Turning back the clock on your skin has never been more achievable.
ตัวช่วยฟื้นฟูผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ด้วยกลไกทางกายภาพ คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้าและกาย

รีวิวงานผิว Biostimulator


NeoFilera คืออะไร? นวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูผิว
NeoFilera คือนวัตกรรมการฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen Biostimulator) ที่ไม่ใช่แค่การเติมเต็มแบบชั่วคราว แต่เป็นการเข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน เพื่อคืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน
หัวใจสำคัญของ NeoFilera คือส่วนประกอบที่ทรงพลัง 2 ชนิด ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ
- PDLLA (Poly-D, L-lactic-acid): สารสกัดจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยสูงและสามารถเข้ากับร่างกายได้ดี PDLLA เป็นสารสำคัญที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์หลักในชั้นผิวหนังแท้ ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง เมื่อคอลลาเจนในผิวเพิ่มขึ้น ผิวของเราก็จะค่อยๆ แข็งแรง แน่นฟู และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
- CMC (Carboxymethyl cellulose): สารเพิ่มความหนืดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการแพทย์ มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำและคงตัวสูง ทำหน้าที่เป็น “ตัวพา” (Carrier) ให้กับ PDLLA และยังช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกให้ดูตื้นขึ้นได้ทันทีหลังการฉีด ทำให้เราเห็นผลลัพธ์เรื่องความอิ่มฟูได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำค่ะ

กลไกการทำงานและจุดเด่นของ NeoFilera
จากภาพที่คุณส่งมาจะเห็นได้ว่า อนุภาคของ PDLLA ใน NeoFilera ถูกออกแบบมาให้มีลักษณะเป็น Compact Spherical Beads หรือทรงกลมที่มีขนาดเล็กเพียง 25-35 ไมครอน ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนค่ะ
ด้วยเทคโนโลยีนี้ทำให้อนุภาคของ PDLLA สามารถกระจายตัวใต้ผิวได้อย่างสม่ำเสมอ ไม่เกาะกันเป็นก้อน จึงลดโอกาสการเกิดก้อนใต้ผิวหนัง (Nodule) ซึ่งเป็นข้อกังวลของการใช้สารกระตุ้นคอลลาเจนในอดีตค่ะ
เมื่อฉีด NeoFilera เข้าสู่ชั้นผิว
- ผลลัพธ์ทันที (Immediate Effect): โมเลกุลของ CMC จะเข้าไปเติมเต็มช่องว่างใต้ผิว ช่วยให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้นและผิวดูอิ่มฟูขึ้นทันที
- การฟื้นฟูระยะยาว (Long-term Rejuvenation): หลังจากนั้นประมาณ 2-4 สัปดาห์ CMC จะค่อยๆ สลายไปตามธรรมชาติ และเป็นช่วงเวลาที่ PDLLA เริ่มกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์ผิวที่แน่นกระชับและแข็งแรงจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และคงอยู่ได้ยาวนาน 1-2 ปี

ตำแหน่งที่แนะนำในการฉีด NeoFilera เพื่อแก้ปัญหาผิวอย่างตรงจุด
โปรแกรม NeoFilera เป็นโปรแกรมบูสต์ผิวที่สามารถฉีดได้หลายตำแหน่งทั่วใบหน้า ลำคอ และหลังมือ เพื่อแก้ปัญหาผิวในแต่ละจุดได้อย่างตรงจุด โดยจุดเด่นคือไม่ทิ้งรอย ไม่บวม และไม่ต้องพักฟื้นค่ะ
- ใต้ตา (ใต้ตาคล้ำ / ผิวแห้ง): ช่วยฟื้นฟูร่องลึกใต้ตา ลดความหมองคล้ำ เติมความชุ่มชื้นให้ใต้ตาดูสดใสขึ้นทันทีหลังฉีดค่ะ
- ร่องแก้ม / ร่องมุมปาก: ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นบริเวณร่องแก้มและมุมปาก พร้อมเติมเต็มผิวที่ขาดความยืดหยุ่นให้ดูเรียบเนียนและอิ่มฟูขึ้นค่ะ
- หน้าผาก / ขมับ: สามารถเติมเต็มขมับที่ตอบหรือลึกให้ใบหน้าได้สัดส่วนที่สวยงามมากยิ่งขึ้น พร้อมปรับผิวบริเวณหน้าผากให้เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ
- กรอบหน้า: ช่วยให้ผิวบริเวณกรอบหน้าดูกระชับขึ้น ลดความหย่อนคล้อย ทำให้กรอบหน้าคมชัดและผิวดูเต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
- คอ (ลำคอและเนินอก): สามารถลดเลือนริ้วรอยบริเวณลำคอและเนินอกที่มักเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอายุ ช่วยเติมความชุ่มชื้นและความเรียบเนียนให้ผิวบริเวณนี้กลับมาสวยงามอีกครั้งค่ะ
- หลังมือ: เติมความอิ่มฟูให้ผิวบริเวณหลังมือที่ดูเหี่ยวย่นหรือเห็นเส้นเลือดชัดเจน ให้กลับมาดูเต่งตึง อิ่มเอิบ และผิวแน่นกระชับขึ้นค่ะ
ความแตกต่างของโปรแกรม Neofilera, Lenisna, Juvelook, Aesthefill
| ผลิตภัณฑ์ | ส่วนประกอบ | จุดเด่น | ผลลัพธ์ | แนะนำการฉีด |
|---|---|---|---|---|
| Neofilera | PDLLA 150 mg. + CMC 50 mg. | อนุภาครูปทรงกลม กระจายตัวสม่ำเสมอ กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ลดริ้วรอย ปรับสีผิว เพิ่มความชุ่มชื้น | 12 – 24 เดือน | 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน |
| Lenisna | PDLLA 170 mg. + HA 30 mg. (non-crosslinked) | เพิ่มความยืดหยุ่น พยุงโครงสร้างผิว คืนวอลลุ่มให้ผิวแน่นกระชับ | 12 – 24 เดือน | 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน |
| Juvelook | PDLLA 42.5 mg. + HA 7.5 mg. (non-crosslinked) | ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู สว่างกระจ่างใส ลดรอยแผลเป็น รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ | 12 – 18 เดือน | 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน |
| Aesthefill | PDLLA | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยยกกระชับผิว เพิ่มความกระจ่างใส | 12 – 24 เดือน | 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน หรือ 1 เดือนครั้ง* |
PDLLA + CMC กับ PN
| โปรแกรม | NeoFilera | Plinest |
|---|---|---|
| ตัวยา | PDLLA + CMC | PN (Polynucleotide) จาก DNA ปลา Trout |
| กลไกการทำงาน | กระตุ้น Fibroblast สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน | กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน, ลดการอักเสบ, ซ่อมแซม DNA ผิว, เพิ่มความชุ่มชื้น |
| ผลลัพธ์หลัก | เพิ่มคอลลาเจนใต้ชั้นผิว, ผิวกระชับ | ฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมโทรม, ลดเลือนริ้วรอยตื้นๆและหลุมสิว, กระชับรูขุมขน, ผิวชุ่มชื้น |
| วิธีการใช้ | ฉีดเข็มทู่เข้าใต้ผิวหนัง (Subdermal) | ฉีดเข็มแหลมขึ้นตุ่มบนผิวหนัง (Intradermal) |
| เวลาเห็นผล | ค่อยๆ เห็นผลประมาณ 12 สัปดาห์ | ค่อยๆ เห็นผลประมาณ 4 สัปดาห์ |
| เวลาผลลัพธ์ | ประมาณ 12 เดือน | ประมาณ 12 เดือน |
| เน้นการรักษา | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว และเพิ่มความกระชับผิว | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนผิวชั้นบน, ลดการอักเสบ, ซ่อมแซมผิว |
| เหมาะสำหรับ | ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดกระตุ้นคอลลาเจน ผิวหย่อนคล้อย | ผิวหมองคล้ำเสื่อมโทรม, มีริ้วรอย, ขาดความชุ่มชื้น, หลุมสิว, รูขุมขนกว้าง |
เลือกตามปัญหาผิว
| สภาพผิว | ตัวเลือกที่เหมาะสม |
|---|---|
| ผิวขาดน้ำ ดูไม่ชุ่มชื้น | ✔️ Profhilo |
| เริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อย | Profhilo หรือ Neofilera (หรือใช้ร่วมกัน) |
| ใต้ตาลึก / ผิวบาง / กรอบหน้าหาย | ✔️ Neofilera หรือ HA Filler |
| เคย Laser แล้วไม่ดีขึ้น | ✔️ Neofilera หรือ Plinest |
| อยากหน้าอ่อนกว่าวัยแบบไม่ฉีดฟิลเลอร์ | ทั้ง 2 ตัว เหมาะต่างบริบท |
NeoFilera เหมาะกับใครและช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรได้บ้าง?
NeoFilera เป็นหัตถการที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวและความกังวลดังต่อไปนี้ค่ะ
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย: ขาดความกระชับ แก้มตก กรอบหน้าไม่คมชัด
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยร่องลึก: เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือริ้วรอยบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวเสื่อมโทรม: ผิวขาดความยืดหยุ่น แห้งกร้าน ดูไม่สดใส
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ: ต้องการให้ผิวค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วจนเกินไป
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ยาวนาน: ไม่อยากฉีดสารเติมเต็มบ่อยๆ เนื่องจาก NeoFilera ให้ผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี (ขึ้นอยู่กับการดูแลและสภาพผิวของแต่ละบุคคล)
- ผู้ที่กังวลเรื่องผลข้างเคียง: ด้วยอนุภาคทรงกลมของ PDLLA ทำให้มีความปลอดภัยสูง ลดความเสี่ยงการเกิดก้อน

ขั้นตอนการเตรียมตัวและการดูแลหลังฉีด NeoFilera
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง ควรมีการเตรียมตัวและดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดนะคะ
ก่อนการรักษา:
- งดรับประทานยาหรือวิตามินที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, วิตามินอี, น้ำมันปลา อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ
- แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบโดยละเอียด
หลังการรักษา:
- อาจมีรอยแดง บวม หรือรอยเข็มเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 2-3 วัน สามารถประคบเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวมได้ค่ะ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส นวด หรือกดบริเวณที่ฉีดแรงๆ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- งดการแต่งหน้าอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ การเข้าซาวน่า และการสัมผัสความร้อนสูงประมาณ 1 สัปดาห์
- ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
- ทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อปกป้องผิวและรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น
โดยสรุปแล้ว NeoFilera ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูและยกกระชับผิวอย่างล้ำลึก ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนาน โดยไม่ต้องพักฟื้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาวิธีคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาการรักษาด้วย NeoFilera ก็อาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหาอยู่ค่ะ
NeoFilera ราคาเท่าไหร่
| จำนวน (1 ขวด มี 10 cc) | ราคารวม |
|---|---|
| 1 | 17,900.- |
| 2 | 33,900.- |
| 3 | 43,900.- |

รีวิวงานผิว Biostimulator


ฟื้นฟูผิวจากภายในวันนี้
ที่ D’ Lovevery Clinic เราเข้าใจทั้งความสวย ความมั่นใจ และความสุข เราจึงมุ่งมั่นให้บริการที่เป็นส่วนตัว มีคุณภาพ และปลอดภัยที่สุด พร้อมที่จะเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงแล้วหรือยัง ปรึกษาแพทย์ของเราได้แล้ววันนี้
📍 สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง
โทร 064-424-6526
📍 สาขา Crystal Design Center (CDC)
โทร 095-236-4546


โดยสรุปแล้ว การทำหัตถการฉีดหน้าต่างๆ เช่น การฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือกลุ่มฟื้นฟูผิว Biostimulator คอลลาเจนสดต่างๆนั้น ล้วนมีจุดประสงค์เพื่อการฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณโดยตรง การดูแลหลังทำที่สำคัญคือ การงดแต่งหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้พักและลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ แม้บางจุดคนไข้หลายคนอาจจะถามว่า มีรอยเข็มแค่จุดเดียวเองนะคะ แต่งเลยไม่ได้หรอ เช่น ฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกบางบริเวณ ฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโบท็อกลดกราม อาจจะแต่งหน้าได้เลย แต่ก็ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและหลีกเลี่ยงการกดนวดบริเวณที่ฉีดค่ะ
สิ่งสำคัญที่สุด ที่คุณหมอย้ำเสมอคือ การปรึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ทำหัตถการอย่างเคร่งครัด เพราะผิวและปัญหาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การดูแลเฉพาะบุคคลจะช่วยให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดค่ะ หมอสรุปตารางให้เข้าใจง่ายด้านล่างนะคะ
- ริ้วรอยตอนอายุน้อย: เหมือนกระดาษใหม่ที่เพิ่งพับ พอเรากางออก (ด้วยโบท็อกซ์) รอยพับก็หายไปได้ง่าย
- ริ้วรอยตอนอายุเยอะ + ผิวบาง: เหมือน กระดาษที่ถูกพับซ้ำๆ มานานหลายสิบปีจนเกิดเป็นรอยหักลึก แม้หมอจะใช้โบท็อกซ์ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว (กางกระดาษออก) แต่ “รอยหักบนเนื้อกระดาษ” ก็ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นอยู่ดีค่ะ
โบท็อกซ์ยังคงเห็นผลในการคลายกล้ามเนื้อเสมอ แม้คนไข้จะอายุเยอะหรือผิวบางค่ะ แต่สาเหตุที่ดูเหมือนเห็นผลน้อยลง เป็นเพราะผิวที่บางขาดความยืดหยุ่นมักจะมี ริ้วรอยร่องลึกแบบถาวร (Static Lines) ที่ฝังลงไปในเนื้อผิวแล้ว ซึ่งโบท็อกซ์จัดการไม่ได้ทั้งหมด ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คนไข้ควรฉีดโบท็อกซ์ควบคู่ไปกับ การเติมเต็มสารอาหารผิวหรือใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อสร้างความหนาแน่นให้ผิวแข็งแรงและเรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่ะ น่าจะพอเห็นภาพและเข้าใจผิวมากขึ้นนะคะ สงสัยตรงไหนเพิ่มเติม อยากดูแลผิวส่วนไหนเป็นพิเศษ ลองทำนัดเข้ามาปรึกษาหมอก่อนได้ค่ะ
การใช้ไหมน้ำกลุ่ม PDLLA ต้องใช้เทคนิคการกระจายยาแบบหลายจุด (Multiple Injections) ทำให้มีการสัมผัสเข็มบ่อยกว่าฟิลเลอร์ ดังนั้นไหมน้ำอาจจะโดนจิ้มหน้าบ่อยกว่า
สรุปสั้นๆ คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาจะเน้นความสบายขณะฉีด เพราะมียาชาผสมมาในตัวยาและใช้เข็มปลายทื่อลดการระคายเคือง ในขณะที่ ไหมน้ำใต้ตาอาจมีความรู้สึกแสบผิวหรือยิบๆ มากกว่า เนื่องจากเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ฉีดในชั้นผิวตื้นและมักไม่มีผสมยาชา อย่างไรก็ตาม การแปะยาชาก่อนทำ และเทคนิคการประคบเย็นของหมอจะช่วยให้ทั้งสองหัตถการเป็นเรื่องที่ เจ็บน้อยมากและไม่ต้องพักฟื้น นานค่ะ
แต่โดยรวมหมอจะบอกว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ใช่ เจ็บ ทนได้ หมอขอยืมคำพูดติดปากของคนไข้มาพูดต่อนะคะ ก็จะประมาณว่า เพื่อความสวยค่ะหมอ ต้องทนได้ ต่อเลยค่ะ!
ฟังเผินๆเหมือนจะเป็นเรื่องคล้ายกัน แต่ความจริงนั้นต่างกันมากค่ะ “ผิวตึง” เป็นเพียง ความรู้สึกชั่วคราว ที่อาจเกิดจากผิวขาดน้ำหรือผลิตภัณฑ์ที่เคลือบผิว แต่ “ผิวกระชับ” คือ คุณภาพโครงสร้างผิวที่แท้จริง ซึ่งเกิดจาก คอลลาเจนและอีลาสตินที่แข็งแรง ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น เด้งกลับ และดูอ่อนเยาว์ การแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยจึงต้องเน้นการกระตุ้นโครงสร้างภายในผิว ไม่ใช่แค่ความรู้สึกตึงบนผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและสุขภาพผิวที่ดีค่ะ
อย่างแรกที่หมอจะบอกก็คือ มันต้องเป็นโปรแกรมฉีด ซึ่งตัวไหนจะเหมาะกับเรานั้นจะต้องประเมินผิวกันแบบเคสต่อเคส ผิวแห้ง มีหลายแบบ สาเหตุการแห้งอาจจะต่างกัน เลือกใช้ตามสภาพผิว แต่หลักๆแล้ว ก็จะเป็นกลุ่มฟิลเลอร์งานผิว ที่มุ่งเป้าที่การเติมน้ำเข้าสู่ผิว เห็นความแตกต่างได้เร็ว
ส่วนการอยากให้ผิว อิ่ม ฟู เด้ง เล่นแสง อันนี้แล้วแต่ความชอบ แต่สิ่งที่ได้ในโปรแกรมฟิลเลอร์งานผิวคือเรื่องความชุ่มชื้นมากขึ้น แต่ข้อเสียของฟิลเลอร์กลุ่มนี้คือ มักอยู่ได้ไม่นาน ต้องเติมบ่อยกว่าฟิลเลอร์ที่เป็นกลุ่มปรับรูปหน้า เพราะทำงานคนละแบบกัน ออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกันค่ะ
“การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวเฉพาะบุคคล” จะช่วยให้คุณหมอสามารถออกแบบโปรแกรมที่ดีที่สุดเพื่อผิวสวยในฝันของคุณได้อย่างตรงจุดที่สุดค่ะ
หมอจะบอกว่าจริง ๆ แล้ว Sculptra ไม่ใช่ฟิลเลอร์ นะคะ ถ้าคนไข้บอกว่าเคยฉีดฟิลเลอร์เท่านั้นเท่านี้ CC มาเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้จะมาเปลี่ยนเป็นฉีดกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนแทน ในจำนวน cc ที่เท่ากันนั้นอาจจะเป็นความเข้าใจที่ผิดอยู่ค่ะ
Sculptra เป็นสารกลุ่ม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) ทำหน้าที่เข้าไป กระตุ้น เซลล์ Fibroblast ให้ร่างกายสร้างและซ่อมแซมผิวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการสร้าง คอลลาเจน Type I
ผลลัพธ์ที่ได้คือการ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้ผิวแน่น กระชับ แข็งแรง และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การเติมวอลุ่มแบบทันทีเหมือนฟิลเลอร์ค่ะ
TheraFill จัดเป็นนวัตกรรม Atelocollagen ที่มีคุณสมบัติแบบ 2-in-1 คือทำหน้าที่เป็นทั้ง Filler เพื่อเติมเต็มร่องลึกและหลุมสิวให้ตื้นขึ้นทันที และเป็น Biostimulator ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่นกระชับในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยเฉพาะ สามารถฉีดร่วมกับ Botox เพื่อเก็บรายละเอียดริ้วรอย หรือฉีดร่วมกับ HA Filler เพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่ควร หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น เลเซอร์ หรือ HIFU ในช่วงแรกหลังฉีดเพื่อรักษาอายุของคอลลาเจนให้อยู่ได้นาน 6-12 เดือนค่ะ
หากคนไข้ต้องเลือก หมอแนะนำให้ดูที่เป้าหมายหลักค่ะ ถ้าต้องการ “ผิวฉ่ำวาว เล่นแสงทันที” แบบ Glass Skin ให้เลือก Neauvia Hydro Deluxe เพราะมี HA และ CaHA ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและความแน่นเฟิร์มได้ดีเยี่ยม แต่ถ้าคนไข้มองหาความ “ยั่งยืน และการซ่อมแซมผิวระยะยาว” อยากให้ผิวเนียนละเอียด รูขุมขนกระชับ และผลลัพธ์ อยู่นานกว่า (6-12 เดือน) หมอแนะนำ Karisma ซึ่งเป็น Rh Collagen ที่เน้นการคืนสภาพผิวให้กลับมาเด็กอีกครั้งค่ะ














