ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

Dysport คืออะไร ดียังไง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

Botulinum Toxin

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

Dysport คืออะไร ดียังไง ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา

True beauty radiates from confidence, allowing your natural grace to shine through with every expression

Dysport Botox ดียังไง ราคาเท่าไหร่

โปรแกรม Dysport Botox ที่ D’ Lovevery Clinic คือการลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้าจากประเทศอังกฤษ ที่ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์หลากหลายประเทศจากทั่วโลก ด้วยคุณสมบัติเด่นในการกระจายตัวของยา ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง และยังช่วยให้ผิวรู้สึกเบาสบาย เราพร้อมมอบประสบการณ์การดูแลผิวพรรณที่ละเอียดอ่อนและพิถีพิถัน เพื่อให้คุณเผยความงามในแบบของคุณได้อย่างมั่นใจ

ทำความรู้จักโปรแกรม Dysport Botox โบท็อกซ์สัญชาติอังกฤษ

Dysport Botox หรือที่รู้จักกันในชื่อโบท็อกซ์อังกฤษ เป็นสาร Botulinum Toxin Type A ที่ผลิตโดยบริษัท Ipsen Biopharm Limited ในประเทศอังกฤษ ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งจาก US FDA และ อย. ไทย จุดเด่นของ Dysport อยู่ที่ขนาดโมเลกุลที่เล็ก ทำให้มีการกระจายตัวของยาได้ดีและรวดเร็ว ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

โปรแกรม Dysport Botox จุดไหนได้บ้าง

โปรแกรม Dysport Botox จุดไหนได้บ้าง
  • ทุกองศา “ใบหน้า” ด้วย ABO Active 3D จะองศาไหนก็เอาอยู่ เพราะ “ABO Active 3D” คือสารลดเลือนริ้วรอยประสิทธิภาพสูง ยืนยันด้วยเสียงจากผู้ใช้จริงกว่า 33% อีกทั้งยังมีงานวิจัยรองรับ รับรองว่าสวยเป๊ะดูเป็นธรรมชาติทั้งตัว พร้อมออกงานทันทีไม่มีโป๊ะแน่นอนค่ะ
  • ปรับ “เรียวขา” เป๊ะ ไม่มีโป๊ะด้วย ABO Active 3D คลายขาใหญ่ ไม่กระชับ ให้เป็นขาเรียวสวย แม้แต่บริเวณขาที่มีกล้ามเนื้อเป็นก้อนๆ ก็จะเล็กลงตามไปด้วย
  • เพิ่มความมั่นใจ ลดเหงื่อ “ใต้วงแขน” ด้วย ABO Active 3D เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อใกล้กับต่อมเหงื่อ ส่งผลให้เหงื่อออกน้อยลง
  • ปรับ “ลำคอ” ให้เรียวสวยด้วย ABO Active 3D จะเข้าไปออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อ เหนียงคอ ซึ่งกล้ามเนื้อลำคอจะมีทั้งมัดที่ดึงขึ้น และดึงลง เมื่อมัดที่ดึงลงถูกยับยั้งการทำงานจาก ABO Active 3D กล้ามเนื้อมัดที่ดึงขึ้นจึงทำงานได้อย่างอิสระ ส่งผลให้ลำคอตึงกระชับ เรียว สวย
  • สยบปัญหาเหงื่อออก “ฝ่ามือ” มากเกินไปด้วย ABO Active 3D เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อใกล้กับต่อมเหงื่อ ทำให้กล้ามเนื้อบีบรัดน้อยลง ส่งผลให้เหงื่อออกน้อยลง

Dysport Botox ทำงานอย่างไร

Dysport Botox ทำงานโดยโมเลกุล Heavy chain จะเข้าจับกับเซลล์ประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อ เพื่อยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อนั้นๆ ส่วนโมเลกุล Light chain จะเข้าไปในเซลล์เพื่อลดการปล่อยสารสื่อประสาท Acetylcholine ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อทำงานน้อยลง ขนาดของกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดก็จะลดลง ส่งผลให้ริ้วรอยต่างๆ ดูจางลง และรูปหน้าดูเรียวขึ้น

Dysport Botox, Botulinum Toxin ทำงานอย่างไร

Dysport Botox เหมาะกับใคร

โปรแกรม Dysport Botox เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ

  • ลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง
  • ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น หรือยกกระชับกรอบหน้าด้วยเทคนิค Dermolift
  • ลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม น่อง หรือต้นแขน
  • ลดปัญหาเหงื่อออกมากเกินไปบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า
อายุ 30+ ฉีดโบท็อกซ์ตัวไหนดี
อายุ 40+ ฉีดโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ยูนิต
อายุ 50+ ฉีดโบท็อกซ์ยี่ห้อไหนดี อายุเยอะจะยังเห็นผลไหม ฉีดที่ไหนดี
pie
    title Facial Wrinkle Concerns (Thai People)
    "Crow's Feet" : 70
    "Forehead Lines" : 60
    "Smile Lines / Nasolabial Folds" : 55
    "Frown Lines" : 50
    "Neck Lines" : 30
pie
    title Facial Wrinkle Concerns (Europeans)
    "Forehead Lines" : 75
    "Crow's Feet" : 65
    "Frown Lines" : 60
    "Smile Lines / Nasolabial Folds" : 50
    "Lip Lines" : 40

ทำความรู้จักริ้วรอยชั่วคราว กับริ้วรอยถาวร

ริ้วรอยทั่วไป (Dynamic Wrinkles)รายละเอียด
ลักษณะริ้วรอยที่ปรากฏขึ้นเมื่อมีการแสดงสีหน้า เช่น รอยยิ้ม รอยขมวดคิ้ว รอยย่นหน้าผาก เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อซ้ำๆ
จุดเริ่มต้นของริ้วรอยเริ่มปรากฏในวัย 20 ปลายๆ ถึง 30 ต้นๆ
การลดเลือนริ้วรอยสามารถลดเลือนได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, การดูแลผิว, การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ, การฉีดสารลดเลือนริ้วรอย
จุดตัดอายุไม่มีจุดตัดอายุที่ชัดเจน แต่จะกลายเป็นริ้วรอยถาวรเมื่อเวลาผ่านไป
ริ้วรอยถาวร (Static Wrinkles)รายละเอียด
ลักษณะริ้วรอยที่ปรากฏอยู่ตลอดเวลา แม้ไม่ได้แสดงสีหน้า เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง, ความเสียหายจากแสงแดด, แรงโน้มถ่วง, การสูบบุหรี่
จุดเริ่มต้นของริ้วรอยมักจะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในวัย 40s และ 50s และเด่นชัดหลังอายุ 65 ปี
การลดเลือนริ้วรอยยากต่อการลดเลือนด้วยวิธีทั่วไป ต้องใช้การรักษาที่ซับซ้อนขึ้น เช่น เลเซอร์, ฟิลเลอร์, การผ่าตัด
จุดตัดอายุประมาณ 40-50 ปีขึ้นไป ริ้วรอยจะลึกและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การแก้ไขยากขึ้น
อยากหน้าเด็ก เติมฟิลเลอร์จุดไหนดี ใช้รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ cc

ในกรณีที่ริ้วรอยถาวรลึกจนสารคลายกล้ามเนื้อ (เช่น Botulinum Toxin) ไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป แพทย์จะพิจารณาการใช้ฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มริ้วรอยและฟื้นฟูสภาพผิว เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เรียบเนียนและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ข้อดีและข้อควรพิจารณาของโปรแกรม Dysport Botox

ข้อดี

  • ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ตัวยากระจายตัวได้ดี ทำให้ริ้วรอยลดลงอย่างนุ่มนวล ใบหน้ายังคงแสดงอารมณ์ได้ตามปกติ
  • ออกฤทธิ์รวดเร็ว สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ภายใน 2-7 วันหลังการฉีด
  • เหมาะกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ด้วยคุณสมบัติการกระจายตัวที่ดี ทำให้เหมาะกับการฉีดในบริเวณที่มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น ลดน่อง ลดต้นแขน
  • โอกาสการดื้อยาน้อย มีความบริสุทธิ์สูง ช่วยลดความเสี่ยงของการดื้อยาเมื่อฉีดอย่างต่อเนื่อง
  • ช่วยยกกระชับกรอบหน้า เหมาะสำหรับเทคนิค Dermolift ที่ช่วยยกกระชับผิวและกรอบหน้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ข้อควรพิจารณา

  • ผลลัพธ์ไม่ถาวร เช่นเดียวกับโบท็อกซ์ประเภทอื่นๆ ผลลัพธ์จะคงอยู่ประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล
  • ต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากตัวยามีการกระจายตัวกว้าง การฉีดในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้
  • อาจมีอาการตึง บวมเล็กน้อย บริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน

การเตรียมตัวก่อนรับบริการโปรแกรม Dysport Botox

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรม Dysport Botox และเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน แพทย์มีประสบการณ์
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว หรือยาที่กำลังรับประทานอยู่ โดยเฉพาะยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • งดการสครับผิว เลเซอร์ หรือนวดหน้าบริเวณที่จะฉีดล่วงหน้า 2-3 วัน เพื่อลดอาการเขียวช้ำ
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารเสริมบางชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันปลา ก่อนเข้ารับบริการอย่างน้อย 1 สัปดาห์
คลินิก ปรึกษาฟรี หมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

การดูแลตัวเองหลังรับบริการโปรแกรม Dysport Botox

  • งดกด นวด หรือถูบริเวณที่ฉีด รวมถึงหลีกเลี่ยงการนอนราบเป็นเวลา 4 ชั่วโมงหลังฉีด
  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบาๆ เป็นเวลา 30 นาที เพื่อช่วยให้ยาซึมเข้ากล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด เช่น ซาวน่า เลเซอร์ แสงแดดจัด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง เป็นเวลา 2 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด อาหารหมักดอง ประมาณ 2-3 วัน
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวม แดง หรือเจ็บปวดผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อควรรู้ก่อนรับบริการโปรแกรม Dysport Botox

ข้อควรรู้คำอธิบาย
บวมไหม?อาจมีอาการบวมแดงเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นอาการปกติและจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน 🟡
บวมกี่วัน?โดยทั่วไปอาการบวมจะดีขึ้นภายใน 1-3 วัน
เห็นผลกี่วัน?เริ่มเห็นผลภายใน 2-7 วัน และจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 2 สัปดาห์
อยู่ได้นานแค่ไหน?ผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและแต่ละบุคคล
ต่างจากโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่นอย่างไร?Dysport มีคุณสมบัติการกระจายตัวที่กว้างกว่า ทำให้เหมาะกับการฉีดกล้ามเนื้อมัดใหญ่และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ แต่ปริมาณยูนิตต่อขวดจะต่างจากโบท็อกซ์อเมริกา (Dysport 300 SU เทียบเท่าประมาณ 100-120 ยูนิตของโบท็อกซ์ยี่ห้ออื่น) เทคนิคการฉีดควรใช้โดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 🟢🟢🟢 เทียบกับโบท็อกซ์อเมริกาที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุดมากกว่า
ผลิตภัณฑ์ Dysport Botox ของแท้ ที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก D' Lovevery Clinic

ตารางเปรียบเทียบ Dysport, Allergan และ Xeomin

คุณสมบัติDysport (โบท็อกซ์อังกฤษ)Allergan (โบท็อกซ์อเมริกา)Xeomin (โบท็อกซ์เยอรมัน)
จุดเด่นกระจายตัวกว้าง เป็นธรรมชาติ ออกฤทธิ์เร็วแม่นยำสูง เป็นที่นิยมและยอมรับบริสุทธิ์สูง ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน ลดโอกาสดื้อยา
เหมาะสำหรับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (กราม, น่อง) ลิฟต์กรอบหน้าริ้วรอยเฉพาะจุดที่ต้องการความแม่นยำสูง (หว่างคิ้ว, หางตา)ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงการดื้อยา หรือเคยมีประวัติดื้อยา
ข้อควรรู้การนับยูนิตแตกต่างจากยี่ห้ออื่น โดย 2.5-3 ยูนิตของ Dysport จะเทียบเท่าประมาณ 1 ยูนิตของ Allergan/Xeominเป็นแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรองและมีงานวิจัยรองรับยาวนานที่สุด ทำให้ราคาสูงกว่ายี่ห้ออื่นด้วยความบริสุทธิ์สูง ทำให้บางรายอาจรู้สึกตึงน้อยกว่ายี่ห้ออื่นในตอนแรก

รีวิวโบ Botulinum Toxin

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

Dysport ราคาเท่าไหร่

โปรแกรม ABO DYSPORT

  • 120su 12,000.-
  • 300su 19,000.-
ราคาโบท็อกซ์ อเมริกา เยอรมัน อังกฤษ แตกต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี Allergan Dysport Xeomin

ติดต่อ D’ Lovevery Clinic

หากคุณพร้อมที่จะคืนความอ่อนเยาว์และเผยความงามที่เป็นธรรมชาติในแบบของคุณ D’ Lovevery Clinic ยินดีต้อนรับและพร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

  • สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

อย่างแรกที่ต้องเข้าใจ คือโบท็อกซ์ไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีหลังฉีดค่ะ จะไม่เหมือนฟิลเลอร์ เพราะมันต้องใช้เวลาในการจับกับปลายประสาทและทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว กระบวนการนี้ต้องใช้เวลาสักพักค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว คนไข้จะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ประมาณ 3-7 วันหลังฉีด ค่ะ ช่วงนี้อาจจะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อที่เคยขยับได้แรงๆ เริ่มขยับได้น้อยลง หรือรู้สึกตึงๆ เล็กน้อย แต่ยังไม่เห็นผลชัดเจนมากนะคะ สำหรับผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดและเข้าที่สวยตามที่คนไข้คาดหวัง จะอยู่ประมาณ 1-3 สัปดาห์หลังฉีดค่ะ ช่วงนี้กล้ามเนื้อจะคลายตัวเต็มที่ ริ้วรอยก็จะจางลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าจะดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ

ทำไมต้องรอนานขนาดนั้นคะหมอ?

  • กระบวนการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์: โบทูลินัม ท็อกซิน จะค่อยๆ เข้าไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาท (Acetylcholine) ที่กล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อค่อยๆ คลายตัวลง การทำงานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีค่ะ
  • การตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล: ร่างกายของคนไข้แต่ละคนมีการตอบสนองต่อยาที่แตกต่างกันค่ะ บางคนอาจจะเห็นผลเร็วหน่อยแค่ 3-5 วัน บางคนอาจจะต้องรอถึง 7 วันกว่าจะเริ่มรู้สึก แต่โดยเฉลี่ยแล้วคือช่วง 3-7 วันแรกค่ะ
  • บริเวณที่ฉีด: บางบริเวณที่กล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวเยอะหรือกล้ามเนื้อมีความแข็งแรงมาก อาจจะต้องใช้เวลาในการเห็นผลนานกว่าบริเวณอื่นเล็กน้อยค่ะ เช่น กล้ามเนื้อกรามที่ใหญ่ อาจจะใช้เวลานานกว่าริ้วรอยหน้าผากเล็กน้อย
  • ปริมาณยาที่ใช้: การใช้ปริมาณยาที่เหมาะสมและถูกต้องตามการประเมินของแพทย์ ก็มีผลต่อระยะเวลาในการเห็นผลด้วยค่ะ

ที่หมอสรุปมานี้เฉพาะ botox ของแท้ + ฉีดโดยหมอที่มีประสบการณ์ + ฉีดในสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองนะคะ ถ้าใครเจอะไรที่นอกเหนือจากนี้ ก็เป็นไปได้สูงว่าจะเจอของปลอม หรือเจือจางขั้นสุดจนไม่เห็นผลตามที่ควรจะเป็นได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อย่างแรกเลย คือซ้ำไม่ได้ตามใจชอบ ไม่ใช่ว่าแค่เห็นหน้าตึงน้อยลงแล้วอยากจะฉีดซ้ำเลย แบบนี้ไม่ได้ มีระยะเวลาที่เหมาะสมอยู่ เพื่อความปลอดภัย ไม่ดื้อโบ

จากประสบการณ์ของหมอและงานวิจัยทางการแพทย์ โดยทั่วไปแล้ว โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์อยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ค่ะ โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนที่สุดช่วง 1-3 สัปดาห์แรกหลังฉีด ขึ้นอยู่กับว่าฉีดจุดไหนไปด้วย และค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติของร่างกายค่ะ แต่ก็อย่างที่หมอพูดไปตอนแรกว่าระยะเวลาที่ว่านี้เป็นค่าเฉลี่ยนะคะ มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกันออกไปค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอเคยเจอคนไข้หลายท่านเลยค่ะ ที่เดินเข้ามาคลินิกแล้วบอกว่า “อยากสวยเหมือนเพื่อนค่ะหมอ แต่ไม่รู้ว่าโบท็อกซ์มันคืออะไรกันแน่” หรือ “เห็นเพื่อนไปฉีดมาแล้วหน้าเป๊ะมาก โบท็อกซ์มันวิเศษขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หมออยากจะบอกว่า โบท็อกซ์ไม่ได้เป็นยาครอบจักรวาลค่ะ แต่มันคือสารสกัดจากธรรมชาติที่ชื่อว่า โบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin Type A) ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการ คลายการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดในปริมาณที่เหมาะสมและถูกจุด การออกฤทธิ์ของมันก็คือ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นทำงานลดลงชั่วคราวค่ะ

คนไข้หลายคนชอบเรียกทุกอย่างที่ฉีดลดริ้วรอย หรือลดกล้ามเนื้อว่า ‘โบท็อกซ์’ กันหมดเลยใช่มั้ยคะ? จริงๆ แล้ว ‘โบท็อกซ์’ (Botox®) เนี่ย เขาคือ ชื่อแบรนด์แรกๆ ที่ประสบความสำเร็จมากๆ จนกลายเป็นคำติดปาก เหมือนกับที่เราเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อว่า ‘มาม่า’ นั่นแหละค่ะ! เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะฉีดตัวไหน ที่ช่วยเรื่องเดียวกัน แต่แพทย์อาจจะใช้เทคนิคแตกต่างกันออกไปบ้างเท่านั้นค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การที่แพทย์ใช้เข็มจิ้มลูกโป่งแล้วไม่แตก ไม่ได้เป็นการพิสูจน์โดยตรงว่า “มือเบากว่าใคร” ในความหมายของการไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด  และ “ไม่ได้พิสูจน์ทักษะการควบคุมเข็มที่ดีกว่าในการฉีดปรับรูปหน้า Botox Filler Biostimulator” การฉีดบนผิวหนังของคนไข้มีความซับซ้อนมากกว่ามาก แบบที่หมอยังอธิบายไม่ถูกเลยว่าจะทำยังไงให้คนไข้เข้าใจได้ครบว่า ทุกครั้งที่หมอสอดเข็มนั้นต้องมั่นใจแค่ไหน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์จะต้องใช้ ความรู้ด้านกายวิภาคเชิงลึก เทคนิคการฉีดที่ถูกต้อง การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ที่มักสั่งสมตามอายุงานและจำนวนเคส และ ความใส่ใจต่อความรู้สึกของคนไข้ เพื่อให้เกิด ความเจ็บปวดน้อยที่สุด ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอรู้นะคิดอะไรอยู่ อยากดื่มนั่นแหล่ะยอมรับมาตรงๆ แต่ความจริงคือความจริง คือ ไม่ต่างกันค่ะ 

ให้เข้าใจง่ายๆ การดื่มไวน์หลังฉีดหน้าไม่ได้ทำให้บวมน้อยกว่าเหล้าหรือเบียร์แต่อย่างใดค่ะ เพราะแอลกอฮอล์ทุกชนิดทำให้หลอดเลือดขยายตัวและสูบฉีดเลือดแรงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการบวมช้ำ ยิ่งไปกว่านั้น ไวน์แดงยังมีสารฮิสตามีนที่ไปกระตุ้นอาการบวมอักเสบให้แย่ลงไปอีก ดังนั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เข้าที่ไว หมอแนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างเด็ดขาดในช่วงแรกหลังทำหัตถการค่ะ อดใจรอให้หน้าเข้าที่ก่อน แล้วค่อยไปจิบไวน์ฉลองความสวยกันนะคะ! อ้อ ก่อนทำก็ไม่ควรดื่มมานะ ขอก่อนทำสัก 3 วันก็ยังดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อยากยุงแค่ไหน ก็แนะนำไม่เกิน 100 ยูนิตต่อครั้งค่ะ

หมอเข้าใจดีเลยนะคะว่าคนไข้หลายท่านอยากมีรูปหน้าสไตล์ “หน้ายุง” ที่ดู เรียวเล็ก เดฟ ขั้นสุด จนบางครั้งอาจรู้สึกว่ายิ่งอัดโบท็อกซ์กรามเยอะๆ ไปเลย จะได้เห็นผลไวๆ แต่นั่นแหละค่ะ ไม่ว่าจะเรียกทรงหน้านี้ว่าอะไร หรืออยากหน้าเรียวแค่ไหน ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ การใช้โบท็อกซ์ลดกรามที่มากเกินกว่า 50-100 ยูนิตในครั้งเดียว (เฉลี่ยข้างละ 25-50 ยูนิต) ไม่ได้ช่วยให้หน้าเล็กลงไปกว่าขีดจำกัดของกล้ามเนื้อเรานะคะ แต่กลับจะไปเพิ่มความเสี่ยงให้ กล้ามเนื้อเคี้ยวอาหารอ่อนแรง ยิ้มมุมปากตก หรือเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกซ์ ในระยะยาวได้ หมอเข้าใจและพร้อมจะเนรมิตความสวยตามความต้องการของคนไข้นะคะ แต่คนไข้ก็ต้องเข้าใจหมอด้วยว่า หมออยากให้ทุกคนสวยแบบปลอดภัยและไร้ผลข้างเคียง ค่อยๆ ปรับโครงหน้าให้เรียวเล็กอย่างพอดีกับสัดส่วนของเรา ดีกว่าฝืนฉีดอัดยูนิตเกินลิมิตแล้วต้องมาตามแก้ทีหลังค่ะ สวยแบบหน้ายุงได้ แต่ต้องเป็นยุงที่สวยและปลอดภัยที่สุดนะคะ

อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่หมอต้องขออนุญาตเบรกความเข้าใจผิดนิดนึงนะคะ หลายคนมักคิดว่า “โบท็อกซ์คือตัวจบ” ของการทำหน้าเรียวหน้ายุง ฉีดปุ๊บหน้าต้องเล็กปั๊บแบบทรงหน้ายุงแน่นอน แต่หมอต้องอธิบายตามหลักการแพทย์แบบนี้ค่ะว่า โบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ลดขนาดได้เฉพาะส่วนที่เป็น “กล้ามเนื้อ” (กราม) เท่านั้น

ถ้าคนไข้มีใบหน้าที่กว้างหรือเหลี่ยมจาก “แนวโครงสร้างกระดูก” โบท็อกซ์ก็ช่วยไม่ได้นะจ๊ะ หรือถ้าหน้ากลมเพราะมี “ชั้นไขมันสะสมที่แก้มหรือเหนียงเยอะ” โบท็อกซ์ก็ไม่สามารถสลายไขมันได้เช่นกันค่ะ ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจอัดโบท็อกซ์ หมอแนะนำให้เข้ามาให้หมอช่วยจับและประเมินรูปหน้าดูก่อนนะคะ เราจะได้วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง หากปัญหาเกิดจากไขมันเราจะได้เปลี่ยนไปใช้แฟตสลายไขมัน หรือถ้าเป็นเรื่องความหย่อนคล้อยก็อาจจะใช้เครื่องมือยกกระชับแทน เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์หน้าเรียวเล็กที่ตรงจุด ทำแล้วเห็นผลจริงแบบไม่เสียเงินฟรีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ช่วยได้ค่ะ แต่ไม่ดีเท่ากับการลดริ้วรอยด้วยการฉีด Botulinum Toxin โดยตรงค่ะ เพราะมันเป็นเพียงผลพลอยได้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยตรง สาเหตุเพราะรอยตีนกาลึกๆ เกิดจากการขยับตัวของกล้ามเนื้อเวลาที่คนไข้ยิ้มหรือแสดงสีหน้า ซึ่งต้องใช้โบท็อกซ์เข้าไปคลายกล้ามเนื้อส่วนนั้น ในขณะที่ Ulthera ถูกออกแบบมาเพื่อดึงยกกระชับชั้นผิวที่หย่อนคล้อย (SMAS) ให้ตึงและเด้งขึ้น การทำ Ulthera จึงตอบโจทย์เรื่องการยกคิ้วและหางตาตกได้ดีเยี่ยม และมีผลพลอยได้คือรอยยับตื้นๆ บนผิวดูจางลงเพราะผิวถูกดึงให้ตึงขึ้นนั่นเองค่ะ ดังนั้นหากคนไข้ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน บางเคสต้อง ควบคู่กับการฉีดโบท็อกซ์เพื่อสยบตีนกาทุกการขยับ จะเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ไม่มีหัตถการหรือโปรแกรมใดๆ ที่สามารถทดแทน Ulthera ได้แบบ 100% หรือให้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันทุกประการได้ค่ะ เนื่องจากแต่ละเทคโนโลยีต่างก็มีจุดเด่น กลไกการทำงาน และระดับความลึกของการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม แม้ Ulthera จะโดดเด่นในการยกกระชับผิวอย่างล้ำลึกถึงชั้น SMAS แต่ก็ไม่ได้เหมาะสมกับทุกเคส และก็ยังมีทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยและกระตุ้นคอลลาเจนได้ เช่น Thermage FLX ที่เน้นผิวแน่นกระชับ, HIFU ยี่ห้ออื่นๆ ที่มีหลักการคล้ายกัน, ฟิลเลอร์ สำหรับเติมเต็มและปรับรูปหน้า, ร้อยไหม เพื่อการยกกระชับที่เห็นผลทันที, Botox สำหรับลดริ้วรอยและปรับกรอบหน้า หรือแม้แต่เลเซอร์บางชนิดที่ช่วยเรื่องคุณภาพผิวและกระตุ้นคอลลาเจนค่ะ แต่ละวิธีมีจุดเด่นและการทำงานที่แตกต่างกัน การเลือกหลายวิธีร่วมกันอาจช่วยให้ได้ผลลัพธ์การฟื้นฟูผิวโดยรวมที่ใกล้เคียงกับความคาดหวังของคนไข้ และตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะบุคคลได้ดีที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

20

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

เวลา อายุ อาจไม่ใช่ข้อจำกัดด้านความงาม

★★ ความประทับใจ ★★

google
mookmookka
mookmookka
28/02/2026
google
เพียงดาว สภาทอง
เพียงดาว สภาทอง
24/01/2026
google
보크
보크
06/09/2025
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
facebook
Wipat Pongtipagorn
Wipat Pongtipagorn
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Peter Nick
Peter Nick
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Tay Pattara
Tay Pattara
แนะนำเลย
21/07/2024