ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

ตรวจโลหะหนักในร่างกาย จำเป็นแค่ไหน

การตรวจโลหะหนักในร่างกายจำเป็นสำหรับคนไข้ที่มีความเสี่ยงหรือมีอาการผิดปกติเป็นหลักค่ะ เช่น คนที่ทำงานในอุตสาหกรรม ใกล้สารเคมี หรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง โดยปกติหากไม่มีอาการหรือความเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องตรวจ แต่ถ้าอายุเยอะแล้ว ยังไม่เคยตรวจมาก่อน อยากตรวจเพื่อความสบายใจก็ได้เช่นเดียวกัน การตัดสินใจควรปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยค่ะ


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

Toxic heavy metal blood test (lead, mercury, cadmium, arsenic) using ICP‑MS analysis
Gloved hands pipetting blood into capped test tube for hormone testing

โลหะหนักในร่างกายคืออะไร?

โลหะหนัก คือ สารที่มีอยู่ในสิ่งแวดล้อม เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู และแคดเมียม เมื่อนำมาสะสมในร่างกายมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ค่ะ คนไข้บางคนอาจได้รับผ่านอาหาร น้ำดื่ม หรืออากาศที่มีมลพิษโดยไม่รู้ตัว

โลหะหนัก อยู่ใกล้ตัวเราแค่ไหน?

1. แต่งหน้าเป็นประจำ

เครื่องสำอางบางชนิดในอดีตอาจมีส่วนผสมของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม ปัจจุบันมาตรฐานการผลิตจะควบคุมดีขึ้น แต่ของปลอมหรือที่ไม่ได้มาตรฐานบางอย่างก็อาจมีโลหะหนักได้ค่ะ ดังนั้น ถ้าเลือกใช้ของแท้ที่มี อย. ปลอดภัยกว่าค่ะ

2. ทำสีผมบ่อย ชอบทาเล็บ

สารเคมีในน้ำยาย้อมผมหรือน้ำยาทาเล็บบางแบรนด์อาจมีโลหะหนักปริมาณเล็กน้อย เช่น ตะกั่ว หรือสารในกลุ่มโลหะอื่น ๆ (แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยที่มาตรฐานกำหนด) ถ้าทำบ่อยและใช้อะไรที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจมีความเสี่ยงสะสมโลหะหนักได้จริง

3. ชอบทานอาหารจากภาชนะพลาสติก

ภาชนะพลาสติกคุณภาพต่ำ หรือการนำพลาสติกเข้าร้อนในไมโครเวฟ อาจปล่อยสารเคมีบางอย่าง เช่น สารฟาทาเลต (phthalate) หรือ Bisphenol A ที่ไม่ใช่โลหะหนักโดยตรง แต่มีผลต่อสุขภาพได้เช่นกัน ส่วนโลหะหนักอาจปนเปื้อนจากกระบวนการผลิตในพลาสติกบางชนิด แต่ความเสี่ยงน้อยกว่าการได้รับจากแหล่งอื่น

4. ชอบทานอาหารทะเล

อาหารทะเลบางชนิดโดยเฉพาะปลาตัวใหญ่ (ปลาทูน่า ปลาฉลาม ฯลฯ) อาจมี ปรอท สะสมปนเปื้อนเข้ามาได้จากแหล่งน้ำทะเลที่ปนเปื้อนโลหะหนัก เรียกว่า bioaccumulation จริงค่ะ ยิ่งทานเยอะหรือบ่อย ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้น

5. ใช้ชีวิตในเมืองที่มี PM2.5

ฝุ่น PM2.5 มีองค์ประกอบของโลหะหนักหลายชนิด เช่น ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู ฯลฯ คนที่อาศัยในเมืองที่มีมลพิษเยอะ หรือใกล้แหล่งอุตสาหกรรม ตรงนี้ เป็นสาเหตุจริงที่ทำให้เราสะสมโลหะหนักในร่างกายค่ะ

สาเหตุทั้งหมดนี้ “มีโอกาส” ทำให้สะสมโลหะหนักได้จริง โดยเฉพาะถ้าเจอในปริมาณมาก หรือใช้ของที่ไม่มีคุณภาพ ดังนั้นหมอแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน แล้วก็ระวังการสัมผัสหรือรับประทานจากแหล่งที่อาจปนเปื้อนบ่อย ๆ นะคะ

IV DRIP THERAPY ล้างสารพิษโลหะหนักในหลอดเลือด ช่วยได้จริงไหม?

IV Drip Therapy ที่โฆษณาว่าสามารถ “ล้างสารพิษโลหะหนัก” ในร่างกาย ส่วนใหญ่มักเป็นการให้น้ำเกลือ วิตามิน หรือสารต่าง ๆ ทางหลอดเลือดดำ โดยหวังผลในด้าน “ขับสารพิษ” หรือ “ดีท็อกซ์” ซึ่ง ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับอย่างชัดเจนว่ามีประสิทธิภาพจริงในการขับโลหะหนักออกจากร่างกาย

วิธีนี้ไม่ได้เป็นวิธีมาตรฐานในการรักษาภาวะพิษหรือมีโลหะหนักในร่างกายเกินมาตรฐานตามที่แนะนำในทางการแพทย์

ข้อควรระวังและข้อมูลสำคัญ

  • มีความเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียง เช่น ภูมิแพ้ การเสียสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย
  • ความรู้สึกที่ “ดีขึ้น” หรือ “สดชื่นขึ้น” หลังรับ IV therapy บางอย่าง อาจมาจากการได้วิตามินเสริมหรือการพักผ่อน มากกว่าผลของการจับโลหะหนักจริงๆ

วิธีมาตรฐานสากลในการกำจัดโลหะหนัก Chelation Therapy

Chelation Therapy คือ กระบวนการรักษาที่ใช้ ยาจับโลหะหนัก (Chelating Agents) เช่น EDTA, DMSA, DMPS ซึ่งสามารถจับกับโลหะหนักในกระแสเลือด จากนั้นร่างกายจะขับออกทางปัสสาวะหรืออุจจาระ

  • เป็น วิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้ในทางการแพทย์สากล สำหรับกรณีที่พิษโลหะหนักรุนแรงหรือเกินค่าปลอดภัยจริง
  • การรักษาด้วย Chelation Therapy ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะมีข้อบ่งชี้ ข้อควรระวัง และผลข้างเคียงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย