
Your body is your most priceless possession. Take care of it.
ถึงเวลาทวงคืนรูปร่างที่คุณใฝ่ฝันและสุขภาพที่ดีกว่าเดิม D’ Lovevery Clinic ขอนำเสนอโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก D’ RESIZE Saxenda ที่ผ่านการรับรองและได้รับการยอมรับทั่วโลกในการช่วยควบคุมความหิว ปรับพฤติกรรมการกิน และลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่นี่เราไม่ได้เพียงแค่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ แต่เราออกแบบโปรแกรมการดูแลเฉพาะบุคคลเพื่อให้คุณไปถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

ปากกาลดน้ำหนักคืออะไร ทำงานอย่างไร
โปรแกรมปากกาลดน้ำหนักคือโปรแกรมการใช้ยาในกลุ่ม Liraglutide ซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมนที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ฮอร์โมนนี้จะหลั่งออกมาจากลำไส้หลังรับประทานอาหารเพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนกลางให้รับรู้ว่า “อิ่มแล้ว”
ผลลัพธ์คือคุณจะรู้สึกหิวน้อยลง อิ่มนานขึ้น และควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อได้ดีกว่าเดิม เมื่อผสานกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย จะยิ่งส่งผลให้น้ำหนักและไขมันในร่างกายลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การลดน้ำหนักของคุณง่ายและสำเร็จผลได้จริง

ข้อดีและข้อควรพิจารณาของโปรแกรมปากกาลดน้ำหนัก
ข้อดี
- เป็นวิธีลดน้ำหนักที่มีผลการวิจัยทางการแพทย์รองรับและได้รับการรับรองจากอย. ทั้งในไทยและต่างประเทศ
- ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ไม่รู้สึกทรมานจากการอดอาหาร
- ช่วยลดความอยากอาหารและควบคุมความหิวได้อย่างมีนัยสำคัญ
- สามารถลดได้ทั้งน้ำหนักตัวและไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
- ใช้งานง่าย สามารถฉีดได้ด้วยตนเองที่บ้านหลังจากเรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องจากแพทย์
- เมื่อใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์จะมีความปลอดภัยสูง
ข้อควรพิจารณา
- อาจมีผลข้างเคียงในช่วงแรก เช่น คลื่นไส้ เวียนศีรษะ ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว
- จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและยั่งยืน
- มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการควบคุมอาหารและออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว
- ไม่สามารถใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีเงื่อนไขทางสุขภาพบางประการ
เปรียบเทียบโปรแกรมปากกาลดน้ำหนักแต่ละยี่ห้อ แตกต่างกันอย่างไร
| คุณสมบัติ | โปรแกรม Saxenda (Liraglutide) | โปรแกรม Ozempic/Wegovy (Semaglutide) |
|---|---|---|
| ตัวยาสำคัญ | Liraglutide | Semaglutide |
| ความถี่ | ฉีดทุกวัน วันละ 1 ครั้ง | ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง |
| การออกฤทธิ์ | ออกฤทธิ์สั้น (ประมาณ 24 ชั่วโมง) | ออกฤทธิ์ยาวนาน (ประมาณ 7 วัน) |
| การปรับยา | ค่อยๆ ปรับเพิ่มทุกสัปดาห์ | ค่อยๆ ปรับเพิ่มทุก 4 สัปดาห์ |
| ข้อดี | เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการหยุดยา หรือกังวลเรื่องผลข้างเคียงระยะยาว | สะดวกสบาย ไม่ต้องฉีดบ่อย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ |
| การรับรอง | ได้รับการรับรองสำหรับลดน้ำหนัก | Ozempic สำหรับเบาหวาน Wegovy สำหรับลดน้ำหนัก |
การฉีดทุกวันกับฉีดรายสัปดาห์ แบบไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ากัน
การฉีดทุกวัน (เช่น โปรแกรม Saxenda) และการฉีดรายสัปดาห์ (เช่น Ozempic/Wegovy) ให้ผลลัพธ์ในการลดน้ำหนักได้ดีทั้งคู่ แต่มีกลไกและข้อดีต่างกัน การฉีดทุกวันช่วยให้ระดับยาในเลือดคงที่และสามารถปรับเปลี่ยนหรือหยุดยาได้ง่ายหากเกิดผลข้างเคียง ในขณะที่การฉีดรายสัปดาห์ให้ความสะดวกสบายมากกว่า การเลือกว่าแบบไหนเหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของแต่ละบุคคล
โปรแกรมนี้อาจไม่เหมาะสำหรับคุณ หากคุณมีภาวะเหล่านี้
- กำลังตั้งครรภ์ วางแผนตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
- มีประวัติส่วนตัวหรือคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary thyroid carcinoma (MTC)
- มีประวัติเป็นโรคเนื้องอกของต่อมไร้ท่อชนิด Multiple Endocrine Neoplasia syndrome type 2 (MEN 2)
- เคยมีประวัติตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน
- มีประวัติแพ้ยา Liraglutide หรือ Semaglutide
- ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 1
เคล็ดลับเพิ่มประสิทธิภาพและข้อควรปฏิบัติระหว่างใช้โปรแกรม
| สิ่งที่ทำแล้วส่งผลดีต่อผลลัพธ์ | สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างรับบริการ |
|---|---|
| ✅ ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว | ❌ อดอาหารหรือกินน้อยจนเกินไป |
| ✅ รับประทานอาหารโปรตีนสูงและมีไฟเบอร์ | ❌ กินอาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูง |
| ✅ แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น | ❌ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ |
| ✅ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่ง | ❌ เปรียบเทียบผลลัพธ์ของตัวเองกับคนอื่น |
| ✅ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ | ❌ หยุดยาหรือปรับยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ |
คาดหวังผลลัพธ์ได้แค่ไหน กราฟแสดงการลดน้ำหนักที่ปลอดภัย
โดยทั่วไปแล้ว ในช่วง 1-3 เดือนแรก น้ำหนักจะลดลงได้ประมาณ 5-10% ของน้ำหนักตัวเริ่มต้น ซึ่งเป็นการลดลงที่ปลอดภัยและสมเหตุผล ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับวินัยในการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายควบคู่กันไป
xychart-beta
title "กราฟตัวอย่างการลดน้ำหนัก"
x-axis ["เริ่มต้น", "สิ้นเดือนที่ 1", "สิ้นเดือนที่ 2", "สิ้นเดือนที่ 3"]
y-axis "น้ำหนัก (กก.)"
bar [80, 75, 70, 65]
หมายเหตุ กราฟนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อแสดงแนวโน้มผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เท่านั้น

เตรียมตัวอย่างไรก่อนเริ่มต้นโปรแกรม
- เข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษา ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และประเมินความเหมาะสม
- ชั่งน้ำหนักและวัดสัดส่วนเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการติดตามผล
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาทุกชนิดที่กำลังใช้อยู่
- หากมีข้อสงสัยควรสอบถามแพทย์ให้เข้าใจอย่างละเอียดก่อนเริ่มโปรแกรม
วิธีดูแลตัวเองและเก็บรักษาปากกาลดน้ำหนัก
- การดูแลตัวเอง ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูงเพื่อลดผลข้างเคียงเรื่องคลื่นไส้ หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์
- การเก็บรักษา ควรเก็บปากกาด้ามใหม่ที่ยังไม่เปิดใช้ในตู้เย็น (อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส) ห้ามเก็บในช่องแช่แข็ง สำหรับปากกาที่เปิดใช้แล้วสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง (ไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส) หรือในตู้เย็นได้นาน 30 วัน
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจใช้ปากกาลดน้ำหนัก
| ข้อควรรู้ | คำอธิบาย |
|---|---|
| ฉีดเองได้ไหม เจ็บไหม | สามารถฉีดเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน โดยแพทย์จะสอนวิธีฉีดยาบริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขนอย่างละเอียด เข็มมีขนาดเล็กมาก ความรู้สึกเหมือนมดกัด |
| ลืมฉีดต้องทำอย่างไร | หากลืมฉีดไม่เกิน 12 ชั่วโมง สามารถฉีดได้ทันทีที่นึกขึ้นได้ แต่หากเกิน 12 ชั่วโมงแล้ว ให้ข้ามยามื้อนั้นไปและฉีดในเวลาปกติของวันถัดไป ห้ามเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า |
| ต้องอายุเท่าไหร่ถึงจะใช้ได้ | โดยทั่วไปแนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีดัชนีมวลกาย (BMI) ตามเกณฑ์ที่กำหนด |
| กินอาหารเสริมหรือฮอร์โมนไปด้วยได้ไหม | ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับอาหารเสริมและยาฮอร์โมนทุกชนิดที่ใช้ เพื่อให้แพทย์ประเมินความปลอดภัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น |
| มาฉีดกับหมอที่คลินิกได้ไหม | ได้แน่นอนค่ะ หากคุณไม่สะดวกใจที่จะฉีดด้วยตนเอง สามารถนัดหมายเข้ามาให้แพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญทำการฉีดให้ที่คลินิกได้ |
วิธีลดน้ำหนักที่ปลอดภัย ต้องควบคุมโดยแพทย์
| คุณสมบัติ | การกินยาลดความอ้วน (ทั่วไป) | Saxenda (Liraglutide) |
|---|---|---|
| ประเภท | หลากหลาย (อาจรวมถึงยาที่ไม่ได้รับการรับรอง หรือยาอันตราย) | ยาฉีดฮอร์โมน GLP-1 receptor agonist ที่ได้รับการอนุมัติทางการแพทย์ |
| กลไกการออกฤทธิ์ | แตกต่างกันไป เช่น ลดความอยากอาหาร, เพิ่มการเผาผลาญ, ขับน้ำ/ไขมัน (หลายชนิดอาจไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ) | เลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ GLP-1 ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้อิ่มนานขึ้น ชะลอการเคลื่อนตัวของอาหารในกระเพาะ |
| รูปแบบการใช้ | ยาเม็ด/แคปซูล รับประทาน | ยาฉีดใต้ผิวหนัง (ด้วยตัวเอง) วันละครั้ง |
| สถานะการอนุมัติ | หลายชนิดไม่ได้รับการอนุมัติจาก อย. หรืออาจมีส่วนผสมอันตราย | ได้รับการอนุมัติจากองค์กรอาหารและยา (เช่น อย. สหรัฐฯ, อย. ไทย) สำหรับการจัดการน้ำหนักในผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน/อ้วน |
| ความปลอดภัย | มีความเสี่ยงสูง อาจมีผลข้างเคียงรุนแรงถึงชีวิต (เช่น ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ตับ/ไตวาย) | มีข้อมูลความปลอดภัยจากการวิจัยทางการแพทย์ ผลข้างเคียงมักไม่รุนแรงและดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว |
| ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย | ใจสั่น เวียนหัว คลื่นไส้ นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ปากแห้ง ท้องผูก/ท้องเสีย | คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก (ส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงชั่วคราวที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร) |
| ประสิทธิภาพการลดน้ำหนัก | ไม่แน่นอน บางชนิดอาจลดได้ชั่วคราว แต่มีความเสี่ยงโยโย่และอันตรายสูง | ช่วยลดน้ำหนักได้จริงเมื่อใช้ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (อาหารและการออกกำลังกาย) |
| การดูแลโดยแพทย์ | มักใช้เองโดยไม่มีการดูแลจากแพทย์ | ต้องใช้ภายใต้การดูแลและสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น เพื่อประเมินความเหมาะสมและติดตามผล |
| การพึ่งพา | อาจทำให้เกิดการพึ่งพา หรือหยุดแล้วกลับมาอ้วนง่าย (โยโย่) | เป็นการรักษาระยะยาวภายใต้การดูแลแพทย์ เพื่อช่วยปรับพฤติกรรมและรักษาน้ำหนักให้คงที่ |
โปรแกรม Saxenda ราคาเท่าไหร่


| จำนวนชุด | ราคา (บาท) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| 1 ชุด | 6,500.- | |
| 2 ชุด | 12,000.- | |
| 3 ชุด | 16,500.- | ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง |
คำนวณ BMI เพื่อนำข้อมูลปรึกษาแพทย์
เกณฑ์ค่า BMI สำหรับคนไทย (WHO – Asia Pacific)
| BMI (kg/m²) | เกณฑ์ | ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| น้อยกว่า 18.50 | น้ำหนักน้อย / ผอม | มากกว่าคนปกติ |
| 18.50 – 22.90 | ปกติ (สุขภาพดี) | เท่าคนปกติ |
| 23.00 – 24.90 | ท้วม / โรคอ้วนระดับ 1 | อันตรายระดับ 1 |
| 25.00 – 29.90 | อ้วน / โรคอ้วนระดับ 2 | อันตรายระดับ 2 |
| มากกว่า 30.00 | อ้วนมาก / โรคอ้วนระดับ 3 | อันตรายระดับ 3 |
ทำไมต้องเลือกโปรแกรมปากกาลดน้ำหนักที่ D’ Lovevery Clinic
- เป็นส่วนตัวและใส่ใจ เราให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของคุณ ไม่ต้องรอนาน ไม่แออัด แพทย์ให้คำปรึกษาแบบ case-by-case อย่างละเอียด ไม่เร่งรีบ
- สบายใจไม่มีแรงกดดัน เราไม่มีเซลส์คอยปิดการขายหรือบังคับซื้อคอร์ส คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างสบายใจ
- จ่ายสบายเลือกได้ เรามีระบบมัดจำ แบ่งจ่ายได้ พร้อมรองรับ Shopee PayLater และโปรแกรมผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
- ดูแลต่อเนื่องโดยแพทย์คนเดิม คุณจะได้ติดตามผลและปรับเปลี่ยนแผนการรักษากับแพทย์ที่ดูแลคุณมาตั้งแต่ต้น
- รีวิวจริงจากลูกค้าจริง เรานำเสนอรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ไม่มีการจ้างดาราหรือ Influencer เพื่อให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริง
- แพทย์ประสบการณ์สูงตรวจสอบได้ ทีมแพทย์ของเรามีประสบการณ์ สามารถตรวจสอบรายชื่อได้จากแพทยสภา
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางสะดวก คลินิกของเราผ่านการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข สะอาด ปลอดภัย พร้อมที่จอดรถฟรีอำนวยความสะดวก
- โปร่งใสและตรวจสอบได้ เราให้ข้อมูลรวดเร็ว คุณสามารถเช็คคอร์สคงเหลือได้ง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่ใช้ผ่านการรับรองจาก อย. ประเทศไทยและสามารถตรวจสอบได้ก่อนรับบริการ

บริการปรึกษาแพทย์และช่องทางการจัดส่งยา
ปัจจุบันมีบริการให้คำปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาในกลุ่มนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถ
- ปรึกษาออนไลน์กับแพทย์ ผ่านวิดีโอคอลหรือโทรศัพท์ เพื่อประเมินความเหมาะสมและรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
- ลงทะเบียนประวัติผู้ป่วย ก่อนการจัดส่งยา เพื่อให้แพทย์และทีมงานมีข้อมูลประกอบการดูแลรักษา
- จัดส่งยาเย็น ด้วยระบบที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อรักษาคุณภาพและอุณหภูมิของยาให้คงที่ตลอดการขนส่ง

ทำไมต้องที่ D’ Lovevery Clinic
- ประเมินแบบรายบุคคลโดยแพทย์ วางแนวทางเหมาะกับประวัติสุขภาพ พฤติกรรมการทานอาหาร และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้คุณเริ่มได้อย่างมั่นใจ
- ติดตามต่อเนื่อง และปรับแผนเมื่อจำเป็น คุณจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องโดยทีมที่ดูแลคุณมาตั้งแต่ต้น ช่วยให้ผลลัพธ์มีความต่อเนื่องและเหมาะกับร่างกายจริง
- สบายใจเรื่องการตัดสินใจ ไม่มีแรงกดดันหรือการเร่งให้ซื้อ แพทย์ให้ข้อมูลครบ เพื่อให้คุณตัดสินใจด้วยตัวเอง
- จ่ายสะดวกและยืดหยุ่นตามความเหมาะสม มีช่องทางชำระเงินหลายแบบ เช่น Shopee PayLater และโปรแกรมผ่อน 0% (ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ)
- ทีมแพทย์ตรวจสอบได้ แพทย์มีประสบการณ์ในการดูแลด้านการลดน้ำหนัก และให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ
- คลินิกมาตรฐาน เดินทางง่าย ปลอดภัย ผ่านการรับรองตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง บรรยากาศสะอาดและเป็นสัดส่วน ช่วยให้คุณรู้สึกสบายระหว่างรับบริการ
ลืมภาพจำเดิม ๆ ที่คิดว่าคนมี Six-pack หรือบอดี้แฟตต่ำ แล้วแปลว่าหัวใจคุณพร้อมลุย Hyrox ไปได้เลยค่ะ
การตรวจสุขภาพก่อนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาไฮร็อกซ์มีความจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและการทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกายเนื่องจากเป็นการแข่งขันที่ใช้พลังงานสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อสลายหรือภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากโรคแฝงที่ไม่แสดงอาการ
จากประสบการณ์ตรงที่หมอเจอคนไข้สายฟิตเนสในคลินิก หลายคนหุ่นระดับโมเดลแต่ผลตรวจ VO2 Max และผลสุขภาพเชิงลึกหลอดเลือดหัวใจกลับมีแคลเซียมเกาะ (CAC Score) หรือมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแฝง โดยไม่รู้ตัว เพราะ HYROX (ไฮร็อกซ์) ไม่ใช่ Fun Run แต่เป็นสนามทรมานเซลล์ที่เค้นหัวใจแช่อยู่ใน Red Line Zone นานนับชั่วโมง หากระบบหล่อเย็นภายในร่างกายไม่สมบูรณ์ กล้ามเนื้อที่อุตส่าห์ปั้นมาอาจเปลี่ยนเป็นสารพิษทำลายไตจาก ภาวะ Rhabdomyolysis ได้ในวันเดียว
ถ้าเป้าหมายของการเล่นกีฬาคือการมี Longevity (สุขภาพดีระยะยาว) ควบคู่กับความสวยงามของสรีระ การตรวจ Pre-participation Screening (เช่น EST, Echo และระดับอิเล็กโทรไลต์) ไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่เป็น Cheat Sheet ทางการแพทย์ ที่ช่วยให้คุณรู้ลิมิตของเครื่องยนต์ในร่างกาย ซ้อมได้ถูกจุด แข่งจบแบบไม่ต้องเรียกรถพยาบาล และตื่นมาในวันรุ่งขึ้นด้วยร่างที่ยังเฟิร์มกระชับ ไม่พังยับเยินระดับเซลล์ค่ะ
ความจริงคือปากกาลดน้ำหนัก ไม่ใช่ผู้ร้ายในเคสคนผิวเหลว คำตอบจึงไม่ใช่ห้ามใช้ แต่ใช้ยังไงให้เหมาะสมกับสุขภาพองค์รวมของคนไข้แต่ละคน “จริงบางส่วน” ในแง่ของกลไก คือ ถ้าลดน้ำหนักเร็วเกินไป และกินโปรตีนไม่พอหรือไม่ได้ออกแรงต้าน กล้ามเนื้อจะเสียได้ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนดูแฟบและผิวดูย้วยมากขึ้นได้ แต่ถ้าหมอประเมินแล้วว่าส่วนที่ได้คือ น้ำหนักลดได้จริง ผลข้างเคียงอื่นๆอยู่ในเกณฑ์ที่คนไข้รับได้ มันก็เป็นตัวเลือกการรักษาที่ดี
และถ้าเรารู้ปัญหาคนไข้ดีก่อนใช้ยา การป้องกันระหว่างใช้ยา ก็เป็นเรื่องสำคัญ ทานโปรตีนให้มากขึ้น เพิ่มกิจกรรมแนวเวท หรือออกแรงต้านให้มากขึ้น ก็จะช่วยได้มาก และสำคัญสุดคือแผนการลดน้ำหนัก อยู่ในการควบคุมของแพทย์ คือไม่ต้องเน้นให้ลงเร็วเกินไป (ซึ่งส่วนนี้แหล่ะที่ขัดใจคนไข้) เพราะทุกคนอยากเห็นเร็ว อยากลงลิฟท์รวดเดียว 10 ชั้น 20 ชั้น แต่รับไม่ได้กับการที่มีปัญหาอื่นๆตามมา แพทย์จึงเป็นตัวแปรสำคัญว่าการใช้ยา ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน จึงห้ามใช้เอง หยุดยาเอง
ก่อนอื่น หมอปรบมือให้คนที่ทำได้จริงนะคะ หมอรู้สึกดีใจแทนที่มาถึงจุดนี้มากๆเลยค่ะ! เพราะนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขบนตาชั่ง แต่มันคือ ชัยชนะของความสม่ำเสมอและความพยายาม ที่ร่างกายของเรากำลังตอบรับอย่างงดงามค่ะ
คืออย่างนี้นะคะ… มันเหมือนกับการปลูกต้นไม้ค่ะ ในช่วงแรกที่เราเพิ่งปลูก ต้นกล้ายังอ่อนแอ ต้องดูแลประคบประหงมเป็นพิเศษ รดน้ำ พรวนดิน สม่ำเสมอ นั่นคือช่วงปีแรกๆ หลังการลดน้ำหนักค่ะ ร่างกายยัง “ใจไม่ถึง” กับน้ำหนักใหม่ พร้อมจะดีดกลับไปน้ำหนักเดิมทุกเมื่อ แต่พอเราผ่านพ้นช่วง 2-3 ปีมาได้เนี่ย ต้นไม้ของเราก็เริ่มหยั่งรากลึก แข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะเจอพายุฝนหรือแดดร้อน ก็ยังยืนต้นได้มั่นคง นั่นแหละค่ะ คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ New Weight Set Point ของร่างกายเรา เมื่อเราคงน้ำหนักได้นานขนาดนี้ ร่างกายจะเริ่ม “เชื่อ” แล้วว่า นี่คือน้ำหนักปกติใหม่ และปรับสมดุลฮอร์โมน ระบบเผาผลาญ ให้เข้ากับจุดนี้ ทำให้ โอกาสที่เราจะกลับไปอ้วนง่ายๆ เหมือนเดิมเนี่ย ลดลงเยอะเลยค่ะ นี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่มันคือ “รางวัล” ของคนที่มีวินัย ซึ่งจากประสบการณ์การดูแลคนไข้ของหมอ คนที่ผ่านจุดนี้มาได้ มักจะมีความสุขกับการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายแบบยั่งยืนไปแล้วโดยไม่รู้ตัวค่ะ มันคือการสร้างนิสัยใหม่ที่แข็งแกร่งนั่นเอง!
ดริปวิตามินลดน้ำหนักคล้ายการชาร์จแบตมือถือค่ะ ถ้าแบตอ่อนจากพักผ่อนน้อยหรือกินไม่ครบ ก็อาจช่วยให้รู้สึกมีพลังขึ้นชั่วคราว แต่ ไม่ได้ลบไฟล์ส่วนเกินในเครื่อง เช่นเดียวกับที่ดริปไม่ได้สลายไขมันสะสมให้หายไปเอง คนไข้ที่เห็นน้ำหนักลดเร็วหลังดริปจึงควรถามก่อนว่าเป็นไขมันที่ลดจริง หรือเป็นเพียงน้ำหนักน้ำในร่างกาย ยังไม่มีงานวิจัยใดรองรับเรื่องนี้ และตัวหมอเองก็ให้ข้อมูลคนไข้ชัดเจนว่าถ้าต้องการลดน้ำหนัก ควรใช้โปรแกรมที่ตรงจุด และได้รับการยอมรับทางการแพทย์
หมออยากให้คนไข้ทุกคนเลือกดูแลรูปร่างแบบไม่หลงกับคำว่าเร็ว ด่วน รีบ ถูก จำนวนจำกัด เห็นผลทันที 7 วันผอม หรืออะไรที่เร่งรัด เพราะไขมันลดได้จากพลังงานที่ใช้มากกว่าที่รับเข้าอย่างต่อเนื่องค่ะ ดริปวิตามินอาจเป็นส่วนเสริมเฉพาะรายเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ แต่หัวใจของผลลัพธ์ระยะยาวยังคือ เลือกทานอาหาร ออกกำลังกาย เสริมกล้ามเนื้อ นอนพอ และมีแผนที่เหมาะกับสุขภาพของตนเอง
“ยาปากกา Mounjaro แบบที่ไม่ต้องนับคลิก” จะมีในบางประเทศ (เป็นรุ่นที่ระบบการใช้งาน/การกดใช้งานถูกออกแบบให้ความสะดวกมากขึ้น) ที่มีคนไข้มาถามบ่อยก็จะเป็นจากเกาหลีกับญี่ปุ่น แต่สำหรับในประเทศไทย รุ่นที่ไม่มีการนับคลิก ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรอง/ขึ้นทะเบียนในบ้านเรา ดังนั้นถ้าคุณกำลังคิดจะใช้แบบที่หาซื้อจากต่างประเทศ ขอให้ระวังเรื่องความถูกต้องของผลิตภัณฑ์และความปลอดภัยก่อนเสมอ และที่สำคัญถึงมันจะ “สะดวกกว่า” ก็ไม่ได้แปลว่าหลักการจะเปลี่ยนไปจากเดิมค่ะ
การใช้ยากลุ่มนี้ “เอฟเฟคโดยหลักการใกล้เคียงกัน” คือช่วยเรื่องความอยากอาหาร คุมระดับน้ำตาล และช่วยลดน้ำหนักในกลุ่มคนไข้ที่มีความเสี่ยงได้ แต่ ถ้าจะเริ่มหรือจะหยุด—ต้องพบแพทย์ก่อน นะคะ เพราะการหยุดเองโดยไม่คุยแผนรักษากับหมอ อาจทำให้เกิดโหมด “โยโย่” หรือน้ำหนักดีดกลับได้เช่นกัน บางคนอาจรู้สึกเหมือนใช้แล้วง่ายกว่าเลยคิดว่าจะหยุดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จริงๆกลไกการคุมพฤติกรรมการกินและการเผาผลาญยังต้องมีแผนต่อเนื่อง เลยแนะนำให้ใช้และประเมินผลภายใต้การดูแลของแพทย์ค่ะ
คนไข้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า “ก็ฉีดมาตั้งหลายสัปดาห์แล้ว ไม่เห็นมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ หรือใจสั่นเลย น่าจะเป็นยาแท้นะ” หมอขอเตือนตรงนี้เลยค่ะว่า “ห้ามนิ่งนอนใจเด็ดขาด!”
จากกรณีเคสคนไข้ที่เข้าไปใช้บริการคลินิกย่านรามอินทราตามที่เป็นข่าว โดยตั้งใจจะใช้ยา Mounjaro (ซึ่งเป็นยาแท้ที่ผ่าน อย.) แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่หลอกล่อให้เปลี่ยนไปใช้ยา “NOVOTRIMPLUS/VitaPeptix” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. ไทย เมื่อร่างกายได้รับสารแปลกปลอมที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองทางการแพทย์ ร่างกายจะเกิดกลไกต่อต้านอย่างรุนแรงทันทีค่ะ ในเคสนี้ส่งผลให้คนไข้เกิดภาวะทางเดินอาหารแปรปรวนอย่างรุนแรงและเกิดการอาเจียนไม่หยุด (Severe Vomiting) จนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในระดับวิกฤต
หรือแม้แต่ตัวยาอื่นๆ ยาปลอมบางชนิดไม่ได้ผสมสารอันตรายเฉียบพลัน แต่เป็นเพียงน้ำเกลือปนเปื้อน หรือสารเคมีไร้ประโยชน์ ซึ่งแม้จะไม่ทำให้คนไข้ช็อกในทันที แต่มันจะไม่มีผลในการคุมหิวหรือลดน้ำหนักเลย แถมเข็มและสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าไปซ้ำๆ อาจก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย เกิดฝีหนองใต้ผิวหนัง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือด รวมถึงอาจส่งผลเสียต่อตับและไตในระยะยาวโดยที่ร่างกายไม่ได้แสดงอาการเตือนใดๆ ออกมาในตอนแรกค่ะ
หมอขอเรียงลำดับขั้นตอนและแนะนำคนไข้เป็นข้อๆ สั้นๆ เข้าใจง่าย ถ้ามั่นใจว่าฉีดยาปลอมมาแน่ เพื่อให้คนไข้ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุดดังนี้ค่ะ
- ขั้นที่ 1: สังเกตอาการวิกฤต (ต้องรีบไปห้องฉุกเฉินทันที)
- มีอาการอาเจียนรุนแรงไม่หยุด ทานอะไรไม่ได้เลย (เสี่ยงช็อกจากการขาดน้ำ)
- มีอาการน้ำตาลตกเฉียบพลัน เช่น ตัวเย็น เหงื่อท่วม หน้ามืด ใจสั่น มือสั่นอย่างรุนแรง
- มีอาการแพ้ยารุนแรง หายใจติดขัด แน่นหน้าอก ตาบวม ปากบวม หรือผื่นขึ้นเห่อทั่วตัว
- บริเวณที่ฉีดมีอาการบวม แดง ร้อน ปวดระบม หรือมีหนองซึม (เสี่ยงผิวหนังติดเชื้อรุนแรง)
- ขั้นที่ 2: สังเกตอาการไม่รุนแรง (แต่ห้ามนิ่งนอนใจ)
- หากไม่มีอาการเฉียบพลัน หรือมีแค่ท้องอืด ท้องผูก พะอืดพะอมเล็กน้อย ก็ห้ามชะล่าใจ เพราะสารเคมีปลอมอาจกำลังแอบสะสมและทำลายระบบอวัยวะภายในเงียบๆ ให้รีบจดบันทึกวันเวลาที่ฉีดล่าสุดเพื่อเตรียมตัวไปพบแพทย์ค่ะ
- ขั้นที่ 3: ยังไม่พบอาการใดๆ ไปพบแพทย์และแจ้งข้อมูลแพทย์
- ให้ตรงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ที่มีแผนกอายุรกรรมโรคต่อมไร้ท่อหรือทางเดินอาหาร
- เปิดเผยความจริงกับคุณหมอทันทีว่า “สงสัยว่าได้รับยาควบคุมน้ำหนักปลอมที่คลินิกแอบผสมใส่ไซริ้งค์มาฉีดให้” พร้อมบอกจำนวนครั้งและวันเวลาที่ฉีดล่าสุดค่ะ
- ขั้นที่ 4: ขอตรวจเลือดรายการสำคัญเพิ่มเติม
- ตรวจตับอ่อน: ขอตรวจค่า CA 19-9 (เพื่อเฝ้าระวังความเสื่อมของตับอ่อน หากค่าพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ต้องหยุดยาทันที) และตรวจระดับเอนไซม์ Amylase / Lipase (เพื่อเช็กภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน)
- ตรวจตับและไต: ตรวจค่า AST, ALT, ALP (ดูการอักเสบและสารพิษตกค้างในตับ) และค่า Creatinine, eGFR (เช็กระบบกรองของเสียของไต)
- ตรวจระดับน้ำตาลเฉียบพลัน: ตรวจค่า Fasting Blood Sugar (เช็กระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อป้องกันภาวะช็อก)
การที่ เหนียงไม่ยอมลด แม้จะใช้ปากกาลดน้ำหนักจนน้ำหนักตัวโดยรวมลดลงไปมากแล้วนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า ปากกาลดน้ำหนักมีจุดประสงค์หลักคือการลดไขมันสะสมโดยรวมทั่วร่างกาย ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อสลายไขมันเฉพาะจุด หรือยกกระชับผิวบริเวณเหนียงโดยตรงค่ะ ดังนั้นการที่เหนียงยังคงอยู่จึงเป็นผลจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมกัน ทั้ง ไขมันสะสมเฉพาะจุด ที่ลดได้ยากกว่าบริเวณอื่น พันธุกรรม ที่กำหนดลักษณะการสะสมไขมันและโครงสร้างใบหน้า และที่สำคัญคือ ความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนและอีลาสติน หรือการที่ผิวไม่สามารถหดตัวกลับไปกระชับได้ทันหลังจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วค่ะ
หากคุณคนไข้ต้องการแก้ปัญหาเหนียงอย่างตรงจุดจริงๆ หมอแนะนำว่าต้องพิจารณา การรักษาที่มุ่งเน้นบริเวณเหนียงโดยเฉพาะ ค่ะ ซึ่งมีหลายวิธีที่สามารถช่วยได้ เช่น
- การใช้เครื่องยกกระชับผิว อย่างเช่น เครื่องกลุ่ม Ultherapy, Thermage หรือ RF ต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณลำคอและใต้คาง กลับมาเฟิร์มและกระชับ ขึ้นค่ะ
- การสลายไขมันเฉพาะจุด สำหรับคนไข้ที่มีไขมันสะสมบริเวณเหนียงเป็นหลัก อาจพิจารณาการฉีดสารสลายไขมัน หรือใช้เทคโนโลยีสลายไขมัน หรือในบางกรณีอาจเป็นการดูดไขมัน (Liposuction) เพื่อ กำจัดไขมันที่ดื้อออกไปโดยตรง ค่ะ
หมอแนะนำให้คุณคนไข้เข้ามารับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินสภาพผิว ปริมาณไขมัน และโครงสร้างใบหน้าของคุณคนไข้ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดค่ะ
คำตอบที่ดีที่สุด คือเพิ่มตอนหมอแนะนำค่ะ เพราะคนไข้ไม่ควรใช้ความรู้สึกว่าอยากเพิ่ม หรือลดตัวยาเอง เพราะอันตราย และมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ทันที หรือในระยะยาว
- อาทิตย์นี้ไม่ค่อยหิวเลย เว้นไปก่อน
- อาทิตย์นี้กินเยอะไปหน่อย ปรับคลิ๊กเพิ่มดีกว่า
- วันนี้เผลอกินหนมหวานไปเกินขนาด พรุ่งนี้ปรับโดสเพิ่มดีกว่า
แบบนี้คือเสี่ยงสูงมาก นอกจากจะไม่เห็นผล วัดผลไม่ได้แล้ว จะเกิดผลข้างเคียงตามมาได้หลายอย่าง และพอหมอถามก็จะนึกกันไม่ออก เพราะหลายคนคิดว่าทำได้เป็นเรื่องปกติ
การปรับขนาดยา จาก 1mg ไป 2.5 หรืออื่นๆ ทุกการตัดสินใจ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด และอย่าลืมว่าปากกาลดน้ำหนักเป็นเพียงตัวช่วย การปรับพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนค่ะ









