
แนะนำเลย
04/12/2025
google
Chayaphat Kadeetham
Chayaphat Kadeetham
15/10/2025
google
PIYAPOOM KLOMKLEAW
PIYAPOOM KLOMKLEAW
13/09/2025
google
Watcharaphum Petpradit
Watcharaphum Petpradit
13/09/2025
google
ประทักษ์ สระสม
ประทักษ์ สระสม
13/09/2025
google
Poon Poonni
Poon Poonni
31/08/2025

แพ็คเกจอื่นๆ

ดูทั้งหมด

ราคาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามแพ็คเกจตรวจสุขภาพ

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

4,050.-

ตรวจสุขภาพครบวงจร เริ่มต้นเพียง 2,999.-

แพ็คเกจตรวจหาไทรอยด์ Thyroid Check Up

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

2,499.-

ตรวจหาระดับโลหะหนักในเลือด Toxic Heavy Metal ราคา 4999.-

แพ็คเกจตรวจหาระดับโลหะหนักในเลือด Toxic Heavy Metal

📍CDC (Crystal Design Center) ตรงข้ามเซ็นทรัลอีสวิลล์ โซนธนาคาร ชั้น 2 ด้านล่างเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ที่จอดรถสะดวก

ดูรีวิวให้บริการ ★★★★★

Membership รับส่วนลดเพิ่ม

4,999.-

ประหยัดเวลา สะดวก

  • ไม่ต้องรอคิวนาน: ระบบการจองคิวล่วงหน้า ทำให้คุณสามารถเข้าตรวจได้ทันทีตามเวลาที่สะดวก
  • ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน: ไม่ต้องผ่านหลายแผนก ไม่ยุ่งยาก
  • บริการครบจบในที่เดียว: ตรวจสุขภาพ ตรวจเลือด ตรวจฮอร์โมน และตรวจยีนส์หรือ DNA ได้ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องไปแยกตรวจหลายสถานที่

บริการเฉพาะบุคคล (Personalized Services)

  • คลินิกเตรียมแพ็กเกจที่เหมาะกับความต้องการของคุณ เช่น ตรวจฮอร์โมนสำหรับผู้หญิง ตรวจสุขภาพเบื้องต้น หรือแพ็กเกจตรวจยีนส์เพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคในอนาคต
  • มีผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือทันสมัยสำหรับการตรวจที่แม่นยำและวิเคราะห์ผลเฉพาะบุคคล

ความเป็นส่วนตัว บริการติดตามผลและอธิบายผลตรวจ

  • มีแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและติดตามผลการตรวจอย่างใกล้ชิด
  • มีการติดต่อคุณหลังจากตรวจเสร็จ เพื่ออธิบายผลตรวจและให้คำแนะนำเพิ่มเติม
  • ให้คำปรึกษาหลังตรวจโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

2 สาขา เดินทางง่าย


เหมาะกับชีวิตสมัยใหม่

  • ตรวจสุขภาพที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เช่น การตรวจยีนส์ที่ช่วยวางแผนดูแลสุขภาพในอนาคต
  • บริการด้วยทีมแพทย์ ผู้ช่วย พนักงาน ที่แนวคิดใหม่ เข้าใจเรื่องการดูแลสุขภาพแบบ Longevity

การตรวจสุขภาพประจำปีและการตรวจเลือดทั่วไปนั้น สามารถบอกปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ได้ค่ะ แต่ไม่สามารถฟันธงได้ 100% ว่าใครจะเป็นหรือไม่เป็นนะคะ สิ่งที่การตรวจเลือดบอกเราได้คือ ค่าระดับไขมันในเลือด, น้ำตาลในเลือด, การทำงานของไต ซึ่งค่าเหล่านี้หากผิดปกติ จะเป็นสัญญาณเตือนว่าหลอดเลือดของเราอาจกำลังมีปัญหา เช่น เริ่มแข็งตัวหรือมีไขมันไปเกาะ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของ Stroke ค่ะ ดังนั้น การตรวจสุขภาพจึงเป็นการคัดกรองความเสี่ยงเบื้องต้นที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เราได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรับการรักษาปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นก่อนที่จะเกิดโรคค่ะ

นอกเหนือจากการตรวจเลือดแล้ว ปัจจุบันยังมีการตรวจที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้นเพื่อประเมินสุขภาพของหลอดเลือดโดยตรงเลยค่ะ อย่าง การตรวจ ABI (Ankle Brachial Index) ก็เป็นการวัดสมรรถภาพของหลอดเลือดแดงส่วนปลายเพื่อดูว่ามีการตีบตันหรือไม่ ซึ่งช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมองได้ชัดเจนขึ้นค่ะ ดังนั้น การตรวจคัดกรองความเสี่ยงร่วมกับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้เราทราบแนวทางการดูแลตัวเองส่วนบุคคลได้ดีที่สุด เพื่อป้องกัน “ภัยเงียบ” อย่าง Stroke ไม่ให้มาทำร้ายเราและคนที่เรารักได้ค่ะ อย่ารอให้มีอาการตามหลัก B-E-F-A-S-T แล้วค่อยรักษานะคะ เพราะทุกนาทีมีค่าจริงๆ ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ในยุค 5G ปี 2025 แบบนี้ ทุกอย่างรวดเร็วและสะดวกขึ้นมากค่ะ การตรวจ DNA ก็เช่นกัน ไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอนยุ่งยากแบบสมัยก่อน เพราะตอนนี้ใช้เพียง 4-5 ขั้นตอนง่ายๆ ไม่เจ็บตัว แถมประหยัดเวลา ไม่ต้องรอนานเหมือนเดิมด้วยค่ะ หลังเก็บตัวอย่างแล้วก็เพียงส่งไปยังห้องปฏิบัติการ รอไม่นานก็ได้รับผลตรวจทันที

การเก็บตัวอย่างตรวจ DNA ปัจจุบันนั้นทำง่าย เพียงใช้ไม้ป้ายถูที่กระพุ้งแก้มประมาณ 30 วินาที แล้วนำไปใส่หลอดเก็บตัวอย่าง ปิดฝาแล้วหมุนหลอดให้สารละลายคลุกเคล้ากับเซลล์ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย สะดวก ปลอดภัย และลดโอกาสผิดพลาด ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที ไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดหรือเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล คุณสามารถตรวจดีเอ็นเอกับคลินิกที่ได้มาตรฐานใกล้บ้านได้สบาย ๆ เลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออดอาหาร ก่อนเข้ารับการตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงค่ะ สามารถรับประทานอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ เพราะการตรวจนี้เป็นการเจาะเลือดเพื่อหาภูมิคุ้มกัน (IgG) ที่ร่างกายมีต่ออาหารแต่ละชนิด ไม่มีผลกระทบจากการกิน-ดื่มก่อนตรวจค่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีอาการภูมิแพ้และกำลังรับประทานยาแก้แพ้หรือสเตียรอยด์ แนะนำให้แจ้งและพบแพทย์ก่อนตรวจ เพราะยาบางชนิดอาจส่งผลต่อผลลัพธ์การตรวจได้ และที่สำคัญที่สุด อย่าหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์นะคะ บางรายอาจจำเป็นต้องมีคำแนะนำจากแพทย์ก่อนหยุดหรือเปลี่ยนแปลงการใช้ยาเพื่อความปลอดภัยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การตรวจเลือด “ไม่ได้บอกทุกโรค” ค่ะ
เลือดของเรามีข้อมูลหลายอย่างจริง เช่น ภาวะซีด น้ำตาล ไขมันในเลือด ตับ ไต การติดเชื้อบางชนิด หรือฮอร์โมน แต่เลือดไม่ได้บอกปัญหาทุกอย่างในร่างกายค่ะ โรคบางอย่าง เช่น โรคในสมอง โรคมะเร็งระยะแรกๆ โรคกระดูก ไซนัส หรือแม้แต่ปัญหาทางจิตใจ การตรวจเลือดอาจไม่เจอเลย

อีกอย่าง ตรวจเลือดแต่ละแบบ ตรวจต่างกัน เข็มฉีดยาอันเดียว แต่วิเคราะห์กันเป็นร้อยๆ รายการ ซึ่งแต่ละรายการก็บอกข้อมูลต่างกัน เช่น ตรวจเบาหวาน ก็ดูน้ำตาล ตรวจไต ก็ดูค่าไต ดังนั้น ก่อนตรวจเลือด หมอจะถามอาการก่อนว่ากังวลเรื่องอะไร มีอาการยังไง เพื่อเลือกการตรวจที่เหมาะสม ไม่ส่งตรวจมั่วๆ ค่ะ หมอเพิ่มเติมให้ด้านล่างนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ไม่ต้องตกใจมากไปนะคะ ความจริงแล้วสิวเห่อช่วงวัย 30 ถือว่าเป็นเรื่องปกติมาก เพราะฮอร์โมนและไลฟ์สไตล์ของเรามีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นความเครียด การนอนดึก ใช้เครื่องสำอาง หรือแม้กระทั่งการกินอาหารหวานมากขึ้น ก็ล้วนกระตุ้นให้ฮอร์โมนทำงานผิดปกติและเกิดสิววัยผู้ใหญ่ได้ โดยส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวกับโรคร้ายแรง ถ้าไม่มีอาการผิดปกติอื่นร่วม เช่น ประจำเดือนผิดปกติ หนวดขึ้นเยอะ น้ำหนักขึ้นผิดปกติ

ส่วนที่ตอนวัยรุ่นคนไข้อาจจะหน้าใสกิ๊ง ไม่เหมือนเพื่อนๆ เป็นสิวฮอร์โมนกันเยอะ ก็เพราะแต่ละคนมีร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนต่างกันค่ะ บางคนฮอร์โมนยังนิ่งๆ หรือกรรมพันธุ์ ผิวหนัง และพฤติกรรมดูแลตัวเองก็มีส่วนช่วยให้อยู่รอดจากสิววัยรุ่น พอมากระทบเอาตอนโต ปัจจัยแวดล้อมกับฮอร์โมนเปลี่ยน ก็เลยพึ่งมาเผชิญกับสิวได้ในช่วงวัยผู้ใหญ่ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

จากอาการที่คนไข้แจ้ง เช่น เหนื่อยง่าย เหวี่ยง วีน โมโหบ่อย เหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมนเพศ รวมถึงอารมณ์ ภาวะเครียด หรือแม้แต่ปัญหาเหนื่อยล้าทางกายและใจ ซึ่งการตรวจฮอร์โมนเพศหญิง สามารถช่วยหาสาเหตุหรือจุดที่ควรเฝ้าระวังได้ดังนี้ค่ะ

สิ่งที่การตรวจนี้จะช่วยให้รู้

  • ระดับ Testosterone มีผลต่อพลังงาน ความต้องการทางเพศ อารมณ์ และกล้ามเนื้อ
  • Estradiol, Progesterone: เกี่ยวกับรอบเดือน อารมณ์ ความสมดุลของระบบร่างกาย เช่น หงุดหงิดง่ายก่อนรอบเดือน (PMS), ปัญหานอนไม่หลับ หรือร้อนวูบวาบ
  • ฮอร์โมน/สารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสมดุลเพศหญิงและสุขภาพโดยรวม

ตรวจแล้วจะได้อะไร?

  • ทราบว่าฮอร์โมนขาดเกินหรือมีความไม่สมดุลหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลต่ออารมณ์ เหนื่อยง่าย วีน โมโห
  • หมอจะให้คำปรึกษาแนวทางรับมือ เช่น ปรับอาหาร เสริมหรือปรับฮอร์โมน (ถ้าจำเป็น)
  • เฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น PCOS, วัยทองก่อนวัย, ภาวะไทรอยด์

อ่านเพิ่มเติม

การรับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือไม่มีการตรวจสุขภาพ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อตับได้ โดยเฉพาะวิตามินที่ละลายในไขมันหรืออาหารเสริมบางชนิดที่ร่างกายขับออกยาก หากสะสมมากเกินไปอาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบหรือผลข้างเคียงต่อสุขภาพในระยะยาว ดังนั้น การเลือกรับประทานวิตามินควรมีความระมัดระวังและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานเท่านั้น

จะดีกว่าหากเคยตรวจร่างกายและประเมินระดับวิตามินหรือแร่ธาตุในเลือดก่อนจะเริ่มกินวิตามินหรืออาหารเสริม เพราะผลตรวจจะช่วยให้รู้ว่าร่างกายขาดหรือเกินสารอาหารชนิดใดจริง ๆ ซึ่งบางตัวอาจไม่จำเป็นต้องเสริมเลย ช่วยให้คุณวางแผนสุขภาพและการทานวิตามินได้อย่างปลอดภัยและตรงกับความต้องการของร่างกายแต่ละคนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การตรวจ DNA เปรียบเหมือนกระจกสะท้อนตัวตนจากภายใน รู้ว่าแต่ละคนเหมาะกับอาหารประเภทไหน ควรออกกำลังแบบใด มีความเสี่ยงเรื่องโรคอะไรบ้าง หรือแม้แต่แนวโน้มสุขภาพผิวและการเผาผลาญ แต่เรื่องบุคลิกภาพ พฤติกรรม หรือความสามารถพิเศษ DNA มีส่วนแค่เล็กน้อย เพราะยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ชีวิตด้วย

ถ้าคุณอยากดูแลตัวเองอย่างตรงจุด รู้แนวโน้มสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ DNA ก็เป็นเครื่องมือล้ำค่าที่ช่วยวางแผนชีวิตและสุขภาพให้กับตัวเองและครอบครัวค่ะ ดีเลิฟเวอรี่คลินิกมีให้บริการตรวจ DNALL Prestige Packpage ราคา 50,000.-

อ่านเพิ่มเติม

ขั้นตอนตรวจ DNA อาจจะแตกต่างกันไปบาง ตามโปรแกรมที่ตรวจ แต่ให้เข้าใจง่าย ๆ นะคะ เริ่มจากนัดหมายที่คลินิก แล้วงดน้ำและอาหารก่อน 1 ชม. จากนั้นเก็บตัวอย่างจากเยื่อบุกระพุ้งแก้ม แล้วนำบรรจุพร้อมส่งตรวจที่แล็บเฉพาะทาง ใช้เวลารอผลประมาณ 2-6 สัปดาห์ค่ะ ผลตรวจในรายงาน พวกที่เป็นกราฟคนไข้อาจจะพอเข้าใจได้ แต่หมอแนะนำให้นัดฟังผลกับคุณหมออีกครั้งเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนและปรับใช้ได้ตรงกับร่างกายของแต่ละคนค่ะ

การเตรียมตัวก็ไม่มีอะไรที่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทำให้ร่างกายพร้อม เหมือนตรวจร่างกายทั่วๆไปได้เลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ยีนแต่ละชนิด เช่น MC1R, SLC45A2, TYR และยีนคอลลาเจน มีบทบาทสำคัญในการกำหนดสีผิว ความขาว เนียน อ่อนเยาว์ของผิว โดยยีนเหล่านี้จะควบคุมการสร้างเม็ดสีและคอลลาเจน ทำให้ผิวแต่ละคนแตกต่างกัน หมอเตือนก่อนค่ะ ว่าต่อให้มียีนผิวสวยถ้าไม่ดูแลปัจจัยภายนอก ผิวก็อาจเสื่อมสภาพได้อยู่ดี

ถ้าคนไข้อยากรู้แน่ชัดว่า ตัวเองมียีนกลุ่ม MC1R, IL6, TNF, MMP1, SOD2, GPX1 เวอร์ชันไหน (แบบทำงานปกติ หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาผิวต่าง ๆ) จะต้องตรวจ DNA หรือที่เรียกว่า “ตรวจพันธุกรรม” เพื่อวิเคราะห์ลำดับเบสในยีนเหล่านี้โดยเฉพาะค่ะ โดยราคาของคลินิกหรือสถานพยาบาลก็แตกต่างกันไปตามรายละเอียด และงานบริการ มีตั้งแต่ 25,000-65,000 บาทค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

แพ็คเกจตรวจสุขภาพ เรื่องสุขภาพ รู้ก่อน ป้องกันได้ทัน