ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

จริงหรือเปล่าที่การเดิน เบิร์นไขมันสะสมได้ดีกว่าวิ่งเร็วๆ

หลายคนแอบตอบในใจก่อนมาถามหมอ แต่คำตอบมักผิดค่ะ คำตอบคือคนทั่วๆไป ที่ไม่ใช่นักกีฬา หรือทำงานหนักมากๆ การเดิน หรือการขยับร่างกายให้มากกว่านั่งๆนอนๆ ช่วยเบิร์นไขมันได้ดี แต่มันเบิร์นได้ช้า

กลไกการเลือกใช้พลังงานขึ้นอยู่กับ “ความเข้มข้นของการออกกำลังกาย” และ “ปริมาณออกซิเจน” เมื่อเราเดินหรือออกกำลังเบาๆ ร่างกายมีเวลาและออกซิเจนเพียงพอที่จะเกิดกระบวนการ Lipolysis (สลายไขมัน) มาเป็นพลังงานหลัก แต่เมื่อเราวิ่งหรือออกแรงหนัก ร่างกายต้องการพลังงานเร่งด่วนเกินกว่าที่ไขมันจะสลายตัวทัน จึงต้องเปลี่ยนโหมดไปดึง Glycogen (น้ำตาลสะสม) มาใช้แทน เพราะเปลี่ยนเป็นพลังงานได้เร็วกว่า แม้จะใช้ไขมันน้อยลง ณ ขณะนั้น แต่การใช้น้ำตาลจนหมดก็ช่วยลดโอกาสการสะสมไขมันใหม่ในอนาคตได้เช่นกันค่ะ

งานวิจัยพบว่าในช่วง 15-20 นาทีแรก ของการเดิน ร่างกายยังใช้น้ำตาลในกระแสเลือดอยู่ และจะเริ่มดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นสัดส่วนหลักจริงๆ หลังจากนาทีที่ 20-30 เป็นต้นไป แต่การเดินกลับไม่ใช่คำตอบของการทำให้ผอมเร็วๆนะ เพราะอะไร หมอสรุปให้ด้านล่างค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

เดินกับวิ่ง อะไรทำให้ผอมง่ายกว่ากัน

การเดินใช้พลังงานจากไขมันถึง 85% แต่น้ำตาลเพียง 15% ในขณะที่การวิ่ง Sprint อาจใช้น้ำตาลเกือบ 100%

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดไป ถึงแม้การเดินจะเก่งเรื่องการดึง ไขมันสะสมออกมาใช้โดยตรง (High Fat Oxidation) เพราะร่างกายมีออกซิเจนเหลือเฟือ แต่จุดอ่อนคือ ยอดรวมแคลอรี่ที่เผาผลาญได้นั้นน้อยกว่า การวิ่งในเวลาที่เท่ากันมากค่ะ สมการความผอมคือ Caloric Deficit (แคลอรี่รับเข้า < แคลอรี่ออก) ดังนั้น การเดินจึงทำให้ ตัวเลขบนตาชั่งลดลงช้ากว่า การวิ่งที่ใช้พลังงานมหาศาลกวาดเรียบทั้งน้ำตาลและไขมัน การเดินจึงเหมาะกับคนไข้ที่ต้องการลดสัดส่วนแบบค่อยเป็นค่อยไปและถนอมร่างกายมากกว่าการรีดน้ำหนักแบบเร่งด่วนค่ะ

  • เพราะตามหลักการแพทย์ การจะลดน้ำหนักไขมันให้ได้ 1 กิโลกรัม ต้องเผาผลาญพลังงานส่วนเกินให้ได้ถึง 7,700 แคลอรี่ ซึ่งการเดินอาจต้องใช้เวลาสะสมนานหลายสัปดาห์กว่าจะถึงจุดนั้น
  • การเดินเร็ว 1 ชั่วโมง อาจเทียบเท่าการวิ่งจ็อกกิ้งเพียง 20-30 นาที เท่านั้นในแง่ของการเผาผลาญพลังงานรวม

“ทีมเดิน” vs “ทีมวิ่ง” แบบไหนที่ใช่คุณ?

เปรียบเทียบทีมเดิน (Walking) 🚶‍♀️ทีมวิ่ง (Running) 🏃‍♀️
เหมาะกับใครที่สุด?มือใหม่เพิ่งเริ่ม, ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ (Plus Size)สายฟิต, คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือต้องการความท้าทาย
สภาพร่างกายมีปัญหา ปวดเข่า ปวดหลัง หรือข้อต่อไม่ค่อยดีร่างกายแข็งแรง ไม่มีปัญหาข้อเข่า หรือกระดูก
เป้าหมายหลักลดไขมันแบบ ถนอมร่างกาย ไม่โทรม ไม่เครียดลดน้ำหนักแบบ รวดเร็ว ต้องการเบิร์นแคลอรี่ให้ได้มากที่สุด
เวลาที่มีให้มีเวลาเยอะ (45-60 นาทีขึ้นไป)มีเวลาน้อย (20-30 นาที) แต่อยากเบิร์นหนักๆ
ฮอร์โมน & ความเครียดคนเครียดง่าย หรือมีปัญหาฮอร์โมน (เช่น PCOS) เดินช่วยลด Cortisol ได้คนที่ต้องการ ความกระฉับกระเฉง และหลั่งสารความสุข (Endorphins) เร็วๆ
ความรู้สึกหลังทำสบายตัว ไม่เหนื่อยหอบ ทำต่อได้ทุกวันเหนื่อย หอบ เหงื่อท่วม รู้สึกสะใจที่ได้ออกแรง

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย