ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

Xeomin คืออะไร ทำไมเรียกโบเจนใหม่ ดียังไง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย D'Lovevery Clinic

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

Botulinum Toxin

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

Xeomin คืออะไร ทำไมเรียกโบเจนใหม่ ดียังไง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา

ฉีดโบท็อกซ์ยังไงให้ได้กน้าสวยธรรมชาติคะ? #botox #ดีเลิฟเวอรี่คลินิก #filler #หมอต้าร์

ปลดล็อกศักยภาพความงามในแบบของคุณด้วย Xeomin

ค้นพบนวัตกรรมความงามล่าสุดกับโปรแกรม Xeomin โบท็อกซ์เจเนอเรชั่นใหม่จากเยอรมัน ที่ D’ Lovevery Clinic เราเชื่อว่าความงามที่แท้จริงคือการดึงเอกลักษณ์และความมั่นใจของคุณออกมาให้โดดเด่นที่สุด โปรแกรม Xeomin ถูกออกแบบมาเพื่อมอบผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ให้คุณกลับมาดูอ่อนเยาว์แต่ยังคงแสดงสีหน้าได้อย่างเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย การปรับกรอบหน้าให้คมชัด หรือการแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีภาวะดื้อโบท็อกซ์ ที่นี่เราพร้อมดูแลและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

ค้นพบความบริสุทธิ์อีกระดับของท็อกซิน

โปรแกรม Xeomin (ซีโอมิน) คือโบท็อกซ์สัญชาติเยอรมันที่ได้รับการยอมรับกว้างขวางถึงความโดดเด่นในด้านความบริสุทธิ์ ด้วยเทคโนโลยี XTRACT Technology™ ทำให้ได้โมเลกุลโบทูลินัม ท็อกซิน Type A ที่ปราศจากโปรตีนที่ไม่จำเป็น (Complexing Proteins) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันและนำไปสู่ภาวะดื้อโบท็อกซ์ในระยะยาว ความบริสุทธิ์นี้ทำให้ Xeomin เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่อง หรือผู้ที่เคยมีประสบการณ์ฉีดแล้วไม่เห็นผลเท่าที่ควร

คุณสมบัติDynamic Wrinkles
(ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์)
Static Wrinkles
(ริ้วรอยถาวร)
ลักษณะจะเห็นชัดเมื่อขยับกล้ามเนื้อแสดงสีหน้า เช่น ยิ้ม, ขมวดคิ้ว, เลิกหน้าผากมองเห็นเป็นร่องลึกได้ตลอดเวลา แม้ใบหน้าจะนิ่งเฉย
สาเหตุหลักเกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่ใช้แสดงอารมณ์ซ้ำๆเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินตามวัย และเป็นผลมาจาก Dynamic Wrinkles ที่ไม่ได้รับการดูแลจนกลายเป็นร่องลึก
บริเวณที่พบบ่อยรอยตีนกา, รอยย่นระหว่างคิ้ว, ริ้วรอยที่หน้าผากร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, ริ้วรอยใต้ตา และริ้วรอยลึกตามจุดต่างๆ
แนวทางการรักษาที่เหมาะสมโบท็อกซ์ (Botox) จะให้ผลดีที่สุด เพราะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยจางลงต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เช่น ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็มร่องลึก, เลเซอร์, หรือการฉีด โบท็อกซ์ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่องลึกขึ้น

ทำไมถึงเรียกโบเจนใหม่?

ที่ โปรแกรม Xeomin (ซีโอมิน) ถูกเรียกว่า “โบเจนใหม่” (New-Gen Botox) เป็นเพราะนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตที่แตกต่างจากโบท็อกซ์ในยุคแรกๆ

โบเจนใหม่ (Xeomin) ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่ชื่อว่า XTRACT Technology™ เพื่อคัดแยกเอาโปรตีนที่ไม่จำเป็น (Complexing Proteins) เหล่านั้นออกไป ทำให้ได้โมเลกุลโบท็อกซ์ที่ "บริสุทธิ์" เหลือเพียงส่วนที่ออกฤทธิ์จริงๆ เท่านั้น บางครั้งจึงถูกเรียกว่า "Naked Toxin"

สรุปเหตุผลหลักๆ ได้ดังนี้

  1. ความบริสุทธิ์สูง ปราศจากโปรตีนที่ไม่จำเป็น
    • โบเจนเก่า (Older Generations) ในโมเลกุลของโบท็อกซ์แบบดั้งเดิม จะมีส่วนของสารพิษที่ออกฤทธิ์ (Neurotoxin) จับอยู่กับโปรตีนโมเลกุลใหญ่ที่เรียกว่า Complexing Proteins ซึ่งโปรตีนส่วนเกินนี้ไม่ได้มีผลต่อการลดริ้วรอยโดยตรง
    • โบเจนใหม่ (Xeomin) ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่ชื่อว่า XTRACT Technology™ เพื่อคัดแยกเอาโปรตีนที่ไม่จำเป็น (Complexing Proteins) เหล่านั้นออกไป ทำให้ได้โมเลกุลโบท็อกซ์ที่ “บริสุทธิ์” เหลือเพียงส่วนที่ออกฤทธิ์จริงๆ เท่านั้น บางครั้งจึงถูกเรียกว่า “Naked Toxin”
  2. ลดความเสี่ยงในการดื้อโบท็อกซ์
    • เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ โปรตีนที่ไม่จำเป็น (Complexing Proteins) ในโบเจนเก่านั้น ร่างกายอาจมองว่าเป็น “สิ่งแปลกปลอม” และกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้สร้างแอนติบอดี (Antibody) ขึ้นมาต่อต้าน
    • เมื่อร่างกายมีแอนติบอดีต่อโบท็อกซ์แล้ว การฉีดครั้งต่อๆ ไปจะไม่ได้ผลหรือได้ผลน้อยลง ซึ่งเป็นภาวะที่เรียกว่า “การดื้อโบท็อกซ์”
    • การที่ Xeomin ซึ่งเป็น “โบเจนใหม่” ไม่มีโปรตีนส่วนนี้ จึงช่วย ลดโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน ได้อย่างมาก ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่องในระยะยาว หรือเป็นทางเลือกให้ผู้ที่เริ่มมีภาวะดื้อยาจากยี่ห้ออื่นแล้ว

เปรียบเทียบง่ายๆ

  • โบเจนเก่า เหมือนเราทานยาเม็ดที่เคลือบสารอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการออกฤทธิ์ไว้
  • โบเจนใหม่ (Xeomin) เหมือนเราทานยาที่สกัดมาเฉพาะตัวยาสำคัญล้วนๆ โดยไม่มีส่วนเคลือบ
การที่ Xeomin ซึ่งเป็น "โบเจนใหม่" ไม่มีโปรตีนส่วนนี้ จึงช่วย ลดโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกัน ได้อย่างมาก ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่องในระยะยาว หรือเป็นทางเลือกให้ผู้ที่เริ่มมีภาวะดื้อยาจากยี่ห้ออื่นแล้ว

โปรแกรม Xeomin เหมาะกับเจนไหน?

Generation (ช่วงวัย)ช่วงอายุเป้าหมาย / ความต้องการด้านความงาม
Gen Z13-26 ปี• กระชับรูขุมขน
• ควบคุมความมัน
• ผิวหน้ากระชับ
Gen Y27-40 ปี• ผิวสุขภาพดี
• ลดริ้วรอย
• ปรับรูปหน้าและลำคอให้สวยงามอย่างมั่นใจ
Gen X41-57 ปี• ลดเลือนริ้วรอย
• ปรับรูปหน้า
• คืนความอ่อนเยาว์

จุดเด่นและข้อควรพิจารณาของโปรแกรม Xeomin

จุดเด่นที่คุณจะได้รับ

  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ สามารถแสดงสีหน้าได้ปกติ ไม่แข็งตึง
  • ลดโอกาสการดื้อยา ด้วยตัวยาที่บริสุทธิ์สูง ปราศจากโปรตีนที่ไม่จำเป็น
  • เห็นผลรวดเร็ว เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-4 วัน และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ใน 1 เดือน
  • ทางออกสำหรับผู้ที่เริ่มดื้อยา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่เคยฉีดยี่ห้ออื่นแล้วไม่เห็นผล
  • ปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองจาก อย. ทั้งในไทยและสหรัฐอเมริกา (US FDA)

ข้อควรพิจารณา

  • ผลลัพธ์จะคงอยู่ชั่วคราวประมาณ 4-6 เดือน ซึ่งจำเป็นต้องกลับมารับบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อคงสภาพผลลัพธ์ไว้
  • อาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของโบทูลินัม ท็อกซิน หรือผู้ที่มีปัญหาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงบางชนิด
คุณสมบัติNabota (โบท็อกซ์เกาหลี)Xeomin (โบท็อกซ์เยอรมัน)
ความบริสุทธิ์98.7%100%
จุดเด่นให้ผลลัพธ์ผิวที่ตึงและแน่นลดโอกาสการดื้อยา, มีความบริสุทธิ์สูง
ความเป็นธรรมชาติให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ละมุน ไม่แข็งตึงเกินไป
ระยะเวลาออกฤทธิ์4-6 เดือน4-7 เดือน
*ระยะเวลาออกฤทธิ์ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตามแต่ละบุคคล

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • งดรับประทานยาหรือวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามินอี, น้ำมันปลา อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนรับบริการ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด 24-48 ชั่วโมงก่อนการฉีด
  • แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบโดยละเอียด
  • หากมีนัดทำเลเซอร์หรือหัตถการอื่นๆ บนใบหน้า ควรเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของแพทย์

การดูแลตัวเองหลังรับบริการ

การปฏิบัติตัวหลังฉีดเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานและมีประสิทธิภาพ

  • หลีกเลี่ยงการนอนราบหรือก้มหน้าเป็นเวลา 4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบาๆ ทุก 15 นาทีในชั่วโมงแรก เพื่อให้ยากระจายตัวได้ดี
  • งดการนวด กด หรือสัมผัสใบหน้าบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง
  • งดกิจกรรมที่ทำให้ใบหน้าสัมผัสความร้อนสูง เช่น ซาวน่า เลเซอร์ และการออกกำลังกายอย่างหนัก เป็นเวลา 1-2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของหมักดองในสัปดาห์แรกหลังฉีด
Xeomin ลืมความเชื่อว่า ยิ่งฉีดแล้วตึงมากๆแล้วจะดีที่สุด คลินิก โบท็อกซ์ ใกล้ฉัน

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรม Xeomin

ข้อควรรู้คำอธิบายและคำแนะนำ (ประเมินโดยแพทย์)
เจ็บไหมความรู้สึกเหมือนมดกัด อยู่ในระดับที่ทนได้สบายมาก ⭐
มีอาการบวมแดงหรือไม่อาจมีรอยแดงหรือตุ่มเล็กๆ จากเข็ม ซึ่งจะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง ⭐
ต้องพักฟื้นกี่วันไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที ⭐⭐⭐⭐⭐
ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไรXeomin เน้นความบริสุทธิ์ ลดโอกาสการดื้อยาและให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ
เหมาะกับใครผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า และโดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีอาการดื้อโบท็อกซ์
การฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ความปลอดภัย ต้องมาควบคู่กับความสวยงาม ธรรมชาติ

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

พร้อมเผยความงามในแบบฉบับของคุณแล้วหรือยัง

ให้ D’ Lovevery Clinic เป็นผู้ช่วยดูแลความงามให้คุณอย่างมั่นใจและปลอดภัย ปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของเราเพื่อประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • D’ Lovevery Clinic สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • D’ Lovevery Clinic สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

Xeomin ราคาเท่าไหร่ มีโปรโมชั่นไหม

ยูนิตราคา
Xeomin 50 unit9,000.-
Xeomin 100 unit17,000.-
Xeomin ราคาเท่าไหร่ คลินิก ฉีดโบท็อกซ์ ใกล้ฉัน
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

รีวิว Botulinum Toxin

  • สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

อย่างแรกที่ต้องเข้าใจ คือโบท็อกซ์ไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีหลังฉีดค่ะ จะไม่เหมือนฟิลเลอร์ เพราะมันต้องใช้เวลาในการจับกับปลายประสาทและทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาสักพักค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว คนไข้จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 3-7 วันหลังฉีด ค่ะ ช่วงนี้อาจจะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่เคยขยับได้แรงๆ เริ่มขยับได้น้อยลง หรือรู้สึกตึงๆ เล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจนมากนะคะ สำหรับผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดและเข้าที่สวยตามที่คนไข้คาดหวัง จะอยู่ประมาณ 1-3 สัปดาห์หลังฉีดค่ะ ช่วงนี้กล้ามเนื้อจะคลายตัวเต็มที่ ริ้วรอยก็จะจางลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าจะดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ

ทำไมต้องรอนานขนาดนั้นคะหมอ?

  • กระบวนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์: โบทูลินัม ท็อกซิน จะค่อยๆ เข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท (Acetylcholine) ที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆ คลายตัวลง การทำงานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีค่ะ
  • การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล: ร่างกายของคนไข้แต่ละคนมีการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกันค่ะ บางคนอาจจะเห็นผลเร็วหน่อยแค่ 3-5 วัน บางคนอาจจะต้องรอถึง 7 วันกว่าจะเริ่มรู้สึก แต่โดยเฉลี่ยแล้วคือช่วง 3-7 วันแรกค่ะ
  • บริเวณที่ฉีด: บางบริเวณที่กล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวเยอะหรือกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมาก อาจจะต้องใช้เวลาในการเห็นผลนานกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยค่ะ เช่น กล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ อาจจะใช้เวลานานกว่าริ้วรอยหน้าผากเล็กน้อย
  • ปริมาณยาที่ใช้: การใช้ปริมาณยาที่เหมาะสมและถูกต้องตามการประเมินของแพทย์ ก็มีผลต่อระยะเวลาในการเห็นผลด้วยค่ะ

ที่หมอสรุปมานี้เฉพาะ botox ของแท้ + ฉีดโดยหมอที่มีประสบการณ์ + ฉีดในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองนะคะ ถ้าใครเจอะไรที่นอกเหนือจากนี้ ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเจอของปลอม หรือเจือจางขั้นสุดจนไม่เห็นผลตามที่ควรจะเป็นได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อย่างแรกเลย คือซ้ำไม่ได้ตามใจชอบ ไม่ใช่ว่าแค่เห็นหน้าตึงน้อยลงแล้วอยากจะฉีดซ้ำเลย แบบนี้ไม่ได้ มีระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ เพื่อความปลอดภัย ไม่ดื้อโบ

จากประสบการณ์ของหมอและงานวิจัยทางการแพทย์ โดยทั่วไปแล้ว โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ค่ะ โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนที่สุดช่วง 1-3 สัปดาห์แรกหลังฉีด ขึ้นอยู่กับว่าฉีดจุดไหนไปด้วย และค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ แต่ก็อย่างที่หมอพูดไปตอนแรกว่าระยะเวลาที่ว่านี้เป็นค่าเฉลี่ยนะคะ มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเคยเจอคนไข้หลายท่านเลยค่ะ ที่เดินเข้ามาคลินิกแล้วบอกว่า “อยากสวยเหมือนเพื่อนค่ะหมอ แต่ไม่รู้ว่าโบท็อกซ์มันคืออะไรกันแน่” หรือ “เห็นเพื่อนไปฉีดมาแล้วหน้าเป๊ะมาก โบท็อกซ์มันวิเศษขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หมออยากจะบอกว่า โบท็อกซ์ไม่ได้เป็นยาครอบจักรวาลค่ะ แต่มันคือสารสกัดจากธรรมชาติที่ชื่อว่า โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการ คลายการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดในปริมาณที่เหมาะสมและถูกจุด การออกฤทธิ์ของมันก็คือ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นทำงานลดลงชั่วคราวค่ะ

คนไข้หลายคนชอบเรียกทุกอย่างที่ฉีดลดริ้วรอย หรือลดกล้ามเนื้อว่า ‘โบท็อกซ์’ กันหมดเลยใช่มั้ยคะ? จริงๆ แล้ว ‘โบท็อกซ์’ (Botox®) เนี่ย เขาคือ ชื่อแบรนด์แรกๆ ที่ประสบความสำเร็จมากๆ จนกลายเป็นคำติดปาก เหมือนกับที่เราเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อว่า ‘มาม่า’ นั่นแหละค่ะ! เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะฉีดตัวไหน ที่ช่วยเรื่องเดียวกัน แต่แพทย์อาจจะใช้เทคนิคแตกต่างกันออกไปบ้างเท่านั้นค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การที่แพทย์ใช้เข็มจิ้มลูกโป่งแล้วไม่แตก ไม่ได้เป็นการพิสูจน์โดยตรงว่า “มือเบากว่าใคร” ในความหมายของการไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด  และ “ไม่ได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมเข็มที่ดีกว่าในการฉีดปรับรูปหน้า Botox Filler Biostimulator” การฉีดบนผิวหนังของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่ามาก แบบที่หมอยังอธิบายไม่ถูกเลยว่าจะทำยังไงให้คนไข้เข้าใจได้ครบว่า ทุกครั้งที่หมอสอดเข็มนั้นต้องมั่นใจแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์จะต้องใช้ ความรู้ด้านกายวิภาคเชิงลึก เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ที่มักสั่งสมตามอายุงานและจำนวนเคส และ ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้ เพื่อให้เกิด ความเจ็บปวดน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ 

ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อยากยุงแค่ไหน ก็แนะนำไม่เกิน 100 ยูนิตต่อครั้งค่ะ

หมอเข้าใจดีเลยนะคะว่าคนไข้หลายท่านอยากมีรูปหน้าสไตล์ “หน้ายุง” ที่ดู เรียวเล็ก เดฟ ขั้นสุด จนบางครั้งอาจรู้สึกว่ายิ่งอัดโบท็อกซ์กรามเยอะๆ ไปเลย จะได้เห็นผลไวๆ แต่นั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะเรียกทรงหน้านี้ว่าอะไร หรืออยากหน้าเรียวแค่ไหน ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ การใช้โบท็อกซ์ลดกรามที่มากเกินกว่า 50-100 ยูนิตในครั้งเดียว (เฉลี่ยข้างละ 25-50 ยูนิต) ไม่ได้ช่วยให้หน้าเล็กลงไปกว่าขีดจำกัดของกล้ามเนื้อเรานะคะ แต่กลับจะไปเพิ่มความเสี่ยงให้ กล้ามเนื้อเคี้ยวอาหารอ่อนแรง ยิ้มมุมปากตก หรือเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกซ์ ในระยะยาวได้ หมอเข้าใจและพร้อมจะเนรมิตความสวยตามความต้องการของคนไข้นะคะ แต่คนไข้ก็ต้องเข้าใจหมอด้วยว่า หมออยากให้ทุกคนสวยแบบปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง ค่อยๆ ปรับโครงหน้าให้เรียวเล็กอย่างพอดีกับสัดส่วนของเรา ดีกว่าฝืนฉีดอัดยูนิตเกินลิมิตแล้วต้องมาตามแก้ทีหลังค่ะ สวยแบบหน้ายุงได้ แต่ต้องเป็นยุงที่สวยและปลอดภัยที่สุดนะคะ

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หมอต้องขออนุญาตเบรกความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ หลายคนมักคิดว่า “โบท็อกซ์คือตัวจบ” ของการทำหน้าเรียวหน้ายุง ฉีดปุ๊บหน้าต้องเล็กปั๊บแบบทรงหน้ายุงแน่นอน แต่หมอต้องอธิบายตามหลักการแพทย์แบบนี้ค่ะว่า โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ลดขนาดได้เฉพาะส่วนที่เป็น “กล้ามเนื้อ” (กราม) เท่านั้น

ถ้าคนไข้มีใบหน้าที่กว้างหรือเหลี่ยมจาก “แนวโครงสร้างกระดูก” โบท็อกซ์ก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ หรือถ้าหน้ากลมเพราะมี “ชั้นไขมันสะสมที่แก้มหรือเหนียงเยอะ” โบท็อกซ์ก็ไม่สามารถสลายไขมันได้เช่นกันค่ะ ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจอัดโบท็อกซ์ หมอแนะนำให้เข้ามาให้หมอช่วยจับและประเมินรูปหน้าดูก่อนนะคะ เราจะได้วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง หากปัญหาเกิดจากไขมันเราจะได้เปลี่ยนไปใช้แฟตสลายไขมัน หรือถ้าเป็นเรื่องความหย่อนคล้อยก็อาจจะใช้เครื่องมือยกกระชับแทน เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์หน้าเรียวเล็กที่ตรงจุด ทำแล้วเห็นผลจริงแบบไม่เสียเงินฟรีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ช่วยได้ค่ะ แต่ไม่ดีเท่ากับการลดริ้วรอยด้วยการฉีด Botulinum Toxin โดยตรงค่ะ เพราะมันเป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยตรง สาเหตุเพราะรอยตีนกาลึกๆ เกิดจากการขยับตัวของกล้ามเนื้อเวลาที่คนไข้ยิ้มหรือแสดงสีหน้า ซึ่งต้องใช้โบท็อกซ์เข้าไปคลายกล้ามเนื้อส่วนนั้น ในขณะที่ Ulthera ถูกออกแบบมาเพื่อดึงยกกระชับชั้นผิวที่หย่อนคล้อย (SMAS) ให้ตึงและเด้งขึ้น การทำ Ulthera จึงตอบโจทย์เรื่องการยกคิ้วและหางตาตกได้ดีเยี่ยม และมีผลพลอยได้คือรอยยับตื้นๆ บนผิวดูจางลงเพราะผิวถูกดึงให้ตึงขึ้นนั่นเองค่ะ ดังนั้นหากคนไข้ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน บางเคสต้อง ควบคู่กับการฉีดโบท็อกซ์เพื่อสยบตีนกาทุกการขยับ จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ไม่มีหัตถการหรือโปรแกรมใดๆ ที่สามารถทดแทน Ulthera ได้แบบ 100% หรือให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทุกประการได้ค่ะ เนื่องจากแต่ละเทคโนโลยีต่างก็มีจุดเด่น กลไกการทำงาน และระดับความลึกของการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม แม้ Ulthera จะโดดเด่นในการยกกระชับผิวอย่างล้ำลึกถึงชั้น SMAS แต่ก็ไม่ได้เหมาะสมกับทุกเคส และก็ยังมีทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกระตุ้นคอลลาเจนได้ เช่น Thermage FLX ที่เน้นผิวแน่นกระชับ, HIFU ยี่ห้ออื่นๆ ที่มีหลักการคล้ายกัน, ฟิลเลอร์ สำหรับเติมเต็มและปรับรูปหน้า, ร้อยไหม เพื่อการยกกระชับที่เห็นผลทันที, Botox สำหรับลดริ้วรอยและปรับกรอบหน้า หรือแม้แต่เลเซอร์บางชนิดที่ช่วยเรื่องคุณภาพผิวและกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ แต่ละวิธีมีจุดเด่นและการทำงานที่แตกต่างกัน การเลือกหลายวิธีร่วมกันอาจช่วยให้ได้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวโดยรวมที่ใกล้เคียงกับความคาดหวังของคนไข้ และตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะบุคคลได้ดีที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

20

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

★★ ความประทับใจ ★★

google
mookmookka
mookmookka
28/02/2026
google
เพียงดาว สภาทอง
เพียงดาว สภาทอง
24/01/2026
google
보크
보크
06/09/2025
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
facebook
Wipat Pongtipagorn
Wipat Pongtipagorn
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Peter Nick
Peter Nick
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Tay Pattara
Tay Pattara
แนะนำเลย
21/07/2024