การรักษารอยสิวด้วย IPL
IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษารอยสิว โดยการส่งคลื่นแสงความเข้มข้นสูงไปยังบริเวณที่มีรอยสิว คลื่นแสงจะเข้าไปทำลายเม็ดสีที่ผิดปกติและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้รอยสิวจางลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้น

ทำไมต้องรีบรักษารอยสิวแต่เนิ่นๆ
เพราะถ้าปล่อยให้รอยหายเอง อาจจะใช้เวลาเป็นปี หรือทิ้งรอยถาวร ดังนั้นจึงควรรีบรักษารอยสิวตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้รอยสิวมีเวลาลุกลามไปในวงกว้าง ป้องกันไม่ให้รอยสิวกลายเป็นรอยแผลเป็นถาวร
ข้อดีของ IPL
- IPL เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง
- IPL สามารถใช้รักษารอยสิวทุกประเภท รวมถึงรอยแดง รอยดำ และรอยหลุมสิว
- IPL ใช้เวลาในการรักษาที่รวดเร็ว
- IPL ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อผิว
- IPL ผ่านการรักษาทั่วโลกมายาวนานกว่า 20 ปี
| หัวข้อ | ปล่อยให้รอยหายเอง | สกินแคร์ลดรอย | IPL |
|---|---|---|---|
| เหมาะกับใคร | รอยจางมาก เวลายืดหยุ่น ไม่รีบ | รอยระดับอ่อน–กลาง มีวินัยทาต่อเนื่อง | อยากให้รอยจาง “ไวขึ้น” โดยเฉพาะรอยที่ชัด/รบกวนความมั่นใจ |
| รอยที่มักตอบโจทย์ | รอยจาง ๆ หลังสิว | รอยดำ/สีผิวไม่สม่ำเสมอ (ขึ้นกับสารที่ใช้) | รอยแดง/รอยดำ และผิวสีไม่สม่ำเสมอบางประเภท (ต้องประเมินรายบุคคล) |
| ความเร็วที่มักเห็นการเปลี่ยนแปลง | ช้าและเดายาก | ค่อยเป็นค่อยไป (ต้องให้เวลา) | มักเห็นแนวโน้มชัดขึ้นตามจำนวนครั้งและการตอบสนองผิว |
| ความสม่ำเสมอของผลลัพธ์ | ไม่แน่นอน ขึ้นกับผิว แดด การแกะสิว | ขึ้นกับวินัย + ความเข้มข้น/ความเหมาะกับผิว | ขึ้นกับการตั้งค่าที่เหมาะกับเคส + การดูแลหลังทำ |
| ความเสี่ยงระคายเคือง/แพ้ | ต่ำ (ถ้ากันแดดดี) | มีโอกาสแพ้/แสบ/ลอก โดยเฉพาะผิวแพ้ง่ายหรือใช้แรงเกิน | มีโอกาสแดง/ระคายเคืองชั่วคราว ต้องทำกับผู้เชี่ยวชาญและกันแดดเคร่งครัด |
| ความสะดวก | ง่ายสุด | ต้องทาทุกวัน ต่อเนื่องหลายสัปดาห์/เดือน | ต้องเข้าคลินิกเป็นครั้ง ๆ |
| ค่าใช้จ่าย | ต่ำสุด | ต่ำ–กลาง (ตามแบรนด์/ตัวยา) | สูงกว่าแบบทา แต่แลกกับความเร็วและความเป็นหัตถการ |
| สิ่งที่ “ห้ามพลาด” | กันแดดทุกวัน ไม่แกะสิว | เลือกให้เหมาะกับชนิดรอย + กันแดด | ประเมินโดยแพทย์ก่อนทำ + กันแดด/ดูแลหลังทำตามคำแนะนำ |
| เหมาะกับคนที่… | “ไม่รีบ” และรอยไม่หนัก | “อยากเริ่มเอง” และทำได้สม่ำเสมอ | “อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไวขึ้น” และยอมมาเป็นคอร์สตามแผน |

IPL ราคาประหยัดกว่าหลายเท่า
IPL เป็นเทคโนโลยีที่ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดอื่น ๆ ค่าใช้จ่ายในการรักษารอยสิวด้วย IPL ซึ่งปลายทางของการทำเลเซอร์ คือทำให้ผิวหน้ากลับมาใส ลดรอยดำ รอยแดงสิว ปรับสีผิวไม่สม่ำเสมอ IPL สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ “ประหยัดกว่า” 5-10 เท่า ของการทำเลเซอร์ตัวอื่นๆ ซึ่งได้ผลลัพธ์ที่คล้ายกัน เพียงแต่ต้องทำในจำนวนครั้งที่มากกว่า
| โปรแกรม | ราคาต่อครั้ง | ราคาต่อคอร์ส |
| IPL | 1,500-3,000 | 15,000-30,000 |
| Q-Switch | 3,000-5,000 | 30,000-50,000 |
| Pico Laser | 4,500-10,000 | 45,000-100,000 |
Q-Switch เป็นเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงความเข้มสูงในการกำจัดรอยสักสีดำและสีเข้ม เหมาะกับผิวที่มีปัญหารอยสักสีดำหรือสีเข้ม กระชับรูขุมขน
Pico Laser เป็นเลเซอร์รุ่นใหม่ที่มีพลังงานแสงสูงกว่า IPL และ Q-Switch จึงสามารถกำจัดรอยสักได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เหมาะกับผิวที่มีปัญหารอยสักทุกสี
*การเลือกเลเซอร์ควรพิจารณาจากปัญหาผิวที่ต้องการแก้ไข สภาพผิว และงบประมาณ โดยปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังก่อนตัดสินใจ




IPL รักษารอยสิวที่เกิดใหม่
รอยแผลเป็นสิวที่เกิดใหม่ มีลักษณะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการอักเสบของสิว รอยแผลเป็นสิวที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่
- รอยแดง (Post-inflammatory erythema) เกิดจากการที่หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัว รอยแดงมักมีลักษณะเป็นจุดสีแดงหรือสีชมพู
- รอยดำ (Post-inflammatory hyperpigmentation) เกิดจากการที่ร่างกายสร้างเม็ดสีเมลานินมากเกินไป เพื่อซ่อมแซมผิวที่เสียหายจากสิว รอยดำมักมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลหรือสีดำ
- รอยหลุมสิว (Acne scars) เกิดจากการที่ผิวหนังถูกทำลายอย่างรุนแรงจากสิว รอยหลุมสิวมี 3 ประเภท ได้แก่
- รอยหลุมสิวเว้า (Atrophic scars) เกิดจากการที่ผิวหนังยุบตัวลง
- รอยหลุมสิวนูน (Hypertrophic scars) เกิดจากการที่ผิวหนังสร้างเนื้อเยื่อใหม่มากเกินไป
- รอยหลุมสิวคีลอยด์ (Keloid scars) เกิดจากการที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่มากเกินไป และลุกลามไปเกินขอบเขตของรอยแผล
รอยแผลเป็นสิวที่เกิดใหม่อาจจางลงหรือหายไปได้เองตามกาลเวลา แต่อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี รอยแผลเป็นสิวบางประเภทอาจไม่สามารถรักษาให้หายได้ และอาจต้องใช้การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น เลเซอร์ ฉีดฟิลเลอร์ หรือผ่าตัด


สาเหตุการเกิดรอยสิว อันดับ 1
การกดสิวเป็นวิธีหนึ่งที่หลายคนนิยมทำเพื่อกำจัดสิว แต่การกดสิวเองอาจทำให้เกิดรอยสิวได้ รอยสิวที่เกิดจากการกดสิวเองมีหลายประเภท และการกดสิวเองอาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาได้ดังนี้
- รอยสิว: การกดสิวเองอาจทำให้เกิดรอยสิวได้หลายประเภท ได้แก่ รอยดำ รอยแดง และรอยหลุมสิว รอยสิวเหล่านี้อาจจางลงหรือหายไปได้เองตามกาลเวลา แต่อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี และบางประเภทอาจไม่สามารถรักษาให้หายได้
- การติดเชื้อ: การกดสิวเองอาจทำให้สิวติดเชื้อได้ การติดเชื้ออาจทำให้สิวอักเสบมากขึ้น และอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้
- รอยแผลเป็น: การกดสิวเองอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้ รอยแผลเป็นจากสิวมีหลายประเภท ได้แก่ รอยหลุมสิว รอยนูน และรอยแผลเป็นคีลอยด์ รอยแผลเป็นจากสิวเหล่านี้อาจไม่สามารถรักษาให้หายได้
- ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ: การกดสิวเองอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ เช่น อาการบวม อาการแดง และอาการระคายเคืองผิว
การกดสิวโดยผู้เชี่ยวชาญ สามารถลดโอกาสการเกิดรอยสิวได้เกือบ 100% เทคนิคการใช้ยา หรือเครื่องมือที่เหมาะสมมากกว่าการกดด้วยมือ หรือไม้กดสิวทั่วๆไป จึงทำให้ไม่เป็นรอยสิวหลังการกดสิวนั่นเองค่ะ

เรื่องเล็กๆที่คนไข้มักชะล่าใจ คิดว่ารักษาตอนไหนก็ได้ สุดท้ายกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ใช้เวลานานขึ้น รักษารอยสิวที่ดีที่สุดคือการรักษาตั้งแต่ตอนเป็นสิวใหม่ๆ และหาทางป้องกันสิว ลดการเกิดสิวตั้งแต่เนิ่นๆ
หมอต้าร์ แพทย์ประจำดีเลิฟเวอรี่คลินิก
IPL ทำ 1 ครั้ง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

รีวิวรักษาสิว รอยสิว
IPL ราคาเท่าไหร่
| รายการบริการ | อัตราค่าบริการ |
|---|---|
| กดสิว (ทั่วหน้า) | ครั้งละ 350 บาท |
| มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิว | ครั้งละ 350 บาท |
| กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ) | ครั้งละ 500 บาท |
| ฉีดสิว | เม็ดแรก 100 บาท เม็ดถัดไปเม็ดละ 50 บาท |
| รักษาสิวครบขั้นตอน | เริ่มต้นครั้งละ 700 บาท |
| LED ลดการอักเสบสิว | ครั้งละ 1,200 บาท |
| IPL ลดรอยสิว | ครั้งละ 1,500 บาท |
| Pico Laser ทั่วใบหน้า | ครั้งละ 4,500 บาท |

IPL รอยสิว ต้องทำกี่ครั้ง
จำนวนครั้งในการทำ IPL ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของรอยสิว โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นรอยสิวใหม่ จะสามารถฟื้นฟูผิวหน้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ คนไข้จะต้องทำ IPL ประมาณ 3-6 ครั้ง แต่ถ้าเป็นรอยสิวที่ถูกทิ้งไว้นาน เม็ดสีค่อนข้างเข็ม อาจจะต้อง 5-10 ครั้ง ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ จะเห็นผลชัดเจนที่สุด

IPL มีข้อห้ามอะไรบ้าง
หลังทำไม่มีข้อห้ามรุนแรง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะหลังทำจะไม่มีอาการบวม แดง หรือมีเลือดออกเหมือนกับการทำเลเซอร์ชนิดอื่นๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ
- คนไข้ควรเลี่ยงแดดจัด เช่นช่วงเวลา 11.00-15.00 น.
- คนไข้ที่มีสิวอยู่ อยากจะลดรอยสิว จำเป็นต้องเคลียร์สิวให้ดีขึ้นก่อน
- คนไข้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
สิ่งที่ควรรู้ หลังทำ IPL ลดรอยสิว
- ทาครีมบำรุงผิวหน้าได้ปกติ
- แต่งหน้าได้ปกติ
- ทาครีมกันแดดที่ได้มาตรฐาน เกรดคลินิกได้จะดีที่สุด สั่งซื้อครีมกันแดดของคลินิกได้ที่นี่
ขั้นตอนรักษารอยสิวที่ดีเลิฟเวอรี่คลินิก
- พบแพทย์ ประเมินปัญหา หมอจะต้องประเมินรอยสิว จุดด่างดำ ฝ้ากระของคนไข้ก่อนรักษาทุกเคส
- ทำความสะอาดผิวหน้า ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนซิ่ง ลบเครื่องสำอาง ก่อนเริ่มทำการยิง IPL
- แพทย์เริ่มทำการรักษา คุณหมอจะทำการรักษาบริเวณที่คนไข้กังวล ทั่วหน้า หรือแผ่นหลัง ใช้เวลา 10-15 นาที
IPL ใช้รักษารอยสิว จุดด่างดำมาแล้ว 2 ทศวรรษ
IPL ผ่านการพิสูจน์ทางการแพทย์มาแล้วกว่า 20 ปี และได้รับการยอมรับจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกว่า เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยในการรักษารอยสิว

ทำไมต้องทำ IPL ที่ D’ Lovevery Clinic
- ประเมินโดยแพทย์ก่อนทุกเคส
เช็กชนิดรอย (รอยแดง/รอยดำ) สภาพผิว และความเหมาะสมก่อนทำทุกครั้ง - ปรับพลังงานและพารามิเตอร์ให้เหมาะกับแต่ละคน (case-by-case)
ไม่ใช้ค่ามาตรฐานเดียวกัน ลดโอกาสระคายเคืองและช่วยให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอ - โฟกัส “รอยสิว” อย่างตรงจุด
วางแผนให้เหมาะกับปัญหา เช่น รอยแดงใหม่ รอยดำ ผิวสีไม่สม่ำเสมอ เพื่อให้รอยค่อย ๆ จางอย่างเป็นธรรมชาติ - อ่อนโยนและมีการดูแลหลังทำ
แนะนำการดูแลผิว/กันแดด/การใช้สกินแคร์หลังทำ เพื่อลดโอกาสรอยเข้มขึ้นและช่วยให้ผิวฟื้นตัวดี - โปร่งใส ไม่เร่ง ไม่บังคับคอร์ส
อธิบายสิ่งที่คาดหวังได้จริง จำนวนครั้งโดยประมาณ และให้ตัดสินใจตามความเหมาะสม - จ่ายสบาย เลือกได้
มีระบบมัดจำและทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถแบ่งจ่ายได้ รองรับ Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต

รีวิวรักษาสิว รอยสิว
มาส์กหน้าใสที่หาซื้อง่ายกับมาส์กในคลินิก มีความแตกต่างกันอย่างมาก โดยมาส์ก 7-Eleven จะมี สารออกฤทธิ์ในความเข้มข้นต่ำกว่า ถูกออกแบบมาให้ ครอบคลุมและลดความเสี่ยงการแพ้ เพื่อให้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว เน้นการบำรุงผิวทั่วไปและความชุ่มชื้น ส่วนมาส์กในคลินิกนั้น หมอจะ ประเมินผิวหน้าและเลือกตัวยา รวมถึงเนื้อมาส์กที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ประกอบด้วย สารออกฤทธิ์ทางการแพทย์ที่บริสุทธิ์และเข้มข้นสูง ผลิตภายใต้มาตรฐานยา เพื่อ แก้ปัญหาผิวที่เฉพาะเจาะจง หรือฟื้นฟูผิวหลังทำหัตถการ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืนกว่าภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ
บีบเองกดเอง อาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ค่ะ เพราะเกิดจาก กระบวนการสมานแผลของผิวที่สร้างคอลลาเจนมากเกินไป ซึ่งเป็นผลมาจากการ อักเสบที่รุนแรง การบีบสิวที่ไม่ถูกวิธี หรือพันธุกรรม โดยรอยนูนเหล่านี้อาจเป็นเพียงการบวมชั่วคราว แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) หรือ คีลอยด์ (Keloid Scar) การ งดบีบสิว และหากต้องการรักษาให้ผิวเรียบขึ้นนั้น จะต้องมาพบหมอเพื่อตรวจ รับการรักษาที่เหมาะสม เช่น ยาทา การฉีดสเตียรอยด์ หรือเลเซอร์ จะช่วยให้ผิวกลับมา เรียบเนียนขึ้น ได้ค่ะ
ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็อาจจะหายกลับภาวะปกติได้นะคะ เพียงแต่อาจจะใช้เวลานาน และยิ่งจับเหมือนจะยิ่งแข็งขึ้นเรื่อยๆ ในคนไข้หมอส่วนใหญ่ที่เจอ คือแผลอาจจะไม่ได้ใหญ่ขึ้นนูนขึ้น แต่ส่วนมากจะแข็งมากขึ้น มีสะเก็ดหลุดลอกเป็นระยะๆ แต่ที่เจอแน่ๆคือรอยดำ เพราะถ้าเจอสิวระดับนูนได้เองแบบนี้เม็ดใหญ่แน่ๆ และทิ้งรอยดำไว้นานแน่นอนค่ะ ถ้ากังวลมากก็เข้ามาพบหมอที่คลินิกได้นะคะ
หมอเห็นเพื่อนและคนไข้หลายคนที่เข้าใจผิดว่าเมืองหนาว อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น แดดไม่ร้อน แท้จริงแล้วระดับ UV นั้นไม่แพ้ใครในโลก รวมถึงไทยด้วย ใครเคยไปเกาหลีหน้าร้อน จะเข้าใจว่าร้อนระดับไหน บางเดือนแดดจัดอุณหภูมิสูงกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ หมอบอกเลยว่าเลือกครีมกันแดด เลือกตามฤดูกาลและการใช้ชีวิตคือดีที่สุดเลย
การเลือกกันแดด สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูที่ค่าการปกป้องค่ะ หากคนไข้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มี ค่า SPF50+ และ PA++++ (หรือ Broad Spectrum สำหรับกันแดดฝั่งอเมริกา/ยุโรป) ซึ่งหมายถึงการป้องกันทั้งรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครบถ้วน และมีคุณสมบัติ กันน้ำ กันเหงื่อ (Water/Sweat resistant) ก็จะสามารถปกป้องผิวบอบบางจากแดดเมืองไทยที่แผดเผาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไม่แพ้กันแดดที่ผลิตในประเทศเลยค่ะ
แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ การเลือกใช้ให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพผิวของคนไข้ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ วิธีการใช้ที่ถูกต้อง ค่ะ หมอเน้นย้ำเลยนะคะว่าคนไข้ต้อง ทาในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้าและลำคอ) และ ทาซ้ำทุก 2-4 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคนไข้อยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือมีเหงื่อออกมากค่ะ ไม่ว่ากันแดดจะเริ่ดแค่ไหน ถ้าทาไม่ถูกวิธี หรือไม่ทาซ้ำ ก็อาจทำให้การปกป้องไม่เต็มที่นะคะ ขอให้คนไข้มั่นใจและเลือกกันแดดคู่ใจที่ใช่สำหรับผิวเราได้เลยค่ะ!
การลอกกระแดด ลอกจุดด่างดำ ที่ D’ Lovevery Clinic คือกระบวนการ ผลัดเซลล์ผิวเม็ดสีที่เสื่อมสภาพ ออกอย่างถูกวิธี โดยเน้นการรักษาแบบ ผสมผสาน (Combined Therapy) ทั้งเลเซอร์ ยาทา นวัตกรรมทางการแพทย์อื่นๆ และการดูแลชั้นผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและ ปลอดภัยกว่าการลอกผิวแบบเดิมๆ สิ่งสำคัญคือคนไข้ต้องทำภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และต้อง มีวินัยในการป้องกันแสงแดด เพื่อรักษาผิวให้กระจ่างใสอย่างยั่งยืนค่ะ
การเกิดฝ้าหลังเลเซอร์หลุมสิวมี โอกาสเกิดขึ้นได้จริง แม้จะใช้นวัตกรรมหรือเครื่องเลเซอร์ รุ่นล่าสุดจากอเมริกา ที่โฆษณาว่าดีที่สุดก็ตามค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโปรแกรมการรักษามีผลข้างเคียง (Side Effects) แฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง พลังงานความร้อนสะสม ที่อาจไปกระตุ้นเม็ดสีในคนไข้ที่มีพื้นฐานผิวไวต่อแสง ดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเครื่องคือการให้ แพทย์ประเมินสภาพผิวและโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าพลังงานและเครื่องมือที่ “เข้ากับผิวคนไข้” จริงๆ ควบคู่ไปกับการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยดำไว้เป็นของแถมค่ะ
แม้เครื่องเลเซอร์จะผ่านการรับรองจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) แต่ใบรับรองนั้นหมายถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีผลข้างเคียง 100% หากใช้ค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสมกับผิวคนเอเชีย
อาการสิวเห่อข้ามคืนจากการใช้น้ำตบ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ส่วนผสมจากการหมักบ่ม (Fermented Ingredients) เช่น ยีสต์ Galactomyces หรือแพลงก์ตอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะ “สิวยีสต์” (Fungal Acne) หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงคันคล้ายสิวผด ซึ่ง ไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นอาการแพ้ระคายเคือง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติผิวแพ้ง่ายหรือเป็นเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการเห่อของสิวค่ะ
ควรเว้นการกดสิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 14 วัน ชัวร์เลยคือ 30 วัน บริเวณที่หมอพบบ่อยคือใต้ตา และก็คาง เพื่อป้องกันไม่ให้ ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเสียรูปทรง จากแรงกด และลดความเสี่ยงในการ ติดเชื้อแบคทีเรีย จากสิวเข้าสู่ตัวยาฟิลเลอร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงได้ หากจำเป็นจริง ๆ ควรใช้การ แต้มยาแต้มสิว แทนการบีบหรือกดในช่วงนี้ค่ะ















