โปรแกรม Nabota Botox โบท็อกซ์ที่ได้รับความไว้วางใจจากหลายประเทศ เป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลีที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ทั้งจาก US FDA องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา และ KFDA องค์การอาหารและยาแห่งประเทศเกาหลีใต้ รวมถึง อย. ไทย จึงมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นดูแลตัวเองด้วยโบท็อกซ์เป็นครั้งแรก หรือผู้ที่เคยฉีดมาแล้วและต้องการรักษาผลลัพธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถสบายใจได้กับประสิทธิภาพและความปลอดภัย ที่ D’ Lovevery Clinic เราพร้อมดูแลคุณด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน

สำหรับมือใหม่ เลือกฉีดอะไรดี?
| ปัญหาที่กังวล (สำหรับมือใหม่) | บริเวณ/ประเภทการฉีด | ผลลัพธ์ที่คาดหวัง |
|---|---|---|
| มีริ้วรอยลึกที่ชัดเจนจากการแสดงสีหน้า (เช่น รอยย่นหน้าผาก, รอยขมวดคิ้ว, รอยตีนกาที่หางตา) | Botox (ฉีดกล้ามเนื้อลึก) บริเวณ หน้าผาก, หางตา, หว่างคิ้ว | ลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยลึกจางลง ใบหน้าเรียบตึง ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างชัดเจน |
| อยากปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก (มีกรามใหญ่ หน้าบาน) | Botox (ฉีดกล้ามเนื้อลึก) บริเวณ กราม | ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง และช่วยให้กรอบหน้าชัดเจน |
| ผิวมัน รูขุมขนกว้าง มีสิว หรือมีริ้วรอยเล็กๆ ทั่วใบหน้า (ต้องการให้ผิวดูละเอียดขึ้น กระชับรูขุมขน หรืออยากได้ผิวโกลว์ใสแบบ Glass Skin) | Skin Botox (ฉีดชั้นผิวหนังตื้น) ทั่วใบหน้า | ฟื้นฟูสภาพผิวให้ละเอียดขึ้น กระชับรูขุมขน ลดความมัน ลดริ้วรอยเล็กๆ ผิวเนียนใสเปล่งประกาย |
Botulinum Toxin แต่ละแบรนด์มีเทคโนโลยีการผลิต ส่วนประกอบที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องความบริสุทธิ์ ขนาดโมเลกุลที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการเลือกใช้ แบรนด์เดียวอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่มั่นคงกว่า
ตารางเปรียบเทียบโบท็อกซ์เกาหลี Nabota กับยี่ห้ออื่นๆ
| คุณสมบัติ/ยี่ห้อ | Nabota | Neuronox | Aestox | Botulax |
|---|---|---|---|---|
| บริษัทผู้ผลิต | Daewoong Pharmaceutical | Medytox | Hugel Pharma | Hugel Pharma |
| ประเทศ | เกาหลีใต้ | เกาหลีใต้ | เกาหลีใต้ | เกาหลีใต้ |
| การรับรอง | US FDA, KFDA, อย. ไทย | KFDA, อย. ไทย | KFDA, อย. ไทย | KFDA, อย. ไทย |
| ความบริสุทธิ์ | สูง (98.7%) | สูง | สูง (99.5%) | สูง |
| จุดเด่น | ออกฤทธิ์ไว เห็นผลเร็ว โมเลกุลเล็ก | สายพันธุ์เดียวกับ Allergan, งานวิจัยรองรับ | ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติเมื่อเทียบในกลุ่มเกาหลี | ราคาคุ้มค่า เหมาะกับลดริ้วรอย |
| ระยะเวลาเห็นผล | เริ่มเห็น 2-3 วัน เห็นผลเต็มที่ 7-14 วัน | รวดเร็ว | รวดเร็ว | รวดเร็ว |
| ระยะเวลาคงผลลัพธ์ | 4-6 เดือน | 4-6 เดือน | 4-6 เดือน | 4-6 เดือน |
| การกระจายตัวยา | ดี (โมเลกุลเล็ก) | ปานกลาง | ปานกลาง | ปานกลาง |
| โอกาสดื้อยา | ต่ำ (เนื่องจากความบริสุทธิ์สูง) | ปานกลาง | ต่ำ (เนื่องจากความบริสุทธิ์สูง) | ปานกลาง |

จุดเด่นของโปรแกรม Nabota
- ออกฤทธิ์ไว เห็นผลลัพธ์เร็ว ด้วยความบริสุทธิ์ของตัวยา ทำให้ Nabota Botox สามารถแสดงผลลัพธ์ได้รวดเร็วกว่าโบท็อกซ์บางยี่ห้อ
- โมเลกุลเล็ก แพร่กระจายดี เหมาะสำหรับการฉีดในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อขนาดเล็ก เช่น ริ้วรอยบนใบหน้า ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
- บริสุทธิ์สูง ลดโอกาสดื้อยา ผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ทำให้มีความบริสุทธิ์สูง ลดการสะสมของโปรตีนที่ไม่จำเป็นในร่างกาย
Nabota Botox ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านการรับรองจาก
- US FDA องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา
- KFDA องค์การอาหารและยาแห่งประเทศเกาหลีใต้
- อย. ไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศไทย
Nabota เหมาะกับใคร? แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
Nabota เป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของริ้วรอย หรือการปรับรูปหน้าและรูปร่างให้ดูดีขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย เหมาะสำหรับลดริ้วรอยบนใบหน้า เช่น รอยย่นหน้าผาก รอยตีนกา รอยขมวดคิ้ว
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียว V-Shape ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลง และยังช่วยลิฟต์กรอบหน้าให้คมชัด
- ผู้ที่ต้องการลดขนาดกล้ามเนื้อ สามารถฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณน่อง ต้นแขน หรือบ่า ทำให้รูปร่างดูเพรียวขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาเหงื่อและกลิ่นตัวมาก ช่วยลดการทำงานของต่อมเหงื่อในบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า
- ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรม ช่วยบรรเทาอาการปวดตึงบริเวณบ่าและคอจากการทำงาน

Nabota ฉีดจุดไหนได้บ้าง?
Nabota Botox มีความยืดหยุ่นสูง สามารถฉีดได้หลายบริเวณ เพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน
- ลดริ้วรอย บริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา ใต้ตา
- ลดกราม ปรับรูปหน้า ให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น
- ลิฟต์กรอบหน้า ช่วยให้กรอบหน้าคมชัด ดูยกกระชับ
- ลดปีกจมูก ทำให้จมูกดูเรียวเล็กลง
- ลดเหงื่อ รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ช่วยลดปัญหาเหงื่อออกมาก
- ลดกล้ามเนื้อ น่อง ต้นแขน บ่า ทำให้กล้ามเนื้อดูเล็กลง
- ลิฟต์คอ ช่วยให้ผิวบริเวณคอดูเรียบเนียนและกระชับขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกซ์ทุกครั้ง
การฉีดโบท็อกซ์ เป็นกระบวนการที่ต้องให้ความระมัดระวังอย่างดี เนื่องจากมีผลกระทบต่อลักษณะหน้าและสุขภาพของผู้รับบริการ เนื่องจากนั้น การฉีดโบท็อกซ์ในฐานะแพทย์ต้องพิจารณาและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างระมัดระวังดังนี้
- การพบแพทย์: การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และกำลังใจในการปฏิบัติงานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการฉีดโบท็อกซ์จะดำเนินไปอย่างปลอดภัยและมีผลลัพธ์ที่ดี
- ความสำคัญของสารที่ใช้: การใช้โบท็อกซ์แท้จากแหล่งที่เชื่อถือได้มีความสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจากการใช้โบท็อกซ์ปลอมที่อาจทำให้เกิดผลกระทบถึงรูปหน้าและสุขภาพ
- การตรวจสอบข้อห้าม: ก่อนการฉีดโบท็อกซ์ ควรตรวจสอบข้อห้ามและปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เช่น การประคบด้วยความเย็นเพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือดรอบ ๆ หรือการงดดื่มแอลกอฮอล์
- การดูแลหลังการทำ: หลังการฉีดโบท็อกซ์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เช่น งดนอนราบเป็นเวลา 3 ชั่วโมงหลังการรักษา และหลีกเลี่ยงความร้อนและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง
- ประคบด้วยความเย็น: การประคบด้วยความเย็นหลังการฉีดโบท็อกซ์ สามารถช่วยลดการบวม รอยแดงของสารโบท็อกซ์ได้อีกด้วย
- ระวังราคาถูกเกินจริง: ของปลอม เลียบแบบเยอะ ควรศึกษา ตรวจสอบให้มั่นใจก่อนเข้าใช้บริการ

โบท็อกซ์ Nabota ราคาเท่าไหร่
Nabota Botox มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นกล่องดำ 100 ยูนิต กล่องแดง 200 ยูนิต ส่วน *50 ยูนิตเป็นการทำแพ็คเกจแยกออกมาเพื่อให้เหมาะกับการรักษาในแต่ละเคส
| รุ่น | ราคา |
|---|---|
| Nabota 50 unit* | 4,000 – 6,000 บาท |
| Nabota 100 unit | 7,000 – 9,000 บาท |
| Nabota 200 unit | 13,000 – 15,000 บาท |

รีวิวโบท็อกซ์ ลดริ้วรอย ปรับรูปหน้า

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
- จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้

📍 สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง
โทร 064-424-6526
📍 สาขา Crystal Design Center (CDC)
โทร 095-236-4546


ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาใช่ไหมคะ ก็แค่กุ้งแช่น้ำปลา เมนูยอดฮิตต้องสั่ง ตอนไปนั่งชิลของใครหลายๆคน
หลังผ่าตัดหรือฉีดหน้า ควรอดใจงดทานกุ้งแช่น้ำปลาและของดิบทุกชนิดไปก่อนประมาณ 2-4 สัปดาห์ ค่ะ เพราะเนื้อสัตว์ดิบเสี่ยงปนเปื้อน เชื้อแบคทีเรียอันตรายอย่าง “วิบริโอ” (Vibrio) ซึ่งจำไว้เลยนะคะว่าน้ำปลาและมะนาวไม่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้ หากทานเข้าไปในช่วงที่ร่างกายมีบาดแผล อาจเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ น้ำยำรสแซ่บยังมีโซเดียมสูงมาก ซึ่งจะไปดึงน้ำกักเก็บไว้ในร่างกาย ทำให้แผลผ่าตัดหรือฟิลเลอร์บวมน้ำ ยุบบวมช้า และเข้าที่ยากขึ้น ค่ะ ทนอีกนิด รอให้แผลหายสนิทก่อน ค่อยกลับไปจัดเต็มความอร่อยนะคะ ความสวยจะได้เป๊ะ ปลอดภัยค่ะ!
หากคนไข้อยากมีหน้าผากที่ดูเงาวาว สามารถเลือกทำได้ทั้งสองแบบขึ้นอยู่กับปัญหาตั้งต้นค่ะ หากคนไข้มีโครงหน้าผากสวยอยู่แล้ว การฉีด โบท็อกซ์ จะตอบโจทย์มากค่ะ โดยเหตุผลที่หน้าผากดูสะท้อนแสงและเงาวาวได้นั้น เป็นเพราะโบท็อกซ์ไปช่วยให้ผิวหน้าผากของเราตึงกระชับขึ้น และไม่มีริ้วรอยมากวนใจ เมื่อผิวเรียบเนียนเสมอกันก็นำมาซึ่งการตกกระทบและสะท้อนแสงได้ดีเยี่ยมเหมือนกระจกนั่นเองค่ะ แต่หากคนไข้มีปัญหาหน้าผากแบน แฟบ หรือเป็นแอ่ง การฉีด ฟิลเลอร์ จะช่วยเติมมิติให้หน้าผากดูโหนกนูน โค้งมนรับแสง และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูฉ่ำน้ำ สรุปง่ายๆ คือ โบท็อกซ์เน้นสร้างผิวตึงไร้ริ้วรอยเพื่อสะท้อนแสง ส่วน ฟิลเลอร์เน้นปรับโครงสร้างให้โค้งนูนรับแสง ซึ่งคนไข้สามารถเข้ามาให้หมอประเมินโครงหน้าก่อนได้ เพื่อเลือกวิธีที่ปังและตรงจุดที่สุดค่ะ
หมอก็เคยเป็นค่ะ แต่ตอนนี้เข้าที่แล้ว ปัญหาใบหน้าไม่เท่ากันเวลายิ้มเป็นเรื่องที่ทำให้กังวลใจ แต่หมออยากให้คุณคนไข้สบายใจได้เลยนะคะ เพราะปัญหานี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยแต่แก้ไขได้ และโดยธรรมชาติแล้วใบหน้าของคนเราก็มักจะไม่ได้สมมาตรกัน 100% ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งบางคนเป็นตอนยิ้ม บางคนเห็นได้ตั้งแต่ยังไม่ยิ้ม
กลไกหลัก ของปัญหานี้มักเกิดจาก การทำงานที่ไม่สมดุลกันของกล้ามเนื้อใบหน้า ค่ะ คือกล้ามเนื้อที่ใช้ในการแสดงสีหน้า โดยเฉพาะเวลายิ้ม อาจมีการดึงรั้งที่แตกต่างกันในแต่ละข้าง เช่น กล้ามเนื้อด้านหนึ่งอาจแข็งแรงกว่า หรือถูกใช้งานมากกว่าอีกด้าน ทำให้เวลายิ้ม ใบหน้าข้างนั้นมีการยกตัวหรือดึงรั้งที่มากกว่าค่ะ นอกจากนี้ โครงสร้างใบหน้าเดิม หรือความหย่อนคล้อยของผิวที่แตกต่างกัน ก็เป็นปัจจัยร่วมได้เช่นกัน
ข่าวดีก็คือ การแก้ไขปัญหานี้ ส่วนใหญ่แล้วไม่จำเป็นต้องถึงขั้นผ่าตัดศัลยกรรม เลยค่ะ แพทย์ส่วนใหญ่มักจะใช้วิธีการปรับสมดุลด้วยหัตถการทางการแพทย์ เช่น การฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน (Botox) เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งมากเกินไป ให้กล้ามเนื้อทั้งสองข้างทำงานได้สมดุลกันมากขึ้น หรือ การฉีดฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อเติมเต็มวอลลุ่ม ในส่วนที่ขาดหายไป ให้ใบหน้าดูเต็มและสมมาตรขึ้นไม่ว่าจะตอนนิ่งหรือเวลายิ้มค่ะ เครื่องยกกระชับก็มีส่วนช่วย แต่ข้อเสียคือมันจะไม่เห็นผลในทันที แต่ก็เป็นตัวเลือกให้คนไข้ได้ค่ะ
บางคนอาจจะสงสัยเพิ่มว่า หากไม่ได้ทำหัตถการแล้ว จะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติไหม ได้ แต่ไม่ทุกกรณี! ในบางกรณีที่สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ เช่น การเคี้ยวอาหารข้างเดียว การฝึกบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างถูกวิธี อาจช่วยให้ดีขึ้นได้บ้างค่ะ แต่ถ้าเป็นจากความแตกต่างของโครงสร้าง หรือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน การทำหัตถการจะเป็นวิธีที่ช่วยปรับสมดุลได้ตรงจุดและเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากค่ะ อย่างไรก็ตาม การปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณคนไข้แต่ละท่าน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอค่ะ
โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ
เราสามารถร้อยไหม ฉีดโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์พร้อมกันในวันเดียวได้อย่างปลอดภัย 100% ค่ะ การทำหัตถการร่วมกัน (Combination Treatment) ถือเป็นเทคนิคที่หมอแนะนำอย่างยิ่ง เพราะช่วยแก้ปัญหาใบหน้าได้ครบทุกมิติ โดยร้อยไหมจะช่วย ดึงผิวที่หย่อนคล้อย ฟิลเลอร์ช่วย เติมเต็มจุดที่ตอบลึก และโบท็อกซ์ช่วย ลดริ้วรอยพร้อมคลายกล้ามเนื้อที่ดึงรั้งเส้นไหม การทำร่วมกันไม่เพียงแต่ให้ ผลลัพธ์ที่สวยละมุนและดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการทำอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังช่วยให้คนไข้ เจ็บตัวและพักฟื้นเพียงแค่ครั้งเดียว ก็ได้กรอบหน้าเป๊ะและดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
ส่วนจะทำโปรแกรมไหนก่อน-หลัง หมอต้องประเมินจากปัญหาผิวของแต่ละบุคคลนะคะ หมอจะแจกแจงขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด ก่อนเริ่มทำการรักษาทุกเคส พร้อมบอกข้อดี ข้อเสีย ขอปฏิบัติที่ต้องรู้หลังทำชัดเจนค่ะ
ในทางปฏิบัติสำหรับการฉีดโบครั้งแรก หากเป็นยาแท้และฉีดโดยหมอที่มีประสบการณ์ ผลลัพธ์ที่ได้มักจะไม่ต่างกันมากจนคนไข้สังเกตเห็นค่ะ ยี่ห้อแต่ละแบรนด์อาจมีจุดเด่นเรื่องความบริสุทธิ์เพื่อลดการดื้อยาในระยะยาวต่างกันเล็กน้อย แต่หัวใจสำคัญคือ “ฝีมือของหมอ” และ “ความมั่นใจว่าเป็นยาแท้ตรวจสอบได้” ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่สวย เป็นธรรมชาติ และปลอดภัยที่สุด อยู่ได้นานตามที่ควรจะเป็น เช่น ฉีดริ้วรอยก็ควรอยู่ 3-5 เดือน ฉีดปรับรูปหน้าลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ก็ควรอยู่ 4-6 เดือนค่ะ
- ริ้วรอยตอนอายุน้อย: เหมือนกระดาษใหม่ที่เพิ่งพับ พอเรากางออก (ด้วยโบท็อกซ์) รอยพับก็หายไปได้ง่าย
- ริ้วรอยตอนอายุเยอะ + ผิวบาง: เหมือน กระดาษที่ถูกพับซ้ำๆ มานานหลายสิบปีจนเกิดเป็นรอยหักลึก แม้หมอจะใช้โบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (กางกระดาษออก) แต่ “รอยหักบนเนื้อกระดาษ” ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นอยู่ดีค่ะ
โบท็อกซ์ยังคงเห็นผลในการคลายกล้ามเนื้อเสมอ แม้คนไข้จะอายุเยอะหรือผิวบางค่ะ แต่สาเหตุที่ดูเหมือนเห็นผลน้อยลง เป็นเพราะผิวที่บางขาดความยืดหยุ่นมักจะมี ริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร (Static Lines) ที่ฝังลงไปในเนื้อผิวแล้ว ซึ่งโบท็อกซ์จัดการไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้ควรฉีดโบท็อกซ์ควบคู่ไปกับ การเติมเต็มสารอาหารผิวหรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อสร้างความหนาแน่นให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่ะ น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจผิวมากขึ้นนะคะ สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม อยากดูแลผิวส่วนไหนเป็นพิเศษ ลองทำนัดเข้ามาปรึกษาหมอก่อนได้ค่ะ
ก่อนอื่นหมอและทีมขอเป็นกำลังใจให้คนไข้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับโรคนี้อยู่นะคะ
สำหรับคนไข้มะเร็ง การฉีดโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ ไม่ได้เป็นข้อห้ามถาวร แต่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาค่ะ หากอยู่ในช่วง การให้คีโม ฉายแสง หรือรับประทานยากดภูมิ หมอขอให้งดทำหัตถการที่มีเข็มทุกชนิด เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อและระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรง แต่หาก รักษาหายขาดแล้วและโรคสงบ (Remission) เกิน 6 เดือนขึ้นไป สามารถทำได้ โดยหมอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์มะเร็งเจ้าของไข้เพื่อประเมินค่าเลือดก่อนเสมอ และ หลีกเลี่ยงการฉีดในบริเวณที่เคยผ่าตัดต่อมน้ำเหลือง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
Cancer is just a chapter in your life, not the whole story. Turn the page and keep writing.











