ถาม:
หมอความงาม เรียนจบอะไรมาคะ
ตอบ:

เป็นคำถาม ที่หมอถูกถามบ่อย โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นน้องๆวัยเรียน วัยรุ่น ที่มารักษาสิว ทำหน้าใส คนที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย Aesthetic Doctor โดยทั่วไปแล้วต้องมีพื้นฐานการศึกษาและการฝึกอบรมดังนี้:

  1. การศึกษาพื้นฐาน:
    • จบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต (M.D.)
    • ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม
  2. การฝึกอบรมเพิ่มเติม:
    • อาจเลือกเรียนต่อเฉพาะทางด้านผิวหนัง (Dermatology)
    • หรือศัลยกรรมตกแต่ง (Plastic Surgery)
    • หรือเข้ารับการอบรมเฉพาะทางด้านความงามและเวชศาสตร์ชะลอวัย
  3. หลักสูตรเฉพาะทาง:
    • อาจเข้าร่วมหลักสูตรอบรมระยะสั้นเกี่ยวกับเทคนิคและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในวงการความงาม
    • เช่น การฉีดโบท็อกซ์, การฉีดฟิลเลอร์, เลเซอร์, และการรักษาด้วยเครื่องมือต่างๆ
  4. การศึกษาต่อเนื่อง:
    • ต้องติดตามความก้าวหน้าในวงการแพทย์และความงามอยู่เสมอ
    • เข้าร่วมการประชุมวิชาการและสัมมนาต่างๆ
  5. ทักษะเฉพาะ:
    • พัฒนาความเชี่ยวชาญในการประเมินความงามและการวางแผนการรักษา
    • ฝึกฝนทักษะการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีเฉพาะทาง
  6. จรรยาบรรณและกฎหมาย:
    • ต้องเข้าใจและปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางการแพทย์
    • รู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพด้านความงาม

สำคัญที่สุดคือ หมอความงามต้องมีความรู้ทางการแพทย์ที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับความเข้าใจในศาสตร์ด้านความงามและเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อให้สามารถให้บริการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพแก่ผู้รับบริการ

โดยรวมแล้ว การจะเป็นแพทย์ความงามได้ จะต้องใช้เวลาเรียนประมาณ 6-8 ปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรและความเชี่ยวชาญที่เลือก

ขั้นตอนการเรียน:

  1. เรียนแพทย์ศาสตร์บัณฑิต (6 ปี): เป็นพื้นฐานสำคัญที่ต้องเรียนก่อน เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ โรคภัยต่างๆ และการรักษา
  2. เรียนต่อเฉพาะทางด้านผิวหนัง (1-4 ปี): เช่น ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง สาขาตจวิทยา จะเป็นการเรียนรู้เชิงลึกเกี่ยวกับผิวหนัง โรคผิวหนัง และเทคโนโลยีความงามต่างๆ
  3. ระยะเวลาเรียนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบัน น้องๆคนไหนอยากจะเรียนหมอ อยากเป็นหมอความงาม ต้องศึกษาเพิ่มเติม ควรตรวจสอบกับทางสถาบันโดยตรง

หมอในภาษาอังกฤษมีคำศัพท์หลายคำที่ใช้เรียก ขึ้นอยู่กับประเภทและความเชี่ยวชาญ ต่อไปนี้คือคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับหมอในภาษาอังกฤษ:

  1. Doctor (คำทั่วไป)
  2. Physician (แพทย์)
  3. Surgeon (ศัลยแพทย์)
  4. Specialist (แพทย์เฉพาะทาง)
  5. General Practitioner (GP) (แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป)
  6. Pediatrician (กุมารแพทย์)
  7. Psychiatrist (จิตแพทย์)
  8. Dermatologist (แพทย์ผิวหนัง)
  9. Cardiologist (แพทย์โรคหัวใจ)
  10. Neurologist (ประสาทแพทย์)
  11. Oncologist (แพทย์โรคมะเร็ง)
  12. Gynecologist (สูตินรีแพทย์)
  13. Orthopedist (แพทย์กระดูกและข้อ)
  14. Ophthalmologist (จักษุแพทย์)
  15. Dentist (ทันตแพทย์)

นอกจากนี้ยังมีคำอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น:

  • Medical practitioner
  • Clinician
  • Healthcare provider
  • Medical professional

คำเหล่านี้ใช้เรียกบุคลากรทางการแพทย์ในบริบทต่าง ๆ

คลินิกใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการหาข้อมูลบริการ โปรโมชั่นนะคะ รายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว จัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ลูกค้าสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ
    Cookies Details

บันทึก