ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

StiCol คืออะไร ดียังไง อยู่ได้นานไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังหาข้อมูล

สารกระตุ้นคอลลาเจน

ไม่มีเจตนาโปรโมทเครื่องมือแพทย์

รู้จักหมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

พญ.อภิญญา เสาร์แก้ว

ใบอนุญาต ว.49465

แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านปรับรูปหน้าและการชะลอวัย ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก

StiCol คืออะไร ดียังไง อยู่ได้นานไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

พบแพทย์ก่อนทุกเคส แจ้งราคาชัดเจน ไม่มีบวกเพิ่มภายหลัง รับกล่องกลับบ้าน ผสมตัวยาต่อหน้า ติดตามผลการรักษา

คุณเคยรู้สึกไหมว่าผิวหน้าเริ่มหย่อนคล้อย แก้มยุบ ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและไร้ชีวิตชีวา แม้จะพยายามดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม นั่นเป็นเพราะคอลลาเจนชั้นลึกใต้ผิวหนังของเรากำลังสูญเสียไปตามอายุที่มากขึ้น การฟื้นฟูผิวจากภายในจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ผิวกลับมาแน่นกระชับได้อย่างยั่งยืน

โปรแกรม StiCol คือนวัตกรรม PLLA Biostimulator รุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนชนิด Type I ในชั้นผิวหนังส่วนลึก ด้วยเทคโนโลยีการละลายตัวที่ช้ากว่าและการกระจายตัวที่สม่ำเสมอกว่า StiCol จึงให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนานกว่าเดิม โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้าหรือเติมปริมาตรมากเกินไป

StiCol คืออะไร ดียังไง อยู่ได้นานไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

StiCol คืออะไร?

StiCol เป็นเทคโนโลยีความงามสุดล้ำที่จัดอยู่ในกลุ่ม Biostimulator ซึ่งหมายถึงสารที่เข้าไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายใต้ชั้นผิว ส่วนประกอบหลักของ StiCol คือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และมีการใช้ในวงการแพทย์และความงามมาอย่างยาวนานและปลอดภัย PLLA ขึ้นชื่อในเรื่องความสามารถในการกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ เมื่อฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการฟื้นฟูผิว จะมีความปลอดภัยสูงและไม่ทำให้เกิดก้อนใต้ผิว

หัวใจสำคัญของประสิทธิภาพ StiCol คือเทคโนโลยีพิเศษ “PSMMT™ PLLA Microspheres” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไมเซลล์ที่ประกอบด้วย PLLA Microspheres, Mannitol และ CMC ช่วยให้ผลิตภัณฑ์กระจายตัวในชั้นผิวได้อย่างดีเยี่ยมและสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ อนุภาคทรงกลมที่ใช้มีโครงสร้างที่ละเอียดและสม่ำเสมอเป็นพิเศษ แตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นที่เป็นทรงกลมไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อนและการกระจายตัวที่ไม่สม่ำเสมอ

StiCol คืออะไร ดียังไง อยู่ได้นานไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

ความแตกต่างของ StiCol Soft & StiCol Volume

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุด โปรแกรม StiCol จึงแบ่งออกเป็น 2 รุ่น

StiCol Soft

  • คุณสมบัติ: ช่วยในเรื่องคุณภาพผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เติมเต็มใต้ตา หลุมสิว ริ้วรอยเล็กๆ และกระชับรูขุมขน
  • บริเวณที่ฉีด: หน้าผาก รอบดวงตา ขมับ แก้มส่วนบน และลำคอ เพื่อให้ผิวโดยรวมดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้น

StiCol Volume

  • คุณสมบัติ: เน้นการเพิ่มปริมาตรให้ผิวบริเวณแก้มและขมับที่ตอบลงตามวัย ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และมีมิติ
  • บริเวณที่ฉีด: แก้ม และขมับ
คุณสมบัติStiCol SOFT (121.7MG)StiCol VOLUME (365MG)
ชั้นผิวหนังฉีดเข้าสู่ชั้น Deep Dermisฉีดเข้าสู่ชั้น Subcutaneous
ความแน่น/ผลลัพธ์ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ เหมาะกับผิวบางและริ้วรอยเริ่มต้นให้ผลลัพธ์เด่นชัด มีมิติ เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน
จุดประสงค์หลักปรับสภาพผิวเบาๆ กระตุ้นคอลลาเจนเล็กน้อย (ซ่อมแซม, เพิ่มความสดใส)เติมเต็มโครงสร้าง/ร่องลึก เหมาะกับการสูญเสีย Volume มากกว่า
ผลลัพธ์ที่เห็นค่อยเป็นค่อยไป ดูไม่ “จัดเต็ม” เหมาะกับผลลัพธ์แบบผิวเบาๆเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เป็นมิติมากกว่า
ระยะเวลา/ความคงทนคงตัวในระดับกลาง (ขึ้นอยู่กับการดูแลและเทคนิค)คงตัวได้นานกว่า ตอบโจทย์การเติมเต็มได้ดีกว่า
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เบาๆ เป็นธรรมชาติ ยังไม่ต้องการเติมเต็มเยอะผู้ที่ต้องการเติมเต็ม แก้ปัญหาการสูญเสียปริมาตร หรือมีริ้วรอยลึก
สรุปผลลัพธ์ธรรมชาติ ไม่ต้องการให้ดู “เติมเยอะ”เติมเต็มโครงสร้าง สำหรับผิวมีร่องลึกหรือสูญเสีย Volume

StiCol เหมาะกับใคร?

โปรแกรม StiCol เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวต่างๆ ดังนี้

  • กระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ผิวแข็งแรง สุขภาพดีขึ้น
  • ช่วยลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย
  • ผิวดูอิ่มฟู เต่งตึง ใส มีความยืดหยุ่น
  • ผลลัพธ์ค่อยๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ และอยู่ได้ 1–2 ปี
  • เหมาะกับคนที่ผิวบาง มีริ้วรอย หรือเริ่มสูญเสียคอลลาเจน
StiCol คืออะไร ดียังไง อยู่ได้นานไหม ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

StiCol คืออะไร ทำไมถึงต่างจาก Filler

คุณสมบัติStiCol (Biostimulator)HA Filler (Hyaluronic Acid)
หลักการทำงานกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเอง เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในเติมสารไฮยาลูรอนิก แอซิดเข้าไปเพื่อเพิ่มปริมาตรและเติมเต็มร่องลึกโดยตรง
การเห็นผลค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ใน 2-3 เดือนเห็นผลทันที หลังฉีด
ลักษณะผลลัพธ์ผิวแน่นกระชับ สุขภาพดีขึ้นทั่วบริเวณอย่างเป็นธรรมชาติ ปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวมเน้นการเติมเต็มเฉพาะจุด เช่น ร่องแก้ม, คาง, ปาก หรือเพิ่มมิติให้ใบหน้า
ระยะเวลาคงทน1–2 ปี เพราะเป็นคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นและความหนาแน่นของฟิลเลอร์
เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวบาง, มีริ้วรอย, หรือเริ่มสูญเสียคอลลาเจน ต้องการฟื้นฟูผิวโดยรวมผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึกเฉพาะจุด หรือต้องการปรับรูปหน้าให้มีมิติ
การสลายตัวตัวยากระตุ้น (PLLA) จะสลายไปหมด แต่คอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่ยังคงอยู่ตัวยา HA จะถูกร่างกายดูดซึมและสลายไปจนหมด
อยากหน้าเด็ก เติมฟิลเลอร์จุดไหนดี ใช้รุ่นไหนดี ราคาเท่าไหร่ ใช้กี่ cc
  • โปรแกรม StiCol เป็นผลิตภัณฑ์ชนิด Collagen Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA ซึ่งเป็นสารที่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพและใช้ในทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน
  • สิ่งที่ทำให้ StiCol โดดเด่นคือกลไกการทำงานที่แตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป แทนที่จะเติมสารเข้าไปเพิ่มปริมาตรทันที StiCol จะค่อยๆ กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเองตามธรรมชาติ ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากและยั่งยืนกว่า
  • เมื่อเทียบกับ Sculptra ซึ่งเป็น PLLA รุ่นแรก StiCol มีโครงสร้างโมเลกุลที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้น ช่วยลดปัญหาก้อนหรือผลลัพธ์ที่ไม่สม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังละลายตัวช้ากว่า ทำให้คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นสร้างขึ้นมามีคุณภาพดีและคงอยู่ได้นานขึ้น

จุดเด่นที่ทำให้ StiCol แตกต่าง

sequenceDiagram
    participant P as "ไทม์ไลน์ผลลัพธ์"
    P->>P: เดือนที่ 0-1<br>ฉีดครั้งที่ 1 และนวดดูแล
    note right of P: ผลลัพธ์ยังไม่ปรากฏชัดเจน
    
    P->>P: เดือนที่ 2-3<br>ระยะเริ่มเห็นผล
    note right of P: คอลลาเจนเริ่มถูกสร้าง<br>ผิวเริ่มกระชับขึ้น
    
    P->>P: เดือนที่ 4-6<br>ระยะเห็นผลชัดเจน
    note right of P: ผิวยกกระชับ<br>ริ้วรอยลดลงอย่างเด่นชัด
    
    P->>P: เดือนที่ 6-18<br>ระยะคงสภาพผลลัพธ์
    note right of P: ผลลัพธ์คงที่<br>อยู่ในระดับดีที่สุด
    
    P->>P: เดือนที่ 18-24<br>ระยะผลลัพธ์ลดลง
    note right of P: ผลลัพธ์จะค่อยๆ ลดลง<br>ตามกระบวนการของร่างกาย
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจริง StiCol ทำงานโดยกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast ในผิวหนังสร้างคอลลาเจน Type I ขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นคอลลาเจนชนิดเดียวกับที่ร่างกายเราสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ใช่แค่การเติมสารเข้าไปชั่วคราว
  • ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป ต่างจากฟิลเลอร์ที่เห็นผลทันทีแต่อาจดูเทียมหรือเปลี่ยนรูปหน้า StiCol จะให้ผลลัพธ์ค่อยๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นภายใน 4-12 สัปดาห์หลังฉีด ทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าคุณดูดีขึ้น สดใสขึ้น แต่บอกไม่ได้ว่าคุณทำอะไรไป
  • ยาวนานกว่า 2 ปี เนื่องจาก StiCol กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนจริงๆ คอลลาเจนเหล่านี้จึงคงอยู่ได้นานกว่าการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไปที่มักคงอยู่เพียง 9-18 เดือน ผลลัพธ์ของ StiCol สามารถคงอยู่ได้มากกว่า 2 ปี บางรายถึง 3 ปีหากดูแลตัวเองดี
รายละเอียดStiColSculptraRadiesseAestheFill
ส่วนประกอบหลักPLLAPLLACalcium Hydroxylapatite (CaHA)PDLLA
เทคโนโลยีพิเศษPSMMT™ Microspheres
การกระจายตัวของสารสม่ำเสมอมากดีดีดี
ระยะเวลาเห็นผล2-3 เดือน2-3 เดือนทันที-3 เดือน2-3 เดือน
ผลลัพธ์คงทน1-2 ปี2 ปี12-18 เดือน1-2 ปี
ความเสี่ยงการเกิดก้อนต่ำมากต่ำปานกลางต่ำ
ความยากในการฉีดปานกลางปานกลางง่ายปานกลาง
ย่อยสลายได้ใช่ (24 เดือน)ใช่ (24 เดือน)ใช่ (12-18 เดือน)ใช่ (24 เดือน)
ราคาโดยประมาณปานกลาง-สูงสูงปานกลางสูง
จุดเด่นกระจายตัวดีที่สุด ไม่เกิดก้อนผลลัพธ์คงทนนานเห็นผลบางส่วนทันทีเหมาะกับผิวเอเชีย
คุณสมบัติPROFHILOEjal40StiCol SoftStiCol Volume
ส่วนประกอบไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) ความเข้มข้นสูงไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA)PLLA + CMC + แมนนิทอลPLLA + CMC
ประโยชน์ปรับโครงสร้างผิวใหม่ กระตุ้นการฟื้นฟู ซ่อมแซมคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินต่อเนื่อง เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ยกกระชับมากขึ้นกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวอิ่มฟูขึ้นช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน Type I, III
กลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยเล็กๆ ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ผิวแห้งเสีย ขาดน้ำผู้ที่ผิวแห้ง ขาดน้ำง่าย ผู้ที่เริ่มกังวลเรื่องริ้วรอย ต้องการฟื้นฟูผิวหน้า ผิวไม่กระชับ ขาดความยืดหยุ่นผู้ที่ต้องการผิวเต่งตึง ผู้ที่มีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ผู้ที่อยากให้หน้ากระจ่างใส อิ่มฟูขึ้น ต้องการผลลัพธ์ดูแลผิวพรรณยาวนานผู้ที่ต้องการผิวเต่งตึง ผู้ที่มีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ผู้ที่อยากให้หน้ากระจ่างใส อิ่มฟูขึ้น ต้องการผลลัพธ์ดูแลผิวพรรณยาวนาน
ระยะเวลาประมาณ 6-9 เดือนประมาณ 6-9 เดือน1.5 ปี2 ปี
Profhilo ราคา โปรโมชั่น คลินิกมี 2 สาขา CDC รามคำแหง

ปัญหาผิวใดบ้างที่เหมาะกับการรักษาด้วย StiCol

สาเหตุหลัก ๆ ของผิวเข้มเฉพาะรอบดวงตา

ใบหน้าหย่อนคล้อยไม่กระชับ

เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหน้าจะเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่นและแรงดึงที่ทำให้ใบหน้ากระชับ StiCol ช่วยกระตุ้นโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ให้กับผิวทั้งใบหน้า ทำให้ผิวกลับมาตึงกระชับและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าใบหน้าเริ่มหย่อนแต่ยังไม่อยากผ่าตัด

แก้มยุบและร่องแก้มลึก

หนึ่งในสัญญาณของความแก่ที่ชัดเจนที่สุดคือแก้มที่เริ่มยุบลง ทำให้ร่องแก้มดูลึกและใบหน้าดูเหนื่อยล้า StiCol สามารถเติมเต็มปริมาตรที่หายไปแบบค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ทำให้ใบหน้าดูป่องหรือเปลี่ยนรูปหน้าไป

ริ้วรอยและรอยพับบนใบหน้า

สำหรับริ้วรอยที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว เช่น ริ้วรอยบนหน้าผาก ริ้วรอยรอบปาก หรือรอยพับต่างๆ StiCol ช่วยลดเลือนริ้วรอยเหล่านี้ได้โดยการเพิ่มความหนาและความแน่นของผิวจากภายใน

ผิวบางและดูแก่กว่าวัย

ผู้ที่มีผิวบางตามธรรมชาติหรือผิวบางจากการเสื่อมสภาพตามอายุมักจะดูแก่กว่าวัยจริง StiCol ช่วยเพิ่มความหนาของผิวหนังจริงๆ ด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวดูอิ่มเอิบและอ่อนเยาว์ขึ้น

ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืน

หากคุณเคยฉีดฟิลเลอร์และรู้สึกว่าผลลัพธ์ดูเทียมเกินไปหรือหมดเร็วเกินไป StiCol อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะให้ผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไป ดูเป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้นานกว่ามาก

ปัญหาแต่ละจุดใช้กี่ cc

StiCol คืออะไร แต่ละจุดต้องใช้กี่ขวด กี่ cc
บริเวณที่ฉีดปริมาณที่แนะนำ (ต่อครั้ง)หมายเหตุ / เป้าหมายหลัก
ทั่วใบหน้า (Full Face Rejuvenation)1 – 2 ขวด (ประมาณ 8 – 20 cc)เป็นการใช้ที่พบบ่อยที่สุด เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนโดยรวม ทำให้ผิวแน่นกระชับ สุขภาพดีขึ้นทั่วใบหน้า
ขมับ (Temples)ข้างละ 2 – 4 ccเพื่อเติมเต็มขมับที่ตอบหรือยุบตัวลง ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนเยาว์ขึ้น
แก้ม / กลางใบหน้าข้างละ 3 – 5 ccเพื่อยกกระชับแก้มที่หย่อนคล้อย และช่วยลดความชัดของร่องแก้ม
กรอบหน้า (Jawline)ข้างละ 3 – 5 ccเพื่อสร้างกรอบหน้าที่คมชัดขึ้น ลดความหย่อนคล้อยบริเวณแนวกราม
คอและเนินอก1 ขวด (ประมาณ 8 – 10 cc)เพื่อลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และปรับสภาพผิวบริเวณลำคอให้เรียบเนียนขึ้น
เป็นตัวเลขการประมาณการ แต่ละเคสใช้ตัวยาที่แตกต่างกันไปตามปัญหาผิวของคนไข้แต่ละบุคคล

กระบวนการรักษาด้วย StiCol ใช้เวลานานแค่ไหน

  • การรักษาด้วยโปรแกรม StiCol แต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที โดยแพทย์จะเริ่มจากการประเมินสภาพผิวและวางแผนการฉีดที่เหมาะสมกับใบหน้าของคุณ
  • ก่อนการฉีด แพทย์จะทำความสะอาดผิวหน้าและอาจทาครีมชาเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างการฉีด หลังจากนั้นจะฉีด StiCol เข้าไปในชั้นผิวหนังส่วนลึกตามจุดที่วางแผนไว้ด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ
  • สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ StiCol ไม่ใช่การรักษาแบบครั้งเดียวจบ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แพทย์มักจะแนะนำให้ฉีด 2-3 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนต้องใช้เวลาและการฉีดหลายครั้งจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากขึ้นและสม่ำเสมอกว่า
  • หลังจากฉีดครบตามแผนแล้ว คุณจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นภายใน 8-12 สัปดาห์ และผลลัพธ์จะค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดสูงสุดประมาณ 6 เดือนหลังการรักษา
ระยะเวลากระบวนการผลลัพธ์
ครั้งที่ 1 (ทันที – 1 เดือน)สารเริ่มกระตุ้นตัว
สร้างคอลลาเจนใหม่

ผิวเริ่มชุ่มชื้น
ผู้ขึ่นเล็กน้อย
ครั้งที่ 2 (กรณีมีปัญหา/ร่องลอยมาก)ห่างจากครั้งแรก
1-3 เดือน
⭐⭐
กระตุ้นคอลลาเจนเพิ่ม
เติมเต็มการฟื้นฟู
ผิวแน่น กระชับ
ร่องลอยลดลงชัดเจน
หลังทำ 2-3 เดือนคอลลาเจนใหม่
ถูกสร้างต่อเนื่อง
⭐⭐⭐⭐⭐ 
ผิวเต้งแรง ยกหยุ่นดีขึ้น
เห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด
อยู่ได้นาน 1-2 ปีคงผลลัพธ์ยาวนาน⭐⭐⭐⭐⭐ 
ผิวเด็ก อิ่มฟู
เป็นธรรมชาติ
ไม่ต้องทำบ่อย

ข้อดีและข้อควรพิจารณาของการรักษาด้วย StiCol

ข้อดีของโปรแกรม StiCol

  • ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเอง ผลลัพธ์จึงดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการฉีดฟิลเลอร์ทั่วไป ไม่มีความเสี่ยงที่จะดูแปลกหรือเปลี่ยนรูปหน้า
  • คงอยู่ได้นานมาก ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้มากกว่า 2 ปี บางรายถึง 3 ปี ซึ่งยาวนานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปที่มักคงอยู่แค่ 9-18 เดือน คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว
  • ปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวม ไม่ใช่แค่เติมเต็มจุดใดจุดหนึ่ง แต่ช่วยปรับปรุงเนื้อผิว ความหนา ความกระชับ และความยืดหยุ่นของผิวทั้งใบหน้า
  • ปลอดภัยและใช้ได้ในระยะยาว PLLA เป็นสารที่ใช้ในทางการแพทย์มายาวนานและสามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ไม่ทิ้งสารแปลกปลอมในร่างกาย
  • ไม่ต้องหยุดพักนาน สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันทีหลังการรักษา แม้จะมีอาการบวมแดงเล็กน้อยก็สามารถปกปิดได้

ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ

  • ต้องใช้เวลาเห็นผลลัพธ์ ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นผลทันที เพราะต้องรอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาซึ่งใช้เวลา 8-12 สัปดาห์
  • ต้องฉีดหลายครั้ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมักต้องฉีด 2-3 ครั้ง ซึ่งหมายความว่าต้องมีการนัดหมายหลายครั้งและใช้งบประมาณมากขึ้น
  • ราคาสูงกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป แม้จะคุ้มค่าในระยะยาวเพราะอยู่ได้นาน แต่ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นสูงกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป
  • ผลลัพธ์ควบคุมยาก เนื่องจากเป็นกระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของร่างกายเอง ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ สภาพผิว การดูแลตัวเอง
  • ต้องการเทคนิคและความชำนาญสูง การฉีด StiCol ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต้องอาศัยประสบการณ์และทักษะของแพทย์มาก หากแพทย์ไม่มีประสบการณ์เพียงพออาจเกิดปัญหาการกระจายตัวไม่สม่ำเสมอหรือก้อน
การดูแลตัวเองหลังรับบริการ StiCol

การเตรียมตัวก่อนรับบริการ StiCol

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

  • หลีกเลี่ยงยาและสารเสริมอาหารบางชนิด หยุดรับประทานยาหรือสารเสริมอาหารที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดอย่างน้อย 7 วันก่อนการรักษา เช่น แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันปลา กระเทียม โสม เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ผิวที่มีความชุ่มชื้นดีจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่า ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวันในช่วง 3-5 วันก่อนการรักษา
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนการรักษา เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เลือดลมไหลเวียนมากขึ้นและเพิ่มโอกาสเกิดรอยช้ำ
  • แจ้งประวัติสุขภาพครบถ้วน แจ้งแพทย์หากมีประวัติแพ้ยาหรือสารใดๆ กำลังรับประทานยา มีโรคประจำตัว หรือเคยทำหัตถการใดๆ บริเวณใบหน้า
  • หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นบริเวณใบหน้า ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังจากการทำหัตถการอื่นๆ เช่น เลเซอร์ ปอกเปลือกหนังลึก หรือการฉีดสารอื่นๆ
  • ไม่แต่งหน้าในวันนัดหมาย มาพบแพทย์โดยไม่แต่งหน้าหรือแต่งหน้าเบาบางเพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ชัดเจนและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  • รับประทานอาหารให้เรียบร้อย ควรรับประทานอาหารก่อนมารับบริการเพื่อป้องกันอาการวิงเวียนหรือเป็นลมจากความตื่นเต้น

การดูแลตัวเองหลังรับบริการ StiCol

การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องหลังการรักษาเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

  • นวดบริเวณที่ฉีดทุกวัน นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากสำหรับ StiCol แพทย์จะแนะนำให้นวดบริเวณที่ฉีดวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที เป็นเวลา 5 วันหลังการฉีด การนวดจะช่วยให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอและลดโอกาสเกิดก้อน
  • ประคบเย็นในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก หากมีอาการบวมหรือแดง สามารถประคบเย็นบริเวณที่ฉีดเพื่อช่วยลดอาการบวมและความรู้สึกไม่สบาย แต่ควรหุ้มผ้าไม่ให้น้ำแข็งสัมผัสผิวโดยตรง
  • นอนหนุนหัวสูง ในคืนแรกหลังการรักษาควรนอนหนุนหัวสูงกว่าตัวเพื่อช่วยลดอาการบวม
  • หลีกเลี่ยงความร้อนจัด งดซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายร้อนมากเป็นเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด หลีกเลี่ยงการออกแดดจัดและทาครีมกันแดดทุกวัน เพราะการถูกแดดมากเกินไปอาจทำให้เกิดการอักเสบและส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจน
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์หลังการรักษา เพราะส่งผลเสียต่อกระบวนการฟื้นฟูและการสร้างคอลลาเจน
  • ดื่มน้ำมากๆ ดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวันเพื่อช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้นและส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน
  • หลีกเลี่ยงการกดบริเวณที่ฉีด อย่านอนคว่ำหรือกดทับบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และระวังอย่าให้มีแรงกดดันมากเกินไปบริเวณใบหน้า
  • ติดตามอาการผิดปกติ หากมีอาการบวมมาก แดงมาก เจ็บมาก หรือมีอาการผิดปกติใดๆ ควรติดต่อแพทย์ทันที
  • งดหัตถการอื่นชั่วคราว หลีกเลี่ยงการทำหัตถการอื่นๆ บริเวณใบหน้า เช่น เลเซอร์ ฉีดสารอื่น หรือทำคลีนหน้าลึก อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์หลังการรักษา

ข้อควรรู้ก่อนรับบริการ StiCol

ข้อควรรู้คำอธิบาย
StiCol ถือว่าเป็นไหมน้ำได้ไหมบางสถานพยาบาล หมอบางคนก็เรียกไหมน้ำ แต่ถ้าให้ถูกต้องก็คือ Biostimulator
ผลลัพธ์เริ่มเห็นเมื่อไหร่เริ่มเห็นผลค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 8-12 สัปดาห์ และจะดีที่สุดประมาณ 6 เดือนหลังรักษา
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน⭐⭐⭐⭐⭐ มากกว่า 2 ปี บางรายถึง 3 ปี
ต้องฉีดกี่ครั้งแนะนำ 2-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์
บวมหรือไม่⭐⭐ บวมเล็กน้อย 2-3 วัน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ
เจ็บหรือไม่⭐ เจ็บเล็กน้อยคล้ายการฉีดทั่วไป มีการทาครีมชาก่อนฉีด
เหมาะกับอายุเท่าไหร่เหมาะสำหรับอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มมีสัญญาณเสื่อมสภาพผิว
เทียบกับ Biostimulator ตัวอื่น⭐⭐⭐⭐⭐ StiCol มีโครงสร้างที่ปรับปรุงใหม่ ละลายช้ากว่า กระจายตัวสม่ำเสมอกว่า ลดโอกาสเกิดก้อน
เทียบกับ Filler⭐⭐⭐⭐ StiCol กระตุ้นคอลลาเจนจริง อยู่ได้นาน 2-3 ปี ในขณะที่ Filler เติมปริมาตรทันทีแต่อยู่แค่ 9-18 เดือน
ใช้กับบริเวณใดได้บ้างใบหน้าทั้งหมด โดยเฉพาะแก้ม ร่องแก้ม ขมับ คาง กรอบหน้า
ต้องนวดหรือไม่⭐⭐⭐⭐⭐ ต้องนวดทุกวัน 5 นาที เป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้สารกระจายตัวสม่ำเสมอ
สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหมได้ แต่ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
ราคาโดยประมาณสูงกว่า Filler ทั่วไปแต่คุ้มค่าในระยะยาวเพราะอยู่ได้นานกว่า

StiCol ราคาเท่าไหร่

  • StiCol 1cc ราคา 2,999.-
  • StiCol 1 ขวด (10cc) ราคา 19,999.-
biostmulator ราคาเท่าไหร่

ทำไมต้อง ที่ D’ Lovevery Clinic

  • เป็นส่วนตัวและใส่ใจ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case ละเอียด ไม่เร่งรีบ มีเวลาให้คุณถามและทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจ
  • สบายใจไม่มีแรงกดดัน ไม่มีเซลส์คอยปิดการขาย ไม่มีการบังคับซื้อคอร์ส คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระว่าต้องการทำหรือไม่ โดยไม่รู้สึกกดดัน
  • จ่ายสบายเลือกได้ มีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ มี Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต ทำให้คุณสามารถวางแผนการเงินได้ตามความสะดวก
  • ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม ติดตามผลกับแพทย์ที่ทำการรักษาโดยตรง ไม่ใช่ผู้ช่วยหรือคนละคนในแต่ละครั้ง แพทย์จะติดตามและปรับแผนการรักษาให้เหมาะกับความต้องการของคุณ
  • รีวิวจริงจากลูกค้าจริง รวมรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่ใช่ดาราหรือ Influencer คุณจะได้เห็นผลลัพธ์จริงจากคนทั่วไปเหมือนคุณ
  • แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ แพทย์ของเรามีประสบการณ์ในการทำหัตถการ PLLA Biostimulator มาอย่างยาวนาน เข้าใจเทคนิคการฉีดและการนวดที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกผ่านการรับรองมาตรฐาน มีที่จอดรถฟรี สะดวกสบายทั้งสาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง และสาขา Crystal Design Center
  • โปร่งใสและตรวจสอบได้ ข้อมูลรวดเร็ว เช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวผ่าน อย. ไทยและสามารถตรวจสอบความแท้ได้
ดีเลิฟเวอรี่คลินิก รับชำระด้วย Shopee SPayLater

รีวิวงานผิว Biostimulator

เริ่มต้นการฟื้นฟูผิวจากภายในกับ StiCol วันนี้

ที่ D’ Lovevery Clinic เราเข้าใจทั้งความสวย ความมั่นใจ และความสุข เราจึงมุ่งมั่นให้บริการที่เป็นส่วนตัว มีคุณภาพ และปลอดภัยที่สุด พร้อมที่จะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง ปรึกษาแพทย์ของเราได้แล้ววันนี้

📍 สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง
โทร 064-424-6526

📍 สาขา Crystal Design Center (CDC)
โทร 095-236-4546

โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ

สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ

อ่านเพิ่มเติม

  • ริ้วรอยตอนอายุน้อย: เหมือนกระดาษใหม่ที่เพิ่งพับ พอเรากางออก (ด้วยโบท็อกซ์) รอยพับก็หายไปได้ง่าย
  • ริ้วรอยตอนอายุเยอะ + ผิวบาง: เหมือน กระดาษที่ถูกพับซ้ำๆ มานานหลายสิบปีจนเกิดเป็นรอยหักลึก แม้หมอจะใช้โบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (กางกระดาษออก) แต่ “รอยหักบนเนื้อกระดาษ” ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นอยู่ดีค่ะ

โบท็อกซ์ยังคงเห็นผลในการคลายกล้ามเนื้อเสมอ แม้คนไข้จะอายุเยอะหรือผิวบางค่ะ แต่สาเหตุที่ดูเหมือนเห็นผลน้อยลง เป็นเพราะผิวที่บางขาดความยืดหยุ่นมักจะมี ริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร (Static Lines) ที่ฝังลงไปในเนื้อผิวแล้ว ซึ่งโบท็อกซ์จัดการไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้ควรฉีดโบท็อกซ์ควบคู่ไปกับ การเติมเต็มสารอาหารผิวหรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อสร้างความหนาแน่นให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่ะ น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจผิวมากขึ้นนะคะ สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม อยากดูแลผิวส่วนไหนเป็นพิเศษ ลองทำนัดเข้ามาปรึกษาหมอก่อนได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

การใช้ไหมน้ำกลุ่ม PDLLA  ต้องใช้เทคนิคการกระจายยาแบบหลายจุด (Multiple Injections) ทำให้มีการสัมผัสเข็มบ่อยกว่าฟิลเลอร์ ดังนั้นไหมน้ำอาจจะโดนจิ้มหน้าบ่อยกว่า

สรุปสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเน้นความสบายขณะฉีด เพราะมียาชาผสมมาในตัวยาและใช้เข็มปลายทื่อลดการระคายเคือง ในขณะที่ ไหมน้ำใต้ตาอาจมีความรู้สึกแสบผิวหรือยิบๆ มากกว่า เนื่องจากเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ฉีดในชั้นผิวตื้นและมักไม่มีผสมยาชา อย่างไรก็ตาม การแปะยาชาก่อนทำ และเทคนิคการประคบเย็นของหมอจะช่วยให้ทั้งสองหัตถการเป็นเรื่องที่ เจ็บน้อยมากและไม่ต้องพักฟื้น นานค่ะ

แต่โดยรวมหมอจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่ เจ็บ ทนได้ หมอขอยืมคำพูดติดปากของคนไข้มาพูดต่อนะคะ ก็จะประมาณว่า เพื่อความสวยค่ะหมอ ต้องทนได้ ต่อเลยค่ะ!

อ่านเพิ่มเติม

ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

อย่างแรกที่หมอจะบอกก็คือ มันต้องเป็นโปรแกรมฉีด ซึ่งตัวไหนจะเหมาะกับเรานั้นจะต้องประเมินผิวกันแบบเคสต่อเคส ผิวแห้ง มีหลายแบบ สาเหตุการแห้งอาจจะต่างกัน เลือกใช้ตามสภาพผิว แต่หลักๆแล้ว ก็จะเป็นกลุ่มฟิลเลอร์งานผิว ที่มุ่งเป้าที่การเติมน้ำเข้าสู่ผิว เห็นความแตกต่างได้เร็ว

ส่วนการอยากให้ผิว อิ่ม ฟู เด้ง เล่นแสง อันนี้แล้วแต่ความชอบ แต่สิ่งที่ได้ในโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวคือเรื่องความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ข้อเสียของฟิลเลอร์กลุ่มนี้คือ มักอยู่ได้ไม่นาน ต้องเติมบ่อยกว่าฟิลเลอร์ที่เป็นกลุ่มปรับรูปหน้า เพราะทำงานคนละแบบกัน ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกันค่ะ

“การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวเฉพาะบุคคล” จะช่วยให้คุณหมอสามารถออกแบบโปรแกรมที่ดีที่สุดเพื่อผิวสวยในฝันของคุณได้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หมอจะบอกว่าจริง ๆ แล้ว Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ นะคะ ถ้าคนไข้บอกว่าเคยฉีดฟิลเลอร์เท่านั้นเท่านี้ CC มาเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะมาเปลี่ยนเป็นฉีดกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนแทน ในจำนวน cc ที่เท่ากันนั้นอาจจะเป็นความเข้าใจที่ผิดอยู่ค่ะ

Sculptra เป็นสารกลุ่ม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ทำหน้าที่เข้าไป กระตุ้น เซลล์ Fibroblast ให้ร่างกายสร้างและซ่อมแซมผิวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการสร้าง คอลลาเจน Type I

ผลลัพธ์ที่ได้คือการ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวแน่น กระชับ แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเติมวอลุ่มแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

TheraFill จัดเป็นนวัตกรรม Atelocollagen ที่มีคุณสมบัติแบบ 2-in-1 คือทำหน้าที่เป็นทั้ง Filler เพื่อเติมเต็มร่องลึกและหลุมสิวให้ตื้นขึ้นทันที และเป็น Biostimulator ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่นกระชับในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยเฉพาะ สามารถฉีดร่วมกับ Botox เพื่อเก็บรายละเอียดริ้วรอย หรือฉีดร่วมกับ HA Filler เพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่ควร หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น เลเซอร์ หรือ HIFU ในช่วงแรกหลังฉีดเพื่อรักษาอายุของคอลลาเจนให้อยู่ได้นาน 6-12 เดือนค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

หากคนไข้ต้องเลือก หมอแนะนำให้ดูที่เป้าหมายหลักค่ะ ถ้าต้องการ “ผิวฉ่ำวาว เล่นแสงทันที” แบบ Glass Skin ให้เลือก Neauvia Hydro Deluxe เพราะมี HA และ CaHA ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความแน่นเฟิร์มได้ดีเยี่ยม แต่ถ้าคนไข้มองหาความ “ยั่งยืน และการซ่อมแซมผิวระยะยาว” อยากให้ผิวเนียนละเอียด รูขุมขนกระชับ และผลลัพธ์ อยู่นานกว่า (6-12 เดือน) หมอแนะนำ Karisma ซึ่งเป็น Rh Collagen ที่เน้นการคืนสภาพผิวให้กลับมาเด็กอีกครั้งค่ะ

อ่านเพิ่มเติม

ใช้เวลารับบริการ:

40

นาที

ให้บริการโดย:

แพทย์ประจำ

For a quick fix, there are fillers. For a long-term investment in your skin's own youthful foundation, choose a Biostimulator.

★★ ความประทับใจ ★★

facebook
Pakjira Leattaveevit
Pakjira Leattaveevit
แนะนำเลย
24/12/2024
facebook
Zypher Kun
Zypher Kun
แนะนำเลย
21/07/2024
facebook
Hana Mizu
Hana Mizu
แนะนำเลย
16/06/2024
Chuttanun Thirawadee
Chuttanun Thirawadee
29/04/2024
facebook
ศราวุฒิ กาญจนภิวัฒน์
ศราวุฒิ กาญจนภิวัฒน์
แนะนำเลย
21/01/2024