ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

D’ Back Acne สิวที่หลัง ต้องรักษาอย่างไร กี่ครั้งถึงจะหาย ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

รักษาสิว

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

D’ Back Acne สิวที่หลัง ต้องรักษาอย่างไร กี่ครั้งถึงจะหาย ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง ติดตามผลการรักษา
โปรโมชั่น ส่วนลด

กดสิวทั่วแผ่นหลัง + มาส์กลดการอักเสบ

1,500

บาท

ปกติราคา : 2,000

หมดเขต: 31 มีนาคม 2569

เลือกอ่านเนื้อหา

สิวที่หลัง (Back Acne) เป็นปัญหาที่เจอได้บ่อยทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน ตั้งแต่เริ่มเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ ไปจนถึงสิวอักเสบเรื้อรัง รวมถึง “สิวหายแล้วแต่ทิ้งรอยไว้” ที่ทำให้ไม่มั่นใจเวลาใส่เสื้อเปิดหลังหรือไปทะเล D’ Back Acne ออกแบบเพื่อดูแล ทุกระยะของสิวที่หลัง แบบ case-by-case โดยแพทย์

D' Back Acne สิวที่หลัง ต้องรักษาอย่างไร กี่ครั้งถึงจะหาย ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

รักษาสิวที่หลัง (Back Acne) คืออะไร และทำไมถึงเป็นซ้ำง่าย

สิวที่หลังมักเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น

  • เหงื่อและความอับชื้นจากอากาศร้อน/กีฬา
  • เสื้อผ้ารัดแน่น การเสียดสีจากกระเป๋า/ชุดชั้นใน/สายสะพาย
  • ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ/ครีมนวด/น้ำมันผมที่ตกค้าง
  • พฤติกรรมการแกะ/เกา ทำให้เกิดรอยและอักเสบซ้ำ
  • ความมัน รูขุมขนอุดตัน และการอักเสบของผิว

หมายเหตุ: บางรายอาจไม่ใช่สิวแท้ (เช่น folliculitis/ผื่นรูขุมขนอักเสบจากยีสต์) จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกวิธีรักษา

สาเหตุที่ตัดสินใจรักษา แม้สิวจะอยู่ในร่มผ้า

pie title "เหตุผลที่คนไข้มารักษาสิวที่หลัง"
  "สิวอักเสบที่หลัง เจ็บ/นอนไม่สบายตัว" : 30
  "เป็นซ้ำเรื้อรัง คุมเองไม่อยู่" : 22
  "รอยสิวที่หลัง (รอยดำ/รอยแดง) ไม่จาง" : 18
  "สิวอุดตัน/ผดที่หลัง ผิวไม่เรียบ" : 12
  "เตรียมตัวก่อนงานสำคัญ/เที่ยวทะเล/ถ่ายรูป" : 10
  "คัน/ระคายเคืองจากเหงื่อและความอับชื้น" : 8
อ้าอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิกตั้งแต่ปี 2023

นัดประเมินสิวที่หลัง (D’ Back Acne)

อยากเริ่มดูแลสิวที่หลังให้ถูกวิธี หรืออยากจัดการรอยสิวที่หลังให้จางลงอย่างเป็นแผน นัดเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและชนิดสิวก่อนได้ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณที่สุด

ต้นตอของหลุมสิว ส่วนใหญ่คือสิวอักเสบ
สิวอักเสบเม็ดเดียว ไม่ว่าจะขึ้นบนหน้าหรือแผ่นหลังก็ไม่ควรมองข้าม มีโอกาสกลายเป็นหลุม ผิวไม่เรียบเนียนสูง

โปรแกรม D’ Back Acne ช่วยแก้ปัญหา “สิวที่หลัง” แบบไหนได้บ้าง

ครอบคลุมตั้งแต่เริ่มเป็น–เป็นอยู่–สิวหายแล้วแต่มีรอย

  • ระยะเริ่มเป็น: สิวอุดตัน/สิวผดที่หลัง ผิวไม่เรียบ เป็นเม็ดเล็ก ๆ กระจาย
  • ระยะเป็นแล้ว: สิวอักเสบ เจ็บ แดง เม็ดใหญ่ เป็นซ้ำบริเวณเดิม
  • ระยะสิวหายแล้ว: รอยสิวที่หลัง (รอยแดง/รอยดำ) สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวดูไม่เนียน
บริการช่วยอะไร (เหมาะกับเคสแบบไหน)
กดสิวที่หลัง
(Acne Extraction)
ช่วย เอาสิวอุดตันออก (หัวขาว/หัวดำ/สิวอุดตันที่ “พร้อมกด”) ลดการสะสมที่ทำให้สิวอักเสบขึ้นซ้ำ ผิวหลังดูเรียบขึ้น ไม่เหมาะกับการฝืนกดสิวอักเสบลึก ๆ
มาส์กสิวที่หลัง
(Back Acne Mask)
ช่วย ปลอบผิวและลดการอักเสบ/ระคายเคือง ลดความมันและความอับชื้น ทำให้ผิวรู้สึกสบายขึ้น เหมาะกับคนที่ สิวผด/สิวเม็ดเล็ก ๆ กระจาย หรือหลังทำหัตถการเพื่อช่วยให้ผิวสงบลง (ผลขึ้นกับสูตรและสภาพผิว)

ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาสิวที่หลัง D’ Back Acne

  • เป็นสิวที่หลังมานาน รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้น
  • สิวที่หลังขึ้นซ้ำ ๆ เวลาเหงื่อออก/ออกกำลังกาย/ใส่เสื้อรัด
  • มีทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบปนกัน
  • สิวสงบแล้วแต่ รอยสิวที่หลังชัด อยากให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
  • กลัวเจ็บ/ผิวแพ้ง่าย ต้องการแนวทางที่เหมาะกับผิวและไลฟ์สไตล์
xychart-beta
  title "สถานการณ์ที่คนเป็นสิวที่หลังไม่มั่นใจที่สุด"
  x-axis ["ไปยิม","ไปเที่ยวทะเล","นวดสปา","งานอีเว้นเปิดหลัง"]
  y-axis "ระดับความไม่มั่นใจ" 0 --> 100
  bar [76,88,64,92]
อ้างอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2023

แนวทางรักษาสิวที่หลังแบบ case-by-case ในโปรแกรม D’ Back Acne

แผนการรักษาจะเลือกตาม “ชนิดสิว + ความไวผิว + เป้าหมาย (กดสิว/ลดอักเสบ/ลดรอย)” ตัวอย่างแนวทางที่มักใช้ร่วมกัน

  • เคลียร์สิวอุดตันอย่างถูกวิธี (เมื่อเหมาะสม): ลดการอุดตันที่เป็นต้นทางของการอักเสบ
  • ลดการอักเสบของสิว: ดูแลสิวอักเสบให้สงบลง ลดบวมแดงและการลุกลาม
  • ดูแลรอยสิวที่หลัง: วางแผนให้รอยค่อย ๆ จางลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้น
  • แนะนำการดูแลที่บ้าน: เลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำ/บอดี้แคร์ และพฤติกรรมที่ช่วยลดการเป็นซ้ำ

แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของแต่ละขั้นตอน และอธิบายสิ่งที่คาดหวังได้จริงก่อนเริ่มดูแล

pico laser ลบรอยสิว รอยสิวที่หลัง ทำกี่ครั้ง

รักษาสิวหลังราคาเท่าไหร่

โปรแกรมรักษาสิวแผ่นหลัง1 ครั้ง5 ครั้ง
D’ Back Acne2,500 .-10,000 .-
กดสิว ทั่วแผ่นหลัง
ฉีดสิวอักเสบ
มาส์กผลัดเซลล์ผิว
มาส์กลดรอยสิว
รับเลเซอร์ลดรอยสิว หรือแพทย์เลือกให้เป็น ฉายแสง LED ฆ่าเชื้อสิว (อย่างใดอย่างหนึ่ง)

เลเซอร์รอยสิวที่หลัง เห็นผลใน 3-5 ครั้ง

รีวิวรักษารอยสิวที่หลัง ชอบแกะชอบเกา ระวังไว้ 2500/ครั้ง ยิงเลเซอร์ไม่จำกัดช็อต #สิวหลัง

ใครเป็นสายชอบแกะ ชอบเกาสิวที่หลัง จนหลังลายแบบนี้ ต้องรีบจัดการ แม้จะไม่มีใครเห็น แต่เราก็ไม่มั่นใจเวลาถอดเสื้อผ้าอยู่ดี

ทำ IPL ที่หลัง ราคาดี 2,500.- พิกัดดีเลิฟเวอรี่คลินิก สาขา CDC และ รามคำแหง
รอยสิวที่หลังหายได้! Pico Laser vs ปล่อยทิ้งไว้ เลือกแบบไหนดี?

รักษาสิวที่หลังแบบ All in 1 D’ Back Acne Extra คุ้มกว่า

โปรแกรมผสานการรักษาสิว รอยสิวที่แผ่นหลังราคา/ครั้งราคา/ 5 ครั้ง
Back Acne (กดสิว+มาส์กลดรอย ลดการอักเสบ)1,5006,000
Pico Laser (พิโค่เลเซอร์ ลดรอยดำให้จางลงได้เร็วขึ้น)
Meso Pigment (เมโสเพิ่มความกระจ่างใสให้แผ่นหลัง ลดเม็ดสีเข้มให้จางเร็วยิ่งขึ้น)
ยาทาน (ควบคุมความมันฮอร์โมน ลดการเกิดสิวจากภายใน)
ราคารวม ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม6,50027,500

ทำไมต้องรักษาสิวที่หลังที่ D’ Lovevery Clinic

  • แพทย์ประเมินก่อนทุกเคส เพื่อแยกชนิดผื่น/สิว และเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน
  • ดูแลครบทั้ง “สิว + รอย” ไม่จบแค่สิวยุบ แต่มีแผนต่อเนื่องสำหรับรอยสิวที่หลัง
  • วางแผนแบบไม่เร่ง ไม่บังคับคอร์ส แนะนำตามความจำเป็นและงบประมาณ
  • โฟกัสความอ่อนโยนและความปลอดภัย โดยคำนึงถึงผิวแพ้ง่ายและโอกาสทิ้งรอย
  • มีการติดตามผลและปรับแผน ตามการตอบสนองของผิวในแต่ละช่วง
  • จ่ายสบาย เลือกได้ มีระบบมัดจำและทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถแบ่งจ่ายได้ รองรับ Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

ขั้นตอนรับบริการโปรแกรม D’ Back Acne

  1. ลงทะเบียน/แจ้งประวัติผิวและการแพ้ (รวมถึงยาที่ใช้อยู่)
  2. พบแพทย์ประเมินสิวที่หลัง ชนิดสิว ระดับการอักเสบ และเป้าหมายการรักษา
  3. วางแผนการดูแลรายบุคคล เลือกขั้นตอนที่เหมาะกับ “สิวตอนนี้” และ “รอยที่กังวล”
  4. เริ่มทำหัตถการ/ดูแลตามแผน ภายใต้การดูแลของทีม
  5. รับคำแนะนำการดูแลหลังทำ + นัดติดตามผล เพื่อปรับแผนให้เหมาะที่สุด
การเตรียมตัว ก่อนทำ-หลังทำ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

การเตรียมตัวก่อนมารักษาสิวที่หลัง

  • อาบน้ำให้สะอาดก่อนมา และ หลีกเลี่ยงการทาโลชั่น/บอดี้ออยล์ที่หลัง ในวันรับบริการ (หากทำได้)
  • งดการสครับ/ขัดถูแรง ๆ บริเวณหลังล่วงหน้า
  • เตรียมข้อมูล ยาที่ใช้อยู่/ครีมที่ทา/ประวัติแพ้ยา มาแจ้งแพทย์
  • หากมีแผลถลอก ผื่นแพ้ หรือแดดเผา บริเวณหลัง ควรแจ้งก่อนทำ
  • ใส่เสื้อผ้าที่ถอด-ใส่ง่าย เพื่อลดการเสียดสีหลังทำ

การดูแลหลังทำ เพื่อลดสิวซ้ำและช่วยให้รอยจางลง

  • หลีกเลี่ยงการเกา/แกะสิว และการขัดถูแรง ๆ
  • หลังเหงื่อออกให้รีบอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ลดความอับชื้น
  • เลี่ยงเสื้อรัดแน่น/สายสะพายเสียดสีบริเวณเดิม ๆ ช่วงแรก
  • ใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนตามคำแนะนำ และทาครีม/ยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
  • หากมีรอยสิวที่หลัง แนะนำ กันแดดเมื่อมีโอกาสโดนแดด เพื่อป้องกันรอยเข้มขึ้น

ผลลัพธ์และจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับชนิดสิว ความเรื้อรัง และการดูแลร่วมกัน แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล

ข้อควรรู้ก่อนรับบริการ

ข้อควรรู้คำอธิบาย
สิวที่หลังอาจไม่ใช่ “สิวแท้” เสมอไปบางเคสเป็นผื่นรูขุมขนอักเสบชนิดอื่น ต้องประเมินก่อนเพื่อเลือกวิธีที่ถูกต้อง
ไม่ควรบีบ/กดสิวเองเสี่ยงอักเสบลุกลาม ทิ้งรอยดำ/รอยแดง และแผลเป็นได้ง่าย โดยเฉพาะสิวอักเสบ
การรักษามักต้องทำต่อเนื่องสิวที่หลังเป็นปัญหาจากหลายปัจจัย จึงต้องดูแลเป็นแผน ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ
รอยสิวต้องใช้เวลารอยแดง/รอยดำมักค่อย ๆ จาง ต้องอาศัยการดูแลสม่ำเสมอและกันแดด
ไลฟ์สไตล์มีผลมากเหงื่อ เสื้อรัด การเสียดสี ผลิตภัณฑ์ตกค้าง ล้วนทำให้กลับมาเป็นซ้ำได้
สิวที่หลังต่างจากสิวที่หน้าไหมหลักการคล้ายกัน แต่ “ความอับชื้นและการเสียดสี” มีผลมากกว่า ทำให้เป็นซ้ำง่ายและทิ้งรอยได้บ่อย
ควรมาตอนไหนถึงจะรักษาได้ผลดีมาตั้งแต่เริ่มเป็นจะจัดการได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสเกิดรอย/แผลเป็นจากการอักเสบซ้ำ
สิวอักเสบที่หลังทำไมเจ็บและเป็นซ้ำหลังมีการเสียดสีและอับชื้นสูง บวกกับสิวอุดตันสะสม ทำให้เกิดการอักเสบซ้ำบริเวณเดิมได้
สิวหายแล้วแต่รอยดำ/รอยแดงที่หลังทำยังไงแพทย์จะประเมินชนิดรอยและวางแผนดูแลให้เหมาะกับผิว เพื่อให้รอยค่อย ๆ จางและสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผลขึ้นกับชนิดสิว ความเรื้อรัง และการดูแลที่บ้าน แพทย์จะประเมินจำนวนครั้งโดยประมาณหลังตรวจ
ทำได้ทุกสภาพผิวไหมโดยทั่วไปทำได้หลายสภาพผิว แต่ต้องประเมินความไวผิว โรคผิวหนังร่วม และการแพ้เป็นรายบุคคล
หลังทำต้องพักฟื้นไหมส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้น แต่ควรลดการเสียดสี รักษาความสะอาด และทำตามคำแนะนำหลังทำเพื่อให้ผิวฟื้นตัวดี
ถ้าออกกำลังกายบ่อยยังรักษาได้ไหมได้ แต่อาจต้องวางแผนดูแลเรื่องเหงื่อ เสื้อผ้า และการอาบน้ำหลังออกกำลังกาย เพื่อลดการเป็นซ้ำ
คลินิกใกล้บ้านคุณ Dlovevery Pico Laser รามคำแหง cdc เลียบด่วน ราคาเริ่มต้น 4,500 บาท (มี SPayLater)

โปรแกรมรักษาสิวอื่นๆมีอะไรบ้าง

รายการบริการอัตราค่าบริการ
กดสิว (ทั่วหน้า)ครั้งละ 350 บาท
มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิวครั้งละ 350 บาท
กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ)ครั้งละ 500 บาท
ฉีดสิวเม็ดแรก 100 บาท เม็ดถัดไปเม็ดละ 50 บาท
รักษาสิวครบขั้นตอนเริ่มต้นครั้งละ 700 บาท
LED ลดการอักเสบสิวครั้งละ 1,200 บาท
IPL ลดรอยสิวครั้งละ 1,500 บาท
Pico Laser ทั่วใบหน้าครั้งละ 4,500 บาท
ครีมกันแดดที่เหมาะกับคนเป็นสิว เกรดคลินิก

รีวิวรักษาสิว

รีวิวรักษารอยสิว หน้าใส จุดด่างดำ


สำหรับคำถามที่คนไข้ถามมา Pico Laser เหมาแขน 2 ข้าง ราคาอยู่ที่ 3,999 บาท ค่ะ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อคนไข้ที่ต้องการ อวดผิวแขนอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำจากแมลงสัตว์กัดต่อย หรือปัญหาผิวสากจากขนคุด การเหมาทำทั้งสองข้างจะช่วยเคลียร์เม็ดสีได้ทั่วถึง ทำให้ผิวแขนกลับมาเนียนใส ใส่เสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยวได้แบบไม่ต้องกังวลค่ะ

ส่วนใครที่อยากดูแลช่วงล่างด้วย โปรแกรม เหมาขา 2 ข้าง ในราคา 4,999 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่มีปัญหา “ขาลายน้ำเหลืองไม่ดี” หรือมีรอยแผลเป็นสะสมมานาน ราคาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแลกกับพื้นที่การรักษาที่กว้างขึ้น (ครอบคลุมทั้งหน้าแข้งและน่อง) ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการกู้คืนความมั่นใจในการใส่ขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

มาส์กหน้าใสที่หาซื้อง่ายกับมาส์กในคลินิก มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยมาส์ก 7-Eleven จะมี สารออกฤทธิ์ในความเข้มข้นต่ำกว่า ถูกออกแบบมาให้ ครอบคลุมและลดความเสี่ยงการแพ้ เพื่อให้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เน้นการบำรุงผิวทั่วไปและความชุ่มชื้น ส่วนมาส์กในคลินิกนั้น หมอจะ ประเมินผิวหน้าและเลือกตัวยา รวมถึงเนื้อมาส์กที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ประกอบด้วย สารออกฤทธิ์ทางการแพทย์ที่บริสุทธิ์และเข้มข้นสูง ผลิตภายใต้มาตรฐานยา เพื่อ แก้ปัญหาผิวที่เฉพาะเจาะจง หรือฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนกว่าภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

บีบเองกดเอง อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ค่ะ เพราะเกิดจาก กระบวนการสมานแผลของผิวที่สร้างคอลลาเจนมากเกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากการ อักเสบที่รุนแรง การบีบสิวที่ไม่ถูกวิธี หรือพันธุกรรม โดยรอยนูนเหล่านี้อาจเป็นเพียงการบวมชั่วคราว แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) หรือ คีลอยด์ (Keloid Scar) การ งดบีบสิว และหากต้องการรักษาให้ผิวเรียบขึ้นนั้น จะต้องมาพบหมอเพื่อตรวจ รับการรักษาที่เหมาะสม เช่น ยาทา การฉีดสเตียรอยด์ หรือเลเซอร์ จะช่วยให้ผิวกลับมา เรียบเนียนขึ้น ได้ค่ะ

ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อาจจะหายกลับภาวะปกติได้นะคะ เพียงแต่อาจจะใช้เวลานาน และยิ่งจับเหมือนจะยิ่งแข็งขึ้นเรื่อยๆ ในคนไข้หมอส่วนใหญ่ที่เจอ คือแผลอาจจะไม่ได้ใหญ่ขึ้นนูนขึ้น แต่ส่วนมากจะแข็งมากขึ้น มีสะเก็ดหลุดลอกเป็นระยะๆ แต่ที่เจอแน่ๆคือรอยดำ เพราะถ้าเจอสิวระดับนูนได้เองแบบนี้เม็ดใหญ่แน่ๆ และทิ้งรอยดำไว้นานแน่นอนค่ะ ถ้ากังวลมากก็เข้ามาพบหมอที่คลินิกได้นะคะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเห็นเพื่อนและคนไข้หลายคนที่เข้าใจผิดว่าเมืองหนาว อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น แดดไม่ร้อน แท้จริงแล้วระดับ UV นั้นไม่แพ้ใครในโลก  รวมถึงไทยด้วย ใครเคยไปเกาหลีหน้าร้อน จะเข้าใจว่าร้อนระดับไหน บางเดือนแดดจัดอุณหภูมิสูงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ หมอบอกเลยว่าเลือกครีมกันแดด เลือกตามฤดูกาลและการใช้ชีวิตคือดีที่สุดเลย

การเลือกกันแดด สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูที่ค่าการปกป้องค่ะ หากคนไข้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี ค่า SPF50+ และ PA++++ (หรือ Broad Spectrum สำหรับกันแดดฝั่งอเมริกา/ยุโรป) ซึ่งหมายถึงการป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครบถ้วน และมีคุณสมบัติ กันน้ำ กันเหงื่อ (Water/Sweat resistant) ก็จะสามารถปกป้องผิวบอบบางจากแดดเมืองไทยที่แผดเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่แพ้กันแดดที่ผลิตในประเทศเลยค่ะ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ การเลือกใช้ให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพผิวของคนไข้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิธีการใช้ที่ถูกต้อง ค่ะ หมอเน้นย้ำเลยนะคะว่าคนไข้ต้อง ทาในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้าและลำคอ) และ ทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนไข้อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือมีเหงื่อออกมากค่ะ ไม่ว่ากันแดดจะเริ่ดแค่ไหน ถ้าทาไม่ถูกวิธี หรือไม่ทาซ้ำ ก็อาจทำให้การปกป้องไม่เต็มที่นะคะ ขอให้คนไข้มั่นใจและเลือกกันแดดคู่ใจที่ใช่สำหรับผิวเราได้เลยค่ะ!

อ่านเพิ่มเติม

การลอกกระแดด ลอกจุดด่างดำ ที่ D’ Lovevery Clinic คือกระบวนการ ผลัดเซลล์ผิวเม็ดสีที่เสื่อมสภาพ ออกอย่างถูกวิธี โดยเน้นการรักษาแบบ ผสมผสาน (Combined Therapy) ทั้งเลเซอร์ ยาทา นวัตกรรมทางการแพทย์อื่นๆ และการดูแลชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและ ปลอดภัยกว่าการลอกผิวแบบเดิมๆ สิ่งสำคัญคือคนไข้ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และต้อง มีวินัยในการป้องกันแสงแดด เพื่อรักษาผิวให้กระจ่างใสอย่างยั่งยืนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การเกิดฝ้าหลังเลเซอร์หลุมสิวมี โอกาสเกิดขึ้นได้จริง แม้จะใช้นวัตกรรมหรือเครื่องเลเซอร์ รุ่นล่าสุดจากอเมริกา ที่โฆษณาว่าดีที่สุดก็ตามค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโปรแกรมการรักษามีผลข้างเคียง (Side Effects) แฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง พลังงานความร้อนสะสม ที่อาจไปกระตุ้นเม็ดสีในคนไข้ที่มีพื้นฐานผิวไวต่อแสง ดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเครื่องคือการให้ แพทย์ประเมินสภาพผิวและโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าพลังงานและเครื่องมือที่ “เข้ากับผิวคนไข้” จริงๆ ควบคู่ไปกับการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยดำไว้เป็นของแถมค่ะ

แม้เครื่องเลเซอร์จะผ่านการรับรองจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) แต่ใบรับรองนั้นหมายถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีผลข้างเคียง 100% หากใช้ค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสมกับผิวคนเอเชีย

อ่านเพิ่มเติม

หมอเลยถามกลับว่าเยอะแค่ไหน คนไข้ตอบ ก็มีทกแบรนด์อ่ะค่ะตั้งแต่หลักร้อยยันหลักหมื่น (พร้อมโชว์ภาพโต๊ะเครื่องแป้ง) แล้วก็นั่งขำไปพร้อมๆกับคนไข้

หมอสรุปแบบนี้ค่ะ คือถ้าใช้มานานแล้วยังไม่แพ้ หรือไม่มีสิวหน้าไม่พัง มันก็ถือว่าโอเค แต่ถ้าใช้เยอะ แล้วดันเป็นสิว งานจะเข้าก็ตรงนี้แหล่ะ เพราะเราไม่รู้ว่ามันเกิดจากตัวไหน ยี่ห้อไหนที่ใช้ อีกอย่างคือ การใช้สกินแคร์หลายขั้นตอนเกินความจำเป็น (Over-skincare) ส่งผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะ “เกราะป้องกันผิวพัง” (Damaged Skin Barrier) จากการใช้สารผลัดเซลล์ผิวซ้ำซ้อน ทำให้ผิวอ่อนแอและแพ้ง่าย นอกจากนี้การทาครีมทับกันหลายชั้นยังเสี่ยงต่อการเกิด “สารตีกัน” ที่ลดประสิทธิภาพของครีม และก่อให้เกิดการอุดตันจนเป็นสิว (Acne Cosmetica) ได้ง่าย หมอจึงแนะนำแนวทาง Skinimalism เน้นใช้เฉพาะสิ่งที่ผิวต้องการจริงๆ เพื่อให้ผิวแข็งแรงและสมดุลค่ะ

ลองทบทวนดูใหม่ มาพบหมอใหม่ได้ว่าแท้จริงแล้วผิวเราต้องการอะไร จะได้ตัดตัวที่ไม่จำเป็นออกไปทีละนิดๆได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อาการสิวเห่อข้ามคืนจากการใช้น้ำตบ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ส่วนผสมจากการหมักบ่ม (Fermented Ingredients) เช่น ยีสต์ Galactomyces หรือแพลงก์ตอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะ “สิวยีสต์” (Fungal Acne) หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงคันคล้ายสิวผด ซึ่ง ไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นอาการแพ้ระคายเคือง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติผิวแพ้ง่ายหรือเป็นเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการเห่อของสิวค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Stop dressing to hide. Start treating to heal.

★★ ความประทับใจ ★★

google
Bub
Bub
05/02/2026
google
Sumayyah Alisha
Sumayyah Alisha
05/02/2026
google
แสงอุษา ไชยวุฒิ
แสงอุษา ไชยวุฒิ
03/02/2026
facebook
Wrry Rry
Wrry Rry
แนะนำเลย
31/01/2026
google
‘w’
‘w’
31/01/2026
facebook
บุณยานุช ช.
บุณยานุช ช.
แนะนำเลย
12/11/2025
facebook
Sofiarnee Doma
Sofiarnee Doma
แนะนำเลย
06/11/2025

โปรแกรมอื่นๆ