ฆสพ.สบส. ๒๙๘๓/๒๕๖๗

จะไปต่างประเทศ ต่างทวีป ต้องฉีดวัคซีนอะไรบ้าง

หลายคนอยากเป็น Influencer ท่องเที่ยว หมอบอกเลยความเสี่ยงอันดับต้นๆ นอกจากความปลอดภัยในการเดินทางแล้ว คือ โรคประจำถิ่น

การฉีดวัคซีนก่อนเดินทางไปต่างประเทศควรเข้าพบแพทย์ล่วงหน้าสี่ถึงหกสัปดาห์เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลา 10-14 วัน ในการสร้างภูมิคุ้มกันและวัคซีนบางชนิดต้องฉีดมากกว่า 1 เข็ม โดยวัคซีนแบ่งเป็นสามกลุ่มหลักคือกลุ่มวัคซีนบังคับตามกฎหมายระหว่างประเทศเช่นวัคซีนไข้เหลืองสำหรับผู้เดินทางไปแถบแอฟริกาและอเมริกาใต้ กลุ่มวัคซีนแนะนำตามความเสี่ยงของพื้นที่และกิจกรรมเช่นวัคซีนตับอักเสบเอ ไทฟอยด์ และพิษสุนัขบ้า และกลุ่มวัคซีนพื้นฐานที่ควรฉีดกระตุ้นเช่นไข้หวัดใหญ่และบาดทะยักเพื่อให้การเดินทางมีความปลอดภัยสูงสุด


หมายเหตุ: คำตอบนี้เป็นเพียงการให้ข้อมูลเบื้องต้น กรุณาทำนัดเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจและรับข้อมูลโดยละเอียด

เช็กลิสต์ก่อนบิน ทำไมการฉีดวัคซีนถึงสำคัญ?

สวัสดีค่ะคนไข้ทุกคน ช่วงนี้หลายคนเตรียมตัวแพ็กกระเป๋าเดินทางข้ามทวีปกันเยอะมาก นอกจากคนไข้จะมาเคลียร์ผิว เลเซอร์ หรือทำทรีตเมนต์ให้หน้าเป๊ะพร้อมถ่ายรูปแล้ว สิ่งที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดคือ “เกราะคุ้มกันภายใน” หรือวัคซีนสำหรับนักเดินทางค่ะ

ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า เวลาเราไปเจอแดดจัดที่ยุโรปหรือทะเลทราย เรายังต้องทาครีมกันแดด SPF 50+ เพื่อป้องกันผิวพัง การฉีดวัคซีนก็เหมือนกันค่ะ มันคือ การติดฟิลเตอร์ป้องกันเชื้อโรคแปลกถิ่น ไม่ให้เข้ามาทำลายทริปในฝันของคนไข้จนหมดสนุกค่ะ

3 กลุ่มวัคซีนสำคัญที่คนไข้ต้องรู้ก่อนก้าวขึ้นเครื่อง

หมอสรุปวัคซีนที่จำเป็นตามข้อกำหนดสากลและความเสี่ยงของพื้นที่มาให้ 3 กลุ่มง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

1. กลุ่มวัคซีนบังคับตามกฎหมาย (Required Vaccines)

กลุ่มนี้ถ้าไม่ฉีด คนไข้ อาจถูกปฏิเสธการเข้าประเทศได้ทันทีค่ะ เพราะต้องใช้เอกสารรับรองสากล (สมุดเล่มเหลือง) ยื่นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

  • วัคซีนไข้เหลือง (Yellow Fever): บังคับสำหรับคนไข้ที่จะบินไปแถบ แอฟริกากลาง แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ ค่ะ จุดสำคัญคือ ต้องฉีดก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน เพื่อให้ใบรับรองมีผลทางกฎหมาย และปัจจุบันฉีดเพียง 1 เข็ม ก็คุ้มครองได้ตลอดชีวิต ค่ะ
  • วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal): บังคับสำหรับผู้แสวงบุญไปพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะห์ ที่ประเทศซาอุดีอาระเบียค่ะ

2. กลุ่มวัคซีนแนะนำตามความเสี่ยงของทริป (Recommended Vaccines)

กลุ่มนี้หมอจะเลือกตามสไตล์การเที่ยวของคนไข้ เช่น ไปสายคาเฟ่ในเมือง หรือสายลุยธรรมชาติ

  • วัคซีนตับอักเสบ เอ (Hepatitis A): สำคัญมากสำหรับสายสตรีทฟู้ด เพราะติดต่อทางอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด พบบ่อยในแถบเอเชียใต้ อเมริกาใต้ และแอฟริกา
  • วัคซีนตับอักเสบ บี (Hepatitis B): แนะนำสำหรับคนไข้ที่ไปอยู่ระยะยาว หรือมีความเสี่ยงต้องทำหัตถการทางการแพทย์ในต่างแดน
  • วัคซีนไข้ไทฟอยด์ (Typhoid): เหมาะกับคนไข้ที่ชอบแบกเป้เที่ยว ลุยพื้นที่ชนบทหรือประเทศกำลังพัฒนา
  • วัคซีนพิษสุนัขบ้า (Rabies – แบบป้องกันก่อนสัมผัส): สำหรับคนไข้ที่ไปเดินป่า ลุยซาฟารี หรือไปพื้นที่ที่เข้าถึงโรงพยาบาลได้ยาก
  • วัคซีนไข้สมองอักเสบจากเห็บ (TBE): แนะนำเป็นพิเศษถ้าคนไข้มีแพลนไปกางเต็นท์ เดินป่า ในแถบยุโรปตอนกลาง ยุโรปเหนือ หรือรัสเซียค่ะ

3. กลุ่มวัคซีนพื้นฐานที่ควรฉีดบูสต์ (Routine Boosters)

  • วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza): ควรฉีด ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะการเดินทางข้ามซีกโลก เพราะฤดูกาลระบาดจะไม่ตรงกับประเทศไทยค่ะ
  • วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (Tdap): ควรได้รับการกระตุ้น ทุกๆ 10 ปี ค่ะ

Timing สำคัญที่สุด ควรมาฉีดล่วงหน้านานแค่ไหน?

ที่ดีที่สุดคือ ควรมาปรึกษาหมอล่วงหน้า 4–6 สัปดาห์ (1–1.5 เดือน) ก่อนบินค่ะ

เพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่ได้สร้างขึ้นทันทีหลังฉีดนะคะ ร่างกายต้องการเวลาประมาณ 10–14 วันในการบิลด์ภูมิคุ้มกันให้อยู่ในระดับสูงสุดที่ป้องกันโรคได้ แถมวัคซีนบางตัวจำเป็นต้องฉีด 2 เข็มขึ้นไปโดยเว้นระยะห่างกัน หากมาฉีดก่อนบินแค่ 1–2 วัน นอกจากภูมิคุ้มกันจะยังไม่ขึ้นแล้ว คนไข้ยังอาจมีอาการข้างเคียง เช่น มีไข้ต่ำๆ หรือปวดแขน ซึ่งจะทำให้เที่ยวไม่สดใสได้ค่ะ

คำถามอื่นๆที่พบบ่อย