ย้อนไปเมื่อ 20-30 ปีก่อน ฟิลเลอร์ยุคแรกๆ มักเป็นสารสังเคราะห์ถาวร เช่น ซิลิโคน หรือสารที่ไม่สลายตัว ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการควบคุมมาตรฐานที่เข้มงวดเหมือนปัจจุบัน บางครั้งก็เกิดปัญหาการอักเสบ หรือก้อนแข็งใต้ผิวหนังได้ค่ะ
แต่ฟิลเลอร์ยุคใหม่ที่หมอใช้ในปัจจุบันนี้ต่างกันมากค่ะ เพราะ
- ทำจากกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกายเราตามธรรมชาติ
- ผ่านการรับรองจาก อย. และมาตรฐานสากล
- มีการพัฒนาโมเลกุลให้สลายตัวได้ตามธรรมชาติ อยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดและบริเวณที่ฉีด
- มีความบริสุทธิ์สูง ลดความเสี่ยงการแพ้หรือการอักเสบ
ที่คนไข้ถามว่าจะมีสารตกค้างไหม หมอขอตอบว่าไม่มีค่ะ เพราะฟิลเลอร์ยุคใหม่จะค่อยๆ สลายตัวเป็นน้ำและถูกดูดซึมไปตามธรรมชาติ เหมือนวิตามินที่ร่างกายใช้แล้วก็สลายไปค่ะ
ความเข้าใจผิดที่หมอเจอบ่อยๆ คือ
- คิดว่าฟิลเลอร์เป็นสารถาวร – จริงๆ แล้วสลายได้
- กลัวว่าจะเป็นก้อนแข็ง – ฟิลเลอร์ยุคใหม่มีความยืดหยุ่นสูง เข้ากับเนื้อเยื่อได้ดี
- คิดว่าต้องฉีดบ่อยๆ – จริงๆ แล้วอยู่ได้นาน และค่อยๆ สลายอย่างเป็นธรรมชาติ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะ


![เลิกโบกคอนซีลเลอร์หนาเตอะ [รีวิวเติมเต็มใต้ตา] ที่เปลี่ยนใบหน้าให้สดใสเหมือนนอนเต็มอิ่ม](https://dloveveryclinic.com/storage/2025/12/case-131-filler-under-eyes-cover.webp)
![[รีวิวฟิลเลอร์ขมับ] สวยละมุน พร้อมรับทุกมุมกล้อง เคล็ดลับหน้าอิ่มเอิบของอินฟลูเอนเซอร์ ที่ D’ Lovevery Clinic ทำอะไรมาดูเลย](https://dloveveryclinic.com/storage/2025/12/case-129-temple-filler-before-after-cover.webp)
![[รีวิวฟิลเลอร์คาง] คางบุ๋มหรอ เรื่องเล็ก! ฟิลเลอร์รับจบ เติมคางครั้งเดียวสวย มั่นใจขึ้น 100%](https://dloveveryclinic.com/storage/2025/11/case-117-chin-filler-dlovevery-clinic-before-after.webp)


