
ทำไมต้องฉีดวิตามิน D3?
วิตามิน D3 หรือ Cholecalciferol เป็นวิตามินที่มีความสำคัญต่อร่างกายเรามากๆ ค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกและฟัน แต่ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน อารมณ์ และการทำงานของฮอร์โมนหลายชนิดเลยค่ะ คนไข้หลายคนอาจจะได้รับวิตามิน D3 ไม่เพียงพอ ทั้งจากแสงแดดที่ไม่พอ หรือจากการรับประทานอาหารที่ไม่หลากหลาย ซึ่งเมื่อร่างกายเราขาดวิตามิน D3 ไปนานๆ ก็อาจจะส่งผลให้มีอาการอ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีปัญหากระดูกได้ค่ะ การฉีดวิตามิน D3 จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ระดับวิตามิน D3 ในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพค่ะ
หมอประเมินอะไรก่อนฉีด D3?
ก่อนที่หมอจะพิจารณาการฉีดวิตามิน D3 ให้คนไข้ หมอจะมีการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วนเสมอค่ะ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละราย โดยหมอจะดูจากหลายปัจจัยเหล่านี้ค่ะ:
- การตรวจระดับวิตามิน D ในเลือด: นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ หมอจะ ตรวจเลือดเพื่อดูระดับวิตามิน D3 ปัจจุบันของคนไข้ ว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขาด หรือพร่องวิตามิน การฉีดจะเหมาะสมกับคนไข้ที่มีระดับวิตามิน D3 ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานเท่านั้นค่ะ
- ประวัติสุขภาพและยาที่ใช้: หมอจะสอบถามเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และยาอื่นๆ ที่คนไข้กำลังรับประทานอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อห้ามหรือปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ
- ไลฟ์สไตล์ของคนไข้: หมอจะสอบถามถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต การได้รับแสงแดด และการรับประทานอาหาร เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการฉีดวิตามิน D3 เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดหรือไม่ค่ะ
- ความต้องการและเป้าหมายของคนไข้: หมอจะพูดคุยกับคนไข้ว่ามีความคาดหวังอะไรจากการฉีด และจะอธิบายถึงผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับอย่างชัดเจนค่ะ
ฉีดตรงไหนดีกว่ากัน แขน vs สะโพก?
คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตเลยค่ะ คนไข้หลายคนกังวลว่าฉีดตรงไหนจะเจ็บน้อยกว่าหรือดีกว่ากัน หมอจะอธิบายให้ฟังนะคะว่าทั้งสองตำแหน่งมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร และหมอจะพิจารณาอย่างไร:
- การฉีดเข้ากล้ามเนื้อแขน (Deltoid Muscle):
- ข้อดี: เป็นตำแหน่งที่ ฉีดง่าย สะดวก และรวดเร็ว เหมาะสำหรับคนไข้ที่ต้องการความรวดเร็วในการรับบริการ และกล้ามเนื้อบริเวณนี้ก็มีการดูดซึมยาได้ดีค่ะ
- ข้อเสีย: บางคนอาจจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยหลังฉีด หรือมีรอยช้ำเล็กๆ ได้ค่ะ
- การประเมินของหมอ: หากคนไข้มีกล้ามเนื้อแขนที่เพียงพอ และต้องการความรวดเร็ว หมอก็จะเลือกฉีดบริเวณนี้ค่ะ
- การฉีดเข้ากล้ามเนื้อสะโพก (Gluteal Muscle):
- ข้อดี: เนื่องจากเป็นกล้ามเนื้อที่ใหญ่ ทำให้ สามารถรองรับปริมาณยาที่เยอะได้ดี และบางคนอาจจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่าที่แขนค่ะ
- ข้อเสีย: อาจจะไม่สะดวกเท่าการฉีดที่แขน และจำเป็นต้องอยู่ในท่าที่เหมาะสมในการฉีด
- การประเมินของหมอ: ในกรณีที่คนไข้มีปริมาณยาที่ต้องฉีดค่อนข้างเยอะ หรือคนไข้ต้องการความรู้สึกเจ็บน้อยที่สุด หรือบางคนมีกล้ามเนื้อแขนไม่มากพอ หมออาจจะพิจารณาฉีดบริเวณสะโพกค่ะ
โดยสรุปแล้ว ทั้งสองตำแหน่งล้วนมีประสิทธิภาพในการดูดซึมวิตามิน D3 ได้ดีเหมือนกัน ค่ะ การตัดสินใจเลือกฉีดตำแหน่งไหนนั้น หมอจะประเมินจาก ปริมาณยาที่ต้องฉีด ความเหมาะสมของกล้ามเนื้อ และความสบายของคนไข้เป็นหลัก ค่ะ หมอจะเลือกตำแหน่งที่ปลอดภัยและสบายที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละคนเสมอค่ะ

ข้อดีของการฉีดวิตามิน D3
การฉีดวิตามิน D3 มีข้อดีหลายอย่างเลยนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนไข้ที่ประสบปัญหาการขาดวิตามินอย่างรุนแรง หรือมีปัญหาการดูดซึมวิตามิน D3 จากระบบทางเดินอาหารค่ะ
- ออกฤทธิ์รวดเร็ว: การฉีดเข้ากล้ามเนื้อทำให้ วิตามิน D3 เข้าสู่กระแสเลือดได้ทันทีและรวดเร็วกว่า การรับประทานค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มระดับวิตามิน D3 อย่างเร่งด่วน
- เพิ่มระดับวิตามิน D3 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ: เหมาะสำหรับคนไข้ที่มีภาวะขาดวิตามิน D3 อย่างรุนแรง ซึ่งการรับประทานอาจไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
- สะดวก: ไม่ต้องรับประทานยาเม็ดทุกวัน เพียงแค่มาฉีดตามที่หมอนัดเป็นช่วงๆ
- ไม่ต้องกังวลเรื่องการดูดซึม: สำหรับคนไข้บางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมไขมันในลำไส้ การฉีดจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะวิตามิน D3 เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันค่ะ
การฉีดวิตามิน D3 ราคาเท่าไหร่
| จำนวนเข็ม | ราคาต่อครั้ง (บาท) |
|---|---|
| 1 เข็ม | 3,500 |

![[รีวิวเคล็ดลับผิวไบรท์] ที่ใครๆ ก็ถามหา D’Aura Drip ดริปวิตามินผิวสูตรเข้มข้น](https://dloveveryclinic.com/storage/2025/07/case99-iv-drip-nan-1.webp)
![[Longevity 101] รีวิวโปรแกรม “IV Therapy D’ Signature Booster” ตื่นมาสดชื่น สมองปลอดโปร่ง](https://dloveveryclinic.com/storage/2025/05/รีวิวเคสจริง-IV-Therapy-D-Signature-Booster-ตื่นมาสดชื่น-สมองปลอดโปร่ง-4-scaled.webp)


