ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

สารกระตุ้นคอลลาเจน

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

TheraFill คืออะไร เป็นคอลลาเจนสดแล้วดียังไง เหมาะกับใคร ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ติดตามผลการรักษา
โปรโมชั่น ส่วนลด

Valentine's Special TheraFill กู้หน้าเด็ก สวยทันเดท

18,000

บาท

ปกติราคา : 20,000

หมดเขต: 14 กุมภาพันธ์ 2569

เจาะลึก Therafill (เทราฟิล) Atelocollagen ผิวใสอิ่มฟู มีข้อดีอะไร

รู้ไหมคะว่าเมื่ออายุเริ่มเข้าเลข 2 ปลายๆ คอลลาเจนในผิวของเราจะค่อยๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวเริ่มไม่สดใส เกิดริ้วรอยร่องลึก และดูโทรมไม่สดชื่นเหมือนก่อน สำหรับสาวๆ ที่กังวลเรื่องนี้แต่ไม่อยากฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวเป็นก้อน หรือต้องการงานผิวที่ดูธรรมชาติขั้นสุด Therafill (เทราฟิล) คือคำตอบที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ วันนี้เราจะมาเจาะลึกนวัตกรรม “คอลลาเจนบริสุทธิ์” ตัวนี้กันว่าทำไมถึงกำลังเป็นที่นิยม และจะช่วยกู้ผิวโทรมให้กลับมา “หน้าเด็ก” ได้อย่างไรค่ะ

ทำความรู้จัก Therafill Atelocollagen

หากพูดถึงงานผิวที่มาแรงที่สุดในตอนนี้ ต้องยกให้ Therafill เลยค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วเขาคือ Atelocollagen หรือคอลลาเจนบริสุทธิ์ชนิดพิเศษ (Type I) ที่สกัดจากธรรมชาติ (Porcine Origin) ผ่านกระบวนการเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อตัดส่วนที่ก่อให้เกิดการแพ้ออก (Telopeptide) ทำให้มีความบริสุทธิ์สูงมากถึง 99.9%

ความพิเศษคือโครงสร้างโมเลกุลของเขาจะมีความคล้ายคลึงกับคอลลาเจนในผิวมนุษย์เรามากๆ (Bio-compatible) ทำให้ร่างกายเรายอมรับได้ดี ไม่มองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ฉีดแล้วจึงเนียนไปกับผิว ไม่เป็นก้อนแข็ง และมีความปลอดภัยสูง ซึ่ง Therafill ผลิตโดยบริษัทชั้นนำอย่าง CELLONTECH จากเกาหลีใต้ และผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลกทั้ง KFDA, CE Mark, US FDA รวมถึงผ่าน อย. ไทย เรียบร้อยแล้วค่ะ สบายใจหายห่วงได้เลย

กลไกการย้อนวัยผิว 2 ขั้นตอน ทำไมฉีดแล้วเห็นผลทันที แถมผิวยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ?

จุดเด่นที่ทำให้ Therafill แตกต่าง คือการทำงานแบบ Double Action ที่ช่วยกู้ผิวถึง 2 ต่อในครั้งเดียวค่ะ

  1. Immediate Filling (เติมเต็มทันที): ทันทีที่ฉีด Therafill เข้าสู่ชั้นผิว ตัวคอลลาเจนจะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เปรียบเสมือนการเติมน้ำให้ผิว ผลลัพธ์คือริ้วรอยเล็กๆ จางลง ผิวดูอิ่มฟู และเรียบเนียนขึ้นทันตาเห็นค่ะ
  2. Long-term Stimulation (กระตุ้นการซ่อมแซม): หลังจากนั้นประมาณ 2-4 สัปดาห์ ตัวยาจะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้เร่งสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาซ่อมแซมโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น แน่นกระชับ และดูกระจ่างใสขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ

เช็กลิสต์ปัญหาผิว! คุณเหมาะกับการฉีด Therafill หรือไม่?

ถ้าคุณกำลังส่องกระจกแล้วเจอ ปัญหาเหล่านี้ Therafill อาจเป็นทางออกที่คุณตามหาค่ะ

  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยแห่งวัย: ริ้วรอยเล็กๆ (Fine lines) รอบดวงตา ริ้วรอยมุมปาก หรือรอยย่นที่หน้าผากที่โบท็อกซ์อาจเก็บไม่หมด
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาลึกคล้ำ: เนื่องจากเนื้อคอลลาเจนมีสีขาวขุ่น จึงช่วยพรางความหมองคล้ำใต้ตาได้ดี และเติมเต็มเบ้าตาลึกให้ดูสดใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งโป๊ะ
  • ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน: ต้องการปรับ Texture ผิวให้ละเอียดขึ้น ดูฉ่ำวาวแบบ Glass Skin
  • ผู้ที่มีแผลเป็นหรือหลุมสิว: ช่วยเติมเต็มหลุมสิวตื้นๆ ให้ผิวดูเรียบเนียนเสมอกัน
  • ผู้ที่ต้องการงานผิวธรรมชาติ: ไม่ต้องการฉีดฟิลเลอร์เพราะกลัวหน้าเปลี่ยน แต่อยากให้ผิวดูเด็กและสุขภาพดีขึ้น

Therafill vs Filler (HA) เลือกแบบไหนให้ตรงใจที่สุด?

หลายคนมักสับสนว่าควรฉีดอะไรดี ระหว่างคอลลาเจนกับฟิลเลอร์ มาดูความแตกต่างกันค่ะ

  • ฟิลเลอร์ (Hyaluronic Acid): เน้นการ “ปั้นแต่งรูปหน้า” เช่น เสริมคาง เติมขมับ ปรับรูปปาก หรือแก้ปัญหาร่องลึกมากๆ (Deep Volume) เนื้อเจลจะมีความคงตัวสูงกว่า อยู่ได้นาน 6-24 เดือน
  • Therafill (Atelocollagen): เน้นงาน “คุณภาพผิว” (Skin Quality) ช่วยให้ผิวแน่น ฟู เด้ง ลดริ้วรอยตื้นๆ และปรับสีผิวให้สว่างขึ้น เหมาะกับคนที่รูปหน้าดีอยู่แล้ว แต่อยากให้ผิวสวยขึ้นค่ะ

สรุปง่ายๆ: ถ้าอยากหน้าเปลี่ยน/เติมคาง ให้เลือกฟิลเลอร์ แต่ถ้าอยากหน้าเด็ก/ผิวสวยใส ให้เลือก Therafill ค่ะ

เติมเต็มร่องลึก ปรับรูปหน้าด้วยฟิลเลอร์ Juvederm ที่ D' Lovevery Clinic คลินิกมาตรฐานใกล้บ้านคุณ พร้อมดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จองคิวเลย สาขารามคำแหงและ CDC
อยากหน้าเด็ก เติมฟิลเลอร์จุดไหนดี ใช้รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ cc

เทียบชัดๆ Therafill กับสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ตัวดังอื่นๆ

ในท้องตลาดมีตัวกระตุ้นคอลลาเจนหลายตัว เช่น Sculptra หรือ Radiesse ข้อแตกต่างหลักๆ คือ

  • Sculptra / Radiesse: เป็นสารสังเคราะห์ที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน แต่ไม่มีผลในการเติมเต็มทันที ต้องรอผลลัพธ์ประมาณ 1-2 เดือน และเน้นเรื่องการยกกระชับโครงหน้า
  • Therafill: เป็นคอลลาเจน พร้อมใช้ ที่ฉีดปุ๊บ ผิวอิ่มปั๊บ และกระตุ้นต่อในระยะยาว เหมาะกับคนที่ใจร้อนอยากเห็นผลเร็ว และเน้นงานผิวชั้นตื้น (Superficial Dermis) ให้ดูฉ่ำน้ำค่ะ
หัวข้อเปรียบเทียบSculptraJuvelookRadiesseDefinisse HydroboosterHarmonyCa
ส่วนประกอบหลักPLLA
(Poly-L-Lactic acid)
PDLLA + HA
(Poly-D, L-Lactic acid)
CaHA
(แคลเซียม)
HA
(Hyaluronic Acid)
HA + CaHA
(Hyaluronic Acid + Calcium Hydroxyapatite)
คุณสมบัติเด่นไหมน้ำอเมริกา ฟื้นฟูคอลลาเจน เพิ่มวอลลุ่มผิวเต่งตึงเก็บ ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาและลำคอ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น รอยแตกลายจางลงฟิลเลอร์แคลเซียม หนึ่งเดียวที่กระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวฉ่ำฟูช่วย กักเก็บน้ำ ได้ดี สร้างความยืดหยุ่น มีความบริสุทธิ์สูง ฟื้นฟูความชุ่มชื้นเติมเต็มและยกกระชับ พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวดูแน่น กระชับ
เหมาะกับใคร?ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อย ผิวหลวม ไม่เต่งตึงผู้ที่มี ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา มีรอยพับลำคอ รอยแตกลาย รอยแผลขีดข่วนผู้ที่ผิว ขาดความชุ่มชื้น คอลลาเจนลดลงผู้ที่ผิว ขาดความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอยผิวที่ หย่อนคล้อย ผิวหลวม ไม่กระชับ มีปัญหาริ้วรอย ร่องลึก
การเห็นผลเห็นผลหลังทำ 2-4 สัปดาห์เห็นผลหลังทำ 2-4 สัปดาห์เห็นผลทันที 20%เห็นผลหลังทำ 2-3 สัปดาห์เห็นผลหลังทำ 3-5 สัปดาห์
ระยะเวลาคงอยู่อยู่นาน 2 ปีอยู่นาน 2 ปีอยู่นาน 2 ปีอยู่นาน 2 ปี*อยู่นาน 2 ปี

รีวิวงานผิว Biostimulator

หัวข้อเปรียบเทียบAtelocollagenrhCollagen (Recombinant Human Collagen)
1. แหล่งกำเนิด (Source)ธรรมชาติ (สกัดจากสัตว์ เช่น หมูหรือวัว) นำมาผ่านกระบวนการตัดส่วนที่ก่อให้เกิดการแพ้ออกห้องแล็บ (สังเคราะห์ทางชีวภาพ) โดยใช้เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมในแบคทีเรียหรือพืช ไม่ใช้สัตว์
2. โครงสร้างโมเลกุลTriple Helix สมบูรณ์ มีโครงสร้าง 3 สายเกลียว แข็งแรง คล้ายคอลลาเจนในผิวคนมากที่สุดมักเป็นสายเดี่ยวหรือชิ้นส่วน (Fragments) ที่มีรหัสพันธุกรรมเหมือนคนเป๊ะ (Identical)
3. จุดเด่นหลัก (Key Benefit)เติมเต็ม + โครงสร้าง (Volumizing & Scaffold) เด่นเรื่องการเติมเนื้อที่หายไป และเป็นโครงร่างให้เซลล์ผิวเกาะฟื้นฟู + สมานแผล (Regeneration & Healing) เด่นเรื่องการซ่อมแซมเซลล์ผิว ผิวละเอียด แต่ไม่ค่อยช่วยเรื่องเติมเต็ม
4. ความเสี่ยงการแพ้ต่ำมาก (เพราะตัด Telopeptide ออกแล้ว) แต่ในทางทฤษฎียังถือว่าเป็นโปรตีนจากสัตว์ต่ำที่สุด (Hypoallergenic) เพราะไม่มีส่วนประกอบของสัตว์เลย และโครงสร้างเหมือนคน 100%
5. ผลลัพธ์ที่เห็นเห็นผลทันที ในเรื่องความอิ่มฟู ริ้วรอยตื้นขึ้น หน้าดูเต็มขึ้นเน้นผิวลื่น ผิวละเอียด รูขุมขนกระชับ อาจไม่เห็นผลเรื่องความอิ่มฟูทันทีเท่า Atelocollagen
6. ระยะเวลาสลายตัวอยู่ได้นานประมาณ 6 – 12 เดือน (มีความคงตัวสูงกว่า)สลายตัวเร็วกว่า มักต้องทำบ่อยกว่าเพื่อคงสภาพผิว
7. เหมาะกับใคร?คนที่มี ริ้วรอย ร่องลึก หลุมสิว หรือต้องการงานผิวที่ดูอิ่มฟูมีน้ำมีนวลคนที่ผิวแพ้ง่ายมากๆ ต้องการฟื้นฟูผิวเสีย รอยแดง หรือเน้น Skin Quality เพียวๆ

ต้องฉีดกี่ครั้งถึงจะเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน?

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนาน แนะนำให้ทำเป็นคอร์สต่อเนื่องค่ะ

  • ความถี่ในการทำ: แนะนำฉีด 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2-4 สัปดาห์
  • ระยะเวลาคงผลลัพธ์: หลังจบคอร์ส ผิวจะสวยเด้งอยู่ได้นานถึง 6 – 12 เดือน เลยทีเดียวค่ะ (ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองด้วยนะคะ)
  • การเห็นผล: จะรู้สึกว่าผิวดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ผิวจะดูฟูขึ้น แต่งหน้าติดทนขึ้น และจะสวยเต็มที่ในช่วง 1-3 เดือนหลังฉีดค่ะ

ความปลอดภัยและการดูแลตัวเองหลังทำ (Do’s & Don’ts)

ถึงแม้ Therafill จะปลอดภัยสูง แต่การดูแลหลังทำก็สำคัญเพื่อให้ผลลัพธ์ปังที่สุดค่ะ

  • ผลข้างเคียง: อาจมีอาการบวมแดง หรือรอยเข็มเล็กน้อย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-3 วันค่ะ สามารถแต่งหน้าปิดรอยได้ตามปกติเลย
  • ข้อควรระวัง:
    • งดการนวดกดจุดแรงๆ บริเวณที่ฉีด 1 สัปดาห์
    • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด (ซาวน่า, เลเซอร์ร้อน) ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อรักษาคอลลาเจนให้อยู่กับเรานานๆ
    • ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยให้ผิวอุ้มน้ำและคอลลาเจนฟูตัวได้ดีขึ้นค่ะ

ลงทุนกับ Therafill คุ้มค่าไหม?

หากคุณกำลังมองหาหัตถการที่ช่วย “คืนความเด็ก” ให้ผิวแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่การเติมเต็ม แต่เป็นการซ่อมแซมโครงสร้างผิวให้แข็งแรง Therafill ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าม เพราะได้ทั้งความปลอดภัย ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และช่วยแก้ปัญหาผิวโทรม ใต้ตาคล้ำ ริ้วรอยเล็กๆ ได้อย่างตรงจุด

อยากมีผิวสวยใส ย้อนวัยเหมือนผิวเด็ก อย่าลืมปรึกษาแพทย์เพื่อให้คำแนะนำและออกแบบการรักษาที่เหมาะกับผิวของคุณที่สุดนะคะ

ราคาและโปรโมชั่น TheraFill

ปริมาณราคาโปรโมชั่นความคุ้มค่า
1 CC18,000.-สำหรับผู้เริ่มต้น ทดลองฉีดจุดเล็กๆ (เช่น ใต้ตา หรือร่องแก้มบางๆ)
2 CC34,000.-(เฉลี่ย 17,000/cc) ประหยัดไป 2,000.-
เหมาะกับการเก็บทั่วหน้าแก้ม หรือ ใต้ตาทั้งสองข้าง
3 CC48,000.-(เฉลี่ย 16,000/cc) ประหยัดไป 6,000.-
✨ คุ้มที่สุด! เหมาะสำหรับงานทั่วหน้า (Full Face) ให้ผิวอิ่มฟูดูเด็กชัดเจน
dlovevery-clinic

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic

การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและไว้วางใจได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราจึงมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณในทุกๆ ด้าน

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรอง มีที่จอดรถฟรี
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและตรวจสอบได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

TheraFill จัดเป็นนวัตกรรม Atelocollagen ที่มีคุณสมบัติแบบ 2-in-1 คือทำหน้าที่เป็นทั้ง Filler เพื่อเติมเต็มร่องลึกและหลุมสิวให้ตื้นขึ้นทันที และเป็น Biostimulator ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่นกระชับในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยเฉพาะ สามารถฉีดร่วมกับ Botox เพื่อเก็บรายละเอียดริ้วรอย หรือฉีดร่วมกับ HA Filler เพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่ควร หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น เลเซอร์ หรือ HIFU ในช่วงแรกหลังฉีดเพื่อรักษาอายุของคอลลาเจนให้อยู่ได้นาน 6-12 เดือนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หากคนไข้ต้องเลือก หมอแนะนำให้ดูที่เป้าหมายหลักค่ะ ถ้าต้องการ “ผิวฉ่ำวาว เล่นแสงทันที” แบบ Glass Skin ให้เลือก Neauvia Hydro Deluxe เพราะมี HA และ CaHA ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความแน่นเฟิร์มได้ดีเยี่ยม แต่ถ้าคนไข้มองหาความ “ยั่งยืน และการซ่อมแซมผิวระยะยาว” อยากให้ผิวเนียนละเอียด รูขุมขนกระชับ และผลลัพธ์ อยู่นานกว่า (6-12 เดือน) หมอแนะนำ Karisma ซึ่งเป็น Rh Collagen ที่เน้นการคืนสภาพผิวให้กลับมาเด็กอีกครั้งค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

Atelocollagen และ Rh Collagen คือเทคโนโลยีฟื้นฟูผิวขั้นสูงที่แตกต่างกันที่ “แหล่งกำเนิด” ค่ะ โดย Atelocollagen (คอลลาเจนสด) สกัดจากธรรมชาติและตัดส่วนที่ก่อภูมิแพ้ออก เด่นเรื่อง โครงสร้าง Triple Helix ที่สมบูรณ์ ช่วย กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่และรักษาหลุมสิว ได้ดีเยี่ยม ส่วน Rh Collagen เป็นคอลลาเจนจาก เทคโนโลยีชีวภาพ ที่มีโครงสร้าง เหมือนของมนุษย์ 100% จึงให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยสูงสุด (Safety) ไร้ความเสี่ยงจากสัตว์ และมีความเสถียรของตัวยา ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นทางเลือกหลักใน การฟื้นฟูโครงสร้างผิวระดับลึก ของวงการแพทย์ความงามยุคใหม่ค่ะ

Rh Collagen ประเภท Type III ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันกับที่พบมากในผิวเด็กทารก

อ่านเพิ่มเติม

หมอตอบแบบเชิงการรักษาให้เข้าใจง่ายๆคือ มันทำงานคนละชั้นผิว แก้ปัญหาคนละจุดกัน แต่มันส่งเสริมกันค่ะ

การทำ Oligio ควบคู่กับหัตถการอื่น (เช่น Ultraformer หรือ Ulthera) เป็นเทคนิคที่แพทย์แนะนำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบ Synergy Effect หรือการเสริมฤทธิ์กันค่ะ โดย Oligio จะเน้นการ กระชับผิวชั้นตื้นและปรับคุณภาพผิว (Skin Quality) ให้แน่นเฟิร์ม ในขณะที่เครื่องมืออื่นจะช่วย ยกพยุงโครงหน้าชั้นลึก (SMAS) เปรียบเสมือนการซ่อมบ้านทั้งโครงสร้างและทาสีใหม่ไปพร้อมกัน นอกจากจะช่วยให้ หน้ายกกระชับครอบคลุมทุกชั้นผิว แล้ว ยังช่วยยืดอายุผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น และได้งานผิวที่ฉ่ำวาวเป็นของแถม ซึ่งดีกว่าการเลือกทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งค่ะ แต่ก็แน่นอนหล่ะคนไข้ก็ต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ตามทฤษฎี ไหมน้ำ ที่เติมใต้ตาได้นั้น อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์จริงค่ะ แต่คนไข้ต้องเข้าใจธรรมชาติของเขาด้วย คือหลังทำจะเห็นผลทันทีก็จริง แต่ ผ่านไป 1 สัปดาห์จะยุบตัวลงก่อน แล้วจึงค่อย ๆ อิ่มฟูขึ้นมาใหม่จากการสร้างคอลลาเจน ซึ่งจุดนี้อาจทำให้คนไข้แปลกใจได้ ต่างจากฟิลเลอร์ที่ ฉีดเท่าไหร่ได้เท่านั้น (Immediate Result) แล้วค่อย ๆ ยุบตัวลง ตามกาลเวลาค่ะ เวลาหมอแนะนำจึงต้องดูความสบายใจของคนไข้เป็นหลัก ถ้าใครกังวลเรื่องก้อนหรือไม่สบายใจกับฟิลเลอร์ ไหมน้ำก็ถือว่าตอบโจทย์ใต้ตาได้ดี แต่ถ้าใครต้องการ ความเรียบเนียนทันที และรับได้กับการมาเติมปีละครั้ง ฟิลเลอร์ก็ยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม มากกว่าค่ะ

โดยเฉลี่ยของเคสคนไข้หมออยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ในขณะที่ฟิลเลอร์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน สาเหตุเพราะไหมน้ำทำหน้าที่เป็น Biostimulator กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ ของคนไข้เอง ซึ่งมีความคงทนกว่าสารเติมเต็ม และเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการปรับสภาพผิวใต้ตาให้แน่นกระชับ มากกว่าคนที่ต้องการเติมถมร่องลึกมาก ๆ ซึ่งฟิลเลอร์ยังคงเป็นมาตรฐานหลัก (Gold Standard) ในการแก้ปัญหาเบ้าตาลึกค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ถ้าให้หมอสรุปย่อๆให้ฟังคือ “ร้อยไหม” กับ “ไหมน้ำ” เป็นหัตถการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงค่ะ การร้อยไหมจะเน้นการใช้เส้นไหมจริงๆ เพื่อยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้เห็นผลทันที เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการแก้ปัญหาแก้มห้อยหรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน ในขณะที่ “ไหมน้ำ” เป็นการฉีดสารกระตุ้นเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายในให้กลับมาแน่นและอิ่มฟูขึ้น ยกกระชับผิวได้แต่จะไม่ใช่การดึงผิวขึ้น ณ เวลานั้นเลย เหมาะกับคนไข้ที่ผิวบางและขาดคอลลาเจน ผิวเสื่อมต้องการฟื้นฟูระยะยาวค่ะ การจะเลือกทำอะไรนั้นขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและความต้องการของคนไข้เป็นหลักค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

Oligio และ OligioX พบว่า OligioX มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความสามารถในการยกกระชับผิวและแก้ไขปัญหาผิวที่เกี่ยวข้องกับริ้วรอยและความหย่อนคล้อยที่เห็นผลได้ชัดเจนกว่า นอกจากนี้ OligioX ยังให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า และเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวที่หลากหลายกว่า ทั้งผู้ที่มีไขมันแก้มและเหนียงค่อนข้างมาก ผู้ที่ต้องการพลังงานลงลึกซึ้งเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และผู้ที่ต้องการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด

  • ลดริ้วรอย สำหรับคนที่ดื้อโบคือเหมาะมากๆ
  • ลงพลังงานได้ลึกและแรงกว่าเดิม
  • ปล่อยความเย็นมากขึ้น สบายผิวมากกว่าเดิม
  • เทคโนโลยี GXG Dual Mode ลงพลังงานได้ทั้งแบบตื้นและลึก

โดยรวมแล้ว OligioX เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่าสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานในการยกกระชับและฟื้นฟูผิวพรรณ เนื่องจากมีความสามารถในการปรับสภาพผิวที่หลากหลายและครอบคลุมปัญหาผิวที่ซับซ้อนได้ดีกว่า ในขณะที่ Oligio ยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีปัญหาน้อยและต้องการการดูแลผิวในเบื้องต้น

อ่านเพิ่มเติม

หน้าทรุด ที่มาพร้อมกับอาการ ขมับตอบ, ถุงใต้ตา, หน้าแก้มแบน, และแก้มตอบ สามารถแก้ไขได้ด้วย ฟิลเลอร์ โดยการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป ทำให้ใบหน้าดูอิ่มเอิบ อ่อนเยาว์ และมีมิติมากขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ต้องทำโดย แพทย์ผู้มีประสบการณ์จริงๆเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เพราะหากแพทย์ไม่มีประสบการณ์ ประเมินผิดพลาด เน้นการเติมด้วยจำนวนที่เยอะเกินไป แทนที่จะได้ผิวหน้าที่ยกกระชับอ่อนกว่าวัย จะกลายเป็นหน้าอ้วน หน้า Overfield ได้

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

Nature gives you the face you have at twenty it is up to you to merit the face you have at fifty.

★★ ความประทับใจ ★★

google
Junny Berry
Junny Berry
13/06/2025
google
Pakjira Lerttaweevit
Pakjira Lerttaweevit
24/12/2024
facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
facebook
Zypher Kun
Zypher Kun
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Hana Mizu
Hana Mizu
แนะนำเลย
16/06/2024
google
วริศรา บํารุงชาติ
วริศรา บํารุงชาติ
16/06/2024
Chuttanun Thirawadee
Chuttanun Thirawadee
29/04/2024