สิวที่หลัง (Back Acne) เป็นปัญหาที่เจอได้บ่อยทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน ตั้งแต่เริ่มเป็นสิวเม็ดเล็ก ๆ ไปจนถึงสิวอักเสบเรื้อรัง รวมถึง “สิวหายแล้วแต่ทิ้งรอยไว้” ที่ทำให้ไม่มั่นใจเวลาใส่เสื้อเปิดหลังหรือไปทะเล D’ Back Acne ออกแบบเพื่อดูแล ทุกระยะของสิวที่หลัง แบบ case-by-case โดยแพทย์

รักษาสิวที่หลัง (Back Acne) คืออะไร และทำไมถึงเป็นซ้ำง่าย
สิวที่หลังมักเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น
- เหงื่อและความอับชื้นจากอากาศร้อน/กีฬา
- เสื้อผ้ารัดแน่น การเสียดสีจากกระเป๋า/ชุดชั้นใน/สายสะพาย
- ผลิตภัณฑ์อาบน้ำ/ครีมนวด/น้ำมันผมที่ตกค้าง
- พฤติกรรมการแกะ/เกา ทำให้เกิดรอยและอักเสบซ้ำ
- ความมัน รูขุมขนอุดตัน และการอักเสบของผิว
หมายเหตุ: บางรายอาจไม่ใช่สิวแท้ (เช่น folliculitis/ผื่นรูขุมขนอักเสบจากยีสต์) จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกวิธีรักษา
สาเหตุที่ตัดสินใจรักษา แม้สิวจะอยู่ในร่มผ้า
pie title "เหตุผลที่คนไข้มารักษาสิวที่หลัง" "สิวอักเสบที่หลัง เจ็บ/นอนไม่สบายตัว" : 30 "เป็นซ้ำเรื้อรัง คุมเองไม่อยู่" : 22 "รอยสิวที่หลัง (รอยดำ/รอยแดง) ไม่จาง" : 18 "สิวอุดตัน/ผดที่หลัง ผิวไม่เรียบ" : 12 "เตรียมตัวก่อนงานสำคัญ/เที่ยวทะเล/ถ่ายรูป" : 10 "คัน/ระคายเคืองจากเหงื่อและความอับชื้น" : 8
อ้าอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิกตั้งแต่ปี 2023
นัดประเมินสิวที่หลัง (D’ Back Acne)
อยากเริ่มดูแลสิวที่หลังให้ถูกวิธี หรืออยากจัดการรอยสิวที่หลังให้จางลงอย่างเป็นแผน นัดเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและชนิดสิวก่อนได้ เพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับคุณที่สุด







โปรแกรม D’ Back Acne ช่วยแก้ปัญหา “สิวที่หลัง” แบบไหนได้บ้าง
ครอบคลุมตั้งแต่เริ่มเป็น–เป็นอยู่–สิวหายแล้วแต่มีรอย
- ระยะเริ่มเป็น: สิวอุดตัน/สิวผดที่หลัง ผิวไม่เรียบ เป็นเม็ดเล็ก ๆ กระจาย
- ระยะเป็นแล้ว: สิวอักเสบ เจ็บ แดง เม็ดใหญ่ เป็นซ้ำบริเวณเดิม
- ระยะสิวหายแล้ว: รอยสิวที่หลัง (รอยแดง/รอยดำ) สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวดูไม่เนียน
| บริการ | ช่วยอะไร (เหมาะกับเคสแบบไหน) |
|---|---|
| กดสิวที่หลัง (Acne Extraction) | ช่วย เอาสิวอุดตันออก (หัวขาว/หัวดำ/สิวอุดตันที่ “พร้อมกด”) ลดการสะสมที่ทำให้สิวอักเสบขึ้นซ้ำ ผิวหลังดูเรียบขึ้น ไม่เหมาะกับการฝืนกดสิวอักเสบลึก ๆ |
| มาส์กสิวที่หลัง (Back Acne Mask) | ช่วย ปลอบผิวและลดการอักเสบ/ระคายเคือง ลดความมันและความอับชื้น ทำให้ผิวรู้สึกสบายขึ้น เหมาะกับคนที่ สิวผด/สิวเม็ดเล็ก ๆ กระจาย หรือหลังทำหัตถการเพื่อช่วยให้ผิวสงบลง (ผลขึ้นกับสูตรและสภาพผิว) |
ใครบ้างที่เหมาะกับการรักษาสิวที่หลัง D’ Back Acne
- เป็นสิวที่หลังมานาน รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้น
- สิวที่หลังขึ้นซ้ำ ๆ เวลาเหงื่อออก/ออกกำลังกาย/ใส่เสื้อรัด
- มีทั้งสิวอุดตันและสิวอักเสบปนกัน
- สิวสงบแล้วแต่ รอยสิวที่หลังชัด อยากให้สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
- กลัวเจ็บ/ผิวแพ้ง่าย ต้องการแนวทางที่เหมาะกับผิวและไลฟ์สไตล์
xychart-beta title "สถานการณ์ที่คนเป็นสิวที่หลังไม่มั่นใจที่สุด" x-axis ["ไปยิม","ไปเที่ยวทะเล","นวดสปา","งานอีเว้นเปิดหลัง"] y-axis "ระดับความไม่มั่นใจ" 0 --> 100 bar [76,88,64,92]
อ้างอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2023
แนวทางรักษาสิวที่หลังแบบ case-by-case ในโปรแกรม D’ Back Acne
แผนการรักษาจะเลือกตาม “ชนิดสิว + ความไวผิว + เป้าหมาย (กดสิว/ลดอักเสบ/ลดรอย)” ตัวอย่างแนวทางที่มักใช้ร่วมกัน
- เคลียร์สิวอุดตันอย่างถูกวิธี (เมื่อเหมาะสม): ลดการอุดตันที่เป็นต้นทางของการอักเสบ
- ลดการอักเสบของสิว: ดูแลสิวอักเสบให้สงบลง ลดบวมแดงและการลุกลาม
- ดูแลรอยสิวที่หลัง: วางแผนให้รอยค่อย ๆ จางลงและผิวดูเรียบเนียนขึ้น
- แนะนำการดูแลที่บ้าน: เลือกผลิตภัณฑ์อาบน้ำ/บอดี้แคร์ และพฤติกรรมที่ช่วยลดการเป็นซ้ำ
แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของแต่ละขั้นตอน และอธิบายสิ่งที่คาดหวังได้จริงก่อนเริ่มดูแล

รักษาสิวหลังราคาเท่าไหร่
| โปรแกรมรักษาสิวแผ่นหลัง | 1 ครั้ง | 5 ครั้ง |
|---|---|---|
| D’ Back Acne | 2,500 .- | 10,000 .- |
| กดสิว ทั่วแผ่นหลัง | ✓ | ✓ |
| ฉีดสิวอักเสบ | ✓ | ✓ |
| มาส์กผลัดเซลล์ผิว | ✓ | ✓ |
| มาส์กลดรอยสิว | ✓ | ✓ |
| รับเลเซอร์ลดรอยสิว หรือแพทย์เลือกให้เป็น ฉายแสง LED ฆ่าเชื้อสิว (อย่างใดอย่างหนึ่ง) | ✓ | ✓ |
เลเซอร์รอยสิวที่หลัง เห็นผลใน 3-5 ครั้ง
ใครเป็นสายชอบแกะ ชอบเกาสิวที่หลัง จนหลังลายแบบนี้ ต้องรีบจัดการ แม้จะไม่มีใครเห็น แต่เราก็ไม่มั่นใจเวลาถอดเสื้อผ้าอยู่ดี


รักษาสิวที่หลังแบบ All in 1 D’ Back Acne Extra คุ้มกว่า
| โปรแกรมผสานการรักษาสิว รอยสิวที่แผ่นหลัง | ราคา/ครั้ง | ราคา/ 5 ครั้ง |
|---|---|---|
| Back Acne (กดสิว+มาส์กลดรอย ลดการอักเสบ) | 1,500 | 6,000 |
| Pico Laser (พิโค่เลเซอร์ ลดรอยดำให้จางลงได้เร็วขึ้น) | ↓ | ↓ |
| Meso Pigment (เมโสเพิ่มความกระจ่างใสให้แผ่นหลัง ลดเม็ดสีเข้มให้จางเร็วยิ่งขึ้น) | ↓ | ↓ |
| ยาทาน (ควบคุมความมันฮอร์โมน ลดการเกิดสิวจากภายใน) | ↓ | ↓ |
| ราคารวม ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม | 6,500 | 27,500 |

ทำไมต้องรักษาสิวที่หลังที่ D’ Lovevery Clinic
- แพทย์ประเมินก่อนทุกเคส เพื่อแยกชนิดผื่น/สิว และเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน
- ดูแลครบทั้ง “สิว + รอย” ไม่จบแค่สิวยุบ แต่มีแผนต่อเนื่องสำหรับรอยสิวที่หลัง
- วางแผนแบบไม่เร่ง ไม่บังคับคอร์ส แนะนำตามความจำเป็นและงบประมาณ
- โฟกัสความอ่อนโยนและความปลอดภัย โดยคำนึงถึงผิวแพ้ง่ายและโอกาสทิ้งรอย
- มีการติดตามผลและปรับแผน ตามการตอบสนองของผิวในแต่ละช่วง
- จ่ายสบาย เลือกได้ มีระบบมัดจำและทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถแบ่งจ่ายได้ รองรับ Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต

ขั้นตอนรับบริการโปรแกรม D’ Back Acne
- ลงทะเบียน/แจ้งประวัติผิวและการแพ้ (รวมถึงยาที่ใช้อยู่)
- พบแพทย์ประเมินสิวที่หลัง ชนิดสิว ระดับการอักเสบ และเป้าหมายการรักษา
- วางแผนการดูแลรายบุคคล เลือกขั้นตอนที่เหมาะกับ “สิวตอนนี้” และ “รอยที่กังวล”
- เริ่มทำหัตถการ/ดูแลตามแผน ภายใต้การดูแลของทีม
- รับคำแนะนำการดูแลหลังทำ + นัดติดตามผล เพื่อปรับแผนให้เหมาะที่สุด

การเตรียมตัวก่อนมารักษาสิวที่หลัง
- อาบน้ำให้สะอาดก่อนมา และ หลีกเลี่ยงการทาโลชั่น/บอดี้ออยล์ที่หลัง ในวันรับบริการ (หากทำได้)
- งดการสครับ/ขัดถูแรง ๆ บริเวณหลังล่วงหน้า
- เตรียมข้อมูล ยาที่ใช้อยู่/ครีมที่ทา/ประวัติแพ้ยา มาแจ้งแพทย์
- หากมีแผลถลอก ผื่นแพ้ หรือแดดเผา บริเวณหลัง ควรแจ้งก่อนทำ
- ใส่เสื้อผ้าที่ถอด-ใส่ง่าย เพื่อลดการเสียดสีหลังทำ
การดูแลหลังทำ เพื่อลดสิวซ้ำและช่วยให้รอยจางลง
- หลีกเลี่ยงการเกา/แกะสิว และการขัดถูแรง ๆ
- หลังเหงื่อออกให้รีบอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ลดความอับชื้น
- เลี่ยงเสื้อรัดแน่น/สายสะพายเสียดสีบริเวณเดิม ๆ ช่วงแรก
- ใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนตามคำแนะนำ และทาครีม/ยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ
- หากมีรอยสิวที่หลัง แนะนำ กันแดดเมื่อมีโอกาสโดนแดด เพื่อป้องกันรอยเข้มขึ้น
ผลลัพธ์และจำนวนครั้งขึ้นอยู่กับชนิดสิว ความเรื้อรัง และการดูแลร่วมกัน แพทย์จะประเมินเป็นรายบุคคล
ข้อควรรู้ก่อนรับบริการ
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| สิวที่หลังอาจไม่ใช่ “สิวแท้” เสมอไป | บางเคสเป็นผื่นรูขุมขนอักเสบชนิดอื่น ต้องประเมินก่อนเพื่อเลือกวิธีที่ถูกต้อง |
| ไม่ควรบีบ/กดสิวเอง | เสี่ยงอักเสบลุกลาม ทิ้งรอยดำ/รอยแดง และแผลเป็นได้ง่าย โดยเฉพาะสิวอักเสบ |
| การรักษามักต้องทำต่อเนื่อง | สิวที่หลังเป็นปัญหาจากหลายปัจจัย จึงต้องดูแลเป็นแผน ไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ |
| รอยสิวต้องใช้เวลา | รอยแดง/รอยดำมักค่อย ๆ จาง ต้องอาศัยการดูแลสม่ำเสมอและกันแดด |
| ไลฟ์สไตล์มีผลมาก | เหงื่อ เสื้อรัด การเสียดสี ผลิตภัณฑ์ตกค้าง ล้วนทำให้กลับมาเป็นซ้ำได้ |
| สิวที่หลังต่างจากสิวที่หน้าไหม | หลักการคล้ายกัน แต่ “ความอับชื้นและการเสียดสี” มีผลมากกว่า ทำให้เป็นซ้ำง่ายและทิ้งรอยได้บ่อย |
| ควรมาตอนไหนถึงจะรักษาได้ผลดี | มาตั้งแต่เริ่มเป็นจะจัดการได้ง่ายขึ้น และลดโอกาสเกิดรอย/แผลเป็นจากการอักเสบซ้ำ |
| สิวอักเสบที่หลังทำไมเจ็บและเป็นซ้ำ | หลังมีการเสียดสีและอับชื้นสูง บวกกับสิวอุดตันสะสม ทำให้เกิดการอักเสบซ้ำบริเวณเดิมได้ |
| สิวหายแล้วแต่รอยดำ/รอยแดงที่หลังทำยังไง | แพทย์จะประเมินชนิดรอยและวางแผนดูแลให้เหมาะกับผิว เพื่อให้รอยค่อย ๆ จางและสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น |
| ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล | ขึ้นกับชนิดสิว ความเรื้อรัง และการดูแลที่บ้าน แพทย์จะประเมินจำนวนครั้งโดยประมาณหลังตรวจ |
| ทำได้ทุกสภาพผิวไหม | โดยทั่วไปทำได้หลายสภาพผิว แต่ต้องประเมินความไวผิว โรคผิวหนังร่วม และการแพ้เป็นรายบุคคล |
| หลังทำต้องพักฟื้นไหม | ส่วนใหญ่ไม่ต้องพักฟื้น แต่ควรลดการเสียดสี รักษาความสะอาด และทำตามคำแนะนำหลังทำเพื่อให้ผิวฟื้นตัวดี |
| ถ้าออกกำลังกายบ่อยยังรักษาได้ไหม | ได้ แต่อาจต้องวางแผนดูแลเรื่องเหงื่อ เสื้อผ้า และการอาบน้ำหลังออกกำลังกาย เพื่อลดการเป็นซ้ำ |

โปรแกรมรักษาสิวอื่นๆมีอะไรบ้าง
| รายการบริการ | อัตราค่าบริการ |
|---|---|
| กดสิว (ทั่วหน้า) | ครั้งละ 350 บาท |
| มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิว | ครั้งละ 350 บาท |
| กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ) | ครั้งละ 500 บาท |
| ฉีดสิว | เม็ดแรก 100 บาท เม็ดถัดไปเม็ดละ 50 บาท |
| รักษาสิวครบขั้นตอน | เริ่มต้นครั้งละ 700 บาท |
| LED ลดการอักเสบสิว | ครั้งละ 1,200 บาท |
| IPL ลดรอยสิว | ครั้งละ 1,500 บาท |
| Pico Laser ทั่วใบหน้า | ครั้งละ 4,500 บาท |


รีวิวรักษาสิว


















รีวิวรักษารอยสิว หน้าใส จุดด่างดำ
การเกิดฝ้าหลังเลเซอร์หลุมสิวมี โอกาสเกิดขึ้นได้จริง แม้จะใช้นวัตกรรมหรือเครื่องเลเซอร์ รุ่นล่าสุดจากอเมริกา ที่โฆษณาว่าดีที่สุดก็ตามค่ะ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทุกโปรแกรมการรักษามีผลข้างเคียง (Side Effects) แฝงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่อง พลังงานความร้อนสะสม ที่อาจไปกระตุ้นเม็ดสีในคนไข้ที่มีพื้นฐานผิวไวต่อแสง ดังนั้น เทคโนโลยีที่ใหม่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเครื่องคือการให้ แพทย์ประเมินสภาพผิวและโรคประจำตัวอย่างละเอียด เพื่อเลือกค่าพลังงานและเครื่องมือที่ “เข้ากับผิวคนไข้” จริงๆ ควบคู่ไปกับการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้หลุมสิวตื้นขึ้นโดยไม่ทิ้งรอยดำไว้เป็นของแถมค่ะ
แม้เครื่องเลเซอร์จะผ่านการรับรองจาก US-FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) แต่ใบรับรองนั้นหมายถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีผลข้างเคียง 100% หากใช้ค่าพลังงานที่ไม่เหมาะสมกับผิวคนเอเชีย
อาการสิวเห่อข้ามคืนจากการใช้น้ำตบ ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ส่วนผสมจากการหมักบ่ม (Fermented Ingredients) เช่น ยีสต์ Galactomyces หรือแพลงก์ตอน ซึ่งทำหน้าที่เป็นอาหารให้กับเชื้อราประจำถิ่นบนผิวหนัง ทำให้เกิดภาวะ “สิวยีสต์” (Fungal Acne) หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อราที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงคันคล้ายสิวผด ซึ่ง ไม่ใช่การดันสิว แต่เป็นอาการแพ้ระคายเคือง ดังนั้นผู้ที่มีประวัติผิวแพ้ง่ายหรือเป็นเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมกลุ่มนี้เพื่อป้องกันการเห่อของสิวค่ะ
ควรเว้นการกดสิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อย 14 วัน ชัวร์เลยคือ 30 วัน บริเวณที่หมอพบบ่อยคือใต้ตา และก็คาง เพื่อป้องกันไม่ให้ ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือเสียรูปทรง จากแรงกด และลดความเสี่ยงในการ ติดเชื้อแบคทีเรีย จากสิวเข้าสู่ตัวยาฟิลเลอร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบรุนแรงได้ หากจำเป็นจริง ๆ ควรใช้การ แต้มยาแต้มสิว แทนการบีบหรือกดในช่วงนี้ค่ะ
การใช้ CO2 Laser เหมาะที่สุดสำหรับ กลุ่มสิวอุดตันหัวปิด (Closed Comedones) ที่ไม่มีรูระบายตามธรรมชาติ, สิวหิน (Milia), และ ต่อมไขมันโต ซึ่งยาไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หลักการคือการใช้เลเซอร์เปิดช่องทางระบายเล็กๆ อย่างแม่นยำ เพื่อให้สามารถกำจัดหัวสิวหรือสิ่งอุดตันออกมาได้โดย ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อข้างเคียง และลดโอกาสเกิดรอยแผลเป็นจากการกดสิวด้วยแรงที่มากเกินไป ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้กับสิวอักเสบแดง (Inflammatory Acne) เพราะความร้อนอาจกระตุ้นให้การอักเสบลุกลามได้ค่ะ
หมอบอกแบบคนเคยทำแบบนี้มาก่อนตอนวัยรุ่นได้เลยว่า เหมือนซื้อหวยเสี่ยงดวงเลยค่ะ เพราะหมอตามคลินิกเขาไม่ได้จ่ายยาสิวให้คนไข้ทานทุกเคสนะ ต้องมีข้อบ่งชี้ว่าควรทานยาด้วย
การซื้อยารักษาสิวทานเองอาจทำให้สิวยุบได้จริงหรืออาจจะไม่ได้ผลใดๆ แต่ มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภาวะดื้อยา ตับอักเสบ และอันตรายร้ายแรงต่อทารกในครรภ์ กรณีตั้งครรภ์อยู่ หากไม่ได้อยู่ในการดูแลของแพทย์ การรักษาที่ถูกต้องควรเริ่มจากการประเมินความรุนแรงของสิว เพราะ สิวส่วนใหญ่หายได้ด้วยยาทาโดยไม่ต้องพึ่งยากิน หากจำเป็นต้องใช้ยา แพทย์จะต้องคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวและติดตามผลข้างเคียงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ หายจากสิวอย่างยั่งยืนและปลอดภัยที่สุด ค่ะ
ถ้าระดับหลายปี ถือว่าสมควรตรวจค่ะ ทุกวันนี้ราคาตรวจก็ไม่ได้สูงเหมือนก่อน หากคนไข้มีปัญหา สิวอักเสบเรื้อรังบริเวณกรอบหน้าและคาง (U-Zone) ที่รักษาด้วยยาทาแล้วไม่ดีขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อยครั้ง ร่วมกับมีอาการ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขนดก หรือน้ำหนักตัวขึ้นง่าย หมอแนะนำให้เข้า ตรวจหาภาวะ PCOS (ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ) เพราะอาการเหล่านี้เกิดจาก ภาวะฮอร์โมนเพศชายเกิน ซึ่งต้องแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการปรับสมดุลฮอร์โมน ไม่ใช่แค่การรักษาที่ผิวหนังภายนอก การตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องจะช่วยวางแผนการรักษาให้สิวหายขาดและป้องกันปัญหาสุขภาพระยะยาวได้ค่ะ
จากงานวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่เป็นสิวในวัยผู้ใหญ่กว่า 19-37% มีสาเหตุมาจากภาวะ PCOS แอบแฝงอยู่โดยไม่รู้ตัว
จะไม่ใช้เบตาดีนเช็ดหน้าก่อนกดสิว เพราะมีความรุนแรงและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหน้าได้เกินความจำเป็นค่ะ หัวใจสำคัญคือ “เทคนิคปลอดเชื้อ” (Aseptic Technique) ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอน ซึ่งมาตรฐานที่เหมาะสมสำหรับผิวหน้าคือการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่อ่อนโยนแต่ประสิทธิภาพสูงอย่าง “คลอเฮกซิดีน” (Chlorhexidine) เพื่อฆ่าเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิวอันบอบบางของคนไข้ค่ะ
ปกติการทาเบตาดีน ที่จะต้องเป็นเคสผ่าตัดเล็ก เช่นผ่าไฝ หรือผ่าไขมันนูนใต้ผิว หรือผ่าตัดใหญ่ๆอื่นๆค่ะ













