ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

หลังผ่าตัดหรือฉีดหน้า ทานกุ้งแช่น้ำปลาได้ไหม

ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาใช่ไหมคะ ก็แค่กุ้งแช่น้ำปลา เมนูยอดฮิตต้องสั่ง ตอนไปนั่งชิลของใครหลายๆคน

หลังผ่าตัดหรือฉีดหน้า ควรอดใจงดทานกุ้งแช่น้ำปลาและของดิบทุกชนิดไปก่อนประมาณ 2-4 สัปดาห์ ค่ะ เพราะเนื้อสัตว์ดิบเสี่ยงปนเปื้อน เชื้อแบคทีเรียอันตรายอย่าง “วิบริโอ” (Vibrio) ซึ่งจำไว้เลยนะคะว่าน้ำปลาและมะนาวไม่สามารถฆ่าเชื้อนี้ได้ หากทานเข้าไปในช่วงที่ร่างกายมีบาดแผล อาจเสี่ยงต่อการอักเสบและติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือดได้ นอกจากนี้ น้ำยำรสแซ่บยังมีโซเดียมสูงมาก ซึ่งจะไปดึงน้ำกักเก็บไว้ในร่างกาย ทำให้แผลผ่าตัดหรือฟิลเลอร์บวมน้ำ ยุบบวมช้า และเข้าที่ยากขึ้น ค่ะ ทนอีกนิด รอให้แผลหายสนิทก่อน ค่อยกลับไปจัดเต็มความอร่อยนะคะ ความสวยจะได้เป๊ะ ปลอดภัยค่ะ!


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

กุ้งแช่น้ำปลา 1 จาน มีปริมาณโซเดียมเฉลี่ยสูงถึง 1,200 – 1,500 มิลลิกรัม (คิดเป็น 75% ของปริมาณที่องค์การอนามัยโลกแนะนำต่อวัน) การรับโซเดียมปริมาณมหาศาลในมื้อเดียว จะเพิ่มอัตราการบวมน้ำของเนื้อเยื่อ (Edema) ทำให้ระยะเวลาพักฟื้นและยุบบวมหลังศัลยกรรมนานขึ้นเฉลี่ย 30-50%

สายแซ่บต้องพักก่อน! ทำไมหมอถึงสั่งเบรก “กุ้งแช่น้ำปลา” หลังทำหน้า?

หมอเข้าใจเลยค่ะคนไข้ ว่าเมนูแซ่บๆ อย่างกุ้งแช่น้ำปลามันเย้ายวนใจแค่ไหน แต่ถ้าเพิ่งผ่านการผ่าตัดศัลยกรรม หรือเพิ่งไปฉีดหน้า (เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เมโส) มาหมาดๆ หมอขอสั่งงดเมนูนี้ไปก่อนเด็ดขาดเลยนะคะ! เพราะกุ้งแช่น้ำปลาคือแหล่งรวม 2 ตัวการร้ายที่ขัดขวางความสวยของเราค่ะ ได้แก่:

“ของดิบ” แหล่งรวมเชื้อร้าย ที่มะนาวก็ฆ่าไม่ตาย!

กุ้งแช่น้ำปลาเป็นอาหารดิบที่ไม่ผ่านความร้อนค่ะ ซึ่งข้อมูลล่าสุดจาก สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย ได้ออกมาเตือนชัดเจนเลยว่า เมนูกุ้งดิบเสี่ยงต่อการปนเปื้อน เชื้อแบคทีเรียอันตรายที่ชื่อว่า “วิบริโอ” (Vibrio)

  • ความเชื่อผิดๆ ที่ต้องระวัง: หลายคนคิดว่า “แช่น้ำปลา บีบมะนาวเยอะๆ ก็สุกแล้ว เชื้อโรคตายหมด” หมอขอแก้ข่าวตรงนี้เลยค่ะว่า น้ำปลาและมะนาว ฆ่าเชื้อไม่ได้! กรดแค่อาจทำให้เนื้อกุ้งเปลี่ยนสี แต่เชื้อโรคยังอยู่ครบค่ะ
  • ทำไมหลังทำหน้าถึงอันตรายเป็นพิเศษ?: ตอนที่เราผ่าตัดหรือใช้เข็มฉีดหน้า ร่างกายของเราจะมี “แผลเปิด” และระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงานหนักเพื่อซ่อมแซมแผล หากคนไข้ทานเชื้อตัวนี้เข้าไป อาการจะลุกลามรวดเร็วมากภายใน 1-3 วัน เริ่มจากท้องเสีย อาเจียน ไข้สูง และที่น่ากลัวที่สุดคือเชื้ออาจทะลุเข้าสู่แผลเปิด นำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดที่อันตรายถึงชีวิตได้เลยนะคะ! ไม่ใช่แค่แผลอักเสบ บวมหนอง หรือฟิลเลอร์พังธรรมดาแล้วค่ะ

“โซเดียมสูงปรี๊ด” ศัตรูตัวฉกาจของอาการบวม

น้ำปลา น้ำยำ หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านที่แช่ตัวกุ้งอยู่นั้น อุดมไปด้วยโซเดียมในปริมาณที่มหาศาลมากค่ะ

โซเดียมมีคุณสมบัติเหมือน “ฟองน้ำ” ที่คอยดูดและกักเก็บน้ำไว้ในร่างกายของเราค่ะ ยิ่งคนไข้ทานโซเดียมเยอะ ร่างกายก็จะยิ่งอมน้ำเอาไว้ ทำให้แผลผ่าตัดที่บวมอยู่แล้ว ยิ่งบวมเป่งขึ้นไปอีก หรือฟิลเลอร์ที่เพิ่งฉีดมาก็อาจจะดูบวมตุ่ย ไม่รัดแกน ไม่เข้าที่สักที ทำให้ระยะเวลาพักฟื้น (Downtime) ของคนไข้ยืดเยื้อออกไปอีกนานเลยค่ะ

แล้วต้องอดใจรอนานแค่ไหนคะหมอ?

  • สำหรับงานฉีด (ฟิลเลอร์, โบท็อกซ์, ร้อยไหม): หมอแนะนำให้งดประมาณ 1-2 สัปดาห์ รอให้อาการบวมเข็มยุบลงสนิทก่อนค่ะ
  • สำหรับงานผ่าตัดศัลยกรรม: ควรอดใจรออย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หรือจนกว่าจะตัดไหมและแผลปิดสนิทดี นะคะ รวมถึงต้องเลือกทานจากร้านที่ปรุงสุก สะอาด ถูกสุขลักษณะเท่านั้นค่ะ

อดทนทานอาหารสุก สะอาด รสชาติอ่อนๆ ไปก่อนนะคะคนไข้ รอให้หน้าเราเป๊ะปังเข้าที่ แผลปิดสนิทดี คราวนี้จะไปจัดกุ้งแช่น้ำปลากี่จาน หมอก็ไม่ห้ามแล้วค่ะ

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย