ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ฉีดฝ้า กับเลเซอร์ฝ้า ต่างกันตรงไหน แบบไหนดีกว่า

ให้เข้าใจง่ายคือ วิธีต่างกัน แต่ปลายทางเหมือนกันค่ะ

การรักษาฝ้าระหว่าง ฉีดฝ้า (Mesotherapy) กับ เลเซอร์ (Laser) มีกลไกที่ต่างกันแต่เกื้อหนุนกัน การ ฉีดฝ้า คือการป้อนตัวยาเพื่อ ยับยั้งการสร้างเม็ดสีใหม่ เหมาะกับการคุมอาการและปรับผิวใส ไม่ทำให้หน้าบาง ส่วน เลเซอร์ คือการใช้พลังงาน ทำลายเม็ดสีเก่าให้แตกละเอียด เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ไวกว่าแต่ต้องระวังผลข้างเคียงเรื่องความร้อน หากถามว่าแบบไหนดีกว่า หมอแนะนำให้ทำควบคู่กัน เพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็วและยั่งยืน โดยใช้เลเซอร์กำจัดของเก่าและใช้ยาฉีดคุมไม่ให้เกิดของใหม่ ร่วมกับการทากันแดดอย่างเคร่งครัดค่ะ

จากการศึกษาพบว่า การรักษาฝ้าแบบผสมผสาน (Combined Therapy) ช่วยลดความเข้มของฝ้าได้มากกว่า 50% ภายใน 8 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับการใช้วิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

เจาะลึก “ฉีดฝ้า” คือการแก้ที่ต้นตอ จริงหรือ?

การฉีดฝ้า หรือที่เราเรียกกันว่า เมโสฝ้า (Meso Melasma) คือการสะกิดหรือฉีดตัวยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสี (Melanin) เข้าไปในชั้นผิวโดยตรงค่ะ ตัวยาหลักๆ มักจะเป็นกลุ่ม Transamine, Vitamin C หรือ Glutathione

การทำงานของมันคือ: เหมือนเราส่ง “คำสั่งไกล่เกลี่ย” ไปบอกเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocyte) ที่กำลังโกรธและผลิตสีดำออกมาเยอะๆ ให้ “ใจเย็นลงและหยุดผลิต” ค่ะ

  • จุดเด่น: ช่วยให้ฝ้าจางลงแบบค่อยเป็นค่อยไป หน้าไม่บาง ไม่ต้องพักฟื้น และช่วยปรับสภาพผิวโดยรวมให้สว่างใสขึ้น
  • ข้อควรระวัง: ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้ง (มักจะ 5-10 ครั้งขึ้นไป) ถึงจะเห็นผลชัดเจน และ ไม่สามารถกำจัดเม็ดสีที่เกิดขึ้นมาแล้วได้ดีเท่าเลเซอร์ แต่เก่งเรื่อง “คุมกำเนิด” ฝ้าใหม่ค่ะ

เจาะลึก “เลเซอร์ฝ้า” (Laser) คือการทำลายล้าง จริงไหม?

เลเซอร์ฝ้าในปัจจุบัน (เช่น Picosecond Laser หรือ Q-Switch) คือการใช้พลังงานแสงยิงลงไปที่เม็ดสีดำใต้ผิวค่ะ

การทำงานของมันคือ: ให้คนไข้นึกภาพตามหมอนะคะ เหมือนเรามี “ก้อนหินใหญ่ๆ (เม็ดสีฝ้า)” วางอยู่ เลเซอร์คือ “ค้อนปอนด์” ที่ทุบก้อนหินนั้นให้แตกละเอียดเป็นทรายเล็กๆ เพื่อให้ร่างกาย (เม็ดเลือดขาว) มาเก็บกวาดออกไปได้ง่ายขึ้นค่ะ

  • จุดเด่น: เห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ไวกว่าการฉีด ฝ้าที่เข้มๆ จางลงได้ชัดเจน สามารถจัดการเม็ดสีที่อยู่ลึกได้
  • ข้อควรระวัง: ถ้าใช้พลังงานสูงเกินไป หรือดูแลหลังทำไม่ดี อาจเกิดภาวะ หน้าไหม้ หรือ ฝ้าเข้มกว่าเดิม (PIH) ได้ และต้องหลบแดดอย่างเคร่งครัดมากๆ ค่ะ
D’ Prompt Glow X2 ฉีดลดฝ้า ดีกว่าทำเลเซอร์ไหม ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล ราคาเท่าไหร่ คำถามที่พบบ่อย

สรุปแล้ว แบบไหนดีกว่ากัน? (เปรียบเทียบให้เห็นภาพ)

เพื่อให้คนไข้เห็นภาพชัดที่สุด หมอขอเปรียบเทียบแบบนี้นะคะ

  • เลเซอร์ = การกวาดขยะ: คือการเอากองขยะ (ฝ้าเก่า) ที่รกหน้าบ้านออกไป หน้าบ้านจะสะอาดขึ้นทันที
  • ฉีดฝ้า = การห้ามคนทิ้งขยะ: คือการไปบอกคนในบ้านว่า อย่าเอาขยะ (ฝ้าใหม่) มาทิ้งเพิ่มนะ

ดังนั้น:

  • ถ้าคนไข้ ใจร้อน อยากเห็นผลไว และมีวินัยหลบแดดเป๊ะ -> เลเซอร์ ตอบโจทย์กว่าค่ะ
  • ถ้าคนไข้ ผิวบาง กลัวเจ็บ ไม่อยากพักหน้า หรือเป็นฝ้าตื้นๆ -> ฉีดฝ้า อาจจะเหมาะกว่า

คำแนะนำจากหมอ: สูตรลับการรักษาที่ยั่งยืน

ในความเป็นจริง “ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดวิธีเดียว” ค่ะ จากประสบการณ์ของหมอ การรักษาที่ เห็นผลดีที่สุดคือการทำควบคู่กัน (Combination Therapy)

หมอมักจะวางแผนให้คนไข้ใช้ เลเซอร์เคลียร์เม็ดสีเก่าออก และใช้ การฉีดฝ้าเพื่อกดไม่ให้เม็ดสีใหม่ถูกผลิตขึ้นมา วิธีนี้จะทำให้ฝ้าจางลงไวและโอกาสกลับมาเป็นซ้ำยากขึ้นค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือ “กันแดด” ถ้าไม่ทา ต่อให้รักษาดีแค่ไหน ฝ้าก็กลับมาแน่นอนค่ะคนไข้

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย