
Your body is your most priceless possession. Take care of it.
ถึงเวลาทวงคืนรูปร่างที่คุณใฝ่ฝันและสุขภาพที่ดีกว่าเดิม D’ Lovevery Clinic ขอนำเสนอโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก D’ RESIZE Saxenda ที่ผ่านการรับรองและได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยควบคุมความหิว ปรับพฤติกรรมการกิน และลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่นี่เราไม่ได้เพียงแค่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ แต่เราออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคลเพื่อให้คุณไปถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร ทำงานอย่างไร
โปรแกรมปากกาลดน้ำหนักคือโปรแกรมการใช้ยาในกลุ่ม Liraglutide ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมาจากลำไส้หลังรับประทานอาหารเพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนกลางให้รับรู้ว่า “อิ่มแล้ว”
ผลลัพธ์คือคุณจะรู้สึกหิวน้อยลง อิ่มนานขึ้น และควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อได้ดีกว่าเดิม เมื่อผสานกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย จะยิ่งส่งผลให้น้ำหนักและไขมันในร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การลดน้ำหนักของคุณง่ายและสำเร็จผลได้จริง

ข้อดีและข้อควรพิจารณาของโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก
ข้อดี
- เป็นวิธีลดน้ำหนักที่มีผลการวิจัยทางการแพทย์รองรับและได้รับการรับรองจากอย. ทั้งในไทยและต่างประเทศ
- ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่รู้สึกทรมานจากการอดอาหาร
- ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมความหิวได้อย่างมีนัยสำคัญ
- สามารถลดได้ทั้งน้ำหนักตัวและไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- ใช้งานง่าย สามารถฉีดได้ด้วยตนเองที่บ้านหลังจากเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องจากแพทย์
- เมื่อใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์จะมีความปลอดภัยสูง
ข้อควรพิจารณา
- อาจมีผลข้างเคียงในช่วงแรก เช่น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว
- จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยั่งยืน
- มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
- ไม่สามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีเงื่อนไขทางสุขภาพบางประการ
เปรียบเทียบโปรแกรมปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ แตกต่างกันอย่างไร
| คุณสมบัติ | โปรแกรม Saxenda (Liraglutide) | โปรแกรม Ozempic/Wegovy (Semaglutide) |
|---|---|---|
| ตัวยาสำคัญ | Liraglutide | Semaglutide |
| ความถี่ | ฉีดทุกวัน วันละ 1 ครั้ง | ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง |
| การออกฤทธิ์ | ออกฤทธิ์สั้น (ประมาณ 24 ชั่วโมง) | ออกฤทธิ์ยาวนาน (ประมาณ 7 วัน) |
| การปรับยา | ค่อยๆ ปรับเพิ่มทุกสัปดาห์ | ค่อยๆ ปรับเพิ่มทุก 4 สัปดาห์ |
| ข้อดี | เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการหยุดยา หรือกังวลเรื่องผลข้างเคียงระยะยาว | สะดวกสบาย ไม่ต้องฉีดบ่อย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ |
| การรับรอง | ได้รับการรับรองสำหรับลดน้ำหนัก | Ozempic สำหรับเบาหวาน Wegovy สำหรับลดน้ำหนัก |
การฉีดทุกวันกับฉีดรายสัปดาห์ แบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน
การฉีดทุกวัน (เช่น โปรแกรม Saxenda) และการฉีดรายสัปดาห์ (เช่น Ozempic/Wegovy) ให้ผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักได้ดีทั้งคู่ แต่มีกลไกและข้อดีต่างกัน การฉีดทุกวันช่วยให้ระดับยาในเลือดคงที่และสามารถปรับเปลี่ยนหรือหยุดยาได้ง่ายหากเกิดผลข้างเคียง ในขณะที่การฉีดรายสัปดาห์ให้ความสะดวกสบายมากกว่า การเลือกว่าแบบไหนเหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้อาจไม่เหมาะสำหรับคุณ หากคุณมีภาวะเหล่านี้
- กำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
- มีประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary thyroid carcinoma (MTC)
- มีประวัติเป็นโรคเนื้องอกของต่อมไร้ท่อชนิด Multiple Endocrine Neoplasia syndrome type 2 (MEN 2)
- เคยมีประวัติตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
- มีประวัติแพ้ยา Liraglutide หรือ Semaglutide
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1
เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพและข้อควรปฏิบัติระหว่างใช้โปรแกรม
| สิ่งที่ทำแล้วส่งผลดีต่อผลลัพธ์ | สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างรับบริการ |
|---|---|
| ✅ ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว | ❌ อดอาหารหรือกินน้อยจนเกินไป |
| ✅ รับประทานอาหารโปรตีนสูงและมีไฟเบอร์ | ❌ กินอาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูง |
| ✅ แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น | ❌ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ |
| ✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง | ❌ เปรียบเทียบผลลัพธ์ของตัวเองกับคนอื่น |
| ✅ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ | ❌ หยุดยาหรือปรับยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ |
คาดหวังผลลัพธ์ได้แค่ไหน กราฟแสดงการลดน้ำหนักที่ปลอดภัย
โดยทั่วไปแล้ว ในช่วง 1-3 เดือนแรก น้ำหนักจะลดลงได้ประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น ซึ่งเป็นการลดลงที่ปลอดภัยและสมเหตุผล ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับวินัยในการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายควบคู่กันไป
xychart-beta
title "กราฟตัวอย่างการลดน้ำหนัก"
x-axis ["เริ่มต้น", "สิ้นเดือนที่ 1", "สิ้นเดือนที่ 2", "สิ้นเดือนที่ 3"]
y-axis "น้ำหนัก (กก.)"
bar [80, 75, 70, 65]
หมายเหตุ กราฟนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อแสดงแนวโน้มผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เท่านั้น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเริ่มต้นโปรแกรม
- เข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษา ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินความเหมาะสม
- ชั่งน้ำหนักและวัดสัดส่วนเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการติดตามผล
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่
- หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์ให้เข้าใจอย่างละเอียดก่อนเริ่มโปรแกรม
วิธีดูแลตัวเองและเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก
- การดูแลตัวเอง ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูงเพื่อลดผลข้างเคียงเรื่องคลื่นไส้ หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์
- การเก็บรักษา ควรเก็บปากกาด้ามใหม่ที่ยังไม่เปิดใช้ในตู้เย็น (อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส) ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง สำหรับปากกาที่เปิดใช้แล้วสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง (ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) หรือในตู้เย็นได้นาน 30 วัน
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้ปากกาลดน้ำหนัก
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| ฉีดเองได้ไหม เจ็บไหม | สามารถฉีดเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน โดยแพทย์จะสอนวิธีฉีดยาบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขนอย่างละเอียด เข็มมีขนาดเล็กมาก ความรู้สึกเหมือนมดกัด |
| ลืมฉีดต้องทำอย่างไร | หากลืมฉีดไม่เกิน 12 ชั่วโมง สามารถฉีดได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากเกิน 12 ชั่วโมงแล้ว ให้ข้ามยามื้อนั้นไปและฉีดในเวลาปกติของวันถัดไป ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า |
| ต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะใช้ได้ | โดยทั่วไปแนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีดัชนีมวลกาย (BMI) ตามเกณฑ์ที่กำหนด |
| กินอาหารเสริมหรือฮอร์โมนไปด้วยได้ไหม | ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับอาหารเสริมและยาฮอร์โมนทุกชนิดที่ใช้ เพื่อให้แพทย์ประเมินความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
| มาฉีดกับหมอที่คลินิกได้ไหม | ได้แน่นอนค่ะ หากคุณไม่สะดวกใจที่จะฉีดด้วยตนเอง สามารถนัดหมายเข้ามาให้แพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญทำการฉีดให้ที่คลินิกได้ |
วิธีลดน้ำหนักที่ปลอดภัย ต้องควบคุมโดยแพทย์
| คุณสมบัติ | การกินยาลดความอ้วน (ทั่วไป) | Saxenda (Liraglutide) |
|---|---|---|
| ประเภท | หลากหลาย (อาจรวมถึงยาที่ไม่ได้รับการรับรอง หรือยาอันตราย) | ยาฉีดฮอร์โมน GLP-1 receptor agonist ที่ได้รับการอนุมัติทางการแพทย์ |
| กลไกการออกฤทธิ์ | แตกต่างกันไป เช่น ลดความอยากอาหาร, เพิ่มการเผาผลาญ, ขับน้ำ/ไขมัน (หลายชนิดอาจไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ) | เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ GLP-1 ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนานขึ้น ชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารในกระเพาะ |
| รูปแบบการใช้ | ยาเม็ด/แคปซูล รับประทาน | ยาฉีดใต้ผิวหนัง (ด้วยตัวเอง) วันละครั้ง |
| สถานะการอนุมัติ | หลายชนิดไม่ได้รับการอนุมัติจาก อย. หรืออาจมีส่วนผสมอันตราย | ได้รับการอนุมัติจากองค์กรอาหารและยา (เช่น อย. สหรัฐฯ, อย. ไทย) สำหรับการจัดการน้ำหนักในผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน/อ้วน |
| ความปลอดภัย | มีความเสี่ยงสูง อาจมีผลข้างเคียงรุนแรงถึงชีวิต (เช่น ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตับ/ไตวาย) | มีข้อมูลความปลอดภัยจากการวิจัยทางการแพทย์ ผลข้างเคียงมักไม่รุนแรงและดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว |
| ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย | ใจสั่น เวียนหัว คลื่นไส้ นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ปากแห้ง ท้องผูก/ท้องเสีย | คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก (ส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงชั่วคราวที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร) |
| ประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก | ไม่แน่นอน บางชนิดอาจลดได้ชั่วคราว แต่มีความเสี่ยงโยโย่และอันตรายสูง | ช่วยลดน้ำหนักได้จริงเมื่อใช้ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (อาหารและการออกกำลังกาย) |
| การดูแลโดยแพทย์ | มักใช้เองโดยไม่มีการดูแลจากแพทย์ | ต้องใช้ภายใต้การดูแลและสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อประเมินความเหมาะสมและติดตามผล |
| การพึ่งพา | อาจทำให้เกิดการพึ่งพา หรือหยุดแล้วกลับมาอ้วนง่าย (โยโย่) | เป็นการรักษาระยะยาวภายใต้การดูแลแพทย์ เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมและรักษาน้ำหนักให้คงที่ |
โปรแกรม Saxenda ราคาเท่าไหร่


| จำนวนชุด | ราคา (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1 ชุด | 6,500.- | |
| 2 ชุด | 12,000.- | |
| 3 ชุด | 16,500.- | ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง |
คำนวณ BMI เพื่อนำข้อมูลปรึกษาแพทย์
เกณฑ์ค่า BMI สำหรับคนไทย (WHO – Asia Pacific)
| BMI (kg/m²) | เกณฑ์ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| น้อยกว่า 18.50 | น้ำหนักน้อย / ผอม | มากกว่าคนปกติ |
| 18.50 – 22.90 | ปกติ (สุขภาพดี) | เท่าคนปกติ |
| 23.00 – 24.90 | ท้วม / โรคอ้วนระดับ 1 | อันตรายระดับ 1 |
| 25.00 – 29.90 | อ้วน / โรคอ้วนระดับ 2 | อันตรายระดับ 2 |
| มากกว่า 30.00 | อ้วนมาก / โรคอ้วนระดับ 3 | อันตรายระดับ 3 |
ทำไมต้องเลือกโปรแกรมปากกาลดน้ำหนักที่ D’ Lovevery Clinic
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case อย่างละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน เราไม่มีเซลส์คอยปิดการขายหรือบังคับซื้อคอร์ส คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างสบายใจ
- จ่ายสบายเลือกได้ เรามีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ พร้อมรองรับ Shopee PayLater และโปรแกรมผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม คุณจะได้ติดตามผลและปรับเปลี่ยนแผนการรักษากับแพทย์ที่ดูแลคุณมาตั้งแต่ต้น
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง เรานำเสนอรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่มีการจ้างดาราหรือ Influencer เพื่อให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริง
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ ทีมแพทย์ของเรามีประสบการณ์ สามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากแพทยสภา
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกของเราผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข สะอาด ปลอดภัย พร้อมที่จอดรถฟรีอำนวยความสะดวก
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ เราให้ข้อมูลรวดเร็ว คุณสามารถเช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่ใช้ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทยและสามารถตรวจสอบได้ก่อนรับบริการ

บริการปรึกษาแพทย์และช่องทางการจัดส่งยา
ปัจจุบันมีบริการให้คำปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาในกลุ่มนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถ
- ปรึกษาออนไลน์กับแพทย์ ผ่านวิดีโอคอลหรือโทรศัพท์ เพื่อประเมินความเหมาะสมและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- ลงทะเบียนประวัติผู้ป่วย ก่อนการจัดส่งยา เพื่อให้แพทย์และทีมงานมีข้อมูลประกอบการดูแลรักษา
- จัดส่งยาเย็น ด้วยระบบที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อรักษาคุณภาพและอุณหภูมิของยาให้คงที่ตลอดการขนส่ง

พร้อมที่จะเริ่มต้นเส้นทางสู่รูปร่างใหม่แล้วหรือยัง ปรึกษาทีมแพทย์ของเราได้แล้ววันนี้ที่ D’ Lovevery Clinic
- สาขาพาซิโอ ทาวน์ รามคำแหง โทร 064-424-6526
- สาขา Crystal Design Center (CDC) โทร 095-236-4546


ดริปวิตามินลดน้ำหนักคล้ายการชาร์จแบตมือถือค่ะ ถ้าแบตอ่อนจากพักผ่อนน้อยหรือกินไม่ครบ ก็อาจช่วยให้รู้สึกมีพลังขึ้นชั่วคราว แต่ ไม่ได้ลบไฟล์ส่วนเกินในเครื่อง เช่นเดียวกับที่ดริปไม่ได้สลายไขมันสะสมให้หายไปเอง คนไข้ที่เห็นน้ำหนักลดเร็วหลังดริปจึงควรถามก่อนว่าเป็นไขมันที่ลดจริง หรือเป็นเพียงน้ำหนักน้ำในร่างกาย ยังไม่มีงานวิจัยใดรองรับเรื่องนี้ และตัวหมอเองก็ให้ข้อมูลคนไข้ชัดเจนว่าถ้าต้องการลดน้ำหนัก ควรใช้โปรแกรมที่ตรงจุด และได้รับการยอมรับทางการแพทย์
หมออยากให้คนไข้ทุกคนเลือกดูแลรูปร่างแบบไม่หลงกับคำว่าเร็ว ด่วน รีบ ถูก จำนวนจำกัด เห็นผลทันที 7 วันผอม หรืออะไรที่เร่งรัด เพราะไขมันลดได้จากพลังงานที่ใช้มากกว่าที่รับเข้าอย่างต่อเนื่องค่ะ ดริปวิตามินอาจเป็นส่วนเสริมเฉพาะรายเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แต่หัวใจของผลลัพธ์ระยะยาวยังคือ เลือกทานอาหาร ออกกำลังกาย เสริมกล้ามเนื้อ นอนพอ และมีแผนที่เหมาะกับสุขภาพของตนเอง
“ยาปากกา Mounjaro แบบที่ไม่ต้องนับคลิก” จะมีในบางประเทศ (เป็นรุ่นที่ระบบการใช้งาน/การกดใช้งานถูกออกแบบให้ความสะดวกมากขึ้น) ที่มีคนไข้มาถามบ่อยก็จะเป็นจากเกาหลีกับญี่ปุ่น แต่สำหรับในประเทศไทย รุ่นที่ไม่มีการนับคลิก ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง/ขึ้นทะเบียนในบ้านเรา ดังนั้นถ้าคุณกำลังคิดจะใช้แบบที่หาซื้อจากต่างประเทศ ขอให้ระวังเรื่องความถูกต้องของผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยก่อนเสมอ และที่สำคัญถึงมันจะ “สะดวกกว่า” ก็ไม่ได้แปลว่าหลักการจะเปลี่ยนไปจากเดิมค่ะ
การใช้ยากลุ่มนี้ “เอฟเฟคโดยหลักการใกล้เคียงกัน” คือช่วยเรื่องความอยากอาหาร คุมระดับน้ำตาล และช่วยลดน้ำหนักในกลุ่มคนไข้ที่มีความเสี่ยงได้ แต่ ถ้าจะเริ่มหรือจะหยุด—ต้องพบแพทย์ก่อน นะคะ เพราะการหยุดเองโดยไม่คุยแผนรักษากับหมอ อาจทำให้เกิดโหมด “โยโย่” หรือน้ำหนักดีดกลับได้เช่นกัน บางคนอาจรู้สึกเหมือนใช้แล้วง่ายกว่าเลยคิดว่าจะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จริงๆกลไกการคุมพฤติกรรมการกินและการเผาผลาญยังต้องมีแผนต่อเนื่อง เลยแนะนำให้ใช้และประเมินผลภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ
คนไข้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า “ก็ฉีดมาตั้งหลายสัปดาห์แล้ว ไม่เห็นมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ หรือใจสั่นเลย น่าจะเป็นยาแท้นะ” หมอขอเตือนตรงนี้เลยค่ะว่า “ห้ามนิ่งนอนใจเด็ดขาด!”
จากกรณีเคสคนไข้ที่เข้าไปใช้บริการคลินิกย่านรามอินทราตามที่เป็นข่าว โดยตั้งใจจะใช้ยา Mounjaro (ซึ่งเป็นยาแท้ที่ผ่าน อย.) แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่หลอกล่อให้เปลี่ยนไปใช้ยา “NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. ไทย เมื่อร่างกายได้รับสารแปลกปลอมที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองทางการแพทย์ ร่างกายจะเกิดกลไกต่อต้านอย่างรุนแรงทันทีค่ะ ในเคสนี้ส่งผลให้คนไข้เกิดภาวะทางเดินอาหารแปรปรวนอย่างรุนแรงและเกิดการอาเจียนไม่หยุด (Severe Vomiting) จนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในระดับวิกฤต
หรือแม้แต่ตัวยาอื่นๆ ยาปลอมบางชนิดไม่ได้ผสมสารอันตรายเฉียบพลัน แต่เป็นเพียงน้ำเกลือปนเปื้อน หรือสารเคมีไร้ประโยชน์ ซึ่งแม้จะไม่ทำให้คนไข้ช็อกในทันที แต่มันจะไม่มีผลในการคุมหิวหรือลดน้ำหนักเลย แถมเข็มและสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าไปซ้ำๆ อาจก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เกิดฝีหนองใต้ผิวหนัง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด รวมถึงอาจส่งผลเสียต่อตับและไตในระยะยาวโดยที่ร่างกายไม่ได้แสดงอาการเตือนใดๆ ออกมาในตอนแรกค่ะ
หมอขอเรียงลำดับขั้นตอนและแนะนำคนไข้เป็นข้อๆ สั้นๆ เข้าใจง่าย ถ้ามั่นใจว่าฉีดยาปลอมมาแน่ เพื่อให้คนไข้ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุดดังนี้ค่ะ
- ขั้นที่ 1: สังเกตอาการวิกฤต (ต้องรีบไปห้องฉุกเฉินทันที)
- มีอาการอาเจียนรุนแรงไม่หยุด ทานอะไรไม่ได้เลย (เสี่ยงช็อกจากการขาดน้ำ)
- มีอาการน้ำตาลตกเฉียบพลัน เช่น ตัวเย็น เหงื่อท่วม หน้ามืด ใจสั่น มือสั่นอย่างรุนแรง
- มีอาการแพ้ยารุนแรง หายใจติดขัด แน่นหน้าอก ตาบวม ปากบวม หรือผื่นขึ้นเห่อทั่วตัว
- บริเวณที่ฉีดมีอาการบวม แดง ร้อน ปวดระบม หรือมีหนองซึม (เสี่ยงผิวหนังติดเชื้อรุนแรง)
- ขั้นที่ 2: สังเกตอาการไม่รุนแรง (แต่ห้ามนิ่งนอนใจ)
- หากไม่มีอาการเฉียบพลัน หรือมีแค่ท้องอืด ท้องผูก พะอืดพะอมเล็กน้อย ก็ห้ามชะล่าใจ เพราะสารเคมีปลอมอาจกำลังแอบสะสมและทำลายระบบอวัยวะภายในเงียบๆ ให้รีบจดบันทึกวันเวลาที่ฉีดล่าสุดเพื่อเตรียมตัวไปพบแพทย์ค่ะ
- ขั้นที่ 3: ยังไม่พบอาการใดๆ ไปพบแพทย์และแจ้งข้อมูลแพทย์
- ให้ตรงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ที่มีแผนกอายุรกรรมโรคต่อมไร้ท่อหรือทางเดินอาหาร
- เปิดเผยความจริงกับคุณหมอทันทีว่า “สงสัยว่าได้รับยาควบคุมน้ำหนักปลอมที่คลินิกแอบผสมใส่ไซริ้งค์มาฉีดให้” พร้อมบอกจำนวนครั้งและวันเวลาที่ฉีดล่าสุดค่ะ
- ขั้นที่ 4: ขอตรวจเลือดรายการสำคัญเพิ่มเติม
- ตรวจตับอ่อน: ขอตรวจค่า CA 19-9 (เพื่อเฝ้าระวังความเสื่อมของตับอ่อน หากค่าพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องหยุดยาทันที) และตรวจระดับเอนไซม์ Amylase / Lipase (เพื่อเช็กภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน)
- ตรวจตับและไต: ตรวจค่า AST, ALT, ALP (ดูการอักเสบและสารพิษตกค้างในตับ) และค่า Creatinine, eGFR (เช็กระบบกรองของเสียของไต)
- ตรวจระดับน้ำตาลเฉียบพลัน: ตรวจค่า Fasting Blood Sugar (เช็กระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อป้องกันภาวะช็อก)
การที่ เหนียงไม่ยอมลด แม้จะใช้ปากกาลดน้ำหนักจนน้ำหนักตัวโดยรวมลดลงไปมากแล้วนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า ปากกาลดน้ำหนักมีจุดประสงค์หลักคือการลดไขมันสะสมโดยรวมทั่วร่างกาย ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสลายไขมันเฉพาะจุด หรือยกกระชับผิวบริเวณเหนียงโดยตรงค่ะ ดังนั้นการที่เหนียงยังคงอยู่จึงเป็นผลจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมกัน ทั้ง ไขมันสะสมเฉพาะจุด ที่ลดได้ยากกว่าบริเวณอื่น พันธุกรรม ที่กำหนดลักษณะการสะสมไขมันและโครงสร้างใบหน้า และที่สำคัญคือ ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน หรือการที่ผิวไม่สามารถหดตัวกลับไปกระชับได้ทันหลังจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วค่ะ
หากคุณคนไข้ต้องการแก้ปัญหาเหนียงอย่างตรงจุดจริงๆ หมอแนะนำว่าต้องพิจารณา การรักษาที่มุ่งเน้นบริเวณเหนียงโดยเฉพาะ ค่ะ ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถช่วยได้ เช่น
- การใช้เครื่องยกกระชับผิว อย่างเช่น เครื่องกลุ่ม Ultherapy, Thermage หรือ RF ต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณลำคอและใต้คาง กลับมาเฟิร์มและกระชับ ขึ้นค่ะ
- การสลายไขมันเฉพาะจุด สำหรับคนไข้ที่มีไขมันสะสมบริเวณเหนียงเป็นหลัก อาจพิจารณาการฉีดสารสลายไขมัน หรือใช้เทคโนโลยีสลายไขมัน หรือในบางกรณีอาจเป็นการดูดไขมัน (Liposuction) เพื่อ กำจัดไขมันที่ดื้อออกไปโดยตรง ค่ะ
หมอแนะนำให้คุณคนไข้เข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าของคุณคนไข้ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดค่ะ
คำตอบที่ดีที่สุด คือเพิ่มตอนหมอแนะนำค่ะ เพราะคนไข้ไม่ควรใช้ความรู้สึกว่าอยากเพิ่ม หรือลดตัวยาเอง เพราะอันตราย และมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ทันที หรือในระยะยาว
- อาทิตย์นี้ไม่ค่อยหิวเลย เว้นไปก่อน
- อาทิตย์นี้กินเยอะไปหน่อย ปรับคลิ๊กเพิ่มดีกว่า
- วันนี้เผลอกินหนมหวานไปเกินขนาด พรุ่งนี้ปรับโดสเพิ่มดีกว่า
แบบนี้คือเสี่ยงสูงมาก นอกจากจะไม่เห็นผล วัดผลไม่ได้แล้ว จะเกิดผลข้างเคียงตามมาได้หลายอย่าง และพอหมอถามก็จะนึกกันไม่ออก เพราะหลายคนคิดว่าทำได้เป็นเรื่องปกติ
การปรับขนาดยา จาก 1mg ไป 2.5 หรืออื่นๆ ทุกการตัดสินใจ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด และอย่าลืมว่าปากกาลดน้ำหนักเป็นเพียงตัวช่วย การปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนค่ะ
เห็นการถกเถียงกันของคนไข้ด้วยกันเอง หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์หลายคนก็พยายามออกมาอธิบายว่า มันเหมือนหรือมันต่าง “มันอยู่ที่ว่าถามใครมากกว่า” ถามหมอเถื่อน คลินิกเถื่อน ก็ต้องบอกว่าเหมือนกัน ตัวยาเดียวกัน แต่ถ้าถามสถานพยาบาลหรือแพทย์ที่มีจรรยาบรรณ มันคือตัวยาที่ระบุที่มาได้ชัดเจน กับไม่ชัดเจน (และอะไรที่ไม่ชัดเจนตรวจสอบไม่ได้ เราจะไม่ฉีดให้คนไข้) และเราจะประเมินเบื้องต้นว่ามันไม่ปลอดภัยไว้ก่อน
ส่วนคำว่า “เปปไทด์” เป็นคำกว้าง และรวมถึงคำว่า ปักปากกา ของที่ขายตามโซเชียลอาจอ้างว่าเป็น semaglutide/tirzepatide ตัวยาเดียวกัน แต่ไม่สามารถยืนยันความถูกต้องของขนาดยา ความบริสุทธิ์ และความปลอดเชื้อได้จริง จึงทำให้ เสี่ยงทั้งผลไม่ตรงที่หวังและความปลอดภัย
ฉะนั้นหมอไม่สนใจว่าคนไข้จะเรียกว่าอะไร แต่ทุกเครื่องมือ หรือตัวยาที่ผ่านมือหมอ จะต้องตรวจสอบได้เสมอ แพทย์ประเมินก่อนจ่ายยาแบบรายบุคคลและสั่งยาที่อยู่ในระบบที่ตรวจสอบได้ เท่านั้นค่ะ
การใช้ปากกาลดน้ำหนักต้องมั่นใจว่า ฉีดผ่านปากกาสำเร็จรูปเท่านั้น ไม่มีการผสมยาข้างนอกค่ะ (ยกเว้นว่าดึงจากตัวปากกาด้วยตัวเอง ยาบางยี่ห้อมียาค้างที่ปลายเข็มเยอะ) เพื่อให้ปลอดภัยและได้ยาแท้ 99% ต้องเลือก แพทย์ที่ตรวจสอบได้ รับบริการในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรอง ปากกามีสลากยาไทยชัดเจน และเป็น ยี่ห้อที่ได้รับการรับรอง อย่าง Mounjaro, Wegovy, Ozempic, หรือ Saxenda ค่ะ การใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี เหมาะสมกับร่างกายของแต่ละคนจริงๆ เพื่อผลลัพธ์และความปลอดภัยสูงสุดค่ะ
การปักปากกาไม่ได้ “กิน” กล้ามเนื้อโดยตรงอย่างที่หลายคนกังวล แต่มันคือการปรับตัวของร่างกายแบบองค์รวม เมื่อร่างกายลดน้ำหนักลงอย่างรวดเร็วจากการกินที่น้อยลง หากไม่มีการทานโปรตีนให้เพียงพอและออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อร่วมด้วย ก็มีโอกาสที่จะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไปได้ โดยเฉพาะในคนไข้ที่ไม่ได้อ้วนมาก การใช้ปากกาลดน้ำหนักอาจไม่จำเป็นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียกล้ามเนื้อ ดังนั้น การควบคุมอาหารที่เน้นโปรตีน และการออกกำลังกายที่เหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีและรูปร่างที่แข็งแรงอย่างยั่งยืนค่ะ
ฉะนั้นหมอเน้นย้ำคนไข้ทุกเคสเลยว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่แนะนำให้ใช้ยากลุ่มนี้ และยิ่งถ้าคนไข้ขาดวินัยด้วยแล้ว จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีค่ะ






