pie title กลุ่มผู้ใช้ยาปากกาลดน้ำหนักในไทย
"ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน" : 55
"ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ที่มีภาวะอ้วน" : 35
"ผู้ป่วยโรคอ้วนและโรคแทรกซ้อน" : 10
อ้างอิง https://mwi.anamai.moph.go.th/web-upload/migrated/files/mwi/n1674_a678ca57e7a05b2bf25b0c2f292597bc_article_20190618122305.pdf
แนวทางมาตรฐานการใช้ปากกาลดน้ำหนัก
- เกณฑ์ผู้ใช้
- BMI ≥30 หรือ BMI ≥27 ร่วมโรคร่วม
- ประเมิน BMI/โรคร่วมก่อนเริ่มยา
- ปรับพฤติกรรมควบคู่
- โภชนาการ ออกกำลังกาย การนอน/จัดการความเครียด
- ทำต่อเนื่องตลอดการรักษา
- การเริ่มยาและการติดตาม
- เริ่มขนาดต่ำ ไต่ระดับตามการทนยา
- นัดติดตามอาการข้างเคียงและน้ำหนัก
- เกณฑ์หยุดยา
- น้ำหนักลด <5% ภายใน 6 เดือน ให้พิจารณาหยุด/ปรับแผน
- เฝ้าระวังความปลอดภัย
- ระบบทางเดินอาหาร ตับอ่อน ตับ/ไต ต่อมไทรอยด์ การมองเห็น
- แจ้งแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ
- หลักการรักษา
- เป็นการรักษาระยะยาวภายใต้การดูแลแพทย์
- ไม่ใช่ “ทางลัด” เพื่อลดน้ำหนัก
คำนวณ BMI เพื่อนำข้อมูลปรึกษาแพทย์
เกณฑ์ค่า BMI สำหรับคนไทย (WHO – Asia Pacific)
| BMI (kg/m²) | เกณฑ์ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| น้อยกว่า 18.50 | น้ำหนักน้อย / ผอม | มากกว่าคนปกติ |
| 18.50 – 22.90 | ปกติ (สุขภาพดี) | เท่าคนปกติ |
| 23.00 – 24.90 | ท้วม / โรคอ้วนระดับ 1 | อันตรายระดับ 1 |
| 25.00 – 29.90 | อ้วน / โรคอ้วนระดับ 2 | อันตรายระดับ 2 |
| มากกว่า 30.00 | อ้วนมาก / โรคอ้วนระดับ 3 | อันตรายระดับ 3 |
ปากกาลดน้ำหนักมีมานานแค่ไหน
ปากกาลดน้ำหนักเริ่มมีอยู่ในตลาดยาประมาณทศวรรษที่ผ่านมา โดยเริ่มที่ต่างประเทศ ทางอเมริกา ยุโรปจะเป็นที่รู้จักและมีการใช้กันแพร่หลาย แต่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมากในช่วง 5-10 ปีหลัง เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนา ที่มุ่งเน้นไปที่การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีน้ำหนักเกิน

ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร?
ปากกาลดน้ำหนัก (Weight Loss Pen) เป็นอุปกรณ์ที่บรรจุยาในรูปแบบปากกา ใช้งานง่าย โดยทั่วไปแล้วมันเป็นฮอร์โมนกลุ่ม GLP-1 (Glucagon-Like Peptide-1) ที่จำเพาะเจาะจง เช่น Semaglutide หรือ Liraglutide ซึ่งใช้ในการรักษาภาวะอ้วนหรือน้ำหนักเกิน
ปากกาลดน้ำหนักทำงานอย่างไร
ปากกาลดน้ำหนักทำงานโดยการฉีดยาเข้าใต้ผิวหนัง ยากลุ่มนี้นี้มักทำงานโดยการ:
- การลดความอยากอาหาร: GLP-1 มีผลทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและกินน้อยลง โดยผลลัพธ์นี้เกิดจากการที่ฮอร์โมนกระตุ้นสมองทำให้รู้สึกอิ่ม
- ชะลอการเริ่มย่อยอาหารในท้อง: ยาจะชะลอการเคลื่อนไหวของอาหารจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้, ทำให้รู้สึกอิ่มยาวนานกว่า
- ควบคุมการผลิตกลูโคสของตับ: ยาช่วยลดระดับกลูโคสในเลือดโดยการเพิ่มความไวของเนื้อเยื่อต่างๆ ต่ออินซูลินและลดการผลิตกลูโคสของตับ
- เสริมสร้างการใช้พลังงาน: GLP-1 ยังสามารถเพิ่มการใช้พลังงานในร่างกาย ซึ่งช่วยในการลดน้ำหนัก

การใช้ปากกาลดน้ำหนักจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำและควบคุมดูแลจากแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและความปลอดภัยสูงสุด
ปากกาลดน้ำหนัก หรือปากกาคุมหิว เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน: หรือมีดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 30 ซึ่งถือว่ามีภาวะน้ำหนักเกิน
- ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคต่างๆ: เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง
- ผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักและต้องการตัวช่วย: เพื่อประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก
- ผู้ที่ต้องการลดพฤติกรรมการกินจุบจิบ: ช่วยควบคุมความอยากอาหารและพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม
- ผู้ที่ใช้วิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล: เช่น การใช้ยาลดน้ำหนักที่ไม่ได้มาตรฐาน
- ผู้ที่ต้องการวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย: ที่ไม่มีผลข้างเคียงและไม่กลับมาโยโย่

เช็คเบื้องต้น ว่าปากกาคุมหิว เหมาะกับเราไหม
- ผู้ที่มีภาวะอ้วน:
- ดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่าหรือเท่ากับ 30
- ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน:
- ดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ระหว่าง 27-29
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนัก เช่น:
- เบาหวาน
- ความดันโลหิตสูง
- ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ
- ภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับเนื่องจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
- ผู้ที่มีนิสัยชอบกินจุกจิก กินไม่หยุด หิวบ่อย:
- และต้องการลดพฤติกรรมการกินเหล่านี้ให้น้อยลง
ปากกาลดความอ้วน Wegovy


| Ozempic™ | Wegovy™ | |
|---|---|---|
| สารออกฤทธิ์: | Semaglutide | Semaglutide |
| รูปแบบการฉีด: | ฉีดใต้ผิวหนัง | ฉีดใต้ผิวหนัง |
| ขนาดบรรจุ: | 1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม | 1 ปากกา (ขนาด 2.4 mg/1.5 ml) ต่อสัปดาห์ |
| ขนาดยาที่ปรับได้: | 0.25 mg, 0.5 mg, 1 mg, 2 mg | 0.25 mg, 0.5 mg, 1 mg, 1.7 mg, 2.4 mg |
| ความถี่ในการฉีด: | อาทิตย์ละ 1 ครั้ง | อาทิตย์ละ 1 ครั้ง |
| ข้อดี: | – ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าแบบปกติ – เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา – คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก – ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค – ไม่รบกวนการใช้ชีวิต หรืออ่อนเพลียง่าย – ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง – หลังหยุดยา ไม่ทำให้น้ำหนักกลับมาเหมือนเดิม – ผ่าน อย. | – ลดน้ำหนักได้ดีมากด้วยขนาดยา 2.4 mg – ใช้ขนาดยาสูงสุดต่อสัปดาห์ได้ – ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงด้านการลดน้ำหนัก – คุมหิว ลดภาวะอยากอาหาร – ผ่าน อย. มีงานวิจัย – ผลข้างเคียงคล้าย Ozempic (เช่น คลื่นไส้ อาเจียน) |

ปากกาคุมหิว Saxenda VS Ozempic
| Saxenda® | Ozempic™ |
|---|---|
| สารออกฤทธิ์: Liraglutide | สารออกฤทธิ์: Semaglutide |
| รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง | รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง |
| ขนาดบรรจุ: 5 ปากกา (แต่ละด้ามบรรจุ 3 ml) | ขนาดบรรจุ: 1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม |
| ขนาดยาที่ปรับได้: 0.6mg, 1.2mg, 1.8mg, 2.4mg, 3.0mg | ขนาดยาที่ปรับได้: 0.25mg, 0.5mg, 1mg, 2mg |
| ความถี่ในการฉีด: ทุกวัน | ความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้ง |
| ข้อดี: – ลดน้ำหนักได้เร็ว ปลอดภัย – คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก – ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค – ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ – ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง – หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม – ผ่าน อย. มีผลวิจัยรองรับ | ข้อดี: – ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า – เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา – คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก – ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค – ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ – ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง – หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม – ผ่าน อย. มีผลวิจัยรองรับ |


ปากกาคุมผิว Trulicity VS Ozempic
| Trulicity | Ozempic |
|---|---|
| สารออกฤทธิ์: Dulaglutide | สารออกฤทธิ์: Semaglutide |
| รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง | รูปแบบการฉีด: ฉีดใต้ผิวหนัง |
| ขนาดบรรจุ: 4 ด้าม (แต่ละด้ามบรรจุ 0.5 ml) | ขนาดบรรจุ: 1 ปากกา และ เข็มฉีดยาแบบใช้แล้วทิ้ง 4 เข็ม |
| ขนาดยาที่ปรับได้: 0.75mg, 1.5mg | ขนาดยาที่ปรับได้: 0.25mg, 0.5mg, 1mg, 2mg |
| ความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้ง | ความถี่ในการฉีด: อาทิตย์ละ 1 ครั้ง |
| ข้อดี: – ควบคุมความอยากอาหาร – ลดน้ำหนัก (โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย) – ฉีดสัปดาห์ละครั้ง – ผลข้างเคียงน้อย – ผ่าน อย. ไทย | ข้อดี: – ลดน้ำหนักได้เร็วกว่าปกติถึง 3 เท่า – เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวเข็ม และไม่มีเวลา – คุมหิวได้ดี ลดการกินจุกจิก – ควบคุมน้ำหนักได้ดี ไม่โยโย่เอฟเฟค – ไม่มีอาการใจสั่น หรือนอนไม่หลับ – ทำให้อิ่มนาน ทานอาหารน้อยลง – หลังหยุดยา ไม่ทำให้อ้วนกว่าเดิม – ผ่าน อย. ไทย |
ปากกาลดความอ้วน Mounjaro VS Wegovy
| Mounjaro (tirzepatide) | Wegovy (semaglutide) | |
|---|---|---|
| ปีที่ได้รับอนุมัติ Thai FDA | 31 กรกฎาคม 2567 | 3 สิงหาคม 2566 |
| วิธีการใช้ | ฉีดสัปดาห์ละครั้ง | ฉีดสัปดาห์ละครั้ง |
| ช่วงขนาดยา | 2.5 – 15.0 มก. | 0.25 – 2.4 มก. |
| เป้าหมายของการออกฤทธิ์ | GLP-1 และ GIP | GLP-1 |
| ผลข้างเคียงที่พบบ่อย | คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก อาเจียน | คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ท้องผูก |
| ผลลดน้ำหนักเฉลี่ย (*แล้วแต่บุคคล) | ลดน้ำหนักเฉลี่ย 22.5% หลัง 72 สัปดาห์ (ขนาด 15 มก.) | ลดน้ำหนักเฉลี่ย 14.9% หลัง 68 สัปดาห์ (ขนาด 2.4 มก.) |
รีวิวหลังปรึกษา และรับบริการ
ข้อควรระวัง ปากกาคุมหิว
- ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพื่อประเมินความเสี่ยงและประโยชน์
- ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักสำหรับทุกคน และควรใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย
- อาจมีปฏิกิริยากับยาอื่นๆ
- ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้
Dulaglutide, Semaglutide, Liraglutide เป็นยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonists เป็นยาที่ใช้รักษาเบาหวานและลดน้ำหนัก แต่ก็มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับยาอื่นๆ โดยสรุปได้ดังนี้
ผลข้างเคียงที่พบบ่อย:
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย: เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด แต่อาจบรรเทาลงได้เมื่อร่างกายปรับตัว
- ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ: โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาลดน้ำตาลชนิดอื่นร่วมด้วย ควรสังเกตอาการ เช่น เหงื่อออก ใจสั่น หน้ามืด
ผลข้างเคียงที่รุนแรง (พบได้น้อย):
- ตับอ่อนอักเสบ: มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องใต้ลิ้นปี่ร้าวไปหลัง
- มะเร็งไทรอยด์: ห้ามใช้หากมีประวัติส่วนตัวหรือครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดนี้
- นิ่วในถุงน้ำดี: มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องใต้ชายโครงขวาร้าวไปสะบักขวา
- ชีพจรเต้นเร็ว
- ไตวายเฉียบพลัน: พบได้น้อย มักเกิดในผู้ที่ขาดน้ำร่วมด้วย
- ภาวะเบาหวานขึ้นตาเลวลง: อาจทำให้ตาพร่ามัวหรือตาบอดได้
ข้อควรระวัง:
- ควรใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- แจ้งแพทย์ หากมีอาการผิดปกติ
- ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแพทย์หรือเภสัชกร
ปากกาคุมหิว ราคาเท่าไหร่

| โปรแกรมปากกาคุมหิว คุมน้ำหนัก | ราคา (บาท) |
|---|---|
| Mounjaro | 25,000 |
| Wegovy | 17,000 |
| Ozempic | 17,000 |
| Saxenda | 6,500 |
| Trulicity | *แปลงเป็นเงินไทยประมาณ 14,000-16,000 |

MOUNJARO 2.5 MG เหมาะกับคนที่ใช้ครั้งแรก
- 1 ชุด 25,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 46,000.-
- 3 ชุด 63,000.-
MOUNJARO 5 MG
- 1 ชุด 29,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 54,000.-
- 3 ชุด 75,000.-

WEGOVY 0.5 MG เหมาะกับคนที่ใช้ครั้งแรก
- 1 ชุด 17,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 30,000.-
- 3 ชุด 39,000.-
WEGOVY 1 MG
- 1 ชุด 19,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 34,000.-
- 3 ชุด 45,000.-

OZEMPIC 0.5 MG เหมาะกับคนที่ใช้ครั้งแรก
- 1 ชุด 17,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 30,000.-
- 3 ชุด 39,000.-
OZEMPIC 1 MG
- 1 ชุด 19,000.- (ใช้ได้ 1 เดือน)
- 2 ชุด 34,000.-
- 3 ชุด 45,000.-
ตำแหน่งการฉีดปากกาคุมน้ำหนัก
ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดได้แก่
- หน้าท้อง (Abdomen):
- บริเวณรอบ ๆ สะดือแต่ควรห่างจากสะดือประมาณ 2 นิ้ว
- หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่มีแผลหรือแผลเป็น
- ต้นขาด้านหน้า (Front of the Thighs):
- บริเวณกลาง ๆ ด้านหน้าและด้านข้างของต้นขา
- ควรเปลี่ยนจุดฉีดทุกครั้งเพื่อลดการด้านของเนื้อเยื่อ
- ต้นแขน (Upper Arm):
- ด้านหลังของต้นแขนเหนือข้อศอกถึงไหล่
- ต้องมีคนช่วยฉีดถ้าฉีดเองทำไม่ได้
ข้อห้าม
- ห้ามฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (Intravenous):
- การฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำไม่เหมาะสำหรับยาที่ออกแบบมาให้ใช้แบบ subcutaneous และอาจทำให้เกิดอันตรายได้
- ห้ามฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (Intramuscular):
- การฉีดเข้ากล้ามเนื้ออาจทำให้ยาไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการและอาจเกิดการเจ็บปวดหรือบาดเจ็บได้
การปฏิบัติที่ถูกต้อง
- ล้างมือก่อนและหลังการฉีดยา
- ใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณที่ต้องการฉีด
- ใช้เข็มที่สะอาดและปลอดเชื้อ (จำเป็นต้องใช้เข็มใหม่ทุกครั้ง)
- ฉีดยาในมุมที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์


ขั้นตอนการใช้ปากกาคุมหิว Ozempic
เตรียมปากกา
- อ่านฉลากเพื่อยืนยันว่าปากกาของคุณบรรจุ Ozempic®
- ตรวจสอบว่ายาในปากกามีลักษณะใสและไม่มีสี
ติดเข็มใหม่
- ฉีกกระดาษที่ปิดออก
- กดและหมุนเข็มจนแน่น
- ดึงฝาครอบเข็มทั้งสองฝาออก
ตรวจสอบว่ามีตัวยาไหลออกมา
- หมุนตัวเลือกปริมาณจนกว่าตัวนับปริมาณจะแสดงสัญลักษณ์ตรวจสอบการไหล
- กดปุ่มปริมาณค้างไว้จนกระทั่งตัวนับปริมาณแสดง 0
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีหยดปรากฏที่ปลายเข็ม
เลือกปริมาณการปล่อยยา
- หมุนตัวเลือกปริมาณจนกระทั่งตัวนับปริมาณแสดงปริมาณที่คุณต้องฉีด (0.25 มก. หรือ 0.5 มก. สำหรับปากกาฉลากแดง, 1 มก. สำหรับปากกาฉลากน้ำเงิน และ 2 มก. สำหรับปากกาฉลากเหลือง)
ฉีดตัวยาเข้าร่างกาย
- สอดเข็มเข้าไปในผิวหนังของคุณ
- กดปุ่มปริมาณค้างไว้
- หลังจากตัวนับปริมาณแสดง 0 ให้ค่อยๆ นับถึง 6
- ถอนเข็มออกจากผิวหนังของคุณ
คำแนะนำหลังฉีด
- ถอนเข็มออกอย่างระมัดระวังและใส่ในภาชนะทิ้งของมีคม
- ใส่ฝาปิดปากกากลับที่ปากกา
การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก
การเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนักอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของยา นี่คือวิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง
- เก็บตัวยาฉีดที่ยังไม่ได้เปิดใช้:
- เก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส
- ห้ามเก็บตัวยาในช่องแช่แข็ง
- หลังจากเปิดใช้แล้ว:
- เก็บที่อุณหภูมิห้อง โดยควรเป็นอุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส
- ตัวยาจะมีอายุการใช้งาน 1 เดือนหลังจากเปิดใช้ครั้งแรก
- คำแนะนำเพิ่มเติมในการเก็บรักษา:
- เก็บยาให้พ้นมือเด็ก
- ห้ามใช้ยานี้หากสารละลายขุ่นไม่ใสหรือมีสีปนเปื้อน
- สวมปลอกยาทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน
- ปากกาสำหรับฉีดแต่ละด้ามให้ใช้กับคนไข้บุคคลเดียวเท่านั้น ห้ามใช้ร่วมกับผู้อื่น แม้จะมีการเปลี่ยนหัวเข็มก็ตาม

ปากกาคุมหิว กับปากกาลดน้ำหนัก จริงๆ แล้วคืออุปกรณ์ชนิดเดียวกันค่ะ เรียกอีกอย่างว่า ปากกา GLP-1 😊
ที่เรียกว่าปากกาคุมหิว เพราะยาในปากกาจะไปช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้อิ่มเร็วขึ้น ทานน้อยลง ส่วนที่เรียกว่าปากกาลดน้ำหนัก เพราะผลที่ตามมาจากการทานน้อยลง ก็คือน้ำหนักที่ลดลงนั่นเองค่ะ
สำหรับที่คลินิกเรามีให้บริการ 2 ยี่ห้อนะคะ คือ
- Ozempic (โอเซมปิค)
- Wegovy (วีโกวี่)
ทั้งสองยี่ห้อนี้ มีตัวยาที่ออกฤทธิ์คล้ายกัน แต่จะแตกต่างกันที่ ความแรงของยา ความถี่ในการฉีด และ ราคา ค่ะ
ก่อนซื้อใช้ต้องปรึกษาหมอทุกครั้งค่ะ หมอเขาจะประเมินว่าแบบไหนจะเหมาะกับตัวเรามากที่สุด
หมอเข้าใจความกังวลของคนไข้เกี่ยวกับการเติมฟิลเลอร์แล้วใบหน้าดูอ้วนขึ้นค่ะ เพราะก็มีมาปรึกษาหลังจากที่ฉีดมาจากที่อื่น โดยส่วนมากจะเป็นเคสที่เพิ่งจะฉีดครั้งแรก และโดนจัดหนักจัดแน่นมาทั่วหน้า มาดูสาเหตุและข้อเท็จจริงกันนะคะ
ฟิลเลอร์กับใบหน้าที่ดูอ้วนขึ้นไหม
- ฟิลเลอร์ทำให้ใบหน้ามีปริมาตรเพิ่มขึ้นจริง แต่ถ้าเติมถูกตำแหน่งและปริมาณเหมาะสม จะช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าสวยขึ้น
- การที่หน้าดูอ้วนหรือบวมผิดปกติ มักเกิดจากการเติมที่มากเกินไป หรือเติมในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม หมอสรุปมาคร่าวดังนี้ค่ะ
“ยาปากกา Mounjaro แบบที่ไม่ต้องนับคลิก” จะมีในบางประเทศ (เป็นรุ่นที่ระบบการใช้งาน/การกดใช้งานถูกออกแบบให้ความสะดวกมากขึ้น) ที่มีคนไข้มาถามบ่อยก็จะเป็นจากเกาหลีกับญี่ปุ่น แต่สำหรับในประเทศไทย รุ่นที่ไม่มีการนับคลิก ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง/ขึ้นทะเบียนในบ้านเรา ดังนั้นถ้าคุณกำลังคิดจะใช้แบบที่หาซื้อจากต่างประเทศ ขอให้ระวังเรื่องความถูกต้องของผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยก่อนเสมอ และที่สำคัญถึงมันจะ “สะดวกกว่า” ก็ไม่ได้แปลว่าหลักการจะเปลี่ยนไปจากเดิมค่ะ
การใช้ยากลุ่มนี้ “เอฟเฟคโดยหลักการใกล้เคียงกัน” คือช่วยเรื่องความอยากอาหาร คุมระดับน้ำตาล และช่วยลดน้ำหนักในกลุ่มคนไข้ที่มีความเสี่ยงได้ แต่ ถ้าจะเริ่มหรือจะหยุด—ต้องพบแพทย์ก่อน นะคะ เพราะการหยุดเองโดยไม่คุยแผนรักษากับหมอ อาจทำให้เกิดโหมด “โยโย่” หรือน้ำหนักดีดกลับได้เช่นกัน บางคนอาจรู้สึกเหมือนใช้แล้วง่ายกว่าเลยคิดว่าจะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จริงๆกลไกการคุมพฤติกรรมการกินและการเผาผลาญยังต้องมีแผนต่อเนื่อง เลยแนะนำให้ใช้และประเมินผลภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ
ก่อนอื่น หมอปรบมือให้คนที่ทำได้จริงนะคะ หมอรู้สึกดีใจแทนที่มาถึงจุดนี้มากๆเลยค่ะ! เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขบนตาชั่ง แต่มันคือ ชัยชนะของความสม่ำเสมอและความพยายาม ที่ร่างกายของเรากำลังตอบรับอย่างงดงามค่ะ
คืออย่างนี้นะคะ… มันเหมือนกับการปลูกต้นไม้ค่ะ ในช่วงแรกที่เราเพิ่งปลูก ต้นกล้ายังอ่อนแอ ต้องดูแลประคบประหงมเป็นพิเศษ รดน้ำ พรวนดิน สม่ำเสมอ นั่นคือช่วงปีแรกๆ หลังการลดน้ำหนักค่ะ ร่างกายยัง “ใจไม่ถึง” กับน้ำหนักใหม่ พร้อมจะดีดกลับไปน้ำหนักเดิมทุกเมื่อ แต่พอเราผ่านพ้นช่วง 2-3 ปีมาได้เนี่ย ต้นไม้ของเราก็เริ่มหยั่งรากลึก แข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะเจอพายุฝนหรือแดดร้อน ก็ยังยืนต้นได้มั่นคง นั่นแหละค่ะ คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ New Weight Set Point ของร่างกายเรา เมื่อเราคงน้ำหนักได้นานขนาดนี้ ร่างกายจะเริ่ม “เชื่อ” แล้วว่า นี่คือน้ำหนักปกติใหม่ และปรับสมดุลฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ ให้เข้ากับจุดนี้ ทำให้ โอกาสที่เราจะกลับไปอ้วนง่ายๆ เหมือนเดิมเนี่ย ลดลงเยอะเลยค่ะ นี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่มันคือ “รางวัล” ของคนที่มีวินัย ซึ่งจากประสบการณ์การดูแลคนไข้ของหมอ คนที่ผ่านจุดนี้มาได้ มักจะมีความสุขกับการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายแบบยั่งยืนไปแล้วโดยไม่รู้ตัวค่ะ มันคือการสร้างนิสัยใหม่ที่แข็งแกร่งนั่นเอง!
น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผิวแตกลายได้ค่ะ เวลาน้ำหนักขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างแบบรวดเร็ว ผิวหนังของเราต้องยืดตัวแบบทันทีทันใด ทำให้โครงสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวแตกตัวขึ้น จึงเกิดรอยแตกลายเป็นริ้วขาวหรือชมพูค่ะ
ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่น้ำหนักขึ้นจะแตกลายหมดนะคะ แต่ถ้าอยากป้องกัน เบื้องต้นคือพยายามควบคุมน้ำหนักให้ค่อยๆ ขึ้น ไม่เพิ่มแบบรวดเร็ว ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการเกา และถ้ารู้สึกว่ารอยแตกลายเริ่มมาแล้ว ดูแลไวตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้จางลงเร็วค่ะ
หมอจะดีใจมากเลยทุกครั้งที่มีคนไข้ถามคำถามที่ลึก ซึ่งมันดี เพราะมันคือการห่วงตัวเองขั้นสุด บางคนถามเพื่อตัวเอง บางคนก็ถามเพื่อคนรอบข้างจะได้เตือนๆกัน ป้องกันกันไว้ก่อน สำหรับเรื่องนี้หมอตอบแบบนี้ค่ะ
“ไม่ได้ห้าม 100% ค่ะ แต่ต้องเลือกประเภทการนวด และระวังมากกว่าคนทั่วไป”
จริงอยู่ที่ว่า คนไข้เบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมานาน ผนังหลอดเลือดอาจจะเปราะบางกว่าปกติ และการรับรู้ความรู้สึก (เช่น ความเจ็บ/ความร้อน) อาจลดลง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยช้ำง่าย หรือบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัวถ้าเจอนวดหนักๆ ค่ะ
หลักการสำคัญของอาการปวดหลังจากน้ำหนักตัวมาก คือ กระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อหลังต้องรับน้ำหนักเกินกว่าที่จะรับไหว ส่งผลให้เกิดแรงกดและการสึกหรอที่ข้อต่อกระดูก กล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องก็จะอ่อนแอ ทำให้การทรงตัวเสียสมดุล จึงเกิดอาการปวดเมื่อย ปวดร้าว หรือจนถึงหมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วและเส้นประสาทถูกกดทับในที่สุดค่ะ
ต้นตอของน้ำหนักตัวมากเกิดจากอาหาร การขยับตัวน้อย พักผ่อนไม่พอ ความเครียด ยาบางอย่าง หรือปัญหาสุขภาพ การแก้ต้องเริ่มสังเกตตัวเอง ปรับอาหาร เพิ่มกิจกรรม จัดการความเครียดและตรวจสุขภาพบ้าง ค่อยๆ แก้ไปแต่ละสาเหตุ ความสม่ำเสมอและความเข้าใจตัวเองคือหัวใจของการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน
การที่ เหนียงไม่ยอมลด แม้จะใช้ปากกาลดน้ำหนักจนน้ำหนักตัวโดยรวมลดลงไปมากแล้วนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า ปากกาลดน้ำหนักมีจุดประสงค์หลักคือการลดไขมันสะสมโดยรวมทั่วร่างกาย ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสลายไขมันเฉพาะจุด หรือยกกระชับผิวบริเวณเหนียงโดยตรงค่ะ ดังนั้นการที่เหนียงยังคงอยู่จึงเป็นผลจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมกัน ทั้ง ไขมันสะสมเฉพาะจุด ที่ลดได้ยากกว่าบริเวณอื่น พันธุกรรม ที่กำหนดลักษณะการสะสมไขมันและโครงสร้างใบหน้า และที่สำคัญคือ ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน หรือการที่ผิวไม่สามารถหดตัวกลับไปกระชับได้ทันหลังจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วค่ะ
หากคุณคนไข้ต้องการแก้ปัญหาเหนียงอย่างตรงจุดจริงๆ หมอแนะนำว่าต้องพิจารณา การรักษาที่มุ่งเน้นบริเวณเหนียงโดยเฉพาะ ค่ะ ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถช่วยได้ เช่น
- การใช้เครื่องยกกระชับผิว อย่างเช่น เครื่องกลุ่ม Ultherapy, Thermage หรือ RF ต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณลำคอและใต้คาง กลับมาเฟิร์มและกระชับ ขึ้นค่ะ
- การสลายไขมันเฉพาะจุด สำหรับคนไข้ที่มีไขมันสะสมบริเวณเหนียงเป็นหลัก อาจพิจารณาการฉีดสารสลายไขมัน หรือใช้เทคโนโลยีสลายไขมัน หรือในบางกรณีอาจเป็นการดูดไขมัน (Liposuction) เพื่อ กำจัดไขมันที่ดื้อออกไปโดยตรง ค่ะ
หมอแนะนำให้คุณคนไข้เข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าของคุณคนไข้ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดค่ะ








