โปรแกรม D’ Prompt Glow X2 ฉีดลดฝ้า ตรงจุด หยุดวงจรเม็ดสี
คุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่?
- เพิ่งเริ่มเป็นฝ้า: หน้าเริ่มหมอง อยากรีบจัดการให้หายไวๆ ก่อนจะลาม
- เป็นฝ้ามานาน: ยิงเลเซอร์มาจนหน้าบาง ฝ้าก็ยังกลับมาเข้ม หรือจางลงช้าจนท้อใจ
ขอแนะนำ D’ Prompt Glow X2 โปรแกรมรักษาฝ้าแนวใหม่จาก D’ Lovevery Clinic ที่เปลี่ยนวิธีการรักษาจากการ “ทำลายผิวหน้า” เป็นการ “ป้อนอาหารผิวและตัวยา” เข้าสู่เซลล์สร้างเม็ดสีโดยตรง แก้ปัญหาที่ต้นตอ เห็นผลไว และปลอดภัยกว่า

เจาะลึก D’ Prompt Glow X2 คืออะไร? ทำไมถึงรักษาฝ้าได้ตรงจุด
D’ Prompt Glow X2 ไม่ใช่การทำทรีตเมนต์ทั่วไป แต่คือการผลักตัวยาเข้มข้น (Cocktail สูตรพิเศษ) เข้าสู่ชั้นผิวระดับลึก (Mesotherapy) บริเวณที่เป็นฝ้าโดยตรง หลักการคือการนำพาสารอาหารและตัวยาระงับเม็ดสี เข้าไป “เบรก” การทำงานของเซลล์ Melanocyte ที่กำลังผลิตเม็ดสีผิดปกติ
ส่วนประกอบสำคัญ (Key Ingredients)
สูตรเฉพาะที่รวม 3 พลังเพื่อการปราบฝ้า
- Tranexamic Acid: ตัวยาสำคัญทางการแพทย์ ช่วยลดการสร้างเม็ดสี Melanin ยับยั้งฝ้าฮอร์โมนและฝ้าแดดอย่างตรงจุด
- High Concentration Glutathione: ปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส ลดความหมองคล้ำทั่วใบหน้า
- PDRN & Growth Factors: ฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสียหายจากการทำเลเซอร์หรือโดนแดดเผา ให้กลับมาแข็งแรง ผิวจึงดูโกลว์ใส ไม่แห้งกร้าน

เปรียบเทียบชัดๆ ฉีดฝ้า D’ Prompt Glow X2 vs Pico Laser แบบไหนเหมาะกับคุณ?
หลายคนลังเลระหว่างการยิงเลเซอร์กับการฉีดฝ้า ตารางนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | D’ Prompt Glow X2 (ฉีดฝ้าโดยตรง) | Pico Laser (เลเซอร์) |
|---|---|---|
| วิธีการทำงาน | นำตัวยาลงสู่เซลล์ฝ้าโดยตรง ยับยั้งการสร้างเม็ดสีใหม่ | ใช้พลังงานแสง/ความร้อน กระแทกให้เม็ดสีแตกตัว |
| ความรู้สึกขณะทำ | เจ็บเล็กน้อย (จี๊ดๆ) มีการประคบเย็น/แปะยาชา | เจ็บแบบดีดๆ ร้อนผ่าวๆ บนผิว |
| สภาพผิวหลังทำ | อาจมีตุ่มนูนรอยเข็มเล็กน้อย หายใน 3-4 ชม. | หน้าแดง อาจมีตกสะเก็ด หรือเลือดซึม (ขึ้นอยู่กับหัวที่ใช้) |
| การพักฟื้น (Downtime) | แทบไม่ต้องพักฟื้น แต่งหน้าได้ในวันรุ่งขึ้น | 3-7 วัน ต้องหลบแดดจัด ห้ามโดนน้ำช่วงแรก |
| เหมาะกับใคร | ฝ้าดื้อยา, ฝ้าลึก, ผิวแห้งขาดน้ำ, ผิวบางจากการทำเลเซอร์ | ฝ้าตื้น, รอยสัก, หลุมสิว, รูขุมขนกว้าง |
| ผลลัพธ์เรื่องผิว | ผิวชุ่มชื้น ฉ่ำโกลว์ พร้อมลดฝ้า | ผิวเรียบเนียน แต่อาจแห้งลอกในช่วงแรก |


เช็คลิสต์! โปรแกรมนี้เหมาะกับใครบ้าง?
กลุ่มที่ 1: เพิ่งเริ่มเป็นฝ้า (Early Stage)
- ความต้องการ: อยากหายไว ไม่อยากเลี้ยงไข้
- ผลลัพธ์: D’ Prompt Glow X2 จะเข้าไปตัดวงจรการสร้างเม็ดสีตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้ฝ้าจางลงอย่างรวดเร็ว ผิวหน้าโดยรวมสว่างใสขึ้น ป้องกันไม่ให้ฝ้าฝังลึก
กลุ่มที่ 2: เป็นฝ้ามานาน รักษาไม่หาย (Chronic Stage)
- ปัญหาเดิม: ยิงเลเซอร์แล้วฝ้าเข้มขึ้น (PIH), ผิวบางจนแสบแดงง่าย, ทายาจนหน้าลอกก็ไม่หาย
- ผลลัพธ์: การฉีดตัวยาเข้าสู่ฝ้าโดยตรงคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเคสนี้ เพราะไม่ต้องใช้ความร้อนทำร้ายผิวที่บอบบางอยู่แล้ว ตัวยา PDRN จะช่วยซ่อมแซมผิวให้แข็งแรงขึ้น พร้อมๆ กับทำให้ฝ้าจางลง

สเต็ปการรักษาฝ้าที่ถูกต้อง (Melasma Treatment Steps)
การรักษาฝ้าให้หายขาด ต้องไล่ระดับความเข้มข้นให้เหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคืองจนฝ้าเห่อกว่าเดิม
| ระดับการรักษา | วิธีการ | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| Step 1: เบา (Basic) | ทาครีมกันแดด + ครีมไวท์เทนนิ่ง + ยากิน (ตามแพทย์สั่ง) | ฝ้าจางๆ, ผู้ที่ผิวแพ้ง่ายมาก, การป้องกัน |
| Step 2: กลาง (Intermediate) | ผลัดเซลล์ผิว (Peeling) + ทรีตเมนต์ผลักวิตามิน | ฝ้าแดดตื้นๆ, ผิวหมองคล้ำสะสม |
| Step 3: หนัก/เข้มข้น (Advanced) | D’ Prompt Glow X2 (ฉีดฝ้า) หรือ ควบคู่กับ Laser | ฝ้าลึก, ฝ้าเลือด, ฝ้าดื้อยา, ต้องการเห็นผลชัดเจน |
ทำไมคนส่วนใหญ่รักษาฝ้าไม่สำเร็จ? (Root Cause Analysis)
pie
title สาเหตุที่คนไข้รักษาฝ้าไม่ดีขึ้น
"ไม่ทากันแดด/งานเลี่ยงแดดยาก" : 40
"ขาดความต่อเนื่องในการรักษา" : 30
"เลือกวิธีรักษาผิด (เช่น ยิงเลเซอร์แรงเกินไป)" : 20
"ฮอร์โมน/พันธุกรรม/ยาคุมกำเนิด" : 10อ้างอิงคนไข้ของดีเลิฟเวอรี่คลินิกตั้งแต่ปี 2023

จะเห็นได้ว่า การเลือกวิธีรักษาที่ผิดและการดูแลตัวเองสำคัญมาก D’ Prompt Glow X2 จึงออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงจากการรักษาผิดวิธี (เช่น หน้าไหม้จากเลเซอร์) และช่วยให้เห็นผลไวขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้คนไข้รักษาต่อเนื่อง


ข้อดีและข้อควรระวัง ของโปรแกรม D’ Prompt Glow X2
ข้อดี (Pros)
- Direct Action: ตัวยาออกฤทธิ์ที่เม็ดสีโดยตรง ไม่ผ่านชั้นกำแพงผิวเหมือนการทาครีม
- No Heat Damage: ไม่เสี่ยงหน้าไหม้ หรือหน้าบางลงจากการใช้ความร้อน
- Dual Effect: ได้ทั้งลดฝ้า และงานผิวฉ่ำโกลว์ (Skin Quality) ในขั้นตอนเดียว
- Recovery: ใช้ชีวิตง่าย ไม่ต้องหลบหน้าผู้คน เพราะรอยเข็มหายไวมาก
ข้อด้อย (Cons)
- Pain: อาจมีความรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ขณะเดินยา (แต่ทางคลินิกมีการแปะยาชาและประคบเย็นช่วย)
- Bruising: อาจมีรอยเขียวช้ำเล็กน้อยในบางจุดสำหรับคนที่เส้นเลือดเปราะบาง (หายได้เองใน 3-5 วัน)
- Maintenance: ฝ้าคือโรคเรื้อรัง ต้องทำต่อเนื่อง 3-5 ครั้งขึ้นไปเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด

ข้อควรรู้ก่อนรับบริการ D’ Prompt Glow X2
| หัวข้อ | สิ่งที่ควรรู้ |
|---|---|
| ความถี่ในการทำ | แนะนำให้ทำทุก 1-2 สัปดาห์ ในช่วงแรก เพื่อหยุดการสร้างเม็ดสีอย่างต่อเนื่อง |
| ระยะเวลาเห็นผล | เริ่มรู้สึกว่าผิวกระจ่างใสขึ้นหลังทำครั้งที่ 1-2 และฝ้าจะเริ่มจางลงชัดเจนหลังครั้งที่ 3-4 เป็นต้นไป |
| ปลอดภัยไหม? | ตัวยาผ่านการรับรองมาตรฐาน ปราศจากสเตียรอยด์และสารอันตราย |
| ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม? | สามารถทำร่วมกับ Botox หรือ Filler ได้ แต่ควรเว้นระยะห่างจาก Laser ประมาณ 1-2 สัปดาห์ |
| หลังทำแต่งหน้าได้ไหม? | แนะนำให้งดแต่งหน้า 4-6 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อลดโอกาสการอุดตันหรือติดเชื้อ |
การเตรียมตัวก่อนและหลังทำ (Pre & Post Care)
ก่อนทำ (Preparation)
- งดยาละลายลิ่มเลือด วิตามิน E, น้ำมันปลา, Ginkgo อย่างน้อย 3-7 วัน (เพื่อลดอาการช้ำ)
- งดสครับหน้า หรือโกนขนหน้า 1-2 วันก่อนทำ
- หากมีประวัติแพ้ยา หรือกำลังตั้งครรภ์ ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง
หลังทำ (After Care)
- 3 ชั่วโมงแรก: งดโดนน้ำ เพื่อให้รูเข็มปิดสนิทและตัวยาดูดซึมเต็มที่
- คืนแรก: ทาครีมบำรุงที่เน้นความชุ่มชื้น (Moisturizer) หลีกเลี่ยงกลุ่ม Whitening แรงๆ หรือ AHA/BHA
- สำคัญที่สุด: ทาครีมกันแดดที่มี SPF 50+ PA++++ ทุกวัน แม้อยู่ในบ้าน
- ดื่มน้ำสะอาดให้มาก เพื่อช่วยการไหลเวียนและขับของเสีย

ฉีดลดฝ้า ราคาเท่าไหร่
| โปรแกรม | ปริมาณ | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| D’ Prompt Glow X2 (เหมาะสำหรับฉีดเฉพาะจุด เช่นโหนกแก้ม) | 1 cc | 2,999 |
| D’ Prompt Glow X2 (เหมาะกับการฉีดลดฝ้ากระ จุดด่างดำทั่วใบหน้า) | 5 cc | 10,999 |

ทำร่วมกับโปรแกรมอื่นๆได้


รักษาฝ้าแบบผสมผสานกับโปรแกรมอื่นๆ

| หัวข้อเปรียบเทียบ | ทาครีมรักษาฝ้า | เลเซอร์ | D’ Prompt Glow X2 |
|---|---|---|---|
| หลักการทำงาน | ผลัดเซลล์ผิวชั้นบนให้จางลง | ใช้ความร้อน/แสง ทำลายเม็ดสีให้แตกตัว | ป้อนตัวยาเข้าเซลล์โดยตรง หยุดฝ้าที่ต้นตอ |
| ความไวในการเห็นผล | ⭐ | ⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| เหมาะกับฝ้าเพิ่งเป็น (ระยะแรก) | ⭐⭐⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐ | ⭐⭐⭐⭐⭐ |
| เหมาะกับฝ้าลึก / สะสมนาน | ⭐ (ยาซึมไม่ถึง) | ⭐⭐⭐ (เสี่ยงหน้าบาง) | ⭐⭐⭐⭐⭐ (ตรงจุดที่สุด) |
| โอกาสหน้าพัง / ผิวไหม้ (Side Effect) | ⭐⭐⭐⭐ (ปลอดภัยถ้าไม่ใช้สารปรอท) | ⭐⭐ (มีความเสี่ยงจากความร้อน) | ⭐⭐⭐⭐⭐ (ปลอดภัย ไม่มี Heat Damage) |
| งานผิว (ความฉ่ำโกลว์/ชุ่มชื้น) | ⭐⭐ | ⭐ (ผิวอาจแห้งหลังทำ) | ⭐⭐⭐⭐⭐ (ได้ผิวฉ่ำวาวทันที) |
| ความเจ็บ | สบายมาก (ไม่เจ็บ) | เจ็บแบบดีดๆ ร้อนๆ | เจ็บจี๊ดๆ (มียาชาช่วย) |
| สรุป | “ต้องใช้เวลาและความอดทนสูง” | “เห็นผลไว แต่ต้องดูแลดีมาก ระวังหน้าบาง” | “ทางสายกลาง เห็นผลไว ผิวแข็งแรง ไม่เสี่ยงหน้าพัง” |
จากประสบการณ์ที่หมอดูแลเคสฝ้ามาเยอะ สิ่งที่หมอให้ความสำคัญที่สุดคือการ ‘ซักประวัติและวิเคราะห์สภาพผิวจริง’ ค่ะ เพราะฝ้าของแต่ละคนมีที่มาไม่เหมือนกัน บางเคสเพิ่งเริ่มเป็น แต่บางเคสผ่านการรักษามาอย่างหนักจนผิวบอบบาง การรักษาจึงใช้สูตรสำเร็จไม่ได้ หมอจึงยังคงเตรียมทรีตเมนต์ไว้หลายระดับ ตั้งแต่การปรับสภาพผิวเบาๆ ไปจนถึงการรักษาเข้มข้น เพื่อเลือกสิ่งที่ ‘ใช่’ และ ‘ปลอดภัย’ ที่สุดสำหรับผิวคนไข้แต่ละคน ณ วันที่เดินเข้ามาหาหมอค่ะ”
สำหรับเทคนิคส่วนตัวของหมอ คือการ ‘กู้ผิวให้แข็งแรงไปพร้อมกับการกำจัดเม็ดสี’ ค่ะ ยิ่งถ้าหมอประเมินแล้วพบว่าผิวคนไข้ค่อนข้างบาง หรือผ่านความร้อนมาเยอะ หมอจะแนะนำโปรแกรม D’ Prompt Glow X2 เลยค่ะ เพราะเป็นวิธีที่อ่อนโยนแต่จัดการฝ้าได้ตรงจุดที่สุด โดยไม่ทำร้ายเกราะป้องกันผิว การเอาชนะฝ้าไม่ได้วัดกันที่ทำแรงๆ ให้จบไวๆ แต่วัดกันที่ความ ‘แม่นยำ’ และ ‘ต่อเนื่อง’ ค่ะ อยากให้ลองเข้ามาให้หมอช่วยดูผิวหน้ากันก่อน แล้วเรามาวางแผนการกู้ผิวสวยไปด้วยกันนะคะ


ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546


ศัพท์วัยรุ่นยุคใหม่เลยนะคะ ผิวบ้วนรองพื้น 🙂 ปัญหาแต่งหน้าไม่ติดมักเกิดจากภาวะ ผิวขาดน้ำ (Dehydrated Skin) ทำให้ผิวผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมาดันเครื่องสำอางจนเป็นคราบ หมอแนะนำให้แก้ที่ต้นเหตุด้วยการปรับสมดุลผิวค่ะ โดยโปรแกรมที่ตรงจุดที่สุดคือการฉีด Skin Booster (มีหลายตัวเลยตอนนี้) เพื่อเติมน้ำและสร้างฟิล์มเคลือบผิวให้เรียบเนียน หรือหากผิวอ่อนแอมาก ควรใช้ PN (ตัวเลือกเริ่มเยอะขึ้น) เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและปรับสมดุลน้ำมัน การเตรียมผิวให้ดีเปรียบเสมือนการลง Primer จากภายใน ช่วยให้ เครื่องสำอางเกาะติดทนยาวนาน และเผยผิวสวยใสได้อย่างมั่นใจค่ะ
หากคนไข้ต้องเลือก หมอแนะนำให้ดูที่เป้าหมายหลักค่ะ ถ้าต้องการ “ผิวฉ่ำวาว เล่นแสงทันที” แบบ Glass Skin ให้เลือก Neauvia Hydro Deluxe เพราะมี HA และ CaHA ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความแน่นเฟิร์มได้ดีเยี่ยม แต่ถ้าคนไข้มองหาความ “ยั่งยืน และการซ่อมแซมผิวระยะยาว” อยากให้ผิวเนียนละเอียด รูขุมขนกระชับ และผลลัพธ์ อยู่นานกว่า (6-12 เดือน) หมอแนะนำ Karisma ซึ่งเป็น Rh Collagen ที่เน้นการคืนสภาพผิวให้กลับมาเด็กอีกครั้งค่ะ
ฟังหูไว้หูเลยค่ะ แต่สิ่งที่หมอบอกได้คือ มันไม่ใช่สาร หรือยาอะไรที่หายาก ส่วนมากตั้งชื่อสร้างสตอรี่เพื่อการตลาด แต่ความเป็นจริงก็โปรแกรมพื้นฐาน ที่ต้องเลือกให้ตรงกับผิวจริงๆ ซึ่งคนที่จะบอกได้ แนะนำได้ ต้องเข้าใจผิวจริงๆ
เพื่อให้ได้ “เซ็ตผิวดารา” ที่สมบูรณ์แบบ หมอสรุปว่าต้องเน้นการรักษาแบบองค์รวมค่ะ เริ่มจากการ ฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) ด้วยกลุ่ม PN หรือ Skin Booster ให้ผิวฉ่ำน้ำและแข็งแรง ควบคู่ไปกับการ ปรับโครงสร้างรูปหน้า ด้วย Botox หรือเครื่องยกกระชับ เพื่อให้กรอบหน้าชัด นึกภาพตามหมอ สังเกตดีๆว่าคนที่หน้าตาดีเวลาเรามอง เราเห็นอะไร คือเราเห็นแค่เส้นสายของโครงหน้าที่ชัด และผิวที่เนียนๆ แวววาว แค่ใครมีสองส่วนนี้ก็คือผิวดาราแล้ว และเติมเต็มความ กระจ่างใส (Brightness) ด้วยการดริปวิตามินหรือเมโสหน้าใส โดยหัวใจสำคัญคือ ความสม่ำเสมอ และการเลือกหัตถการที่ตรงกับสภาพผิวของคนไข้ในแต่ละช่วงวัยค่ะ
ฝ้าเลือดเกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือดฝอยร่วมกับเม็ดสี ทำให้เห็นเป็นปื้นแดงและไวต่อความร้อน การรักษาจึงยากกว่าฝ้าปกติเพราะต้องทำควบคู่กันทั้ง ลดเม็ดสี และ ลดการขยายตัวของเส้นเลือด ค่ะ หมอแนะนำว่าการใช้ยาทาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ต้องใช้หัตถการเข้าช่วย โดย Meso Melasma (เริ่มต้น 4,500.-) จะช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้ดี แต่ถ้าคนไข้มีปัญหาหน้าแดงง่ายหรือผิวบางร่วมด้วย หมอแนะนำให้เสริมด้วย OXELLE (3,999.-/cc) เพื่อเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน ป้องกันไม่ให้ฝ้ากลับมาเข้มง่ายเมื่อเจอความร้อนค่ะ
ตอนฉีด Plinest อาจจะรู้สึกหน่วงๆ หรือแสบผิวนิดหน่อยตอนยาเดินได้บ้างค่ะ เป็นอาการปกติของตัวยาประเภทนี้ Polynucleotide (PN) แต่ไม่ต้องกังวลนะคะ ก่อนทำเราจะมีการแปะยาชาให้ประมาณ 30-45 นาที และใช้เข็มขนาดเล็กมากเพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บให้น้อยที่สุดค่ะ ส่วนใหญ่จะทนได้สบายๆ เลยค่ะ หลังทำอาการแสบก็จะหายไปเองค่ะ
โดยปกติแล้ว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและยาวนาน หมอจะแนะนำให้ทำต่อเนื่องเป็นคอร์สประมาณ 3 ครั้งค่ะ แต่ละครั้งจะเว้นระยะห่างกันประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เวลาน้อง PN หรือ Polynucleotides ที่เราส่งเข้าไปได้ทำงานอย่างเต็มที่ค่ะ ลองนึกภาพตามนะคะว่าสารสกัด PN บริสุทธิ์จาก DNA ปลาแซลมอน ปลาเทราต์นี้ เค้าเปรียบเสมือน “อาหารผิว” ที่ลงไปช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ และกระตุ้นให้เซลล์ใหม่ๆ ที่แข็งแรงเกิดขึ้นมาแทนที่ พอเราเติมอาหารผิวดีๆ เข้าไปอย่างสม่ำเสมอในช่วงแรก ผิวของเราก็จะค่อยๆ ถูกปลุกให้กลับมาสดใสและแข็งแรงจากภายในสู่ภายนอกค่ะ
ผลลัพธ์ในแต่ละครั้งจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับขั้นเหมือนการบำรุงผิวเลยค่ะ
- หลังทำครั้งที่ 1: คนไข้ส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกได้ทันทีว่าผิวมีความชุ่มชื้น อิ่มฟู และดูกระชับขึ้น เหมือนผิวที่เคยอ่อนล้ากลับมาสดชื่นค่ะ
- หลังทำครั้งที่ 2: ผลลัพธ์จะชัดเจนยิ่งขึ้น ผิวจะดูเรียบเนียนละเอียดขึ้น พวกรอยเล็กๆ หรือริ้วรอยตื้นๆ จะแลดูจางลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ และจะเริ่มสังเกตได้ว่าผิวโดยรวมดูกระจ่างใส มีออร่ามากขึ้น
- หลังทำครั้งที่ 3: ในครั้งนี้จะเป็นการเติมเต็มและคงผลลัพธ์ให้อยู่กับเราไปนานๆ ผิวจะดูเฟิร์มแน่นกระชับ สุขภาพดีจากภายใน ทำให้ใบหน้าโดยรวมของเราดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
ยอมรับว่าหมอเพิ่งเคยถูกถามแบบนี้เป็นครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าคนไข้ไปรับข้อมูลนี้จากที่ไหนอย่างไร แต่หมอสรุปและอธิบายให้ประมาณนี้ค่ะ อย่างแรกที่ต้องรู้คือ ครีมและเลเซอร์ ทำงานต่างกัน ต่างชั้นผิวกัน
ตามหลักการแพทย์ ครีมบำรุงผิวทั่วไปไม่สามารถซึมลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้ อย่างมากที่สุดจะทำงานที่ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เท่านั้น เพราะในชั้นหนังกำพร้ามีเกราะไขมัน (lipid barrier) ที่ช่วยปกป้องผิวและทำให้สารต่างๆ ซึมลึกได้จำกัด
แต่ Pico laser นี่ต่างออกไป เพราะเลเซอร์ตัวนี้ลงได้ลึกถึงชั้นหนังแท้ (dermis) เพื่อจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น รอยดำฝังลึก ฝ้า หรือกระลึกได้เร็วกว่า
ดังนั้น ถ้าคนไข้มีปัญหาชัดเจนที่ต้องรีบเห็นผล เช่น จุดด่างดำ ฝ้า หรือรอยสิว เลเซอร์จะให้ผลลัพธ์เร็วกว่าแน่นอนค่ะ แต่ถ้าแค่บำรุงผิวพื้นฐาน ไม่มีปัญหาอะไร ฉะนั้นการใช้ครีมอย่างต่อเนื่องก็เพียงพอแล้ว แต่การใช้ครีมควบคู่กับการทำเลเซอร์จะช่วยฟื้นฟูผิวและให้ผลลัพธ์ดีขึ้นในระยะยาว
ทีนี้กลับมาที่คำถาม ทำ pico laser ครั้งเดียว ดีกว่าทาครีมทั้งเดือนจริงไหม ถ้าเรื่องลดเม็ดสี อาจจะดีกว่า แต่เรื่องชุ่มชื้น อาจจะด้อยกว่า ส่วนการทาครีมดีกว่าเรื่องบำรุง ชุ่มชื้น แต่จะด้อยกว่าเรื่องลดรอยจุดด่างดำ
ดังนั้นการเทียบแบบนี้ไม่ได้มีนัยสำคัญในการรักษา ทั้งคู่ ต้องการทำอย่างต่อเนื่อง ถูกรอยโรค ถูกเวลา เหมาะสมตามปัญหาที่คนไข้มี และหมอมองว่าทั้งคู่จำเป็นและสำคัญต่อผิวมากในยุคนี้ค่ะ












