ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

TheraFill เป็น Filler หรือกลุ่ม Biostimulator ฉีดร่วมกับตัวไหนได้บ้าง

TheraFill จัดเป็นนวัตกรรม Atelocollagen ที่มีคุณสมบัติแบบ 2-in-1 คือทำหน้าที่เป็นทั้ง Filler เพื่อเติมเต็มร่องลึกและหลุมสิวให้ตื้นขึ้นทันที และเป็น Biostimulator ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ให้ผิวแน่นกระชับในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว (Skin Quality) โดยเฉพาะ สามารถฉีดร่วมกับ Botox เพื่อเก็บรายละเอียดริ้วรอย หรือฉีดร่วมกับ HA Filler เพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่ควร หลีกเลี่ยงความร้อนสูง เช่น เลเซอร์ หรือ HIFU ในช่วงแรกหลังฉีดเพื่อรักษาอายุของคอลลาเจนให้อยู่ได้นาน 6-12 เดือนค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

filler-price-dlovevery-clinic

TheraFill คืออะไร? ฟิลเลอร์ หรือ Biostimulator และฉีดร่วมกับอะไรได้บ้าง?

สวัสดีค่ะคนไข้ หมอเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อ TheraFill (เทราฟิล) กันมาบ้างแล้ว และเกิดคำถามในใจว่า สรุปแล้วเจ้าตัวนี้มันคืออะไรกันแน่? จะจัดอยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์หรือตัวกระตุ้นคอลลาเจนดี? วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจ พร้อมแนะนำเทคนิคการจับคู่หัตถการ (Combination) เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ปังที่สุดค่ะ

TheraFill ยืนหนึ่งตรงกลาง เป็นลูกผสมระหว่าง Filler และ Biostimulator

ถ้าจะให้หมอนิยาม TheraFill ให้เข้าใจง่ายที่สุด หมอขอยกให้เขาเป็น “Hybrid Rejuvenation” หรือลูกผสมค่ะ เพราะเขามีคุณสมบัติเด่นของทั้งสองกลุ่มรวมกัน

  1. มีความเป็น Filler (สารเติมเต็ม): เพราะตัวเขาคือ Atelocollagen (คอลลาเจนบริสุทธิ์) ที่มีเนื้อเป็นเจล เมื่อหมอฉีดเข้าไปปุ๊บ มันจะเข้าไปแทนที่เนื้อเยื่อที่หายไปทันที เห็นผลทันทีหลังทำ เหมือนเราฉีดฟิลเลอร์เลยค่ะ เหมาะมากกับริ้วรอยเล็กๆ หรือหลุมสิวตื้นๆ
  2. มีความเป็น Biostimulator (สารกระตุ้นคอลลาเจน): หลังจากฉีดไปแล้ว ร่างกายจะไม่มองว่าเขาเป็นสิ่งแปลกปลอม (Bio-compatible) เขาจะทำหน้าที่เป็น “โครงร่าง” (Scaffold) ให้ร่างกายเราสร้างคอลลาเจนใหม่และเส้นเลือดใหม่เข้ามาเกาะ ทำให้ผิวค่อยๆ ฟูแน่นขึ้น และคุณภาพผิวดีขึ้นในระยะยาวค่ะ

สรุปง่ายๆ คื ถ้าคนไข้อยากได้ “ทรงเป๊ะ หน้าเปลี่ยน” ให้ไปฟิลเลอร์ (HA) แต่ถ้าอยากได้ “ผิวเด็ก ผิวแน่น รูขุมขนกระชับ และเติมเต็มริ้วรอยเล็กๆ” TheraFill คือคำตอบที่ใช่กว่าค่ะ

คลินิก ปรึกษาฟรี หมอต้าร์ ดีเลิฟเวอรี่คลินิก

เทคนิคจับคู่ (Combination) TheraFill ฉีดร่วมกับอะไรแล้ว “เวิร์ค”?

การทำหัตถการเดียวอาจจะไม่ตอบโจทย์ปัญหาผิวทั้งหมดค่ะ หมอมักจะแนะนำให้ทำควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ (Synergistic Effect) ดังนี้ค่ะ

1. TheraFill + Toxin (โบท็อกซ์) คู่หูจัดการริ้วรอย

  • ทำไมต้องคู่กัน: โบท็อกซ์ช่วยหยุดการขยับของกล้ามเนื้อ (ลดริ้วรอยขณะแสดงสีหน้า) ส่วน TheraFill จะช่วย เติมเต็มร่องลึกที่เกิดขึ้นแล้ว (Static Lines) ที่โบท็อกซ์แก้ไม่ได้ เช่น ร่องลึกถาวรที่หน้าผาก หรือริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตา
  • ผลลัพธ์: ผิวจะดูเรียบเนียนขึ้นทั้งตอนหน้านิ่งและตอนขยับหน้าค่ะ

2. TheraFill + HA Filler งานผิวสวย x งานปรับรูปหน้า

  • ทำไมต้องคู่กัน: เราสามารถฉีดคนละชั้นผิวได้ค่ะ ใช้ HA Filler (เนื้อแข็ง) วางผิวชั้นลึกเพื่อยกพยุงโครงหน้าหรือเติมขมับตอบ แล้วใช้ TheraFill (เนื้อนิ่ม) เก็บงานผิวชั้นตื้น (Dermis) ทั่วหน้า
  • ผลลัพธ์: ได้ทั้งโครงหน้าที่ได้สัดส่วน และผิวสัมผัสที่เนียนละเอียด ฉ่ำวาว ดูแพงมากค่ะ

3. TheraFill + Energy Device (Ulthera / HIFU) ต้องระวังเรื่อง “ความร้อน”

  • ข้อควรระวัง: หมอไม่แนะนำให้ทำพร้อมกันในวันเดียวนะคะ เพราะความร้อนจากเครื่องยกกระชับอาจเข้าไปทำลายโปรตีนคอลลาเจนของ TheraFill ให้สลายตัวเร็วขึ้น
  • คำแนะนำ: ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ หรือถ้าจำเป็นต้องทำจริงๆ ควรทำเครื่องยกกระชับก่อน แล้วค่อยมาเติม TheraFill ทีหลังค่ะ

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย