ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

ฉีดโบท็อกซ์ลดน่อง

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

ฉีดโบท็อกซ์ลดกล้ามเนื้อน่อง ทำน่องเล็กลงจริงไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา

ลองจินตนาการถึงวันที่คุณหยิบกระโปรงสั้นหรือกางเกงสกินนี่ตัวโปรดมาใส่ได้อย่างไม่ต้องลังเล… วันที่ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ พร้อมเผยเรียวขาสวยในแบบที่เป็นคุณ ความรู้สึกดีๆ แบบนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

การฉีดโบท็อกซ์ลดน่องคือคำตอบที่จะช่วยเปลี่ยนความกังวลเรื่องน่องที่เคยดูใหญ่เป็นก้อน ให้กลายเป็นความมั่นใจที่จับต้องได้ ที่ D’ Lovevery Clinic เราเข้าใจดีว่านี่อาจเป็นครั้งแรกของคุณ ความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าประทับใจจึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมดูแลคุณอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การเริ่มต้นครั้งนี้ราบรื่นที่สุด และสำหรับลูกค้าที่ประทับใจในผลลัพธ์และกลับมาดูแลต่อเนื่อง เราก็พร้อมต้อนรับด้วยความเข้าใจในสรีระของคุณเช่นเคย

รีวิวฉีดโบท็อกซ์ลดน่อง น่องใหญ่ น่องปูด อยากขาเรียวเล็ก
คนที่ยังไม่เคยรับบริการคนที่รับบริการแล้ว
น่องดูใหญ่เป็นก้อนกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกว่าน่องปูดกล้ามเนื้อน่องคลายตัวลง มีขนาดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่มั่นใจเวลายืนเขย่งเท้า หรือใส่รองเท้าส้นสูงน่องดูเรียวสวยงาม ได้สัดส่วนมากขึ้น
กังวลเวลาต้องใส่กระโปรงสั้น หรือกางเกงขาสั้นเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัว กล้าโชว์เรียวขามากขึ้น
รูปทรงขาโดยรวมดูไม่สมส่วนทำให้รูปร่างโดยรวมดูเพรียวและสมส่วนยิ่งขึ้น
วิธีทำน่องเล็ก กับความต้องการที่แท้จริงของผู้หญิงที่อยากมีขาสวย

สาเหตุหลักที่อยากจะมีน่องเรียวเล็ก

pie
    title ความต้องการลึกๆของคนอยากน่องเล็ก
    "มีอิสระในการแต่งตัว" : 55
    "อยากรู้สึกเป็นผู้หญิง" : 30
    "เพิ่มความมั่นใจในรูปร่าง" : 15
อ้างอิงคนไข้ของดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2022-2025
  1. อยากมีอิสระในการแต่งตัว: อยากสนุกกับการเลือกเสื้อผ้าได้ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขาสั้น กระโปรงรัดรูป หรือชุดเดรสสวยๆ โดยไม่ต้องคิดกังวลว่า “ใส่ชุดนี้แล้วน่องจะใหญ่ไหม?” เป็นความต้องการที่จะปลดล็อกตัวเองออกจากข้อจำกัดเรื่องเสื้อผ้า
  2. อยากรู้สึกสวยงามในแบบผู้หญิง: ในใจลึกๆ ทุกคนอยากมีรูปร่างที่ดูอ่อนหวานและสวยงาม การมีน่องที่เรียวสวยช่วยเสริมความรู้สึกนี้ และทำให้ไม่รู้สึกว่ารูปร่างตัวเองดู “แข็ง” หรือ “แมน” เกินไป
  3. อยากมั่นใจในรูปร่างตัวเอง: การมีเรียวขาที่เล็กลงช่วยเติมความรู้สึกดีๆ จากข้างใน ทำให้รู้สึกว่า “หุ่นเราก็ดูดีนะ” และเกิดความภูมิใจในรูปร่างของตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นใจในทุกๆ เรื่อง
โบท็อกลดน่อง คือการใช้สาร Botulinum Toxin ฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของน่องโต น่องปูดในหลายๆ คน สารโบท็อกจะออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวทำงานลดลงชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานหนักเหมือนเดิม ก็จะมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้น่องดูเรียวสวยและได้รูปทรงที่สมส่วนมากขึ้น เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและเห็นผลชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด

โบท็อกซ์ลดน่องคืออะไร ช่วยให้น่องเรียวสวยได้อย่างไร

โบท็อกซ์ลดน่อง คือการใช้สาร Botulinum Toxin ฉีดเข้าไปที่กล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของน่องโต น่องปูดในหลายๆ คน สารโบท็อกจะออกฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวทำงานลดลงชั่วคราว เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้ถูกใช้งานหนักเหมือนเดิม ก็จะมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้น่องดูเรียวสวยและได้รูปทรงที่สมส่วนมากขึ้น เป็นหัตถการที่ปลอดภัยและเห็นผลชัดเจนโดยไม่ต้องผ่าตัด

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ลดน่องใหญ่จากกล้ามเนื้อ

โดยปกติ กล้ามเนื้อจะหดตัวเมื่อได้รับสัญญาณจากสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า Acetylcholine แต่เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไป สาร Botulinum Toxin จะเข้าไปยับยั้งการหลั่งของสารสื่อประสาทนี้ ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้เต็มที่ จึงเกิดการคลายตัวและฝ่อตัวลงตามธรรมชาติ ขนาดของน่องจึงค่อยๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ ขาของคุณจะดูเรียวขึ้นแต่ยังคงสามารถเดินหรือวิ่งได้ตามปกติ

3 จุดสำคัญ เช็คก่อนฉีดโบท็อกซ์น่อง

  1. น่องใหญ่จากกล้ามเนื้อด้านใน (Gastrocnemius)
    เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากกล้ามเนื้อน่องมัดในมีขนาดใหญ่ ทำให้เห็นน่องเป็นลูกๆ หรือที่เรียกว่า “น่องปูด” ซึ่งส่งผลให้ขาโดยรวมดูสั้นและใหญ่ขึ้น
  2. น่องใหญ่จากกล้ามเนื้อด้านนอก
    เกิดจากการพัฒนากล้ามเนื้อน่องบริเวณด้านข้าง ซึ่งมักเป็นผลมาจากการออกกำลังกาย ทำให้ขาดูใหญ่และกว้างออกทางด้านข้าง
  3. น่องใหญ่จากไขมัน
    เกิดจากการสะสมของไขมันบริเวณใต้ชั้นผิวหนังรอบๆ น่อง ไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อโดยตรง ซึ่งจะทำให้น่องและขาโดยรวมดูอ้วนท้วม ไม่กระชับ
วิธีทดสอบผลลัพธ์ น่องใหญ่จากกล้ามเนื้อผลลัพธ์ น่องใหญ่จากไขมัน
1. ลองเขย่งปลายเท้าจะเห็นก้อนกล้ามเนื้อขึ้นเป็นลูกๆ แข็งๆ ชัดเจน น่องจะปูดออกมาและแข็งมากเมื่อใช้มือจับน่องจะยังคงนิ่มๆ อยู่ หรือแข็งขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่ปรากฏเป็นก้อนกล้ามเนื้อที่ชัดเจน รูปทรงโดยรวมไม่เปลี่ยนแปลงมาก
2. ใช้มือบีบที่น่องบีบเนื้อได้น้อยมากหรือแทบไม่ได้เลย เพราะชั้นไขมันบาง สัมผัสแล้วจะรู้สึกถึงความแน่นตึงของกล้ามเนื้อด้านในสามารถบีบเนื้อนิ่มๆ หยุ่นๆ ติดมือขึ้นมาได้ง่ายและได้เยอะ แสดงว่ามีชั้นไขมันสะสมอยู่มาก
3. สังเกตตอนยืนปกติแม้ยืนเฉยๆ น่องอาจจะยังคงรูปทรงที่ชัดเจน มีขอบเขตของกล้ามเนื้อให้เห็นน่องจะดูกลมๆ มนๆ ขาดความกระชับ อาจมองเห็นผิวเปลือกส้ม (Cellulite) ได้ง่ายกว่า
หลักการทำงานของโบท็อกซ์ลดน่องใหญ่จากกล้ามเนื้อ

เช็คลิสต์ ใครเหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์น่องเรียว

  • ผู้ที่มีปัญหาน่องใหญ่ น่องโต หรือน่องปูดจากกล้ามเนื้อ
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงน่องให้เรียวสวย สมส่วนกับขาโดยรวม
  • ผู้ที่ต้องการลดขนาดน่องแต่ไม่ต้องการผ่าตัดและไม่มีเวลาพักฟื้น
  • ผู้ที่ลองออกกำลังกายแล้วแต่น่องยังไม่เล็กลง (เพราะปัญหาน่องใหญ่จากกล้ามเนื้อไม่สามารถลดได้ด้วยการออกกำลังกาย)
สาเหตุหลักของน่องใหญ่ น่องปูด กล้ามเนื้อน่องโต
กิจกรรมที่คุณรักอาจจะนำมาซึ่งกล้ามเนื้อน่องปูดไม่รู้ตัว

ข้อดีของการฉีดโบท็อกซ์ลดน่อง

  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่เกิดแผลเป็น ไม่ต้องเสี่ยงกับการดมยาสลบ
  • ไม่ต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที
  • เห็นผลชัดเจน ขนาดน่องจะค่อยๆ เล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • กระบวนการรวดเร็ว ใช้เวลาทำไม่นาน เพียง 15-30 นาที
  • ความปลอดภัยสูง เมื่อทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้

ข้อควรพิจารณาและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์

ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกซ์ลดน่องไม่ได้คงอยู่ถาวร โดยทั่วไปจะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาทำงานและมีขนาดเท่าเดิม หากต้องการรักษารูปร่างน่องให้เรียวสวยจึงจำเป็นต้องกลับมาฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์

ข้อควรรู้ก่อนฉีดโบท็อกซ์ลดน่อง

ข้อควรรู้คำอธิบาย
ปริมาณโบท็อกที่ใช้โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 100-200 ยูนิต ขึ้นอยู่กับขนาดของกล้ามเนื้อน่องของแต่ละบุคคล ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียด
ระยะเวลาเห็นผลจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 2-4 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในเดือนที่ 2-3 โดยผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นาน 4-6 เดือน
ความรู้สึกระหว่างฉีดจะรู้สึกคล้ายมดกัดเล็กน้อยในบางจุด แต่เป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้ ซึ่งทางคลินิกจะมีการประคบเย็นเพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึก
การทำร่วมกับหัตถการอื่นสามารถทำร่วมกับการฉีดเมโสแฟตสลายไขมันได้ดี ในกรณีที่มีไขมันสะสมที่น่องร่วมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่เรียวสวยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์ลดน่อง

หมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว แพทย์ประจำ

การเตรียมตัวก่อนฉีด

  • ศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิก ควรเริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ลดน่องอย่างละเอียด และเลือกคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง และดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • งดรับประทานยาและวิตามิน ควรงดยาหรือวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ ซึ่งได้แก่
    • ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น Aspirin, Ibuprofen, Naproxen
    • วิตามินอี (Vitamin E), น้ำมันปลา (Fish Oil), และสารสกัดจากแปะก๊วย (Ginkgo Biloba)
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการฉีด เพื่อลดโอกาสการเกิดรอยช้ำ

ขั้นตอนการฉีด

  1. แพทย์ประเมินกล้ามเนื้อ แพทย์จะประเมินขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน่อง (Gastrocnemius Muscle) เพื่อออกแบบการรักษาและกำหนดปริมาณยูนิตของโบท็อกซ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  2. ทำความสะอาด เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวบริเวณน่องเพื่อฆ่าเชื้อโรค และอาจมีการประคบเย็นหรือทายาชา (ขึ้นอยู่กับแต่ละคลินิก) เพื่อช่วยลดความรู้สึกเจ็บระหว่างฉีด
  3. ทำการฉีด แพทย์จะทำการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปยังตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่วางแผนไว้ในปริมาณที่แม่นยำ

การดูแลตัวเองหลังฉีด

เพื่อให้โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการนวดหรือกด หลังฉีดเสร็จทันที ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัส บีบ นวด หรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง
  • งดกิจกรรมที่ใช้ความร้อน ควรงดการเข้าซาวน่า สตรีม หรือการทำเลเซอร์บริเวณขาเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะความร้อนอาจส่งผลต่อการทำงานของโบท็อกซ์ได้
  • งดการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อน่อง ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรงดการออกกำลังกายที่เน้นใช้กล้ามเนื้อน่องอย่างหนัก เช่น การวิ่งชัน, การปั่นจักรยาน, หรือการยกน้ำหนักที่เน้นขา เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักและโบท็อกซ์ทำงานได้อย่างเต็มที่

โบท็อกซ์ลดน่อง ราคาเท่าไหร่

botox เกาหลี มียี่ห้อไหนบ้าง อัพเดท 2025 ราคาเท่าไหร่
ราคาโบท็อกซ์ อเมริกา เยอรมัน อังกฤษ แตกต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี
Allergan Dysport Xeomin
โปรแกรมราคา
NEURONOX 50 UNIT4,999.-
NEURONOX 100 UNIT7,999.-
AESTOX 50 UNIT4,999.-
AESTOX 100 UNIT7,999.-
HUGEL 50 UNIT5,999.-
HUGEL 100 UNIT9,999.-
XEOMIN 50 UNIT9,000.-
XEOMIN 100 UNIT17,000.-
DYSPORT 120 UNIT12,000.-
DYSPORT 300 UNIT19,000.-
BOTOX 50 UNIT12,900.-
BOTOX 100 UNIT19,999.-

การลดขนาดน่อง ด้วยวิธีอื่นๆ

ข้อแตกต่างโบท็อกซ์ (Botox)ผ่าตัดกล้ามเนื้อ (Leg Surgery)ดูดไขมัน (Liposuction)จี้เส้นประสาทด้วยคลื่นวิทยุ (RF)
ไม่ต้องผ่าตัด
ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
ช่วยลดไขมัน
ช่วยลดกล้ามเนื้อ
เห็นผลทันทีหลังรักษา
ระดับความเจ็บ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ แพทย์ทุกท่านมีใบอนุญาตและประสบการณ์ด้านโบท็อกซ์ลดกล้ามเนื้อ
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
  • แสดงขั้นตอนการผสมยา ให้เห็นการผสมโบท็อกซ์กับน้ำเกลือ โปร่งใสทุกขั้นตอน
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

รีวิว Botulinum Toxin บริเวณอื่นๆ

  • สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
  • สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546

อาการ “ดื้อยา” หรือการที่ร่างกายสร้างภูมิต้านทาน จะเกิดขึ้นเฉพาะกับโบท็อกซ์เท่านั้น ส่วนฟิลเลอร์และเครื่องยกกระชับ ไม่มีภาวะดื้อยา ค่ะ ความรู้สึกว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วหายไว มักเกิดจาก ไลฟ์สไตล์ที่เร่งการเผาผลาญ หรือการขยับกล้ามเนื้อบริเวณนั้นบ่อยๆ ส่วนเครื่องยกกระชับ หากรู้สึกว่าทำแล้วไม่เห็นผล มักเกิดจาก ความเสื่อมของผิวตามวัยที่แซงหน้าการกระตุ้น หรือการทำถี่เกินความจำเป็น ดังนั้น สบายใจได้เลยค่ะ เพียงแค่ปรับพฤติกรรมและวางแผนการรักษาร่วมกับหมอ ผลลัพธ์ก็จะยังดีอยู่ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ถ้าหน้ายุงคือหน้าเรียวขึ้น เข้ารูปขึ้น แบบนั้นโบท็อกซ์ให้ได้ค่ะ

การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามสามารถทำให้เกิดอาการ “หน้ายุง” หรือหน้าตอบ ได้จริง โดยเฉพาะในคนไข้ที่มี โหนกแก้มสูง เนื้อแก้มน้อย หรือมีผิวหนังหย่อนคล้อย เนื่องจากการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามทำให้ฐานพยุงผิวหายไป (*ตรงนี้แหล่ะที่หมอจะบอกว่าการฉีดโบท็อกซ์กราม หรือพยายามทำหน้ายุงนั้นไม่ได้เหมาะกับทุกคนนะ ทุกโปรแกรมมีข้อดีข้อเสีย) ส่งผลให้แก้มดูบุ๋มและโหนกแก้มเด่นชัดขึ้นจนหน้าดูโทรม แต่ปัญหานี้ป้องกันได้ด้วยการ ประเมินรูปหน้าอย่างละเอียดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสม หรือเลือกใช้เทคนิคการลิฟท์กรอบหน้าแทน และหากเกิดขึ้นแล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยการรอให้ยาหมดฤทธิ์หรือการเติม ฟิลเลอร์ (Filler) เพื่อคืนความอิ่มเอิบให้ใบหน้าค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อาการเหงื่อออกมากผิดปกติที่มือ เท้า และรักแร้ ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะ Primary Hyperhidrosis ซึ่งเกิดจาก ระบบประสาทสั่งการต่อมเหงื่อทำงานไวเกินไป มักเป็นกรรมพันธุ์และ ไม่ใช่โรคร้ายแรง ค่ะ

ข้อมูลจาก International Hyperhidrosis Society ระบุว่าประชากรทั่วโลกประมาณ 4.8% มีภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติโดยไม่มีโรคแทรกซ้อน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมาก คนไทยเราก็เป็นกันเยอะทุกช่วงอายุ แต่ก่อนหมออยู่โรงพยาบาลต่างจังหวัด มักเจอคนไข้ที่กังวลมากจนต้องมาพบหมอหลายเคสมากๆ แต่อย่างที่บอกไป ส่วนมากไม่ใช่อาการร้ายแรงอะไร

แต่หากมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น น้ำหนักลด มือสั่น ใจสั่น หรือเหงื่อออกท่วมตัวตอนกลางคืน อันนี้อาจเป็นสัญญาณของโรคแทรกซ้อนอย่าง ไทรอยด์เป็นพิษ เบาหวาน หรือวัณโรค ซึ่งหมอแนะนำให้รีบเข้ามาตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

ภาวะดื้อโบท็อกซ์ไม่ได้เกิดง่ายกับทุกคน แต่ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามพฤติกรรมการฉีดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกลไกนี้ต่างจากการดื้อยาฆ่าเชื้อที่เชื้อโรคพัฒนาตัวเอง แต่การดื้อโบท็อกซ์คือการที่ร่างกายเราสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านยา (คล้ายการฉีดวัคซีน) ส่งผลให้ตัวยาถูกทำลายก่อนจะออกฤทธิ์ ดังนั้นการเว้นระยะห่างการฉีดให้เหมาะสมและเลือกใช้ยาที่บริสุทธิ์เพื่อไม่ให้ร่างกายจดจำว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คนไข้สวยได้นานโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดื้อยาในอนาคตค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ช่วยได้ และช่วยได้ดีด้วยค่ะ ใครที่มีปัญหาหนักจริงๆ ลองนัดปรึกษาแพทย์ก่อนได้เลยค่ะ การฉีดโบท็อกซ์เพื่อแก้ปัญหานอนกัดฟัน คือการฉีดสารคลายกล้ามเนื้อเข้าไปที่ กล้ามเนื้อกราม (Masseter) เพื่อลดการทำงานที่มากเกินไป ทำให้ แรงในการกัดฟันลดลง อย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยป้องกัน ฟันสึกและลดอาการปวดศีรษะ จากความเครียดของกล้ามเนื้อได้ตรงจุด โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง 2 สัปดาห์หลังฉีด และผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน แถมยังได้ผลพลอยได้คือ ใบหน้าที่เรียวเล็กและดูละมุนขึ้น ด้วยค่ะ

โดยปกติแพทย์จะใช้ปริมาณยาข้างละ 25-50 ยูนิต (Units) ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อของคนไข้ ในเคสนอนกัดฟันเรื้อรัง แพทย์อาจฉีดเพิ่มที่กล้ามเนื้อ Temporalis (ขมับ) นอกเหนือจาก Masseter เพื่อลดอาการปวดไมเกรนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

มันมีงานวิจัยที่ชัดเจนและมีมานานแล้วค่ะ การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายสูญเสีย Zinc (สังกะสี) ซึ่งจากการศึกษาพบว่าระดับ Zinc ที่ต่ำอาจลดประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ลงได้ถึง 30%

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและสร้างอนุมูลอิสระที่เร่งการสลายของตัวยาค่ะ ถ้าเทียบระยะเวลาที่จะ “หายไป” ให้เห็นภาพชัดเจนคือ

  • โบท็อกซ์: จากมาตรฐานอยู่ได้ 4-6 เดือน ฤทธิ์ยาอาจคลายตัวไวขึ้น เหลือเพียง 3-4 เดือน (หายไปประมาณ 1 เดือน)
  • ฟิลเลอร์: จากรุ่นมาตรฐานทั่วไปที่อยู่ได้ 8-12 เดือน อาจจะยุบตัวและสลายไวเหลือเพียง 6-9 เดือน (หายไปถึง 2-3 เดือน)

ดังนั้น ถ้าคนไข้ไม่อยากให้ความหล่อ-ความสวยที่ลงทุนไปหลักหมื่น อยู่กับเราสั้นลงแบบน่าเสียดาย หมอแนะนำให้ลดปริมาณการดื่มลงและดื่มน้ำเปล่าชดเชยให้มากๆ จะช่วยยืดอายุยาได้ และยังดีต่อสุขภาพมากกว่าด้วยนะคะ 🙂

อ่านเพิ่มเติม

การฉีดโบท็อกซ์ปกติจะ “ไม่ทำให้หน้าบวมใหญ่” ขึ้นแบบชนิดชัดเจนหรือถาวร แต่จะมีเพียง ตุ่มนูนเล็กๆ คล้ายยุงกัด จากตัวยาที่ฉีดเข้าไป ซึ่งจะ ยุบหายไปเองได้ใน 2-3 ชั่วโมง ค่ะ ในบางรายอาจพบรอยเขียวช้ำจากเข็มได้บ้างซึ่งจะหายเองใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากคนไข้มีอาการ บวมแดง ร้อน ปวดมาก หรือมีผื่นคัน ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นอาการแพ้หรือติดเชื้อค่ะ

แต่ที่คนไข้หลายคนรู้สึกว่าหน้าต่างไปจากเดิมเหมือนมันบวมๆ เพราะอาจจะความรู้สึกเจ็บ ไม่เคยทำมาก่อน อาจจะมีความรู้สึกแบบนั้นได้ อารมณ์เหมือนเราไปถอนฟันแล้วฤทธิ์ยาชายังไม่หมด รู้สึกว่าหน้าตัวเองบวม ปากบวมอยู่ แต่ความจริงก็คือปกติค่ะ

แต่การฉีดแฟตสลายไขมันมีโอกาสบวม “มากกว่าและนานกว่า” โบท็อกซ์แน่นอนค่ะ สาเหตุหลักมาจาก ปริมาณตัวยา (Volume) ที่ฉีดเข้าไปเยอะกว่าโบท็อกซ์หลายเท่าเพื่อให้ทั่วถึงชั้นไขมัน และกลไกการทำงานของยาที่ทำให้เซลล์ไขมันแตกตัว ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิด การอักเสบและการบวมในระยะสั้น (3-7 วัน) ได้ แตกต่างจากโบท็อกซ์ที่บวมแค่รอยเข็มชั่วคราว ดังนั้นถ้าคนไข้จะฉีดแฟต หมอแนะนำให้เผื่อเวลาพักหน้าสักนิด หรือเลือกสูตรยาที่เน้นลดบวมก็จะช่วยได้ค่ะ ควรพบแพทย์ปรึกษาให้เข้าใจแน่ชัดก่อนรับบริการทุกครั้งนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

เรื่องผลลัพธ์ปลายทางไม่ต่างกันมาก คือลดเหงื่อ ลดสาเหตุการเกิดกลิ่น แต่ราคา กับวิธีการรักษานั้นต่างกันอยู่ ตรงนี้แล้วแต่คนไข้ว่าชอบหรือสะดวกแบบไหนมากกว่ากัน การเลือกวิธีลดเหงื่อใต้วงแขนระหว่าง โบท็อกซ์และเลเซอร์ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ค่ะ การฉีดโบท็อกซ์ให้ ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ลดเหงื่อได้ถึง 80-90% ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ ผลลัพธ์อยู่ได้ชั่วคราวประมาณ 6-12 เดือน จึงต้องฉีดซ้ำ ส่วนการทำเลเซอร์ลดเหงื่ออย่าง miraDry ให้ โดยทำลายต่อมเหงื่อและกลิ่นได้ตั้งแต่ 1-2 ครั้ง ลดเหงื่อได้เฉลี่ย 70-80% แต่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงกว่า การปรึกษาแพทย์ผู้จะช่วยให้คนไข้เลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด เพื่อแก้ปัญหาเหงื่อใต้วงแขนได้อย่างมั่นใจค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

30

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Sometimes, a temporary boost of confidence is all it takes to start a new chapter

★★ ความประทับใจ ★★

google
เพียงดาว สภาทอง
เพียงดาว สภาทอง
24/01/2026
google
보크
보크
06/09/2025
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
google
วิภัทร พงศ์ทิพากร
วิภัทร พงศ์ทิพากร
21/07/2024
facebook
Wipat Pongtipagorn
Wipat Pongtipagorn
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Peter Nick
Peter Nick
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Tay Pattara
Tay Pattara
แนะนำเลย
21/07/2024