รักษาหลุมสิว (Acne Scar) ให้ผิวดูเรียบขึ้นอย่างมีแบบแผน
ที่ D’ Lovevery Clinic เรามีโปรแกรมรักษาหลุมสิวที่ครอบคลุม ทุกระดับความลึก/ความซับซ้อน ตั้งแต่หลุมตื้นจนถึงหลุมลึกมีพังผืด พร้อมวางแผนแบบเฉพาะบุคคลโดยแพทย์
หลุมสิว 3 ระดับ
หลุมสิวจริงมัก “ไม่ได้มีแบบเดียว” ในคนเดียวกัน แผนรักษาที่ดีจึงมักเป็น การผสมผสานหลายวิธี
Level 1: Smooth Start (หลุมตื้นเริ่มเห็น)
- หลุมตื้น ผิวไม่เรียบเล็กน้อย แต่งหน้าหรือแสงกระทบแล้วเห็นชัด
- มักตอบสนองได้ดีกับเลเซอร์/การกระตุ้นคอลลาเจน
Level 2: Deep Mix (หลุมปานกลาง/หลายชนิดปนกัน)
- มีหลุมหลายทรงปนกัน เห็นชัดทั้งในแสงตรงและแสงเฉียง
- มักต้องใช้ทั้ง “กระตุ้นผิว” + “เติมเต็มบางจุด” และ/หรือ “แก้พังผืด”
Level 3: Scar Reset (หลุมลึก+พังผืดดึงรั้ง)
- หลุมลึก ขอบคม หรือมี “รั้ง” ทำให้ผิวเป็นแอ่งชัด
- มักจำเป็นต้อง ตัดเซาะพังผืด (Subcision) ร่วมกับการเติม/กระตุ้นผิวหลายรอบ


xychart-beta title "บริเวณที่พบบ่อยของหลุมสิว (เรียงจากมากไปน้อย)" x-axis ["แก้ม","ขมับ","หน้าผาก","คาง"] y-axis "ความพบบ่อย (0–100)" 0 --> 100 bar [90,75,55,40]
อ้างอิงคนไข้ดีเลิฟเวอรี่คลินิก ตั้งแต่ปี 2023
D’ Lovevery Clinic มีโปรแกรมครอบคลุมทุกเลเวล ได้แก่
- ตัดเซาะพังผืด (Subcision)
- เติมด้วยฟิลเลอร์ (Filler)
- เติมด้วย PN
- Biostimulator
- Pico Laser โหมด Fractional


pie showData title ตัวแปรที่ช่วยให้ผิวหน้าหลุมสิวดูเรียบเนียนขึ้น "ชนิดหลุมสิว (ice pick/boxcar/rolling/mixed)" : 18 "ความลึกของหลุม + การมีพังผืดดึงรั้ง" : 22 "ความต่อเนื่องของการรักษา (จำนวนครั้ง/ระยะห่าง)" : 14 "การเลือกเทคนิคให้ตรงจุด (subcision/laser/filler/PN/biostimulator)" : 16 "คุณภาพผิวพื้นฐาน (ความหนา-ความยืดหยุ่น-ความชุ่มชื้น)" : 10 "การดูแลหลังทำ (กันแดด/ลดระคาย/บำรุง)" : 10 "พฤติกรรม-ไลฟ์สไตล์ (แกะสิว/แดด/นอน/สูบบุหรี่)" : 6 "ปัจจัยเฉพาะบุคคล (อายุ/ฮอร์โมน/โรคร่วม/ยา)" : 4
ความเข้าใจผิด นำไปสู่การรักษาหลุมสิวไม่สำเร็จ!
| ความเข้าใจผิด | ความจริง/คำอธิบาย |
|---|---|
| หลุมสิวที่เป็นมานาน “รักษาไม่ได้” | รักษาให้ ดูตื้นและเรียบขึ้นได้ แต่ต้องอาศัยเวลาและมักต้องทำแบบ ผสมผสานหลายวิธี ตามชนิดหลุม/พังผืด |
| ทำครั้งเดียวต้องหาย/เรียบเลย | หลุมสิวคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิว ผลลัพธ์มักเป็นแบบ ค่อย ๆ ดีขึ้นเป็นรอบ ๆ ต้องทำต่อเนื่องตามแผน |
| ทำเลเซอร์ตัวท็อปแพงๆ อย่างเดียวพอ | หลุมลึกหรือมี พังผืดดึงรั้ง มักต้องมี Subcision และ/หรือการเติมร่วม นวัตกรรมล่าสุด ไม่ได้ดีที่สุดในทุกคน อาจได้ผลจำกัด |
| ฟิลเลอร์คือคำตอบของหลุมสิวทุกแบบ | ฟิลเลอร์เหมาะกับ การเติมเฉพาะจุด/แอ่งบางตำแหน่ง แต่ไม่แทนการแก้พังผืดหรือการกระตุ้นคอลลาเจนทั้งหน้าในหลายเคส และได้ผลชั่วคราว ต้องควบคู่กับการรักษาให้ได้ผลถาวร |
| PN/Biostimulator ทำให้หลุมลึกหายได้ทันที | กลุ่มนี้เด่นเรื่อง คุณภาพผิวและการกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะเป็นตัวเสริม/คอร์สต่อเนื่อง มากกว่าการแก้หลุมลึกแบบทันที แต่เห็นความแตกต่างได้ในระดับเริ่มต้น หรือหลุมไม่ลึก |
| ถ้าสิวไม่ขึ้นแล้ว ไม่ต้องรักษาอะไรเพิ่ม | หลุมสิวอาจอยู่ต่อได้ และถ้ายังมีปัจจัยกระตุ้นสิวซ้ำ ควรวางแผนทั้ง คุมสิว + ฟื้นผิว เพื่อไม่ให้เกิดรอยใหม่ |
| ผิวแพ้ง่ายทำหัตถการไม่ได้ | ทำได้ในหลายกรณี แต่ต้อง ประเมินรายบุคคล เลือกวิธี/ความถี่ที่เหมาะ และเน้นการดูแลหลังทำอย่างเคร่งครัด |
| ผลลัพธ์ขึ้นกับหมออย่างเดียว | หมอและเทคนิคสำคัญมาก แต่ผลยังขึ้นกับ การทำต่อเนื่อง + การดูแลหลังทำ (กันแดด/ลดระคาย/บำรุง) และไลฟ์สไตล์ |
| ยิ่งทำแรง/ถี่ ยิ่งหายเร็ว | การรักษาที่หนักเกินไปอาจเพิ่มการระคายหรือรอยได้ ควรทำตาม แผนที่เหมาะกับการฟื้นตัวของผิว |
| หลุมสิวทุกชนิดรักษาเหมือนกัน | หลุมมีหลายแบบ (ice pick/boxcar/rolling/mixed) แต่ละแบบตอบสนองต่อวิธีต่างกัน จึงต้อง วิเคราะห์ชนิดหลุมก่อน |
| ใช้สกินแคร์ก็พอแล้ว | ไม่มีสกินแคร์ตัวไหนที่จะซึมลงลึกและกระตุ้นเนื้อเยื่อที่หายไป ให้เกิดใหม่ขึ้นมาทดแทนบริเวณที่เป็นหลุมได้ |
| หาวิธีรักษาที่จะทำให้ผิวกลับไปเรียบเหมือนเดิม | ผิวที่เกิดเป็นหลุมสิวแล้ว รักษาแล้วจะดีขึ้น แต่จะไม่มีทางเรียบเนียนเหมือนเดิมแบบผิวที่ไม่เคยเป็นหลุมสิวมาก่อน |
หลุมสิวแต่ละประเภท
แพทย์จะประเมิน “ชนิดหลุม + ความลึก + พังผืด + สภาพผิว” ก่อนเลือกวิธี
- Ice pick: หลุมเล็กแต่ลึก ปากแคบ
- Boxcar: หลุมกว้าง ขอบคม/เป็นเหลี่ยม
- Rolling: ผิวเป็นคลื่น มีพังผืดดึงรั้งด้านล่าง
- หลุมผสม (Mixed scars): หลายชนิดในหน้าเดียวกัน (พบบ่อยที่สุด)






โปรแกรมรักษาหลุมสิว ข้อดี–ข้อจำกัด (เลือกให้เหมาะกับเคส)
1) ตัดเซาะพังผืด (Subcision)
ช่วยอะไร: คลายพังผืดที่ดึงรั้ง ทำให้หลุมแบบ rolling/หลุมที่เป็นแอ่ง “ยกตัว” ได้ดีขึ้น
ข้อดี
- ตรงจุดกับ “พังผืด” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของหลุมลึกหลายเคส
- ช่วยให้การทำเลเซอร์/การกระตุ้นผิวในขั้นต่อไปเห็นผลดีขึ้นในบางราย
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - มักมี บวม/ช้ำ ช่วงแรก และต้องดูแลตามคำแนะนำ
- ไม่ได้ทำให้หลุมทุกชนิดหายทันที มักต้องทำร่วมกับวิธีอื่น
- ความเสี่ยงขึ้นกับเทคนิคและสภาพผิว (ต้องประเมินรายบุคคล)
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Subcision | 1 ครั้ง | 2,500.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |

2) เติมด้วยฟิลเลอร์ (Filler)
ช่วยอะไร: เติมหลุมบางจุดให้ดูตื้นขึ้น เหมาะกับ “หลุมเฉพาะตำแหน่ง” หรือหลุมที่ยังมีแอ่งหลังแก้พังผืด
ข้อดี
- เห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็วในจุดที่เติม
- ปรับรูปผิวเฉพาะจุดได้ละเอียด
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - เป็นการ “เติม” ไม่ใช่การเปลี่ยนโครงสร้างผิวทั้งหมด อาจต้องผสมกับการกระตุ้นคอลลาเจน
- ผลอยู่ได้ตามชนิดผลิตภัณฑ์/การดูแล/สภาพผิว ต้องติดตามผลเป็นระยะ
- ต้องทำโดยแพทย์เพื่อเลือกชนิด/ชั้นผิว/ปริมาณให้เหมาะ
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Subcision + Filler (1cc) | 1 ครั้ง | 9,999.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |

3) เติมด้วย PN
ช่วยอะไร: ฟื้นบำรุงผิว เติมความชุ่มชื้น-ยืดหยุ่น ช่วยให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น เหมาะกับผิวที่บาง/แห้ง/ระคายง่าย และเป็นตัวเสริมแผนหลุมสิว
ข้อดี
- เน้นงาน “คุณภาพผิว” ทำให้ผิวดูอิ่มและเรียบขึ้นโดยรวม
- มักเข้ากับโปรแกรมเลเซอร์/การกระตุ้นผิวได้ดีในฐานะการซัพพอร์ต
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - ผลกับ “หลุมลึกมีพังผืด” มักไม่พอถ้าใช้เดี่ยว ๆ
- ต้องทำต่อเนื่องตามแผนเพื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิว
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Mapen + D’ Subcision + เติมเต็ม Rejuran S (1cc) | 1 ครั้ง | 17,999.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |
| D’ Mapen + D’ Subcision + เติมเต็ม Rejuran S (1cc) + PRP | 1 ครั้ง | 20,000.- | แถม Mask 2 ครั้ง + LED 2 ครั้ง ฟรี |

4) Biostimulator
ช่วยอะไร: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น เรียบขึ้นในภาพรวม เหมาะกับหลุมระดับตื้น–ปานกลาง หรือใช้เสริมหลังแก้พังผืด
ข้อดี
- เน้นการ “กระตุ้นคอลลาเจน” ให้ผิวดูแข็งแรงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ช่วยเรื่องความแน่น/ความเรียบของผิวในระยะต่อเนื่อง
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - ไม่ใช่ผลแบบทันที ต้องใช้เวลาและมักทำเป็นคอร์ส
- ความเหมาะสมขึ้นกับชนิดหลุม ระดับพังผืด และสภาพผิว (ประเมินเป็นรายบุคคล)
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Subcision + เติมเต็ม Juvelook (6cc) | 1 ครั้ง | 17,999.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |

5) Pico Laser โหมด Fractional
ช่วยอะไร: กระตุ้นการฟื้นฟูผิวและคอลลาเจน ปรับผิวให้ดูเรียบขึ้น ลดความไม่สม่ำเสมอ เหมาะกับหลุมตื้น–ปานกลาง และการดูแลผิวโดยรวม
ข้อดี
- ช่วยงาน “texture” ให้ผิวดูละเอียดขึ้น
- เป็นตัวหลักในหลายแผนสำหรับหลุมระดับตื้น–ปานกลาง และใช้ร่วมกับวิธีอื่นได้
ข้อจำกัด/ข้อควรรู้ - หลุมลึกมีพังผืดมักต้องเสริมด้วย Subcision/การเติม
- อาจมีแดง/แห้ง/ลอกเล็กน้อยตามการตอบสนองของผิว และต้องกันแดดสม่ำเสมอ
| โปรแกรม | แพ็กเกจ/จำนวนครั้ง | ราคา | ของแถม |
|---|---|---|---|
| D’ Subcision + Pico Laser (Fractional Mode) | 1 ครั้ง | 6,999.- | แถม Mask ลดการอักเสบ 1 ครั้ง ฟรี |

ขั้นตอนการรักษา (ภาพรวมการวางแผน)
- ประเมินหลุมสิว: ชนิดหลุม ความลึก พังผืด ความมัน-ความไวผิว ประวัติสิวอักเสบ/การรักษาเดิม
- ออกแบบแผนแบบผสมผสาน: เลือก “แก้พังผืด/เติม/กระตุ้นผิว” ให้เหมาะกับระดับ (Smooth Start / Deep Mix / Scar Reset)
- ทำหัตถการตามลำดับที่เหมาะ
- เคสมีพังผืดชัด: มักเริ่มจาก Subcision แล้วตามด้วยการเติม/เลเซอร์/กระตุ้นผิว
- เคสหลุมตื้น-ผิวไม่เรียบ: อาจเน้น Pico Fractional + โปรแกรมบำรุง (PN/biostimulator)
- ติดตามผลและปรับแผน: ประเมินการเปลี่ยนแปลงเป็นรอบ ๆ เพื่อปรับความเข้ม/ความถี่ให้เหมาะกับผิว
หมายเหตุ: จำนวนครั้งและระยะห่างขึ้นกับความรุนแรงของหลุมและการฟื้นตัวของแต่ละคน แพทย์จะประเมินให้หลังตรวจ

การเตรียมตัว “ก่อนทำ” และการดูแล “หลังทำ”
ก่อนทำ
- แจ้งประวัติ ยาที่ใช้ประจำ, การแพ้, โรคประจำตัว, ประวัติเคยเป็นแผลเป็นนูน/คีลอยด์ (ถ้ามี)
- ถ้ามีสิวอักเสบกำเริบ ควรให้แพทย์ประเมินก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเพิ่ม
- งด/ลดกิจกรรมที่ทำให้ผิวระคายก่อนวันทำตามคำแนะนำของคลินิก (ขึ้นกับหัตถการ)
หลังทำ
- เน้น อ่อนโยน + เพิ่มความชุ่มชื้น + กันแดด
- เลี่ยงการขัด/สครับ/แกะเกา และหลีกเลี่ยงความร้อนจัดหรือเหงื่อหนักช่วงแรกตามคำแนะนำ
- หากมีบวม ช้ำ แดง หรือระคาย ให้ดูแลตามคำแนะนำ และติดต่อคลินิกเมื่อมีอาการผิดปกติ

ข้อควรรู้ก่อนรักษาหลุมสิว
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| หลุมสิวรักษาให้หาย 100% ได้ไหม | ส่วนใหญ่เป้าหมายคือทำให้ ดูตื้นขึ้น เรียบขึ้น และผิวโดยรวมดีขึ้น ผลลัพธ์ขึ้นกับชนิดหลุม ความลึก พังผืด และการทำต่อเนื่อง |
| ทำไมต้องผสมหลายวิธี | เพราะหลุมสิวมักเป็น หลายชนิดปนกัน บางส่วนต้องแก้พังผืด บางส่วนต้องเติม และบางส่วนต้องกระตุ้นคอลลาเจน |
| หลุมลึกควรเริ่มจากอะไร | ถ้ามี “รั้ง/แอ่ง” ชัด แพทย์มักพิจารณา Subcision ก่อน แล้วค่อยเสริมเลเซอร์/การเติมตามความจำเป็น |
| Pico Fractional เหมาะกับใคร | เหมาะกับคนที่ต้องการปรับ texture/ความเรียบเนียน โดยเฉพาะหลุมตื้น–ปานกลาง และใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนได้ |
| PN กับ Biostimulator ต่างกันยังไง | PN เน้นฟื้นบำรุงคุณภาพผิวและความชุ่มชื้น ส่วน Biostimulator เน้นการ กระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวแน่นขึ้น (เลือกตามเป้าหมายและสภาพผิว) |
| ฟิลเลอร์รักษาหลุมสิวได้ถาวรไหม | ฟิลเลอร์เป็นการ “เติมเต็ม” ผลอยู่ได้ตามชนิดผลิตภัณฑ์และการดูแล อาจต้องติดตามและเติมซ้ำตามแผน |
| ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล | ขึ้นกับระดับหลุมและการตอบสนองของผิว แพทย์จะประเมินจำนวนครั้งโดยประมาณหลังตรวจ และปรับแผนตามผลจริง |
| เจ็บไหม | ความรู้สึกเจ็บขึ้นกับหัตถการและความไวของแต่ละคน โดยทั่วไปมีการดูแลลดความไม่สบายตามมาตรฐานคลินิก |
| หลังทำต้องพักฟื้นไหม | ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจมี แดง/บวม/ช้ำ ชั่วคราว และควรเลี่ยงการระคายตามคำแนะนำ |
| ทำช่วงไหนของปีดีที่สุด | ทำได้ทั้งปี แต่ต้องเคร่งครัดเรื่อง กันแดด และการดูแลผิวหลังทำ โดยเฉพาะหัตถการที่กระตุ้นผิว |
| เป็นสิวง่าย ยังทำได้ไหม | ทำได้ แต่ควรให้แพทย์ประเมินการคุมสิวร่วมด้วย เพราะ “สิวที่ยังอักเสบ” อาจทำให้ผิวระคายและเกิดรอยใหม่ได้ |
| มีโอกาสรอยดำ/ระคายไหม | มีโอกาสตามสภาพผิวและการดูแลหลังทำ โดยเฉพาะผิวไว/โดนแดดบ่อย จึงต้องกันแดดและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด |
ทำไมต้องรักษาหลุมสิวที่ D’ Lovevery Clinic
- ครอบคลุมทุกระดับหลุมสิว ตั้งแต่หลุมตื้นจนถึงหลุมลึกมีพังผืด ด้วยโปรแกรมที่หลากหลาย
- วางแผนแบบผสมผสาน ไม่ยึดวิธีเดียว เลือกให้เหมาะกับ “ชนิดหลุม” ของคุณจริง ๆ
- เน้นความปลอดภัยและความเป็นธรรมชาติของผิว ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปตามการฟื้นตัว
- ติดตามผลและปรับแผน เพราะหลุมสิวต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง
- จ่ายสบาย เลือกได้ มีระบบมัดจำและทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย สามารถแบ่งจ่ายได้ รองรับ Shopee PayLater และผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต

โปรแกรมรักษาสิวอื่นๆมีอะไรบ้าง
| รายการบริการ | อัตราค่าบริการ |
|---|---|
| กดสิว (ทั่วหน้า) | ครั้งละ 350 บาท |
| มาส์กลดสิว รอยแดงจากสิว | ครั้งละ 350 บาท |
| กดสิว (ทั่วหน้า+ลำคอ) | ครั้งละ 500 บาท |
| ฉีดสิว | เม็ดแรก 100 บาท เม็ดถัดไปเม็ดละ 50 บาท |
| รักษาสิวครบขั้นตอน | เริ่มต้นครั้งละ 700 บาท |
| LED ลดการอักเสบสิว | ครั้งละ 1,200 บาท |
| IPL ลดรอยสิว | ครั้งละ 1,500 บาท |
| Pico Laser ทั่วใบหน้า | ครั้งละ 4,500 บาท |


รีวิวรักษาสิว


















รีวิวรักษารอยสิว หน้าใส จุดด่างดำ
สำหรับคนไข้ที่ต้องการรักษาหลุมสิวทั่วใบหน้าด้วย Juvelook เคสที่เป็นทั่วหน้า ถือว่าหนักกว่าแค่บางบริเวณ ส่วนมากหมอแนะนำให้ใช้ปริมาณ 1 ขวดต่อครั้ง (ผสมแล้วได้ปริมาตร 5-8 cc) ซึ่งเพียงพอสำหรับกระจายตัวยาทั่วหน้า โดยควรทำต่อเนื่อง 3 ครั้ง ห่างกันทุก 1 เดือน และเพื่อให้การรักษาออกมาดีที่สุด หมอจะต้องทำควบคู่กับ การเซาะพังผืดหลุมสิว (Subcision) ด้วยนะคะ เพราะเมื่อเราตัดพังผืดที่ดึงรั้งก้นหลุมสิวออกก่อน ตัวยา Juvelook จะเข้าไปทำงานและเติมเต็มคอลลาเจนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้เห็นผลลัพธ์ผิวเรียบเนียนและหลุมสิวตื้นขึ้นชัดเจนมากกว่า อีกทั้งยังเป็นการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการฉีดตัวยาเพียงอย่างเดียวค่ะ
ปัญหาสิวผดหลังสงกรานต์เกิดจากผิวโดนทำร้ายด้วยน้ำสกปรก ดินสอพอง แป้ง และความร้อนจนอุดตัน แต่หมออยากเน้นย้ำว่าอาการที่แสดงออกมา “บางทีมันอาจไม่ใช่แค่เรื่องสิวอย่างเดียว” เสมอไปนะคะ เพราะการที่ผิวปะทุหนักหลังเจอสิ่งเร้า อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเกราะป้องกันผิวของเรากำลังอ่อนแอ หรือมีความไม่สมดุลซ่อนอยู่ หมอจึงแนะนำให้เข้ามาดูแลฟื้นฟูแบบครบวงจรด้วยโปรแกรม D’ Facial ค่ะ เพราะโปรแกรมนี้ไม่ได้ตอบโจทย์แค่การเคลียร์สิวผดหรือทำความสะอาดผิวหน้าเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่ยังเน้นการ ปรับสมดุลและฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน ช่วยปลอบประโลมผิวที่พังให้กลับมาสุขภาพดี เรียบเนียน และตัดวงจรการเกิดสิวซ้ำซากในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนค่ะ
มีโอกาสค่ะ หมอเข้าใจดีเลยค่ะว่าบางครั้งแม้คนไข้จะพยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว มีวินัยสุดๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ ตามคำแนะนำแล้ว แต่เจ้าสิวตัวร้ายก็ยังวนเวียนกลับมาทักทายอยู่เสมอ หมออยากให้คนไข้สบายใจนะคะว่า คนไข้ไม่ได้ผิดเลยค่ะ เพราะบางครั้งต้นตอของปัญหาสิวมันลึกซึ้งกว่าที่เราคิด และไม่ได้มาจากการดูแลผิวภายนอกอย่างเดียวเสมอไปค่ะ
หมอขอเน้นย้ำอีกครั้งในส่วนของ ฮอร์โมน ค่ะ เพราะนี่คือ “ตัวแปรสำคัญ” ที่หลายครั้งเราควบคุมได้ยากด้วยพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยหมดประจำเดือน หรือแม้กระทั่ง ความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศชาย (Androgens) เช่น Testosterone ที่มีปริมาณมากเกินไป หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงอย่าง Estrogen และ Progesterone ก็ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนัก ผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ จนเกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวได้ง่ายมากๆ เลยค่ะ
ดังนั้น หากคนไข้ดูแลตัวเองอย่างเต็มที่แล้ว แต่สิวที่หลังยังคงกลับมาเป็นซ้ำๆ อย่างเรื้อรัง หมออยากแนะนำว่า อย่าเพิ่งท้อใจนะคะ บางทีอาจถึงเวลาที่เราต้องมองหาต้นตอจากภายในร่างกายให้ลึกซึ้งขึ้น หมอแนะนำให้ ลองปรึกษาเพิ่มเติม เพื่อพิจารณา การตรวจระดับฮอร์โมนในร่างกาย ค่ะ การตรวจเลือดเพื่อดูความสมดุลของฮอร์โมนเหล่านี้ จะช่วยให้เราเข้าใจว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง และนำไปสู่แนวทางการรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ เช่น การรับประทานยาปรับสมดุลฮอร์โมน หรือการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้คนไข้มีผิวหลังที่ใสและมั่นใจได้อย่างยั่งยืนจริงๆ ค่ะ
เบื้องต้นต้องเข้าใจเรื่องนี้ก่อนค่ะ ไม่ตากแดด ไม่ได้หมายความว่า ผิวไม่โดนรังสีจากแดด
รังสี UVA มีความยาวคลื่นอยู่ที่ 320-400 นาโนเมตร ซึ่งสามารถทะลุผ่านกระจกหน้าต่างอาคารได้ถึง 90% การใช้ค่า PA จึงจำเป็นแม้คนไข้จะไม่ได้อยู่กลางแจ้ง
สรุปคือ PA++ หมายถึงค่าการป้องกันรังสี UVA ในระดับปานกลาง ค่ะ โดยรังสี UVA เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ ผิวแก่ก่อนวัย เกิดริ้วรอย และฝ้ากระ (Photoaging) ซึ่งต่างจาก SPF ที่เน้นกันผิวไหม้แดด การเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า PA++ เหมาะสำหรับคนที่ใช้ชีวิตในร่มหรือพนักงานออฟฟิศ เป็นหลัก แต่หากต้องออกแดดจัด หมอแนะนำให้เลือกค่าที่สูงกว่านี้เพื่อให้ผิวแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ไปนานๆ ค่ะ
คุณพ่อคุณแม่ พาลูกหลาน มาพบหมอเยอะเหมือนกันนะคะ เพราะคิดว่าเป็นสิวทั่วไป แต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ใช่แค่สิว
ตุ่มอักเสบหลังตัดผมส่วนใหญ่มักเกิดจาก การติดเชื้อในรูขุมขน (Folliculitis) จากอุปกรณ์ที่สะอาดไม่เพียงพอ หรือเกิดจาก การระคายเคืองของเศษผมและสารเคมี ในร้านตัดผมค่ะ วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือ ควรทำความสะอาดหนังศีรษะทันทีหลังตัดผม และหากมีตุ่มหนองขึ้นมากผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะชนิดทาหรือทานตามความรุนแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามจนกลายเป็นแผลเป็นถาวรค่ะ
อย่าพยายามกดให้มันแตกนะคะ จะยิ่งไปกันใหญ่ อักเสบ ติดเชื้อเรื้อรัง ลามไปมากกว่าเดิม รีบพบแพทย์ดีที่สุดค่ะ มันต่างจากสิวตรงที่ว่ามันจะเกิดหลายเม็ดหลายจุด พร้อมๆกัน ซึ่งสิวมักจะไม่เยอะและเจ็บขนาดนี้ ดังนั้นอย่าปล่อยไว้นานนะคะ
เรื่องนี้ยืนยันได้ชัดเจน งานวิจัยทางผิวหนังระบุว่า ผู้ที่มีปัญหาการนอนไม่หลับเรื้อรัง (Chronic Insomnia) มีแนวโน้มจะพบ ความรุนแรงของสิว (Acne Severity score) สูงกว่า ผู้ที่นอนหลับปกติถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในกลุ่มสิวอักเสบค่ะ
คือแบบนี้ค่ะ การนอนไม่หลับส่งผลกระทบโดยตรงต่อวงจรการเกิดสิวผ่าน 3 กลไกหลักๆ คือ การพุ่งสูงขึ้นของฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ที่ไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันส่วนเกิน, การลดลงของประสิทธิภาพเกราะป้องกันผิว ทำให้แบคทีเรียเข้าจู่โจมได้ง่าย, และ การเกิดภาวะดื้ออินซูลินชั่วคราว ที่เร่งกระบวนการอักเสบให้รุนแรงขึ้น ทั้งหมดนี้ทำให้เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ ผิวจึงตอบสนองด้วยการเป็น สิวอักเสบเม็ดใหญ่ ที่รักษายากกว่าปกติค่ะ และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องนอนไม่หลับติดต่อกันหลายวันด้วย คืนเดียวก็เกิดสิวอักเสบเม็ดเป้งได้ค่ะ
แนวทางการรักษาหมอสรุปให้ด้านล่างนะคะ
สำหรับคำถามที่คนไข้ถามมา Pico Laser เหมาแขน 2 ข้าง ราคาอยู่ที่ 3,999 บาท ค่ะ โปรแกรมนี้ออกแบบมาเพื่อคนไข้ที่ต้องการ อวดผิวแขนอย่างมั่นใจ โดยเฉพาะคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ รอยดำจากแมลงสัตว์กัดต่อย หรือปัญหาผิวสากจากขนคุด การเหมาทำทั้งสองข้างจะช่วยเคลียร์เม็ดสีได้ทั่วถึง ทำให้ผิวแขนกลับมาเนียนใส ใส่เสื้อแขนกุดหรือสายเดี่ยวได้แบบไม่ต้องกังวลค่ะ
ส่วนใครที่อยากดูแลช่วงล่างด้วย โปรแกรม เหมาขา 2 ข้าง ในราคา 4,999 บาท ถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับคนที่มีปัญหา “ขาลายน้ำเหลืองไม่ดี” หรือมีรอยแผลเป็นสะสมมานาน ราคาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแลกกับพื้นที่การรักษาที่กว้างขึ้น (ครอบคลุมทั้งหน้าแข้งและน่อง) ถือว่าคุ้มค่าที่สุดในการกู้คืนความมั่นใจในการใส่ขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำค่ะ













