กระ คืออะไร? ทำความเข้าใจปัญหากวนใจบนใบหน้า
“กระ” คือจุดด่างดำขนาดเล็กบนผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการผลิตเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติบริเวณใต้ชั้นผิว ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ กระนั้นมีหลายประเภท แต่ละชนิดก็มีลักษณะและสาเหตุการเกิดที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายคน
กระเกิดขึ้นได้อย่างไร? สาเหตุหลักของการเกิดกระ
การเกิดกระส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ปัจจัยหลักดังนี้
- พันธุกรรมหรือฮอร์โมน: บางคนอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดกระได้ง่ายกว่าคนอื่น เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย
- แสงแดดและรังสี UV: การที่ผิวหน้ารับแสงแดดโดยตรงโดยไม่มีการป้องกันที่เพียงพอ ทำให้รังสี UV เข้าไปกระตุ้นการผลิตเมลานินในผิวหนังมากเกินไป เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกระและฝ้า
- ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะสม: การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่มีสารเคมีเข้มข้นหรือไม่เหมาะสมกับสภาพผิว อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและกระตุ้นการเกิดกระและฝ้าได้
pie
title สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดกระ (แม้อายุยังน้อย)
"แสงแดดและรังสี UV" : 50
"พันธุกรรม/ฮอร์โมน" : 35
"ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ไม่เหมาะสม" : 15

ประเภทของกระ รู้ก่อนรักษาอย่างตรงจุด
กระสามารถแบ่งออกเป็น 4 ชนิดหลักๆ ซึ่งมีลักษณะและตำแหน่งที่พบบ่อยแตกต่างกัน
กระตื้น (Ephelides)
- ลักษณะ: เป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ขอบชัดเจน มักมีสีน้ำตาลอ่อน
- ตำแหน่งที่พบ: พบบริเวณที่สัมผัสแดดมาก เช่น โหนกแก้มทั้ง 2 ข้าง หรือจมูก
- สาเหตุ: เกิดจากเซลล์เม็ดสีใต้ผิวหนังทำงานผิดปกติ ส่วนใหญ่มาจากพันธุกรรม
กระลึก (Hori’s Nevus / Nevus of Ota-like Macules)
- ลักษณะ: คล้ายกระตื้นแต่มีสีเข้มกว่า เป็นได้ทั้งจุดสีน้ำตาลเข้ม หรือสีออกเทาๆ อาจมีขอบไม่ชัดเจน
- ตำแหน่งที่พบ: มักพบบ่อยบริเวณโหนกแก้ม ขมับ จมูก
- สาเหตุ: เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสีชั้นใน มักเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศหญิง แสงแดด ยาบางชนิด และการตั้งครรภ์
กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis)
- ลักษณะ: เป็นตุ่มเล็กๆ สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม มีผิวเรียบหรือขรุขระ
- ตำแหน่งที่พบ: มักพบในบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก และหลัง
- สาเหตุ: เกิดจากผิวหนังชั้นกำพร้าเจริญมากขึ้นผิดปกติ
กระแดด (Solar Lentigines)
- ลักษณะ: เป็นจุดสีน้ำตาล ขอบชัด ขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร
- ตำแหน่งที่พบ: มักเกิดในบริเวณที่ถูกแสงแดดกระทบบ่อย เช่น ใบหน้า โหนกแก้ม มือ หลังแขน
- สาเหตุ: เกิดจากแสงแดดเป็นหลัก
เปรียบเทียบ ลักษณะกระในคนยุโรปและคนเอเชีย
| ลักษณะ/ปัจจัย | กระในคนยุโรป | กระในคนเอเชีย |
|---|---|---|
| ประเภทกระที่พบได้บ่อย | – กระตื้น (Ephelides): กระที่เกิดจากพันธุกรรมและแสงแดด – กระแดด (Solar Lentigines): จุดด่างดำจากแดด | – กระแดด (Solar Lentigines): จุดด่างดำจากแดด – กระลึก (Hori’s Nevus / Nevus of Ota-like Macules): กระที่มีเม็ดสีอยู่ในชั้นที่ลึกกว่า – ฝ้า (Melasma): มักพบร่วมด้วย |
| สี | มักเป็นสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้ม | มักเป็นสีน้ำตาลเข้ม สีเทา หรือออกม่วงคล้ำในบางกรณี (โดยเฉพาะกระลึก) |
| ความลึกของเม็ดสี | เม็ดสีอยู่ในชั้นผิวหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นหลัก | เม็ดสีอาจอยู่ในชั้นผิวหนังกำพร้า หรือลึกไปถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยเฉพาะในกระลึก |
| ปฏิกิริยาต่อแสงแดด | – เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเมื่อโดนแดด – อาจจางลงได้เองในช่วงที่ไม่โดนแดดจัด | – เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเมื่อโดนแดด – มีแนวโน้มที่จะเข้มขึ้นและคงอยู่ถาวรได้ง่ายกว่า – เม็ดสีที่ลึกมักไม่จางลงเอง |
| พันธุกรรม | มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมสูง (โดยเฉพาะกระตื้น) | มีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ฮอร์โมน, การอักเสบ |
| การตอบสนองต่อการรักษา | มักตอบสนองได้ดีต่อเลเซอร์ที่เป้าหมายเม็ดสีในชั้นตื้น | ต้องใช้เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นที่เหมาะสมกับความลึกของเม็ดสี และอาจต้องใช้การรักษาแบบผสมผสานหลายวิธี เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและลดการเกิดซ้ำ |
| ความเสี่ยงต่อรอยดำหลังการอักเสบ (PIH) | มีความเสี่ยงน้อยกว่า | มีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดรอยดำหลังการอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation) โดยเฉพาะหากทำการรักษาที่ไม่เหมาะสม |

เปรียบเทียบ กระบนใบหน้า vs. กระตามลำตัว (บ่า, ไหล่)
| ลักษณะ/ปัจจัย | กระที่พบบนใบหน้า | กระที่พบตามลำตัว (บ่า, ไหล่, หลังมือ) |
|---|---|---|
| ประเภทกระที่พบบ่อย | – กระตื้น (Ephelides): จุดสีน้ำตาลอ่อน ขอบชัด – กระแดด (Solar Lentigines): จุดน้ำตาล ขอบชัด ขนาดใหญ่กว่ากระตื้น – กระลึก (Hori’s Nevus): จุดสีเทา/น้ำตาลเข้ม ขอบไม่ชัด – ฝ้า (Melasma): ปื้นใหญ่กว่ากระ มักพบบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก | – กระตื้น (Ephelides): จุดสีน้ำตาลอ่อนเล็กๆ – กระแดด (Solar Lentigines): จุดน้ำตาลชัดเจน มีขนาดและจำนวนเพิ่มตามวัย – กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis): ตุ่มนูน สีน้ำตาล/ดำ ผิวหยาบ พบได้บ่อยขึ้นตามอายุ |
| สาเหตุหลัก | – แสงแดด: รับแสงแดดต่อเนื่อง – พันธุกรรม/ฮอร์โมน: โดยเฉพาะกระลึกและฝ้า – การอักเสบ: จากสิว การเสียดสี | – แสงแดด: รับแสงแดดสะสมและรุนแรงกว่า โดยเฉพาะในกิจกรรมกลางแจ้ง – พันธุกรรม – อายุ: การเสื่อมสภาพของผิวหนัง |
| ลักษณะเฉพาะ | – มักมีขนาดเล็กถึงปานกลาง – สีอ่อนถึงเข้ม – บางชนิดมีขอบเขตชัด บางชนิดไม่ชัด (เช่น ฝ้า) | – มักมีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ขึ้นตามอายุ – สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม – มักมีขอบเขตชัดเจน |
| การกระจายตัว | – มักกระจุกตัวบริเวณโหนกแก้ม จมูก หน้าผาก (ส่วนที่โดนแดดโดยตรง) – กระลึกมักพบบริเวณโหนกแก้ม ขมับ | – กระจายตัวในบริเวณที่เสื้อผ้าเปิดรับแสงแดด เช่น บ่า ไหล่ แขน หลังมือ |
| ความกังวล | – ความสวยงาม – ความสม่ำเสมอของสีผิว – บ่งชี้ปัญหาผิวอื่นๆ ร่วมด้วย (เช่น สิว, ผิวแพ้ง่าย) | – ความสวยงาม – อาจเป็นสัญญาณของความเสียหายจากแสงแดดสะสม – กระเนื้ออาจมีการเปลี่ยนแปลงตามอายุ |
| การตอบสนองต่อการรักษา | – ดีต่อเลเซอร์ PICO (ทั้ง toning, fractional) – การรักษาแบบผสมผสานมักให้ผลดีกว่า | – กระแดดมักตอบสนองดีต่อเลเซอร์ – กระเนื้อต้องใช้เลเซอร์ CO2 หรือจี้ออก – ผิวหนังบริเวณลำตัวมักฟื้นตัวช้ากว่าใบหน้าเล็กน้อย |
| ความเสี่ยงต่อการเกิดซ้ำ | – สูงหากไม่ป้องกันแสงแดด – ฮอร์โมนและพันธุกรรมมีผลต่อการกลับมาของกระลึกและฝ้า | – สูงหากยังคงรับแสงแดดต่อเนื่องโดยไม่มีการป้องกัน |
วิธีรักษากระที่น่าสนใจในปัจจุบัน
Multi-Layer Freckle Therapy เพื่อผิวสวยไร้กระ
การรักษาแบบผสมผสานของเรา คือกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเม็ดสีที่เสื่อมสภาพออกอย่างถูกวิธี พร้อมดูแลและฟื้นฟูชั้นผิวไปพร้อมกัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราจะออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล โดยรวมเทคนิคที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เช่น:
- เทคโนโลยีเลเซอร์ (Pico Laser): ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้นในระดับ Picosecond สามารถยิงทำลายเม็ดสีให้แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้อย่างรวดเร็วและละเอียดกว่าเลเซอร์ชนิดอื่นๆ เข้าไปตัดวงจรและสลายเม็ดสีในชั้นผิวที่ลึกกว่าการทายาจะเข้าถึง ทำให้เห็นผลลัพธ์ไว ไม่ทำร้ายผิว และมีผลข้างเคียงน้อย
- แผ่นลอกกระแดด: กรณีเป็นกระแดด ที่มีขอบเขตชัดเจน สามารถเลเซอร์ ทายา แปะแผ่นทิ้งไว้ 14 วัน และลอกออก ปลอดภัยเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์
- ตัวยากลุ่มยับยั้งเม็ดสี: เพื่อควบคุมไม่ให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติมากเกินไป ป้องกันการเกิดซ้ำของกระและฝ้า
- โปรแกรมฟื้นฟูผิวชั้นนอก: ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดรอยดำที่ตกค้างอยู่ด้านบน และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ให้แข็งแรง เพื่อให้ผิวใหม่ที่เกิดขึ้นมาแข็งแรงและกระจ่างใสอย่างแท้จริง



กระแดดที่มีขอบเขตชัดเจน แบบในภาพเท่านั้นที่สามารถรักษาด้วยเทคนิคการลอก ของดีเลิฟเวอรี่คลินิกได้ค่ะ
ราคาลอกกระแดด จุดด่างดำ ราคาเท่าไหร่
| ขนาดรอยกระแดด (เปรียบเทียบขนาด) | ราคาการรักษา (บาท) |
|---|---|
| เล็กกว่าหรือเท่ากับ เหรียญ 50 สตางค์ | 1,500.- |
| เล็กกว่าหรือเท่ากับ เหรียญ 1 บาท | 2,500.- |
| เล็กกว่าหรือเท่ากับ เหรียญ 5 บาท | 3,500.- |
| ขนาดใหญ่ หรือแบบอื่นๆ | ส่งภาพให้หมอประเมินราคา |

ข้อควรรู้ การดูแลหลังการลอกกระแดด
1. อาการที่อาจพบได้หลังทำ (อาการปกติ)
- ผิวแดงเล็กน้อย: อาจเกิดขึ้นได้ในช่วง 1–3 วันแรก
- ความรู้สึกผิว: อาจรู้สึกอุ่นผิวหรือแสบเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรก
- ผิวลอก: อาจมีการลอกบางๆ ภายใน 3–7 วัน
- รอยเข้มขึ้นชั่วคราว: รอยอาจดูเข้มขึ้นในช่วงแรกก่อนที่จะค่อยๆ จางลง
- ⚠️ ข้อควรระวัง: หากมีอาการบวมมาก ผื่นขึ้น หรือแสบรุนแรง ให้ติดต่อทางคลินิกทันที
2. การดูแลใน 48 ชั่วโมงแรก (ช่วงสำคัญ)
- การดูแลแผ่นซิลิโคน: ห้ามแกะแผ่นซิลิโคนออกก่อนครบกำหนด
- 1-3 วัน หากมีน้ำเหลืองซึมออกมาถือเป็นเรื่องปกติ แผ่นซิลิโคนมีสารบำรุงและช่วยกันแดด จะช่วยดูดซึมน้ำเหลืองเองโดยไม่อันตราย
- รักษาความแห้ง: พยายามให้แผ่นซิลิโคนโดนน้ำให้น้อยที่สุด
- หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง และงดการสครับผิวหรือขัดหน้า
- ผลิตภัณฑ์ที่ต้องงด: งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์, AHA/BHA, เรตินอล หรือวิตามินซีเข้มข้น
- การล้างหน้าและบำรุง: ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน และทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ
3. การป้องกันกระแดดกลับมาเป็นซ้ำ (สำคัญมาก)
- ทาครีมกันแดด SPF 50 เป็นประจำทุกวัน แม้จะอยู่ในร่มหรืออาคาร
- ทาซ้ำทุก 4 ชั่วโมง เมื่อต้องออกแดดหรืออยู่กลางแจ้ง
- อุปกรณ์ป้องกัน: สวมหมวก ใส่แมส หรือกางร่มเมื่ออยู่กลางแจ้ง
- หลีกเลี่ยงความร้อน: เช่น การเข้าซาวน่า หรือการตากแดดแรงๆ
4. คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อสุขภาพผิว
- ดื่มน้ำสะอาด: วันละ 1.5–2 ลิตร และพักผ่อนให้เพียงพอ
- ห้ามแกะ เกา หรือดึงสะเก็ดผิว: เพื่อป้องกันการอักเสบและรอยดำ
- ทำตามโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง: ตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ทำไมการรักษาแบบ “ผสมผสาน” ถึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า?
เพราะปัญหาเม็ดสีไม่ได้อยู่แค่บนชั้นผิวอย่างเดียวค่ะ บางครั้งยังพบร่วมกับปัญหาเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนัง การรักษาด้วยวิธีเดียวอาจไม่สามารถจัดการกับต้นตอของปัญหาได้อย่างครบวงจร การรักษาแบบผสมผสานจะช่วยให้สามารถดูแลปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุม ทั้งการทำลายเม็ดสี การยับยั้งการสร้างเม็ดสีใหม่ และการเสริมสร้างความแข็งแรงของผิว ทำให้ผิวดูสวยละมุน ไม่ดูหลอกตา และไม่ทำให้ผิวบางลงในระยะยาวค่ะ

เลเซอร์กระ (Pico Laser)
ในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีในการรักษากระ ตั้งแต่การทาครีมบำรุง การใช้ยา แต่เทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดคือ Pico Laser ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้นในระดับ Picosecond สามารถยิงทำลายเม็ดสีให้แตกกระจายออกเป็นชิ้นเล็กๆ ได้อย่างรวดเร็วและละเอียดกว่าเลเซอร์ชนิดอื่นๆ ทำให้เห็นผลลัพธ์ไว ไม่ทำร้ายผิว และมีผลข้างเคียงน้อย

Dlovevery PICO คือเทคโนโลยีเลเซอร์ ที่ใช้หลักการ Photoacoustic Effect โดยปล่อยพลังงานแสงความถี่สูงในช่วงเวลาที่สั้นมาก ระดับ Picosecond (10⁻¹² วินาที) ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่เม็ดสีโดยตรง (Photomechanical Effect) แตกต่างจากเลเซอร์รุ่นเก่าที่ใช้ความร้อน (Photothermal Effect) เป็นหลัก
จุดเด่นของ Dlovevery PICO
- Pulse Width 350 PS: ช่วงคลื่นสั้นมาก ทำให้พลังงานแม่นยำสูง ลดผลข้างเคียง
- 5 ความยาวคลื่น: ครอบคลุมการรักษาปัญหาผิวที่หลากหลาย
- 532 nm: เหมาะสำหรับเม็ดสีตื้นๆ เช่น กระ, รอยแดง
- 755 nm: เหมาะสำหรับเม็ดสีที่เข้มขึ้น เช่น ฝ้า, รอยสักสีดำ/น้ำเงิน
- 1064 nm: เหมาะสำหรับเม็ดสีที่อยู่ลึก เช่น รอยสัก, กระลึก
- 585 nm, 650 nm: เหมาะสำหรับรอยสักสี (เขียว, ฟ้า, เหลือง, แดง)

เลเซอร์กระ กี่ครั้งเห็นผล? ระยะเวลาการรักษา
การทำ Pico Laser สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
- ปัญหากระไม่มาก: อาจเห็นผลได้ภายใน 1-3 ครั้ง
- ปัญหากระลึกหรือกระหนา: อาจจำเป็นต้องทำซ้ำ 3-5 ครั้ง หรือมากกว่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด
ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ
เลเซอร์กระราคาเท่าไหร่
| ปัญหาผิว/การรักษา | ราคา 1 ครั้ง | ราคาคอร์ส 5 ครั้ง |
|---|---|---|
| Toning | ||
| ฝ้า/กระ | 4,500.- | 20,000.- |
| จุดด่างดำ | 4,500.- | 20,000.- |
| รอยสิว/รอยดำ | 4,500.- | 20,000.- |
| กระชับรูขุมขน | 4,500.- | 20,000.- |
| ผิวหมองคล้ำ | 4,500.- | 20,000.- |
| Fractional | ||
| Fractional Mode | 5,500.- | 22,000.- |
| Scar | ||
| รอยแผลเป็น | เริ่มต้น 1,500.- | เริ่มต้น 6,000.- |

ราคาเลเซอร์กระจะขึ้นอยู่กับจุดที่ทำการรักษา จำนวนครั้งในการทำ และความรุนแรงของกระ โดยราคาเริ่มต้นอาจแตกต่างกันไปตามการประเมินของแพทย์ สำหรับโปรโมชั่นและราคาที่คุ้มค่าที่สุด สามารถสอบถามได้ที่ D’ Lovevery Clinic
การเตรียมตัวก่อนและหลังทำเลเซอร์กระ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
ข้อควรรู้ก่อนทำเลเซอร์ฝ้า กระ
การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย
- ปรึกษาแพทย์: สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิว วิเคราะห์ชนิดของกระ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
- แจ้งประวัติการรักษา: แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่กำลังรับประทาน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้ และประวัติการรักษาอื่นๆ ที่เคยทำมา
- งดใช้ยาบางชนิด: แพทย์อาจแนะนำให้หยุดใช้ยาบางชนิด เช่น ยาผลัดเซลล์ผิว ยารักษาสิว หรือยาคุมกำเนิดบางประเภท
- งดแต่งหน้า: ในวันที่จะเข้ารับการรักษา ควรงดแต่งหน้า
- หลีกเลี่ยงแสงแดด: ควรงดออกแดดจัด หรือทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป อย่างน้อย 1 อาทิตย์ก่อนทำเลเซอร์

วิธีดูแลตัวเองหลังจากทำเลเซอร์กระ
การดูแลผิวหลังทำเลเซอร์เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้ดีและผลลัพธ์อยู่ได้นาน
- หลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างเคร่งครัด: ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน และสวมหมวกปีกกว้างเพื่อป้องกันแสงแดด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก: เช่น การออกกำลังกายหนักๆ เพื่อป้องกันการระคายเคือง
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว: หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, วิตามินซีเข้มข้น หรือสารที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง
- พบแพทย์ตามนัดหมาย: เพื่อติดตามผลการรักษาและประเมินสภาพผิวอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์กระ
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| เลเซอร์กระเจ็บไหม? | การใช้เลเซอร์กำจัดกระอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยระหว่างทำ แต่ความเจ็บจะแตกต่างกันไปตามชนิดของเลเซอร์และความไวของผิวแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะมีการทายาชาก่อนการรักษาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบาย |
| เลเซอร์กระกี่ครั้งเห็นผล? | ผลลัพธ์สามารถเห็นได้หลังจากการรักษาประมาณ 3-6 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ปริมาณของกระ และประเภทของเลเซอร์ที่ใช้ |
| เลเซอร์กระได้ผลจริงไหม? | เลเซอร์กระสามารถให้ผลได้จริงในการลบหรือทำให้กระจางลง โดยเฉพาะกระแดดที่เกิดจากการสะสมเม็ดสีผิวมากเกินไป ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของเลเซอร์ ความเข้มข้น และจำนวนครั้งที่ทำ |
| เลเซอร์กระแดดต้องทำกี่ครั้ง? | โดยทั่วไปแนะนำให้ทำเลเซอร์กำจัดกระแดดประมาณ 3-6 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 4-6 สัปดาห์ จำนวนครั้งที่ต้องทำจริงขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกระและผลลัพธ์ที่ต้องการ |
| หลังเลเซอร์ห้ามทำอะไร? | ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด การอาบน้ำร้อนหรือสระผม ควรรอให้ผิวหนังหายแดงก่อน รวมถึงการขูดถูผิวหนังแรงๆ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองได้ |
| เลเซอร์กระเนื้อ เจ็บไหม? | (ข้อมูลในเอกสารอ้างอิงไม่ได้ระบุโดยตรง แต่โดยทั่วไปการทำเลเซอร์กระเนื้ออาจมีความรู้สึกคล้ายกับการเลเซอร์กระประเภทอื่น คือเจ็บเล็กน้อยและมีการทายาชาช่วย) |
| กินอะไรช่วยลดฝ้า กระ? | – วิตามินซี: ช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิว (พบในผลไม้สด) – วิตามินอี: ช่วยลดกระบวนการสร้างเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ (พบในพืชผักต่างๆ) – กลูต้าไธโอน: ช่วยลดการสร้างเม็ดสี (พบในผักใบเขียว ถั่วเหลือง และถั่วลันเตา) – ดื่มน้ำเปล่า: ช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกาย |
| อะไรที่ช่วยลดฝ้า? | – ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น วิตามินซี กรดอะซคอร์บิก อาร์บูติน – ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงและป้องกัน UVA/UVB ได้ดี – หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน – รักษาสมดุลน้ำในร่างกายให้เพียงพอ |
| กินคอลลาเจนช่วยลดกระไหม? | คอลลาเจนไม่ได้มีผลโดยตรงในการลดฝ้ากระ แต่จะช่วยบำรุงผิวพรรณให้แข็งแรง ชุ่มชื้น และชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว ซึ่งจะช่วยลดการเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และฝ้ากระจากแสงแดดได้อย่างอ้อม |
| เลเซอร์กระ จะขึ้นมาอีกไหม? | การเลเซอร์สามารถกำจัดกระได้ถาวร แต่หากมีปัจจัยเรื่องของพันธุกรรม ระดับฮอร์โมน หรือการสัมผัสแสงแดดโดยไม่ป้องกัน อาจทำให้กระเกิดซ้ำได้ |
รีวิวรักษากระแดด กระเนื้อ ฝ้าแดด ฝ้าพันธุกรรม
ทำไมต้องรับบริการเลเซอร์กระที่ D’ Lovevery Clinic?
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทำเลเซอร์ผิวหนัง เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ
ที่ D’ Lovevery Clinic คุณจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นส่วนตัว แพทย์ผู้มีประสบการณ์ของเราจะให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวอย่างละเอียด เพื่อประเมินสภาพผิวกระและวางแผนการรักษาด้วย Pico Laser ที่เหมาะสมและเห็นผลสำหรับคุณที่สุด - สบายใจไม่มีแรงกดดัน
เราเข้าใจถึงความกังวลของคุณ จึงไม่มีนโยบายการขายที่กดดัน ไม่มีการบังคับซื้อคอร์สเลเซอร์กระที่ไม่จำเป็น ให้คุณได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและตัดสินใจด้วยความสบายใจอย่างแท้จริง - จ่ายสบายเลือกได้
เรามีทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งระบบมัดจำ แบ่งจ่าย หรือผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เพื่อให้การเข้าถึงการรักษาเลเซอร์กระคุณภาพสูงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น - ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม
เพื่อให้คุณมั่นใจในผลลัพธ์และความต่อเนื่องของการดูแลผิว แพทย์ผู้ดูแลการรักษาเลเซอร์กระของคุณจะติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน - รีวิวจริงจากลูกค้าจริง
เราภูมิใจในผลลัพธ์ที่เกิดจากการรักษาเลเซอร์กระ และรวบรวมรีวิวจากลูกค้าจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer เพื่อให้คุณได้เห็นประสบการณ์และผลลัพธ์ที่แท้จริงจาก D’ Lovevery Clinic - แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
ทีมแพทย์ของเรามีประสบการณ์สูงในการรักษาปัญหาเลเซอร์กระด้วย Pico Laser เพื่อความมั่นใจสูงสุดของคุณ - คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก
D’ Lovevery Clinic ได้รับการรับรองมาตรฐาน มีบรรยากาศที่สะอาด ปลอดภัย เดินทางสะดวก และมีที่จอดรถรองรับ เพื่อความสบายใจของคุณ - โปร่งใสและตรวจสอบได้
เราให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ผลิตภัณฑ์และเครื่องมือที่ใช้ในการทำเลเซอร์กระ ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทยและสามารถตรวจสอบได้ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ปัญหาฝ้าที่โหนกแก้มส่วนใหญ่เกิดจากผิวได้รับแสงแดดสะสมเป็นเวลานานค่ะ เมื่อแสงแดดกระตุ้นให้เม็ดสีทำงานมากขึ้น ประกอบกับถ้าคนไข้มีปัจจัยอื่นเสริม เช่น ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หรือมีกรรมพันธุ์ ฝ้าก็จะขึ้นชัดง่าย โดยเฉพาะถ้าคนไข้ไม่ได้ป้องกันผิวหรือทากันแดดอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะรักษาแล้ว ถ้ายังโดนแดดซ้ำ ๆ ฝ้าก็สามารถกลับมาเป็นอีกได้เสมอค่ะ วัย 40+ จะเจอเยอะที่สุดเลย
หลายคนสงสัยและชอบถามหมอว่าทำไมฝ้าถึงชอบขึ้นที่โหนกแก้ม ทั้งที่บริเวณอื่นก็อาจจะโดนแดดเหมือนกัน จริง ๆ แล้วโหนกแก้มเป็นส่วนที่นูนและยื่นออกมามากกว่าส่วนอื่นบนใบหน้า เวลาโดนแดดก็จะรับแสง “เต็ม ๆ” เลยค่ะ เรียกว่าแดดกี่โมงๆก็ต้องโดนโหนกแก้ม อีกทั้งโครงสร้างผิวที่โหนกแก้มตอบสนองต่อแสงแดดและฮอร์โมนไวมาก ทำให้ฝ้าขึ้นง่ายและเห็นชัดกว่าส่วนอื่น ถ้าคนไข้เข้าใจแบบนี้ จะเน้นทากันแดดบริเวณนี้ให้มากขึ้นได้เลยนะคะ และความยากของการรักษาฝ้าตรงโหนกแก้มก็คือ บางครั้งจะเข้ม หนา บางตื้น กระจาย กระจุก ไม่เท่ากันด้วย บางเคสหมอเลยต้องใช้หลายวิธีในการรักษาควบคู่กันออกไป ทั้งฉีดยา เลเซอร์ ทรีทเมนท์ เป็นโปรแกรมที่หมอผิวหนังทุกคนจะบอกว่า ขนานเดียว วิธีเดียวไม่เคยพอค่ะ
คนไข้ที่มีทั้งฝ้า กระ และรอยดำสิว สามารถรักษาพร้อมกันได้ในครั้งเดียว ค่ะ โดยหมอจะออกแบบการรักษาตามสภาพผิวจริง หากเคสไหนที่ผิวบอบบางหรือ ฝ้าไวต่อความร้อน หมอจะเลี่ยงการยิงเลเซอร์ทับฝ้าโดยตรง แต่จะใช้ Pico Laser เคลียร์เฉพาะกระและรอยสิว แล้วใช้วิธี ฉีดโปรแกรม D’ Melasma (ราคา 4,500.- ต่อครั้ง หรือเหมาคอร์สสุดคุ้ม 18,000.- / 5 ครั้ง) เพื่อส่งตัวยาลงไปลดเม็ดสีฝ้าและจุดด่างดำที่ต้นตอแทน วิธีผสมผสานนี้จะช่วยให้ ฝ้าจางลงได้ปลอดภัยกว่า ไม่เสี่ยงหน้าบาง และแก้ปัญหาผิวได้ครบทุกจุดในคราวเดียวค่ะ
หลังทำ CO2 Laser ห้ามโดนน้ำโดยตรง 24 ชั่วโมงแรก เพราะในช่วงแรก แผลยังเป็นแผลเปิดสดๆ ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย การโดนน้ำที่ไม่สะอาด หรือการแช่น้ำนานๆ จะเพิ่มโอกาสให้แบคทีเรียเข้าสู่แผลและทำให้เกิดการอักเสบ หลังจาก 24 ชั่วโมงไปแล้ว แผลจะเริ่มแห้ง และเกิดเป็นสะเก็ด ซึ่งเป็นสัญญาณว่าแผลกำลังสมานตัว เราจึงสามารถทำความสะอาดผิวหน้าได้เบาๆ ด้วยน้ำเกลือ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและเชื้อโรคที่อาจสะสมอยู่ ทายาที่แพทย์สั่ง หลีกเลี่ยงแสงแดด เครื่องสำอาง การออกกำลังกายหนัก และการสัมผัสแผลโดยตรง อาการผิวแดง บวม สะเก็ด เป็นอาการปกติ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
หลังจี้ CO2 Laser หัวใจสำคัญคือการรักษาแผลให้แห้งสนิทในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อให้สะเก็ดก่อตัวสมบูรณ์ หมอแนะนำให้ งดการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากเป็นเวลา 5-7 วัน เพราะ ความเค็มและความสกปรกในเหงื่อ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แผลแฉะ อักเสบ หรือติดเชื้อ ซึ่งจะส่งผลให้เกิด รอยดำหลังทำ (PIH) หรือแผลเป็นหลุม ตามมาได้ หากเผลอโดนเหงื่อให้รีบซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาดและทายาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดค่ะ
หลังการลอกกระแดด ผิวไม่ได้บางลงถาวร แต่เป็นกระบวนการ ผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสียหายออก เพื่อเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสกว่าเดิม ซึ่งผิวใหม่นี้จะ บอบบางและไวต่อแสงแดดชั่วคราว ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกเท่านั้น การดูแลผิวด้วยการ ปกป้องแสงแดดและบำรุงให้ชุ่มชื้นอย่างเคร่งครัด คือสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรงและสุขภาพดีในระยะยาว โดยกระบวนการนี้ยังช่วย กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และคอลลาเจน ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นได้ค่ะ
การรักษาคือการจี้ด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้าหรือยิงเลเซอร์ได้ ไม่เป็นอันตราย หรือน่ากลัวอะไร ถ้ากลัวเจ็บก็มีฉีดยาชาก่อนทำได้ หลังทำแผลก็จะมีการตกสะเก็ด
จี้ต่อมไขมัน เริ่มต้นจุดละ 500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่ง หากไม่มั่นใจว่า ที่เราเป็นคือต่อมไขมัน สิว หรือไฝ ติ่งเนื้อ ส่งภาพมาให้หมอประเมินได้เลยค่ะ
คลินิกคิดราคาเป็นจุด จุดละ 500 บาท ถ้ามีเยอะ มีราคาเหมาให้ เริ่มต้นที่ 10,000 บาทค่ะ อาจมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับปริมาณ ส่งภาพมาประเมินได้ค่ะ
- เหมาหลังครึ่งบน 10,000 บาท
- หลังครึ่งล่าง 10,000 บาท
- ทั้งหลัง เหลือ 18,000 บาท
ติ่งเนื้อที่หลังที่ถามมานั้น ทางการแพทย์เราเรียกว่า “skin tag” หรือ “acrochordon” ค่ะ สาเหตุหลักๆ มาจาก
- การเสียดสีของผิวหนังบริเวณนั้นเป็นประจำ
- ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์
- พันธุกรรม
- ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
- อายุที่เพิ่มขึ้น
ส่วนใหญ่เรามักพบในคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปค่ะ แต่ก็สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในคนที่มีน้ำหนักเกินหรือเคยมีประวัติในครอบครัว






